สอนพิเศษ ภาษาอังกฤษ ยังไง
สอนพิเศษภาษาอังกฤษแบบไหนดีให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด? มีเคล็ดลับอะไรบ้าง?
เอาจริง ๆ นะ เรื่องสอนพิเศษอังกฤษให้ได้ผลดีที่สุดเนี่ย มันไม่มีสูตรสำเร็จเป๊ะ ๆ หรอก แต่จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับเด็ก ๆ มาหลายปี (และเคยเป็นเด็กที่เรียนพิเศษเหมือนกัน!) สิ่งสำคัญคือ "ใจ" ล้วน ๆ เลย
คือเราต้องสร้างบรรยากาศให้มันสนุก ผ่อนคลาย ไม่ใช่แบบมาถึงก็เครียดท่องแกรมม่า เพราะถ้าเด็กไม่ชอบ เขาก็ไม่เปิดใจเรียนรู้แล้วไง
เมื่อก่อนตอนเรียนพิเศษ เราเกลียดการท่องศัพท์มาก ครูชอบให้ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง เราเลยไม่จำอะไรเลย จำได้แต่ว่า "เบื่อ" สุด ๆ แต่พอเรามาสอนเอง เราเลยเน้นใช้เกม ใช้เพลง ใช้หนังเข้ามาช่วย มันทำให้เด็ก ๆ สนุกและจำศัพท์ได้เองแบบไม่รู้ตัวเลยนะเออ
แล้วก็ต้องปรับเนื้อหาให้มันเข้ากับเด็กแต่ละคนด้วย ไม่ใช่ยัดเยียดแต่สิ่งที่เขาไม่สนใจ อย่างเด็กบางคนชอบดูหนัง เราก็อาจจะเอาบทสนทนาในหนังมาสอน หรือถ้าเด็กชอบเล่นเกม เราก็อาจจะใช้ศัพท์ในเกมมาสอน มันจะทำให้เขารู้สึกว่า "เฮ้ย! นี่มันสิ่งที่ฉันชอบนี่นา" แล้วเขาก็จะตั้งใจเรียนขึ้นมาทันที
ที่สำคัญคือต้องให้กำลังใจเยอะ ๆ ชมเมื่อเขาทำได้ดี และให้คำแนะนำเมื่อเขาทำผิดพลาด อย่าไปดุไปว่าเขา เพราะมันจะทำให้เขาท้อแท้และหมดกำลังใจที่จะเรียนรู้ จำได้เลยว่าตอนเด็ก ๆ เราเคยตอบคำถามผิด แล้วครูดุเสียงดังมาก เราเสียใจมาก ๆ แล้วก็ไม่อยากตอบคำถามอีกเลยตั้งแต่นั้นมา
อ้อ! แล้วก็อย่าลืมให้เด็ก ๆ ฝึกพูด ฝึกเขียนเยอะ ๆ นะ ภาษาอังกฤษมันต้องใช้บ่อย ๆ ถึงจะคล่องแคล่ว ถ้าไม่ฝึกเลย ก็เหมือนไม่ได้เรียนอะไรเลย
เคล็ดลับอีกอย่างคือ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็ก ๆ เห็นด้วย ถ้าเราพูดภาษาอังกฤษเก่ง เขาก็จะอยากเก่งเหมือนเรา ถ้าเราตั้งใจสอน เขาก็จะตั้งใจเรียน
สรุปง่าย ๆ คือ สอนพิเศษอังกฤษให้ได้ผลดีที่สุด มันอยู่ที่ใจของเรา ความใส่ใจที่เรามีให้เด็ก ๆ และความพยายามที่เราจะทำให้เขาสนุกกับการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ "สอน" แต่คือ "สร้างแรงบันดาลใจ" ให้เขาอยากเก่งภาษาอังกฤษด้วยตัวเองต่างหาก!
ติวเตอร์เขียนยังไง
ติวเตอร์เขียนยังไงเหรอ... มันเหมือนกับการผสมผสานศาสตร์และศิลป์นะ ว่าไปแล้วก็เหมือนกับการปรุงยาให้ถูกโรค
ติวเตอร์ตัวต่อตัว: คือการ เจาะ ไปที่จุดอ่อนของแต่ละคน เหมือนหมอที่วินิจฉัยโรคเฉพาะราย ต้องใช้ใจเยอะ แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่าที่สุด ถ้าถามผมนะ นี่คือการสอนที่ personalize ที่สุดแล้ว แต่เหนื่อยจริง
สอนพิเศษกลุ่มเล็ก: เหมือน micro-management คือต้องคุมหลายคนให้ไปในทิศทางเดียวกัน ต้องมีทักษะการสื่อสารสูง แต่ก็ประหยัดเวลาได้เยอะ เพราะสอนเนื้อหาเดียวกันให้หลายคนพร้อมกัน แต่ต้องระวังเรื่องความแตกต่างของพื้นฐานนักเรียน
สร้างคอร์สเรียนออนไลน์: นี่มันคือ passive income ในฝันชัดๆ แต่กว่าจะสร้างคอร์สที่ "ใช่" ได้ ต้องลงทุนทั้งเงิน เวลา และความรู้มหาศาลเลย แต่ถ้าปังขึ้นมา ชีวิตก็เปลี่ยน
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ตลาดติวเตอร์ออนไลน์ปี 2567 (2024) โตขึ้นเยอะนะ มีแพลตฟอร์มเกิดใหม่เพียบ แสดงว่าคนสนใจเรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น
- การเป็นติวเตอร์ที่ดีไม่ได้อยู่ที่ความรู้เยอะ แต่อยู่ที่ passion ในการสอนและความสามารถในการถ่ายทอดต่างหาก
- บางทีการเป็นติวเตอร์ก็เหมือนกับการ empower คนอื่นนะ ทำให้เขามีความรู้ความสามารถมากขึ้น และนำไปใช้ในชีวิตจริงได้
ครูสอนพิเศษ ภาษาอังกฤษคืออะไร
tutor (n.) ครูสอนพิเศษไง ที่รับจ้างมาสอนอ่ะ เออ หรือแบบครูที่ปรึกษาในมหาลัยก็เรียก tutor ได้มั้ง? หรือว่าไม่ใช่วะ ช่างเหอะ ครูพิเศษ อ่ะเข้าใจตรงกันนะ
(vi.) สอนพิเศษ นี่ไง ตรงตัวเป๊ะๆ ไม่ต้องคิดเยอะ เอ่อ แต่บางทีก็เหมือนกวดวิชาป่ะ? แต่กวดวิชามันจะแบบกลุ่มใหญ่ๆ รึเปล่า Tutor คือตัวต่อตัวมากกว่า? เริ่มงง
กวดวิชา อ่ะๆ แถมให้ เผื่อใครไม่รู้ (แต่ใครจะไม่รู้ฟระ) กวดวิชาก็คือแบบไปเรียนเพิ่มเติมนอกเวลาเรียนปกติไง ส่วนใหญ่ก็ติวสอบเข้า ม.1, ม.4, มหาลัย ไรงี้
ทำไมต้องมีครูสอนพิเศษ? เออ จริงๆ แล้วมันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรอวะ? ก็แล้วแต่คนป่ะ? บางคนเรียนในห้องไม่เข้าใจ ก็ต้องหาคนมาช่วยอธิบาย บางคนอยากเก่งกว่าเพื่อนก็เรียนเพิ่ม เอ่อ หรือบางทีพ่อแม่ก็อยากให้ลูกได้ดีไง
ครูสอนพิเศษสมัยนี้ แพงโคตร! ชั่วโมงนึงเป็นพันก็มีนะเว้ย! แต่ก็แล้วแต่ประสบการณ์ แล้วก็ความสามารถของครูด้วยแหละมั้ง ที่สำคัญคือเค้าสอนรู้เรื่องรึเปล่า บางคนเก่งอย่างเดียวแต่สอนไม่เป็นก็จบเห่
ข้อมูลเพิ่มเติม: เคยเห็นครูสอนพิเศษบางคนรับสอนออนไลน์ด้วยนะ สะดวกดี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลเท่าสอนตัวต่อตัวรึเปล่า แล้วเรื่องราคาล่ะ? ถูกกว่ามั้ย? ต้องลองไปสืบดู
สิ่งที่สำคัญที่สุด: คือต้องหาครูที่เข้ากับเราได้อ่ะ ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียว ต้องใจเย็น เข้าใจเรา แล้วก็สอนให้เราเข้าใจจริงๆ ไม่ใช่แค่ท่องจำ เออ แล้วก็อย่าลืมถามความเห็นลูกด้วยนะ ว่าเค้าอยากเรียนกับคนนี้รึเปล่า ไม่ใช่ยัดเยียดให้เค้า
แถมท้าย: นึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ อยากได้ครูสอนพิเศษเหมือนกัน แต่พ่อแม่บอกว่าแพง :( เลยต้องพยายามเรียนเอง ฮึดสู้!
โรงเรียนสอนพิเศษภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
โรงเรียนสอนพิเศษภาษาอังกฤษแถวบ้านที่ลูกเรียนอยู่ตอนนี้เหรอ? ชื่อ "English is Fun" อยู่ตรงข้ามตลาดสดเลย ตอนเย็นรถติดมากกกกกก
ตอนแรกว่าจะให้เรียน Kumon แต่ลูกไม่ชอบ บอกว่ายากไป (สงสัยแม่บังคับมากไปหน่อย) ที่ English is Fun ครูใจดี ลูกบอกเรียนแล้วสนุก ไม่เครียด
- ชื่อ: English is Fun
- สถานที่: ตรงข้ามตลาดสด (บอกชื่อตลาดไปก็กลัวจะรู้ว่าอยู่แถวไหน เอาเป็นว่าแถวๆ นนทบุรีละกัน)
- ความรู้สึก: ตอนแรกกังวล กลัวลูกไม่ชอบ แต่ตอนนี้แฮปปี้ดี ลูกไปเรียนเองได้ ไม่ต้องบังคับ
- ข้อมูลเพิ่มเติม: เมื่อก่อนลูกเรียน Kumon แต่ไม่เวิร์ค (บอกไปแล้วข้างบน) เลยลองเปลี่ยนมาที่นี่ดู ตอนนี้ก็โอเคเลย
ทำยังไงให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่ง?
ทำไงให้ลูกเก่งอังกิด? ????
- เริ่มเลย! ง่ายๆ อ่ะ เริ่มจาก เพลงเด็ก ก่อนมั้ย? ABC อ่ะ คลาสสิกดี ????
- แทรกอังกิดในชีวิตประจำวัน... ข้าวเช้า = breakfast! ง่ายป่ะ? ???? เออ แล้วถ้าใช้คำผิด อย่าเพิ่งแก้ ทันทีนะ! ให้เค้าพูดไปก่อน ค่อยๆ บอกทีหลังก็ได้มั้ง?
- พูด! กล้าๆ หน่อย ผิดก็ช่างมัน No worries! สำคัญคือ ฝึกบ่อยๆ ????️
- ฝึกคิดเป็นอังกิด... อันนี้ยากนะ แต่เริ่มจาก คำง่ายๆ ก่อนก็ได้ เช่น "I am happy" ????
- เกม! เกมช่วยได้เยอะเลยนะ เกมฝึกศัพท์ เกม puzzle อะไรก็ได้ที่มันเป็นอังกิดอ่ะ ????
- เสพสื่อเยอะๆ! การ์ตูนเพลงหนัง... เอาหมด! แต่เลือกที่มัน เหมาะกับวัย ด้วยนะ! ???? ตอนเด็กๆ ชอบดู Peppa Pig มากเลยอ่ะ!
- ไม่ท่องศัพท์! เน้น ประโยค ดีกว่า ประโยคเอาไปใช้ได้จริง! ????
- เออ แล้ว หาเพื่อน ให้ลูกด้วยนะ ที่พูดอังกิดได้อ่ะ จะได้ฝึกไปด้วยกัน! ????????????
เพิ่มข้อมูลนิดนึง ตอนนี้มี แอป สอนภาษาอังกฤษเยอะมากเลยนะ ลองหาดูดิ! มีแบบที่ interactive ด้วย น่าจะสนุกดี! แล้วก็... อย่ากดดัน ลูกมากนะ! ให้เค้าเรียนรู้แบบ มีความสุข ดีกว่าเนอะ! ❤️
เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง?
สายลมพัดผ่านใบไม้สีทองอร่าม แสงแดดอุ่นละมุน นี่คือฤดูใบไม้ร่วงที่บ้านฉัน ใกล้ๆ แม่น้ำเจ้าพระยา... อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟ และคิดถึงเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ...
Grammar-Translation: เหมือนการแกะรอยความลับของภาษา ค่อยๆ ถอดรหัสคำศัพท์ ไวยากรณ์ ช้าๆ แต่ได้อรรถรส... ฉันชอบวิธีนี้ มันเหมือนการเดินทางสำรวจโลกใหม่...
Direct Method: ตรงไปตรงมา กระชับ เหมือนการยิงปืนเป้าเดียวจอด... เรียนรู้ผ่านการสนทนา ภาษาพูดล้วนๆ... เร็ว เร้าใจ เหมือนการแข่งขัน...
Audio-Lingual: เสียงเพลงของภาษา การซึมซับผ่านการฟัง การพูดซ้ำ... เหมือนการเรียนรู้จากธรรมชาติ ที่เราค่อยๆ ซึมซับเอาไว้... ปีนี้ฉันได้ใช้เทคนิคนี้สอนนักเรียนชั้นมัธยมต้น ผลลัพธ์ดีเกินคาด!
Cognitive Code Learning: การเรียนรู้แบบเข้าใจ ลึกซึ้ง... เหมือนการไขปริศนา ค่อยๆ ค้นหาคำตอบ... ใช้ความคิด ใช้เหตุผล มันเหนื่อย แต่คุ้มค่า...
Individualized Instruction: การสอนแบบเฉพาะบุคคล เข้าใจความต้องการของแต่ละคน... เหมือนการวาดภาพบุคคล สวยงาม มีเอกลักษณ์... ฉันใช้เทคนิคนี้กับน้องชาย ผลลัพธ์เยี่ยม! เขาเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นเยอะเลย ปีนี้เขาสอบได้คะแนนดีด้วย
แสงเริ่มลาลับไปแล้ว ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง... วันนี้ฉันได้ทบทวนเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ และรู้สึกดีใจที่ได้แบ่งปันสิ่งเหล่านี้... มันเป็นความสุขเล็กๆ ที่ฉันเก็บไว้ในหัวใจ...
เทคนิคการสอนอ่านภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง?
โอ้โห! สอนอ่านภาษาอังกฤษให้เด็กๆเนี่ยนะ งานหนักกว่าปีนเขาเอเวอเรสต์อีก! แต่ไม่ต้องกลัว! พี่มีเทคนิคเด็ดๆมาฝาก รับรองเด็กๆอ่านคล่องปร๋อ แบบไม่ต้องง้อติวเตอร์แพงๆ (ประหยัดเงินไปซื้อขนมได้เยอะเลย!)
สร้างนิสัยรักการอ่านแบบสุดติ่ง! อย่าบังคับ! เปลี่ยนหนังสือให้เป็นของเล่น เลือกหนังสือภาพสีสันสดใส หรือหนังสือที่เกี่ยวกับฮีโร่ที่เด็กชอบ (สมัยพี่เด็กๆชอบอ่านหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับโดราเอมอนมากกกก) อ่านให้ฟังบ้าง แล้วค่อยๆกระตุ้นให้ลองอ่านเอง เหมือนล่อด้วยเหยื่อ แต่เหยื่อคือความสนุก!
ปูพื้นฐานด้วย Phonics (โฟนิกส์) อย่างเนียนๆ: อย่าคิดว่าเด็กๆจะเข้าใจเองนะ โฟนิกส์คือตัวช่วยสำคัญ สอนให้รู้จักเสียงของตัวอักษร และการผสมเสียง (จำได้ว่าตอนเรียน โฟนิกส์สนุกมาก เพราะได้ร้องเพลงด้วย!) ใช้เกมส์การ์ด หรือแอพพลิเคชั่นช่วยก็ได้ อย่าให้เหมือนเรียนวิชาหนักๆ ต้องสนุก!
