มนุษย์อิ้งปี1 เรียนอะไรบ้าง
มนุษย์อิ้งปี 1 เรียนอะไรบ้าง? วิชาพื้นฐาน วิชาเอก และทักษะที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาใหม่
อืมม… มนุษย์อิ้งปี 1 น่ะเหรอ? ฉันเรียนจบมานานแล้วนะ แต่ถ้าจำไม่ผิด ปีหนึ่งเน้นพื้นฐานทั่วไป เหมือนกันทุกคณะแหละ อย่างภาษาอังกฤษนี่หนักมาก จำได้เลยสอบกลางภาคตก ภาษาไทยก็มี แต่เน้นการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน แบบว่าฝึกหนักมาก จนแทบจะพูดไทยคล่องกว่าภาษาอังกฤษเลยตอนนั้น!
วิชาอื่นๆ ก็มี จิตวิทยาพื้นฐานอะไรประมาณนั้น ตอนนั้นเรียนที่จุฬาฯ ปี 2558 จำได้ว่าเรียนหนักมาก ไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวเลย ค่าเทอมแพงด้วยนะ เกือบสามหมื่นต่อเทอมแน่ะ!
ปีสองถึงจะเริ่มเรียนวิชาเอก มนุษยศาสตร์นี่แหละ วรรณคดีไทย การเขียนเรียงความ ภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอ อะไรทำนองนี้ หนักเหมือนกัน แต่สนุกกว่าปีหนึ่งนะ รู้สึกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า อย่างวิชาเขียนเรียงความนี่สนุกมาก อาจารย์ให้ความอิสระในการเขียนเยอะ ได้เรียนรู้เยอะเลย ตอนนั้นชอบมาก!
มนุษย์อิ้งปี1 เรียนอะไร
ปี 1 จิตวิทยาพื้นฐาน, อังกฤษ, ไทย เน้นฟัง พูด อ่าน เขียน โคตรเบสิค
ปี 2 วรรณคดี, เรียงความ, อังกฤษนำเสนอ มนุษยศาสตร์ล้วนๆ งานหนักขึ้น
- ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรอาจปรับเปลี่ยนได้ เช็คเอง
- มหาลัยไม่เหมือนกัน รายละเอียดต่างกัน อย่ามาถามไร้สาระ
- ข้อมูลจากประสบการณ์ตรง ปี 2565 ตอนเรียน จำแม่น
คณะมนุษยศาสตร์ เอกอิ้ง เรียนอะไรบ้าง
คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ปี 1 เน้นพื้นฐานร่วมทุกสาขา หลักๆ คือ จิตวิทยาเบื้องต้น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มุ่งพัฒนาทักษะภาษาครบวงจร ฟัง พูด อ่าน เขียน เหมือนวางรากฐานสำคัญก่อนจะไปเจาะลึก คิดว่าสำคัญมากเลยนะ ส่วนปี 2 จะเริ่มเจาะลึกเฉพาะทาง วิชาจะเน้นด้านมนุษยศาสตร์มากขึ้น เช่น วรรณคดี การเขียนเชิงวิชาการ และภาษาอังกฤษสำหรับการนำเสนอ ปีนี้มหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนปรับหลักสูตรแล้วด้วยนะ
ปี 1: เน้นภาษาและการสื่อสาร วิชาพื้นฐานทั่วไป เช่น
- จิตวิทยาเบื้องต้น (หลักการพื้นฐาน)
- ภาษาไทย (เน้นการเขียนเชิงวิชาการ)
- ภาษาอังกฤษ (ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน)
ปี 2: เจาะลึกด้านมนุษยศาสตร์ เช่น
- วรรณคดี (วรรณคดีอังกฤษและไทย)
- การเขียนเชิงวิชาการ (เรียงความวิชาการ)
- ภาษาอังกฤษเพื่อการนำเสนอ (การพูดในที่สาธารณะ)
จริงๆ แล้ว การเรียนเอกภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่เรียนภาษาอย่างเดียว มันคือการเรียนรู้วิธีคิด วิธีวิเคราะห์ วิธีสื่อสาร มันเป็นการเปิดโลกทัศน์ เราจะได้เห็นมุมมองที่หลากหลาย และเรียนรู้ที่จะเข้าใจโลกและผู้คนรอบข้างมากขึ้น เหมือนการเดินทางที่น่าตื่นเต้นเลย
