พรีเซนเทชั่น ต้องมีอะไรบ้าง

124 ครั้งเข้าชม
พรีเซนเทชั่นให้ปัง: 7 เทคนิคควรรู้ เข้าใจผู้ฟัง: ทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายก่อน ภาพและเรียบง่าย: สื่อด้วยภาพ ลดความซับซ้อน เล่าเรื่อง: ดึงดูดด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ซ้อม: ฝึกฝนให้คล่อง ลดความประหม่า กฎ 10 นาที: ปรับช่วงความสนใจของผู้ฟัง มีส่วนร่วม: สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง ทำไม: เริ่มต้นด้วยเหตุผลที่น่าติดตาม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การเตรียมพรีเซนเทชั่นที่ดี ควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

เออ... การเตรียมพรีเซนท์ที่ดีนะ เอาจริงๆ มันต้องมีอะไรมากกว่าสไลด์สวยๆ เยอะเลยอ่ะ

7 เทคนิคพรีเซนต์งานที่ควรรู้เหรอ? อืม... มันก็มีหลายอย่างนะ ที่ฉันเคยใช้แล้วเวิร์คอ่ะ อย่างแรกเลย ต้องรู้จักคนฟังก่อน! จะได้รู้ว่าควรพูดอะไร ไม่ควรพูดอะไร

ทำไมต้องรู้จักคนฟัง? ก็ถ้าไม่รู้จัก จะรู้ได้ไงว่าเขาอยากฟังอะไร? ใช่ป่ะ

สไลด์อ่ะ เน้นภาพเยอะๆ ตัวหนังสือน้อยๆ เอาแบบที่คนดูแล้วเข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องอ่านเยอะอ่ะ แล้วก็เล่าเรื่องให้มันสนุกๆ หน่อย ใครๆ ก็ชอบฟังนิทาน จริงป่ะ

ฝึกซ้อมสำคัญมาก! ซ้อมหน้ากระจก ซ้อมกับเพื่อนก็ได้ ให้ชินกับการพูด แล้วก็อย่าลืมกฎ 10 นาที! พยายามทำให้ทุกอย่างกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ

สุดท้ายอ่ะ ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนฟัง! ถามคำถาม ชวนคุย ให้เขามีส่วนร่วม จะได้ไม่เบื่อ

พรีเซนเทชั่น ต้องมีหัวข้ออะไรบ้าง

เฮ้อ... พรีเซนเทชั่นเหรอ... กลางดึกแบบนี้ มันยากจริงๆ นะที่จะเรียบเรียงทุกอย่างออกมาให้ลงตัว

  • หัวข้อ: มันก็ต้องเริ่มจาก ชื่อโครงการ ก่อนเลยอ่ะ แล้วก็ ปัญหาที่เราจะแก้เนี่ยแหละ สำคัญมาก

  • สไลด์:

    • ปัญหา: ต้องมีสไลด์ที่อธิบายปัญหาให้ชัดเจนที่สุดอ่ะ แบบเห็นแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมต้องมีโครงการนี้ กราฟข้อมูลสำรวจ นี่ขาดไม่ได้เลยนะ ต้องเอามาใส่ให้เห็นภาพชัดๆ ว่าปัญหาที่เราจะแก้มันใหญ่ขนาดไหน ปีนี้ปัญหา...[ใส่ข้อมูลปัญหาในปีนี้]...มันแย่ลงจริงๆ นะ
    • วิธีแก้: แล้วก็ต้องมีสไลด์ที่บอกว่า เราจะแก้ปัญหายังไง วิธีการของเราคืออะไร ทำไมวิธีนี้ถึงเวิร์ค
    • ผลลัพธ์: แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังคืออะไร? ตัวเลข สำคัญมาก ต้องมีตัวเลขมา support ว่าถ้าทำสำเร็จแล้วมันจะดีขึ้นแค่ไหน
    • ทีมงาน: สไลด์แนะนำทีมงานก็สำคัญนะ ให้เห็นว่าใครเป็นคนทำบ้าง มีความสามารถอะไรบ้าง
    • งบประมาณ: งบประมาณเท่าไหร่ เอาไปทำอะไรบ้าง ต้องแจกแจงให้ละเอียด
    • แผน: แผนการดำเนินงาน ต้องบอกว่าเราจะทำอะไร เมื่อไหร่ ใครรับผิดชอบ
  • ปัญหาที่โครงการแก้:

    • ปัญหาหลักๆ เลยคือ...[อธิบายปัญหาในปีนี้โดยอ้างอิงจากข้อมูลสำรวจ]... มันกระทบกับ...[บอกผลกระทบ]...โดยตรงเลยนะ

มันก็ประมาณนี้แหละ... จริงๆ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะพรีเซนต์ให้ใครฟังด้วยนะ ต้องปรับให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายด้วย

ใช้สื่อ ประกอบ การนำ เสนอ อย่างไร บ้าง?

แสงแดดยามบ่ายลอดหน้าต่าง...ฝุ่นละอองเต้นระบำในอากาศ...สไลด์พาวเวอร์พอยท์... เหมือนความฝันซ้อนความจริง...

  • จำนวนคน: มองไปที่ฝูงชน...มากหรือน้อย...สำคัญนะ
  • ที่ไหน: ห้องประชุมอับทึบ...หรือลานกว้างใต้ฟ้า...ต่างกันลิบลับ
  • สื่ออะไรดี: พาวเวอร์พอยท์...เครื่องฉายสามมิติ... กระดานดำ...เลือกให้เข้ากัน
  • เราเก่งอะไร: ถนัดพาวเวอร์พอยท์...หรือชอบเขียนกระดาน...ซื่อสัตย์กับตัวเอง

LCD โปรเจคเตอร์...แสงสี...ภาพเคลื่อนไหว...ดึงดูดสายตา...หรือจะ...ชอล์กสีขาว...บนกระดานดำ...เรียบง่ายแต่ทรงพลัง...

  • พาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint): สไลด์...ตัวอักษร...รูปภาพ...ข้อมูล
  • เครื่องฉายภาพ 3 มิติ: ภาพลอย...มิติใหม่...ตื่นตาตื่นใจ
  • กระดานขาว (White Board): ปากกาเมจิก...เขียน...ลบ...แก้ไข
  • กระดานดำ: ชอล์ก...ฝุ่น...คลาสสิก...

การนำเสนอคือการเดินทาง...สื่อคือยานพาหนะ...เลือกให้ดี...จุดหมายปลายทางรออยู่...

การนำเสนอผลงานที่ควรปฏิบัติมีอะไรบ้าง?

นำเสนองาน? เรื่องมากจริง

  • เป้าหมาย? ถามใจคนฟังก่อน
  • ซ้อม? ไม่ใช่ลิเก
  • สไลด์? อย่ารก
  • เริ่ม? เล่าเรื่องเหี้ยไร? เข้าเรื่อง!
  • ภาษากาย? มั่นใจ ไม่ใช่แดกยา
  • ผ่อนคลาย? ถ้าทำได้ก็ดี
  • กระชับ? นี่แหละหัวใจ

เพิ่มเติม:

  • สไลด์: ฟอนต์ใหญ่ๆ รูปเยอะๆ ข้อความน้อยๆ (หรือไม่มีเลย)
  • ซ้อม: จับเวลาจริง อย่าเกิน
  • คำถาม: เตรียมรับมือคำถามกวนตีนไว้ด้วย

FYI: กูเกลียดการนำเสนอชิบหาย

การนำเสนอที่ดีควรมีอะไรบ้าง?

การนำเสนอที่ดี? เอาแบบโคตรปังเลยนะ! ไม่ใช่แค่ยืนอ่านสไลด์ ต้องมีอะไรมากกว่านั้น! คิดซะว่าคุณกำลังขายฝัน ไม่ใช่แค่ขายของ!

  • เนื้อหาต้องเป๊ะ! เหมือนคุณแม่บ้านทำอาหาร ต้องปรุงรสชาติให้ลงตัว ไม่จืดชืด ไม่เผ็ดเกินไป ต้องกระชับ เข้าใจง่าย และมีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (ปีนี้ผมอ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยของมหาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเทคนิคนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์นะครับ) อย่าลืมเรื่อง storytelling ดึงดูดใจ เหมือนนิยายกำลังภายในที่เข้มข้น!

  • สื่อการนำเสนอต้องเริ่ด! สไลด์อย่ารกเหมือนตลาดนัด! ภาพสวย ตัวหนังสืออ่านง่าย ขนาดพอดี ต้องเข้าใจง่าย แบบว่าดูแล้วไม่ปวดหัว! เลือกใช้สีสันที่เหมาะสม ไม่ใช่ปนกันจนเหมือนสีน้ำมันหก! ผมชอบใช้ Canva ง่ายดีครับ สะดวกใช้

  • บุคลิกภาพต้องโดดเด่น! คุณไม่ใช่หุ่นยนต์! แสดงอารมณ์ให้เหมาะสม สร้าง connection กับผู้ฟัง เหมือนนักร้องกำลังร้องเพลงรัก ต้องมีอินเนอร์! อย่ากลัวที่จะแสดงความเป็นตัวเอง แต่ต้องมีมารยาท สุภาพ ไม่ใช่มาแบบ "สวัสดีครับ พี่ๆ" แล้วเดินหนีไปเลย!

  • การฝึกซ้อมสำคัญ! การนำเสนอที่ดี เหมือนการแสดงละคร ต้องซ้อม ต้องท่องบท จนกว่าจะเป๊ะ! ซ้อมจนกว่าจะพูดได้แบบไม่ต้องอ่าน เหมือนพูดคุยกับเพื่อน! ลองอัดคลิปตัวเองดู จะได้รู้ว่าส่วนไหนควรปรับปรุง

Een nacht doorhalen, goed of slecht? (นอนดึกดีหรือไม่ดี?) อืมมม... ขึ้นอยู่กับเหตุผล! ถ้าคุณทำวิทยานิพนธ์เสร็จ แล้วได้นอนหลับสบาย มันก็ดี! แต่ถ้าคุณนอนดึกเล่นเกม แล้วตื่นมาตาบวม มันก็ไม่ดี เหมือนการลงทุนที่เสี่ยงสูง อาจได้กำไรมหาศาล หรืออาจเจ๊งไม่เป็นท่า! ความสมดุลคือคำตอบ เหมือนชีวิตคู่ ต้องมีเวลาพักผ่อนบ้าง! อย่าหักโหม ร่างกายเป็นทุนสำคัญ! ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ชีวิตมีอะไรให้ทำมากกว่านอนดึก ลองไปออกกำลังกาย ไปเที่ยว หรือทำอะไรที่สนุก จะได้มีสุขภาพที่ดี แบบที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้!

ข้อใดคือ 3 ส่วนหลักที่สำคัญของการนำเสนอ?

3 ส่วนหลักของการนำเสนอที่ขาดไม่ได้เลยนะ คือ

  • ทำไม (Why): เข้าใจ "ทำไม" เราถึงต้องพูดเรื่องนี้ สำคัญสุด! มันไม่ใช่แค่การบอกว่า "ต้องทำ" แต่มันคือการเชื่อมโยงเรื่องที่เราพูดกับความต้องการหรือปัญหาของผู้ฟัง จริงๆ แล้วมันคือการตอบคำถามว่า "แล้วไง?" ให้ได้นั่นแหละ
  • อะไร (What): ชัดเจนว่าเราจะพูด "อะไร" กันแน่ ข้อมูลอะไรที่สำคัญที่สุด? เรื่องนี้ต้องแม่นยำนะ เพราะถ้าเราเองยังไม่เคลียร์ ผู้ฟังจะไปเคลียร์ได้ยังไง?
  • อย่างไร (How): วางแผน "อย่างไร" จะสื่อสารเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพ เลือกวิธีการนำเสนอที่เหมาะกับเนื้อหาและผู้ฟัง จะใช้สไลด์ กราฟ หรือ storytelling ก็แล้วแต่สถานการณ์

การวางแผนการนำเสนอที่ดี มันเหมือนกับการสร้างบ้าน ต้องมีเสาหลักที่แข็งแรง 3 ต้นนี้ก่อน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ค่อยมาเติมทีหลังได้

ข้อมูลเพิ่มเติม (ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ แต่รู้ไว้ก็ดี):

  • บางคนอาจจะเพิ่มส่วนที่เรียกว่า "Who" เข้ามาด้วย คือ "ใคร" คือผู้ฟังของเรา? ยิ่งเรารู้จักผู้ฟังมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งปรับเนื้อหาและวิธีการนำเสนอให้ตรงใจเขาได้มากขึ้นเท่านั้น
  • โครงสร้างการนำเสนอที่ดีมันเหมือนกับการเล่าเรื่อง มีจุดเริ่มต้น จุดกลาง และจุดจบที่น่าประทับใจ ที่สำคัญคือต้องมี "hook" ที่ดึงดูดความสนใจตั้งแต่ต้น
  • เคยได้ยินเรื่อง "กฎ 10-20-30" ของ Guy Kawasaki มั้ย? คือ สไลด์ไม่เกิน 10 แผ่น, พูดไม่เกิน 20 นาที, และใช้ Font ไม่ต่ำกว่า 30pt ... มันเป็นแค่ไกด์ไลน์ แต่ก็เป็นไอเดียที่ดีนะ

สุดท้ายแล้ว การนำเสนอที่ดีมันไม่ใช่แค่การพูดเก่ง แต่มันคือการ "สร้างความเข้าใจ" ร่วมกันต่างหาก