ป.โทคณะแพทย์เรียนกี่ปี

84 ครั้งเข้าชม
ป.โท คณะแพทย์ เรียนกี่ปี? ป.โท สาขาแพทยศาสตร์ ใช้เวลาเรียนประมาณ 2-3 ปี ป.ตรี สาขาแพทยศาสตร์ ใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 5 ปี การประเมินผล: ข้อเขียน, แบบฝึกหัด, ปฏิบัติ (วัดความเข้าใจ) ระยะเวลาเรียนขึ้นกับมหาวิทยาลัยและระดับการศึกษา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนปริญญาโทแพทย์ใช้เวลากี่ปี?

เรียน ป.โท แพทย์ นี่กินเวลาแค่ไหน? เอาจริงๆ นะ แล้วแต่ที่เลยเพื่อน!

สมัยฉันเรียน (นานมาแล้วนะ!) เหมือนจะเห็นเพื่อนเรียนกันประมาณ 2-3 ปี นี่แหละ แต่ไม่ได้เรียนหมอนะ แค่เพื่อนเรียนสายวิทย์สุขภาพเฉยๆ อ่ะ แต่ถ้าเรียนหมอจริงๆ น่าจะนานกว่านั้นเยอะมั้ง อันนี้ไม่ชัวร์เท่าไหร่

(สับสนมาก 555+) แต่ที่แน่ๆ ถ้าอยากเป็นหมอจริงๆ ต้องเรียนอย่างต่ำ 5 ปีแหละแกเอ๊ย! หนักหนาสาหัสมากๆ เพื่อนบอกมาอีกทีนะ ไม่เคยสัมผัสเองหรอก (โชคดีไป!)

แล้วเค้าวัดผลกันยังไงเหรอ? อ๋อ! ก็มีทั้งสอบข้อเขียน ทำแลป สารพัดรูปแบบแหละ เพื่อดูว่าเราเข้าใจจริงๆ รึเปล่า ไม่ใช่แค่ท่องจำไปสอบเฉยๆ

เอาจริงๆ เรียนหมอนี่ต้องใจรักมากๆ นะ เพราะมันเหนื่อยจริงๆ แล้วก็ต้องทุ่มเทเวลาให้เยอะมากๆ ด้วย สู้ๆ นะทุกคน! ใครอยากเป็นหมอ ขอให้สอบติดนะจ๊ะ!

ป.โทแพทย์ มีอะไรบ้าง

ปริญญาโททางการแพทย์ ปี 2566 มีหลากหลายหลักสูตร ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและความสนใจเฉพาะทาง แต่โดยทั่วไป จะครอบคลุมสาขาหลักๆ ดังนี้:

  • สาขาเฉพาะทางทางคลินิก: เช่น เวชศาสตร์ฉุกเฉิน อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ฯลฯ มุ่งเน้นการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อการวินิจฉัยและรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การวิจัยอาจเน้นการทดลองทางคลินิกหรือการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยจริง ผมเคยเห็นเพื่อนร่วมรุ่นสนใจสาขาหัวใจและหลอดเลือดเป็นพิเศษ น่าสนใจมากครับ

  • สาขาทางสาธารณสุข: เน้นการจัดการสุขภาพระดับประชากร การวางแผนและบริหารระบบสาธารณสุข การควบคุมโรค และการส่งเสริมสุขภาพ ตัวอย่างเช่น หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต มักจะสอดแทรกการวิเคราะห์เชิงนโยบาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ

  • สาขาทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน: เช่น ชีวเคมี สรีรวิทยา จุลชีววิทยา พันธุศาสตร์ ฯลฯ มุ่งเน้นการวิจัยพื้นฐานทางการแพทย์ อาจนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาโรคใหม่ๆ การวิจัยอาจเกี่ยวข้องกับการทดลองในห้องปฏิบัติการ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางชีวภาพขั้นสูง

  • สาขาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่นๆ: อาจรวมถึงสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เช่น กายภาพบำบัด เวชศาสตร์ฟื้นฟู จิตวิทยาคลินิก หลักสูตรเหล่านี้อาจไม่เปิดสอนโดยตรงในคณะแพทยศาสตร์ แต่เป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และมักจะมีการทำงานร่วมกันระหว่างคณะต่างๆ

หมายเหตุ: จำนวนหลักสูตรและรายละเอียดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย ควรตรวจสอบข้อมูลโดยตรงจากเว็บไซต์ของคณะแพทยศาสตร์แต่ละแห่ง เพื่อความถูกต้องและทันสมัย ปีการศึกษา 2566 อาจมีการปรับปรุงหลักสูตร จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดด้วยครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้ติดตามทุกมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด

กว่าจะเป็นอาจารย์หมอ เรียนกี่ปี

เรียนหมอ 16 ปีถึงเป็นอาจารย์แพทย์ จริง โหดใช่ไหมล่ะ?

  • นักศึกษาแพทย์ 6 ปี จบมาแล้วก็ยังไม่พอ
  • ใช้ทุนอีก 3 ปี เอาจริงดิ?
  • ประจำบ้านต่อ 4 ปี เหนื่อยจนอยากลาออก
  • ประจำบ้านต่อยอดอีก 3 ปี ถึงจะได้เป็น

ปีนี้ก็ยังโหดเหมือนเดิม มึงคิดว่าง่ายเหรอ? ไม่ใช่แค่เรียนเก่งนะ ต้องอดทน ต้องใจแข็ง ไม่งั้นไม่รอดหรอก

คณะแพทยศาสตร์ มีเอกอะไรบ้าง?

คณะแพทยศาสตร์... มันกว้างมากเลยนะ

เหมือนเรามองออกไปในทะเลลึกอ่ะ เห็นแต่ผิวน้ำ แต่ข้างใต้น่ะ มีอะไรเยอะแยะ

  • กุมารเวชศาสตร์: ดูแลเด็กๆ ตั้งแต่เกิดจนโต... เป็นหมอเด็กนี่ ใจต้องเย็นมากๆ เลยนะ
  • อายุรศาสตร์: หมออายุรกรรม คือหมอที่รักษาโรคทั่วไปของผู้ใหญ่... เหมือนเป็นหมอประจำบ้านในโรงพยาบาล
  • ศัลยศาสตร์: ผ่าตัด... หมอผ่าตัดนี่ต้องมือนิ่งมากๆ
  • ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์: หมอกระดูก... คนที่ชอบเล่นกีฬาผาดโผน คงเจอหมอกระดูกบ่อย
  • สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา: หมอสูติฯ... ดูแลผู้หญิง ตั้งแต่ตั้งครรภ์ คลอดลูก ไปจนถึงเรื่องภายในของผู้หญิง
  • โสตศอนาสิกวิทยา: หมอหู คอ จมูก... บางทีก็คิดนะ ว่าหมอพวกนี้ต้องเสียงดังๆ ชัดๆ รึเปล่า
  • นิติเวชศาสตร์: หมอที่ทำงานกับตำรวจ...ชันสูตรศพ... น่ากลัวนะ แต่ก็สำคัญ
  • จักษุวิทยา: หมอตา... คนที่ใส่แว่นส่วนใหญ่ ก็ต้องไปหาหมอตา
  • จิตเวชศาสตร์: หมอที่รักษาคนที่มีปัญหาทางจิตใจ... สมัยนี้คนเป็นโรคซึมเศร้าเยอะขึ้นทุกวัน
  • รังสีวิทยา: หมอที่อ่านฟิล์มเอ็กซเรย์... เหมือนนักสืบที่ใช้ภาพถ่ายในการไขคดี
  • จิตวิทยา: ไม่ใช่หมอ แต่ช่วยเยียวยาจิตใจได้เหมือนกัน...บางทีแค่คนรับฟังก็ช่วยได้เยอะแล้ว
  • พยาธิวิทยา: ตรวจชิ้นเนื้อ... หาเซลล์มะเร็ง... เป็นงานที่ละเอียดมากๆ
  • เวชศาสตร์ชุมชน: ดูแลสุขภาพของคนในชุมชน... เหมือนเป็นหมอประจำหมู่บ้าน
  • อาชีวเวชศาสตร์: ดูแลสุขภาพของคนทำงาน... ออฟฟิศซินโดรม ก็ต้องไปหาหมอพวกนี้แหละ
  • เวชศาสตร์ฟื้นฟู: ช่วยให้คนป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ... เหมือนเป็นโค้ชที่คอยให้กำลังใจ

เยอะเนอะ... แต่ละอย่างก็สำคัญหมดเลย

แล้วทำไมถึงอยากรู้เรื่องพวกนี้ล่ะ? แค่อยากรู้เฉยๆ หรือว่า... กำลังคิดอะไรอยู่?

ปริญญาโท มีกี่ประเภท?

ปริญญาโท? แยกง่ายๆ สามทางเลือก:

  • แผน ก แบบ 1: เน้นวิจัยล้วนๆ วิทยานิพนธ์หนักข้อ
  • แผน ก แบบ 2: เรียนด้วย ทำวิจัยด้วย จบที่วิทยานิพนธ์เหมือนกัน
  • แผน ข: ไม่เน้นวิทยานิพนธ์ สอบ จบ.

จบนะ.

เพิ่มเติม:

  • ก1 เหมาะกับพวกหัววิจัยโดยสายเลือด พวกอยากเป็นศาสตราจารย์
  • ก2 คนอยากรู้ลึกแต่ไม่ทิ้งงานประจำ ยังพอไหว
  • ข ทางเลือกคนเวลาน้อย เอาความรู้ไปต่อยอดธุรกิจส่วนตัวก็ดี

ใครเลือกผิดชีวิตเปลี่ยน. เตือนแล้วนะ.

อาจารย์หมอต่างกับหมอยังไง?

คือแบบนี้ ตอนเรียนแพทย์ปี 6 ที่จุฬาฯ เพื่อนผมหลายคนบอกว่า อาจารย์หมอเนี่ย เก่งด้านทฤษฎี แต่การปฏิบัติจริงอาจจะไม่เท่าหมอที่ทำงานโรงพยาบาลทั่วไป เพราะอาจารย์หมอต้องสอนหนังสือ ทำวิจัย บริหาร งานเยอะมาก เวลาจะได้ลงมือผ่าตัดเองหรือดูแลคนไข้จริงๆ เลยน้อยกว่า

อย่างเพื่อนผมคนนึง ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลศิริราช ปีนี้เอง เล่าว่า เจอเคสคนไข้หลากหลาย วันๆ นึงเจอคนไข้เป็นสิบๆ คน อาการก็แตกต่างกันไป ต้องวินิจฉัยโรคและรักษาอย่างรวดเร็ว มันบอกว่าประสบการณ์ตรงแบบนี้ ได้เรียนรู้เยอะมาก ต่างจากอาจารย์หมอที่อาจจะได้เจอเคสหลากหลายน้อยกว่า

ส่วนตัวผมคิดว่า มันไม่ใช่ว่าอาจารย์หมอไม่เก่งนะ แต่ความถนัดมันต่างกัน อาจารย์หมอเน้นความรู้ความเข้าใจเชิงลึก วิเคราะห์โรคได้แม่นยำ แต่หมอที่ทำงานคลินิกหรือโรงพยาบาล เน้นประสบการณ์ตรง การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

  • อาจารย์หมอ: เชี่ยวชาญด้านทฤษฎี งานวิจัย งานสอน งานบริหาร ประสบการณ์ปฏิบัติจริงอาจน้อยกว่า
  • หมอ: ประสบการณ์ปฏิบัติจริงสูง เจอเคสหลากหลาย ฝึกการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เอาจริงๆ มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยแหละ บางอาจารย์หมอก็เก่งปฏิบัติ บางหมอก็อาจจะไม่ละเอียดเท่าอาจารย์หมอ มันเป็นแค่ความแตกต่างในลักษณะงานและความถนัดมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าใครเก่งกว่าใคร