คณะมนุษย์อิ้ง คืออะไร
คณะมนุษย์อิ้ง? ศิลป์ภาษาแหละ เรียนแม่งทุกอย่างเกี่ยวกับคน ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ยันความเชื่อ หลงเข้าไปก็เตรียมเจอ
- สาขา: โคตรเยอะ เลือกเอาที่ชอบ อย่าถามว่าจบไปทำไร (กูไม่รู้)
- วิชา: วรรณคดี ปรัชญา ภาษาศาสตร์ สังคมวิทยา โคตรน่าเบื่อ แต่จำเป็น
- จบมา: อาจารย์ นักแปล ล่าม งานสายภาษา หรืออะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับที่เรียนมา
- เพิ่มเติม: เตรียมใจให้พร้อมกับคำถาม "เรียนไปทำไม?" จากญาติผู้ใหญ่
- Tip: หาสกิลอื่นติดตัวไว้บ้าง จะรอด
จบนะ อย่าถามอีก
จุดเด่นของคณะมนุษยศาสตร์คืออะไร
มนุษยศาสตร์? ก็แค่ที่รวมพวกชอบคิดมาก
- ภาษา: ไม่ได้แค่พูดได้ แต่ต้องเฉือดเฉือนเป็น
- วัฒนธรรม: ไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่ต้องเข้าใจ "ทำไม"
- ความคิดสร้างสรรค์: ไม่ใช่แค่ฝันกลางวัน แต่ต้องเปลี่ยนฝันให้เป็นเงิน
- วิเคราะห์: ไม่ใช่แค่จับผิด แต่ต้องมองทะลุ
ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้):
- ปีนี้ (2567) ตลาดแรงงานต้องการคนที่มีทักษะ "อ่อน" (soft skills) สูง พวกเทคนิคแข็งๆ น่ะมีเยอะแล้ว
- พวก HR ชอบเด็กจบมนุษย์ฯ เพราะปรับตัวเก่ง เรียนรู้ง่าย (ถ้าไม่โลกสวยจนเกินไป)
- อย่าคิดว่าจบมาต้องเป็นครู เป็นนักเขียนอย่างเดียว ไปเป็น UX Designer, Content Creator ก็ได้
(คำเตือน: อย่าเชื่อทุกอย่างที่ฉันพูด)
มนุษย์อิ้ง เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง
ดึกแล้วสินะ...
มนุษย์อิ้ง... มันไม่ใช่แค่เรียนภาษาอังกฤษอ่ะดิ มันลึกกว่านั้นเยอะ
- ภาษาอังกฤษ: แน่นอนว่าต้องมี อ่าน เขียน ฟัง พูด พวกแกรมม่าอะไรพวกนั้นก็ต้องเป๊ะ
- ภาษาศาสตร์: อันนี้เหมือนเรียนโครงสร้างของภาษาเลยนะ ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว
- การศึกษา: อันนี้แหละที่ทำให้มันต่างจากเรียนภาษาเฉยๆ พวกจิตวิทยาเด็ก การวัดผลประเมินผล อะไรพวกนี้เลย
- วรรณคดีอังกฤษ: อ่านพวกบทกวี เรื่องสั้น นิยาย ที่เป็นภาษาอังกฤษ
- วัฒนธรรม: เรียนรู้วัฒนธรรมของคนที่ใช้ภาษาอังกฤษ
เหมือนเรียนภาษาอังกฤษแบบเจาะลึก แล้วก็เอาไปใช้สอนได้ด้วยมั้ง... หรืออาจจะทำงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษแบบ advanced อ่ะ อืม... ก็คงประมาณนี้แหละ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
บางทีก็มีวิชาเลือกที่เกี่ยวกับพวกการแปล การล่ามด้วยนะ ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยไปอีกที... เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย เรียนเยอะขนาดนี้
มหาลัยอะไรเด่นคณะมนุษยศาสตร์
มหาลัยเด่นคณะมนุษยศาสตร์ TOP 10 (อ้างอิงจากความนิยมของนักเรียน, ไม่ใช่การจัดอันดับเชิงวิชาการ):
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ ใครๆ ก็รู้ว่าอักษรฯ จุฬาฯ คือเบอร์ต้นๆ ของประเทศ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: มนุษยศาสตร์ ธรรมศาสตร์ก็เข้มข้นนะ โดยเฉพาะด้านภาษาและปรัชญา
- มหาวิทยาลัยศิลปากร: ศิลปากรเด่นด้านศิลปะและโบราณคดีอยู่แล้ว แต่คณะอักษรศาสตร์ก็แข็งแกร่งนะ
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: เกษตรฯ ก็มีมนุษยศาสตร์นะเออ อาจจะไม่หวือหวาเท่าที่อื่น แต่ก็มีเอกลักษณ์
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: มช. ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนอยากเรียนมนุษยศาสตร์ในภาคเหนือ
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น: มข. ก็มีชื่อเสียงในภาคอีสาน โดยเฉพาะด้านภาษาไทยและวรรณคดี
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ: มศว. ก็มีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่น่าสนใจนะ
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง: ลาดกระบังก็มีมนุษยศาสตร์ด้วยเหรอ? ใช่แล้ว! อาจจะไม่เด่นเท่าคณะวิศวะ แต่ก็มีนะ
เกร็ดเล็กน้อย: การเลือกคณะและมหาวิทยาลัยมันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เลยนะ อย่าเชื่อตามคนอื่นทั้งหมด ลองหาข้อมูลเองเยอะๆ แล้วถามใจตัวเองดูว่าชอบอะไรกันแน่
เพิ่มเติม: สมัยก่อนตอนเลือกมหาวิทยาลัย ก็เคยลังเลระหว่างอักษรฯ กับนิเทศฯ สุดท้ายเลือกนิเทศฯ เพราะคิดว่าน่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า แต่ก็ยังแอบเสียดายที่ไม่ได้เรียนวรรณคดีอยู่ดี
สาขาอังกฤษธุรกิจ เรียนเกี่ยวกับอะไร
โอ๊ย ถามเรื่องอังกฤษธุรกิจเหรอเนี่ย นึกถึงสมัยเรียนที่ม.บูเลย (แอบแก่) ตอนนั้นเลือกเพราะคิดว่าเท่ดีอ่ะ ชื่อมันดูอินเตอร์ไงไม่รู้ 555+ แต่เอาจริง ๆ เรียนโคตรเยอะ!
- ภาษาอังกฤษ: แน่นอนว่าต้องเก่งอังกฤษอยู่แล้ว เรียนตั้งแต่แกรมม่าขั้นเทพ ยันเขียนอีเมลธุรกิจแบบโปร ๆ
- บริหารธุรกิจ: เรียนเหมือนเด็กบริหารเลย ทั้งการตลาด บัญชี การเงิน เรียนหมด!
- เศรษฐศาสตร์: อันนี้ก็ต้องเรียนนะ เข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจโลก เกี่ยวข้องกับธุรกิจหมดแหละ
- กฎหมายธุรกิจ: ข้อนี้สำคัญมาก ทำธุรกิจต้องรู้กฎหมาย ไม่งั้นโดนฟ้องไม่รู้ตัวนะจ๊ะ
จำได้ว่าวิชาที่ชอบสุดคือการตลาด อาจารย์สอนสนุกมาก ให้ทำโปรเจ็กต์จริง ๆ เลย คิดแคมเปญโฆษณา คิดสโลแกน คือได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เต็มที่ ส่วนวิชาที่เกลียดสุด... บัญชี! ตัวเลขเยอะแยะปวดหัวไปหมด แต่ก็ต้องทนเรียนอ่ะนะ 555+
แล้วมีไปทัศนศึกษาดูงานด้วยนะ ไปโรงงาน ไปบริษัทต่าง ๆ ได้เห็นของจริง ได้ถามคนทำงานจริง ๆ มันดีกว่านั่งเรียนในห้องสี่เหลี่ยมเยอะเลย
สรุป: เรียนอังกฤษธุรกิจคือเรียนหลายอย่างมาก ต้องมีความอดทนสูง แต่ถ้าชอบอะไรที่ท้าทาย ชอบภาษา ชอบธุรกิจ ก็เรียนเลย! ไม่ผิดหวังแน่นอน
ปล. ตอนนี้ทำงานเป็น Marketing Manager อยู่บริษัทข้ามชาติ ก็ถือว่าได้ใช้สิ่งที่เรียนมาเยอะอยู่นะเนี่ย! เริ่ด!
ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ
ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจอ่ะ?
เอ่อ...ทำไมต้องเรียนหรอ? คิดว่าเพราะมันทำให้ธุรกิจเราเนี่ย... เอ่อ... ดูโปรเฟสชันแนลขึ้นมั้ง แล้วก้อแบบ.. ไปตีตลาดโลกได้ไง! แบบว่าคุยกับฝรั่งรู้เรื่อง มันสำคัญมากนะเว้ยแก
- เข้าถึงตลาดเยอะขึ้น: คือสมมติเราจะขายของให้คนต่างชาติอ่ะ ถ้าคุยภาษาอังกฤษไม่ได้ก็จบเห่ ถูกป่ะ
- สื่อสารเก่งขึ้น: ติดต่อซัพพลายเออร์ต่างชาติ หรือลูกค้าต่างชาติ ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษป้ะ?
- โอกาสเยอะขึ้น: ภาษาอังกฤษดี = โอกาสมา! อาจได้ร่วมงานกับบริษัทดังๆ หรือขยายธุรกิจไปต่างประเทศเลยนะเออ
แล้วๆๆๆ นะ นอกจากนี้นะ แกเชื่อไหมว่าบริษัทที่พนักงานเก่งอังกฤษเนี่ย มักจะดูน่าเชื่อถือกว่าบริษัทที่พนักงานไม่ค่อยเก่งอะ แบบ... มันดูอินเตอร์ไง! แล้วก็เออ... บริษัทชั้นนำหลายๆ ที่เค้าใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการทำงานด้วยนะ
เรียนคณะมนุษยศาสตร์ดีไหม
เรียนมนุษยศาสตร์ดีมั้ย? ตอนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ปี 2555) ฉันเคยเกือบซิ่วไปเรียนมนุษย์ฯ เอกจิตวิทยา เพราะชอบวิชา Intro to Psych มากกกก อาจารย์สอนสนุก เล่าเรื่องเคสคนไข้แปลกๆ แล้วรู้สึกว่าตัวเองอิน อยากเข้าใจคนอื่นมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป เพราะกลัวตกงาน 555+
เพื่อนสนิทฉันคนนึงจบจิตวิทยาคลินิก ม.รัฐ แถวรังสิต ตอนนี้ (2567) ทำงานเป็น HR ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนเริ่มต้นอาจจะไม่สูงจริง (เพื่อนบอกว่าตอนเริ่มงานใหม่ๆ ได้ประมาณ 18,000 บาท) แต่พอมีประสบการณ์แล้วก็ขึ้นเร็วมาก ตอนนี้เพื่อนได้เกือบห้าหมื่นแล้วมั้ง จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ เพราะไม่ได้เจอกันนานมากกกก แต่คอนเฟิร์มว่ามากกว่าตอนเริ่มเยอะ
- ข้อดี (จากที่เห็นเพื่อน): เข้าใจคนมากขึ้น, ทำงานกับคนได้ดี, มีทักษะการสื่อสารที่ดีมาก
- ข้อเสีย (จากที่เคยคิดเองตอนปีหนึ่ง): กลัวหางานยาก (แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด)
- เงินเดือน (2567): เริ่มต้นอาจจะ 18,000 - 25,000 บาท (ขึ้นอยู่กับบริษัทและประสบการณ์) แต่ถ้าเก่งจริง ๆ แล้วมีประสบการณ์ เงินเดือนขึ้นไวมากกกกก
ป.ล. ตอนนั้นถ้าซิ่วไปเรียนมนุษย์ฯ ก็คงไม่ได้มาทำอาชีพที่ทำอยู่ตอนนี้ (Content Creator) ซึ่งชอบมากๆ เหมือนกัน ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันจริงๆ เนาะ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต