รอบไหนไม่ใช้เกรด 66
เอาล่ะ มาว่ากันเรื่อง Admission รอบ 3 ที่เค้าว่ากันว่า "ไม่ใช้เกรด" เนี่ยนะ จริงดิ? ไม่ใช้จริง ๆ เหรอ? คือตอนแรกที่ได้ยินก็แอบคิดในใจเลยว่า "จริงอ่ะ? โลกนี้มีแบบนี้ด้วยเหรอ?" แต่พอศึกษาดูดี ๆ อ่ะ เออ... มันจริงแฮะ
รอบ 3 Admission ไม่ใช้เกรด 66 (ย้ำอีกที เผื่อใครยังไม่เชื่อ!)
-
เหมาะสำหรับ: คือเค้าบอกว่าทุกสายการเรียนเลยนะเว้ยแก ไม่ว่าเธอจะเด็กวิทย์ เด็กศิลป์ เด็กสายอาชีพ หรืออะไรก็ตามอ่ะ เค้าเปิดรับหมด! (แต่ก็ต้องดูคณะด้วยนะว่าเค้าเปิดรับสายเราจริง ๆ รึเปล่า อันนี้ต้องเช็คละเอียด ๆ อีกที)
-
เกณฑ์คัดเลือก: อันนี้แหละที่น่าสนใจ เค้าเน้นแฟ้มสะสมผลงาน! พวกกิจกรรมที่เคยทำ ความสามารถพิเศษต่าง ๆ แล้วก็การสอบสัมภาษณ์ อะ! นี่แหละตัวตัดสินเลย ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่อง GPAX หรือ O-NET ให้ปวดหัว (แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องตั้งใจเรียนนะ! แค่อย่าให้มันมาเป็นตัวฉุดรั้งโอกาสเราก็พอ)
-
โอกาส: รอบนี้เค้าว่ากันว่ามีที่นั่งเยอะที่สุด! คือถ้าผลการเรียนเราไม่ได้ปังปุริเย่ แต่เรามีของ! เรามีความสามารถ! เราทำกิจกรรมเยอะ! รอบนี้แหละคือที่ของเรา! (แต่ก็ต้องทำให้มันโดดเด่นจริง ๆ นะ ไม่ใช่ทำไปงั้น ๆ ให้มันมีในพอร์ตเฉย ๆ)
ข้อดีของรอบ 3 เนี่ยนะ...
-
ไม่เน้นเกรด: อันนี้คือข้อดีหลัก ๆ เลย! คือมันเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้เก่งวิชาการจ๋า ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพของตัวเองบ้าง (สมัยเรานะ ถ้ามีรอบนี้คงดี! ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่าทำไมเกรดไม่ดีพอ)
-
เน้นความสามารถ: อันนี้แหละคือสิ่งที่ทำให้รอบนี้มันพิเศษ! เพราะมันเปิดโอกาสให้เราได้โชว์ของ! ได้แสดงให้เค้าเห็นว่าเราไม่ได้มีดีแค่ในห้องเรียน (อย่างเราตอนนั้นนะ ถ้ามีรอบนี้ คงได้โชว์ฝีมือการทำอาหารให้กรรมการดูไปเลย!)
-
มีโควตารับเยอะ: อันนี้สำคัญ! เพราะมันเพิ่มโอกาสที่เราจะได้เข้าเรียนในคณะที่เราใฝ่ฝันไง! (แต่ก็ต้องทำการบ้านนะว่าคณะที่เราอยากเข้า เค้าเปิดรับในรอบนี้เยอะแค่ไหน จะได้วางแผนถูก)
สรุปง่าย ๆ เลยนะ รอบ 3 Admission ไม่ใช้เกรดเนี่ย มันคือ "โอกาสทอง" ของคนที่ไม่ได้มีดีแค่ผลการเรียน แต่มีความสามารถพิเศษ มีกิจกรรมที่ทำแล้วมันโดดเด่น และพร้อมที่จะโชว์ให้กรรมการเห็น! เพราะฉะนั้น ใครที่รู้ตัวว่าไม่ใช่สายเรียนเก่งจ๋า แต่มีความสามารถอื่น ๆ จงรีบคว้าโอกาสนี้ไว้! สู้ ๆ นะทุกคน!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต