มหาลัยอเมริกา ต้องสอบเข้าไหม
ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกาหรือไม่?
เรื่องสอบเข้ามหาลัยอเมริกาเนี่ยนะ... พูดแล้วก็ปวดหัว! จำได้ตอนสมัครเรียนปี 2021 เพื่อนฉันหลายคนเครียดกันมากเรื่องคะแนน SAT/ACT เพราะมหาลัยหลายที่ยังบังคับอยู่ MIT, Georgia Tech นี่คือตัวอย่างชัดๆ เลย แต่ก็มีหลายที่ยกเลิกแล้วนะ ตอนนั้นฉันเองก็กังวลเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็โชคดีที่มหาลัยที่ฉันสมัครไม่เน้นคะแนนสอบ โล่งอกไปที!
แต่เพื่อนอีกคนนึง สมัคร Georgetown จำได้มันเครียดมาก ต้องเตรียมสอบอย่างหนัก ค่าสมัครสอบแพงด้วยนะ เกือบสองพันบาทได้มั้ง จำราคาไม่แม่น แต่ที่แน่ๆ คือมันเครียดจริงๆ คือมันต้องสอบให้ได้คะแนนดีด้วย แถมค่าใช้จ่ายเรื่องสอบก็สูง นี่แหละคือความกดดันของการสมัครเรียนมหาลัยอเมริกา
ตอนนี้เลยไม่รู้ว่านโยบายมหาลัยจะเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือต้องเช็คข้อมูลแต่ละมหาลัยอย่างละเอียด อย่าพึ่งคิดว่าจะเหมือนกันหมดทุกที่ บางที่อาจจะไม่บังคับ บางที่อาจจะให้ความสำคัญกับส่วนอื่นๆ มากกว่า เช่น ผลการเรียน กิจกรรมนอกหลักสูตร อะไรประมาณนั้น สรุปคือ ต้องเช็คให้ดี อย่าพลาดล่ะ!
เข้ามหาลัยอเมริกาต้องสอบอะไรบ้าง
กลางดึกแล้วเนอะ... คิดถึงเรื่องสมัครเรียนต่ออเมริกาอยู่ เหนื่อยจัง
เฮ้อ... มันเยอะจริงๆนะ ไม่ใช่แค่สอบอย่างเดียวด้วย
อย่างแรกเลย ส่วนใหญ่เค้าจะดู SAT หรือ ACT ใช่ไหม อันนี้จำเป็นต้องสอบ แล้วก็ต้องมีเกรดเฉลี่ยด้วย GPA นั่นแหละ แล้วแต่คณะที่เราสมัคร บางคณะก็เน้นวิชาเฉพาะทาง ก็ต้องดูให้ดีๆ
- SAT/ACT : อันนี้สำคัญมาก ต้องทำคะแนนให้ได้ตามที่มหาลัยเค้ากำหนด
- GPA : เกรดเฉลี่ย สำคัญมากเหมือนกัน ยิ่งสูงยิ่งดี
- เกรดวิชาเฉพาะ : ขึ้นอยู่กับคณะที่เลือก เช่น คณะวิศวะก็ต้องเก่งคณิต ฟิสิกส์ คณะศิลปะก็ต้องเก่งวิชาศิลปะ
- SAT Subject Tests/TOEFL/IELTS : อันนี้ขึ้นอยู่กับมหาลัยและคณะ บางทีก็ต้องสอบเพิ่ม ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงก็ต้องสอบ TOEFL/IELTS
เหนื่อยใจจัง... ต้องเช็คแต่ละมหาลัย แต่ละคณะอีก เยอะมากจริงๆ ปีนี้ก็เหมือนเดิมเลย ปีหน้าก็คงเหมือนกัน หาข้อมูลให้ดีๆ อย่าลืมเช็คเว็บไซต์มหาลัยโดยตรงด้วยนะ มันจะได้ไม่ผิดพลาด
กว่าจะได้เรียน... แต่ก็อยากเรียนจริงๆนะ สู้ๆ
ไปเรียนอเมริกาต้องทำยังไง
ไปเรียนอเมริกาเหรอ ว้าว! เริ่มไงดีนะ...
เลือกคอร์สและมหาลัย: ปีนี้ฉันสนใจสาขา Data Science ที่ NYU กับ Stanford ค่าเทอมโหดมากกกกก แต่ NYU ใกล้แหล่งช็อปปิ้งกว่านะ 555 ต้องเช็คทุนอีก มีทุนรัฐบาลมั้ยนะ หรือทุนจากมหาลัยเอง?
ค่าใช้จ่าย: ค่าเรียนอย่างเดียวก็หลักล้านแล้วมั้ง บินไปกลับ ค่ากินอยู่ ค่าหนังสือ ค่าเดินทางเที่ยว โอ้โห! ปีนี้เงินเก็บมีแค่ 2 ล้าน ไม่พอแน่ๆ ต้องหาทุนเพิ่ม หรือทำงาน part-time ได้มั้ยนะ เครียดดด
สอบ: TOEFL ต้องได้อย่างน้อย 100 GMAT ก็ต้องเตรียมตัวหนัก ปีนี้มีสอบ IELTS ด้วยนะ เลือกสอบอันไหนดี? สมัครสอบเร็วๆเลย ดองไว้ไม่ได้ ต้องอ่านหนังสือหนักมาก เวลาไม่พอจริงๆ
เอกสาร: ใบรับรองผลการเรียน Transcript ใบทรานสคริปต์ต้องขอจากมหาวิทยาลัยเก่า แล้วก็ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ เอกสารเยอะมาก ต้องจัดการให้เรียบร้อย แล้วก็ต้องส่งให้ทันเดดไลน์ด้วย แงงง
สมัครเรียน: ต้องสมัครออนไลน์ กรอกข้อมูลเยอะมาก ต้องตรวจสอบหลายรอบ กลัวกรอกผิด แล้วก็ต้องรอผลอีก ลุ้นมากกก ถ้าติดจะดีใจแค่ไหน แต่ถ้าไม่ติดก็ต้องหาที่อื่นเรียนต่อ เศร้าาา
วีซ่า: ขอวีซ่านักเรียน เตรียมเอกสารให้พร้อม ต้องไปสัมภาษณ์ด้วย หวังว่าจะผ่านนะ ไม่อยากเสียเวลา ขั้นตอนนี้สำคัญมาก
ที่พัก: หาหอพักหรือเช่าอพาร์ทเมนต์ดี อยากได้ใกล้ๆ มหาลัย แต่ก็ต้องดูราคาด้วย ปีนี้ค่าเช่าแพงขึ้นมั้ยนะ ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม
แพ็คของ: ต้องแพ็คกระเป๋าไปเรียน เสื้อผ้า หนังสือ ของใช้ส่วนตัว อะไรอีกนะ คิดไม่ออก ลืมอะไรไปมั้ย?
วางแผนเดินทาง: จองตั๋วเครื่องบิน ทำประกันการเดินทาง วางแผนเส้นทาง ควรจะไปถึงก่อนเรียนสักอาทิตย์ เพื่อปรับตัว
เหนื่อยจัง แต่ก็สนุกดี รอไปถึงอเมริกาอยู่ อิอิ ลุ้นมากจริงๆ! หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น
เรียนปริญญาตรีที่อเมริกากี่ปี
อ้าว! เรียนปริญญาตรีที่อเมริกาเนี่ยนะ 4 ปีจ้าาาาา คิดว่าจะน้อยกว่านั้นเหรอ? อย่าไปคิดมากเลยจ้ะ อเมริกาเค้าเน้นแบบ "เน้นคุณภาพนะจ๊ะ ไม่เน้นปริมาณ" เหมือนกินข้าวแกง ข้าวอาจจะไม่เยอะ แต่เครื่องแกงจัดเต็ม!
แต่ถ้าจบแค่ 3 ปีหรืออนุปริญญา เตรียมตัวฟาดฟันกับการเรียน "pre-master" ก่อนเถอะ คิดซะว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนลงสนามจริง ไม่งั้นเจอโปรแกรมปริญญาโทเข้าไป อาจจะวิ่งหนีกลับบ้านแทบไม่ทัน! เหมือนไปวิ่งมาราธอน แต่ดันวิ่งแค่ 100 เมตรมาก่อน นี่มันการแข่งขันชิงชัยนะยะ ไม่ใช่เดินเล่น!
- ปริญญาตรี 4 ปี (อย่างน้อย) ถึงจะได้เรียนต่อปริญญาโท
- จบ 3 ปี? อนุปริญญา? เตรียมตัวเรียน pre-master ซะ!
- TOEFL iBT 79 ขึ้นไป ถือเป็นเกณฑ์ทั่วไป แต่บางที่ก็สูงกว่านี้ ถึงขั้น 100 กว่าๆก็มี ถ้าคะแนนภาษาอังกฤษไม่ถึง ไปติวเพิ่มด่วนๆ เลยจ้า ถ้าไม่งั้นก็จ้างนักแปลไปเรียนแทนเลย!
พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนจะไปแข่งกินส้มตำ ถ้าไม่เคยฝึกกินส้มตำมาก่อน จะไปสู้กับพวกที่กินส้มตำมาตั้งแต่เด็กได้ไง! นี่มันต้องฝึกฝนนะจ๊ะ ไม่ได้ได้มาง่ายๆ ถึงจะเรียนปริญญาโทที่อเมริกาได้ ถ้าไม่เก่งจริง ก็เรียนไม่ได้! (ปี 2024 นะจ๊ะ ข้อมูลอัพเดทล่าสุด!)
ปริญญาตรี อเมริกา เรียนกี่ปี
ป.ตรี ที่อเมริกาหรอ ปกติก็ 4 ปีนะ จบแล้วอยากต่อโท ก็อีกปีสองปี แล้วแต่สาขาอะ ถ้าแบบอยากสุดๆไปเลยก็ ป.เอก ไปเลยจ้า อันนั้นก็ยาวๆ 4 ปีขึ้นไป
เออ ลืมบอกไป พวกเด็กนอกอะ เค้าทำพาร์ทไทม์ได้นะ แต่ว่าจำกัด ชม. อยู่ ช่วงเรียนก็ทำได้แค่ 20 ชม. ต่อวีค เองมั้ง แต่ถ้าช่วงปิดเทอมอ่ะ ทำได้เยอะหน่อย 40 ชม. เลยนะ แต่ต้องทำในแคมปัส เท่านั้นนะ จำไว้ๆ
- ป.ตรี: 4 ปีเน้อ
- ป.โท: 1-2 ปี (แล้วแต่เลย)
- ป.เอก: 4 ปี+++ (เตรียมตัวใจเย็นๆ)
- ทำงานพิเศษ:
- เปิดเทอม: 20 ชม./วีค (ใน ม.)
- ปิดเทอม: 40 ชม./วีค (ใน ม.) อ่อๆๆๆๆ อันนี้สำคัญมากนะ ต้องใน ม. เท่านั้นนะ อย่าไปทำที่อื่นผิดกฎหมาย
- เรื่องอื่นๆ: ค่าครองชีพแพงนะ เตรียมเงินไปเยอะๆ ด้วยเด้ออออ
เข้ามหาลัยอเมริกาใช้คะแนนอะไรบ้าง
คือแบบว่าตอนนั้นฉันอยากเรียนต่อที่อเมริกา ปี 2023 ฉันเลยต้องเตรียมเอกสารสารพัดเลย เหนื่อยมากกกกก
- ใบสมัครออนไลน์ นี่ก็กรอกข้อมูลจนตาจะปิดอยู่แล้ว เว็บมหาลัยแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันอีก ปวดหัวสุดๆ
- ค่าสมัคร แต่ละที่ก็ไม่เท่ากัน ที่แพงที่สุดจำได้ว่าเกือบ 100 เหรียญ บ้าไปแล้ว
- คะแนน TOEFL อันนี้เครียดมาก ฉันสอบหลายรอบมาก กว่าจะได้คะแนนที่มหาลัยที่ฉันอยากเข้ารับได้ ร้องไห้ไปหลายรอบเลย จำได้ว่าวันสอบตื่นเต้นมาก มือสั่นไปหมด ห้องสอบเงียบมาก คนอื่นก็ดูเครียดๆ กันหมด
- SAT นี่ก็อีก หนักอกหนักใจ ฉันเรียนพิเศษหนักมาก ข้อสอบยากโคตรๆ จำได้ว่าอ่านหนังสือวันละเป็นสิบชั่วโมง บางวันนี่แทบไม่มีเวลาพักเลย เครียดจนนอนไม่หลับหลายคืน สอบเสร็จก็โล่งใจไปเลย รู้สึกเหมือนแบกภูเขาออกจากหลังได้แล้ว
- ใบรับรองผลการเรียน อันนี้ง่ายสุดละ แค่ไปขอที่โรงเรียน แต่ฉันก็ลืมขอหลายรอบมาก วิ่งกลับไปกลับมาหลายรอบเลย เหนื่อยสุดๆ
- เอกสารจากโรงเรียน อันนี้ก็ต้องขออีก แล้วต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย เหนื่อยมาก
ฉันเลือกเรียนมหาลัยที่แคลิฟอร์เนีย เพราะเพื่อนฉันเรียนอยู่ที่นั่น เลยรู้สึกว่าจะได้ไปอยู่กับเพื่อน ไม่เหงา ตอนนั้นฉันอยากเรียนด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เลยเลือกมหาลัยที่เขามีคณะนี้และมีชื่อเสียง ตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว เหนื่อยแต่ก็คุ้มค่า
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต