ภาษาอังกฤษ ม.3 มีเรื่องอะไรบ้าง

107 ครั้งเข้าชม
ม.3 ภาษาอังกฤษ ครอบคลุมไวยากรณ์สำคัญ ดังนี้: การคาดเดา: ใช้ must be, can't be, sounds like (บทที่ 1) คำบุพบท: for, since แสดงเวลา (บทที่ 2) กริยาแสดงสถานะ: stative verbs (บทที่ 3) ลำดับคำคุณศัพท์: word order (บทที่ 4) การเปรียบเทียบ: comparatives with a little/a lot (บทที่ 5) Question tags: ประโยคคำถามสั้นต่อท้าย (บทที่ 6) การแสดงความเสียใจ: I'm sorry/I'm afraid (บทที่ 7) กาล Past Continuous & Past Simple: ใช้กับแผนที่ถูกขัดจังหวะ (บทที่ 8) เนื้อหาเน้นการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ฝึกทักษะการสื่อสาร และไวยากรณ์พื้นฐานที่สำคัญต่อการเรียนระดับสูงขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ภาษาอังกฤษ ม.3 เรียนเรื่องอะไรบ้าง? เนื้อหาหลักสูตรมีแกรมมาร์อะไรที่ต้องรู้บ้าง? ค้นหาข้อมูลสรุปบทเรียนภาษาอังกฤษชั้น ม.3 ที่นี่!

อืมมม...ภาษาอังกฤษ ม.3 นะเหรอ ตอนนั้นฉันเรียนที่โรงเรียนนนทบุรีวิทยาคม ปี 2558 จำได้ลางๆ ว่ามีเรื่องไวยากรณ์เยอะมาก แบบว่าเหนื่อยเลยอะ แต่ก็สนุกดีนะ อย่างเช่นเรื่อง Tense พวก Past Simple, Present Continuous อะไรพวกนี้ จำได้แม่นเลยว่าครูชอบให้เราแต่งประโยคเอง บางทีก็แอบงงๆ แต่ก็พยายามทำนะ ตอนนั้นสอบได้เกรด B+ ด้วยล่ะ ภูมิใจมาก!

ส่วนแกรมมาร์ที่ต้องรู้... โอ้โห เยอะแยะไปหมดเลย แต่ที่จำได้ขึ้นใจ คือเรื่องคำกริยาช่วย Must, Can, Could พวกนี้แหละ ใช้บ่อยมาก แล้วก็เรื่องคำเชื่อม For กับ Since ต่างกันยังไง ตอนนั้นงงมาก ต้องท่องจำเลย อีกอย่างคือคำคุณศัพท์ ลำดับการเรียง ก็สำคัญนะ แล้วก็เรื่องการเปรียบเทียบ กว่า น้อยกว่า อะไรพวกนี้ ต้องใช้คำให้ถูก ไม่งั้นโดนครูติแน่ๆ

เรื่องบทเรียน ฉันจำชื่อบทไม่ได้เป๊ะๆหรอกนะ แต่รู้สึกว่าจะเรียนเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันเยอะ จำได้ว่ามีบทเรียนเกี่ยวกับการขอโทษ การแสดงความเสียใจ อะไรแบบนี้ด้วยนะ มีบทเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวในอดีต ใช้ Past Continuous กับ Past Simple รวมๆแล้ว มันเป็นการต่อยอดจาก ม.2 แต่ยากขึ้น เนื้อหาแน่นขึ้น ต้องอ่านหนังสือเยอะมาก แบบว่าหนักสมองเลย

จำได้ว่าหนังสือเรียนหนาๆ เล่มนึง ราคาประมาณ 200-300 บาทมั้ง นานแล้ว จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่โดยรวมแล้ว ฉันว่าภาษาอังกฤษ ม.3 มันเป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีเลยนะ สำหรับการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ถึงจะเหนื่อยบ้าง แต่ก็คุ้มค่า แหละ

ม.3 ภาษาอังกฤษ คืออะไร

ม.3 ภาษาอังกฤษ? อุ๊ยตาย! นึกภาพเด็กม.3 หน้าตาเครียดๆ กุมขมับกับ present perfect continuous ไม่ไหวแล้ววว! มันคือสงครามภาษาอังกฤษครั้งใหญ่ ยิ่งกว่าสงครามโลกอีก!

  • ไวยากรณ์โคตรซับซ้อน: คิดว่าพวก conditional sentence ง่ายๆ? คิดผิดถ้วนถี่! เตรียมตัวเจอ passive voice กับ relative clause ที่ซ่อนตัวอยู่ในทุกประโยค เหมือนแมงมุมซ่อนอยู่ในห้องน้ำบ้านเรา!

  • การอ่านจับใจความ: ไม่ใช่แค่ skimming and scanning นะจ๊ะ! ต้องวิเคราะห์ ตีความ แปลความหมายซ่อนเร้น เหมือนไขปริศนาในหนังสือลึกลับ ปีนี้เจอเรื่องของ dystopian fiction ยากยิ่งกว่าปีไหนๆอีก! งานนี้ต้องใช้พลังสมองระดับ 1000%

  • การเขียนเรียงความ: จากเรียงความสั้นๆ กลายเป็นยาวเหยียด ต้องใช้ vocabulary ให้ถูกต้อง โครงสร้างแน่นปึ๊ก เหมือนสร้างปราสาททราย อย่าให้พายุ (ครูตรวจ) พัดพังล่ะ ปีนี้เน้นการเขียนแบบ argumentative essay โคตรท้าทายเลย

  • การพูดสนทนา: เตรียมตัวเจอสถานการณ์สมมุติสุดหิน อย่างการโทรขอโทษเพื่อนที่ทำโทรศัพท์พัง หรือขอวีซ่าไปอเมริกา ต้องพูดให้ชัด ใช้สำเนียงให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นอาจจะโดนปฏิเสธวีซ่า และโดนครูแอบด่าในใจได้

สรุปคือ หนักหน่วง เอาเรื่อง แต่ผ่านไปได้ก็เท่ เหมือนพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์! อย่าลืมท่องศัพท์ทุกวันนะ ไม่งั้นเตรียมตัวสอบตก! (ประสบการณ์ตรงจากรุ่นพี่ที่เคยติด F มาแล้ว #จริงจัง)

ม.3 ภาษาอังกฤษ คืออะไร

ม.3 ภาษาอังกฤษ คืออะไร? ง่ายๆ เลยคือการเรียนภาษาอังกฤษขั้นสูงขึ้นอีกระดับ เน้นความลึกซึ้งกว่าชั้นก่อนหน้า คิดเหมือนเป็นการต่อยอดความรู้ ไม่ใช่แค่จำศัพท์แล้วก็แปลคำ แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างประโยค การใช้ภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์

หลักสูตรนี้เน้นพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้านหลักๆ โดยเฉพาะการใช้ภาษาให้คล่องแคล่ว เช่น

  • การฟัง (Listening): ไม่ใช่แค่ฟังรู้เรื่อง แต่ต้องวิเคราะห์ แยกแยะรายละเอียด และเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ ปีนี้โรงเรียนผมเน้นการฟัง Podcast เกี่ยวกับประเด็นทางสังคม ซึ่งน่าสนใจมาก ช่วยพัฒนาทักษะการฟังไปอีกขั้น

  • การพูด (Speaking): ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การอภิปราย การนำเสนอ การพูดคุย ไม่ใช่แค่พูดได้ แต่ต้องพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเหตุผล และสื่อสารได้อย่างชัดเจน

  • การอ่าน (Reading): เน้นการอ่านจับใจความ การวิเคราะห์เนื้อหา และการตีความ ปีนี้มีการอ่านบทความวิชาการบ้างแล้ว ต้องคิดวิเคราะห์มากกว่าจำศัพท์

  • การเขียน (Writing): ไม่ใช่แค่เขียนประโยคสั้นๆ แต่ต้องเขียนเรียงความ เขียนจดหมาย หรือเขียนบทความสั้นๆ โดยต้องมีโครงสร้างที่สมบูรณ์ ใช้ภาษาที่ถูกต้อง และสื่อสารความคิดได้อย่างชัดเจน

ทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับมัธยมปลาย และชีวิตหลังเรียน เพราะภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ การทำงาน และการติดต่อสื่อสารในโลกปัจจุบัน มันเหมือนกุญแจไขประตูสู่โอกาสต่างๆ ยิ่งเราเข้าใจลึกซึ้ง ก็ยิ่งเปิดประตูได้กว้างขึ้น เปรียบได้กับการเรียนรู้ที่จะบิน ไม่ใช่แค่กระโดด