จดบันทึก...แต่ไม่ใช่แบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์!: ไม่ต้องเน้นความเป็นระเบียบ ให้เด็กๆวาดรูป เขียนคำสำคัญ หรือแม้แต่ใช้สติ๊กเกอร์มาแปะๆก็ได้ แค่ให้เค้าจดจำเนื้อหาได้ แบบง่ายๆ สบายๆ
อ่านออกเสียง...แต่ต้องมีอารมณ์!: อย่าอ่านแบบหุ่นยนต์นะ! เน้นการแสดงอารมณ์ เปลี่ยนน้ำเสียงให้เข้ากับเนื้อหา พี่เคยลองใช้เสียงแบบผี เด็กๆชอบมากกกกกก (แต่ต้องดูจังหวะให้ดี ไม่งั้นเด็กตกใจ!)
ทบทวนความเข้าใจ...แต่ไม่ใช่การท่องจำ!: ถามคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับเนื้อหา เล่นเกมส์ถามตอบ หรือให้เด็กๆเล่าเรื่องราวที่อ่านไป แบบนี้จำได้นานกว่าการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง ลองดู!
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566):
- ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กมากมาย เช่น Starfall, Funbrain, ABCya! เลือกใช้ให้เหมาะกับระดับความรู้ของเด็กๆ
- การอ่านหนังสือร่วมกันกับผู้ปกครอง เป็นวิธีที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่น และกระตุ้นให้เด็กๆรักการอ่าน
- อย่าลืมชมเชยและให้กำลังใจเด็กๆ เมื่อพวกเขาพยายามอ่าน แม้จะยังอ่านไม่คล่อง ความมั่นใจคือกุญแจสำคัญ!
ใครคือผู้พัฒนาเทคนิค SQ3R?
ฟรานซิส พี. โรบินสัน น่ะเหรอ? เอ่อ... ตอนเรียนรามคำแหงปี 1 ตอนนั้น (ปี 2550 อ่ะ นานมาก) อาจารย์วิชาการอ่านเร็วอ่ะ สอนเทคนิคนี้แหละ SQ3R นี่แหละ จำได้แม่นเลย เพราะชื่อมันแปลกดี แล้วก็ต้องเอาไปใช้ทำรายงานด้วย (ปวดหัวเลยตอนนั้น)
- Francis P. Robinson: นักจิตวิทยาอเมริกัน (ปีนี้ก็คง...แก่มากแล้วมั้ง?)
- SQ3R: เทคนิคการอ่าน ( Survey, Question, Read, Recite, Review - คร่าวๆนะ)
- ปี 1946: ปีที่คิดค้น (เกิดก่อนพ่อฉันอีก!)
เทคนิคใดที่สามารถนำมาใช้ในการสรุปความทั้งจากการอ่านและการฟังได้ดี *
สายลมพัดโชยเย็นยะเยือก ใบไม้ร่วงหล่นลงบนพื้นถนนเปียกชื้น ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ช่างแสนเศร้า...แต่ก็สวยงามอย่างบอกไม่ถูก ฉันนั่งจิบกาแฟอุ่นๆ ในร้านคาเฟ่เล็กๆ ใกล้บ้าน แสงไฟสลัวๆ โรแมนติกเสียจริง
การฟัง: จดจ่อ! ไม่ใช่แค่ฟัง แต่ต้องดื่มด่ำกับมัน เหมือนดื่มไวน์ชั้นดี ซึมซับทุกคำพูด ทุกอารมณ์ ทุกจังหวะ แล้วค่อยๆ บ่มเพาะความเข้าใจ เหมือนเมล็ดพันธุ์งอกงาม
การอ่าน: เหมือนการเดินทางสำรวจโลกใบใหม่ ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ทำความเข้าใจ หยุดพักเมื่อเหนื่อย แล้วกลับมาอ่านต่อ หาความสัมพันธ์ เชื่อมโยงประเด็น เหมือนไขปริศนา สนุกดีออก
ฉันชอบวิธีการตั้งคำถามแบบ ใคร-ทำอะไร-ที่ไหน-เมื่อไร-อย่างไร มันช่วยให้เห็นภาพ เหมือนการสร้างภาพยนตร์เรื่องเล็กๆ ในหัว มีฉาก มีตัวละคร มีเหตุการณ์ มันช่วยให้จำได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ปีนี้ 2024 ฉันพยายามฝึกฝนอย่างจริงจัง วิธีการสรุปความสำคัญ ไม่ใช่แค่การจดบันทึก แต่เป็นการตีความ การสร้างความหมายใหม่ จากสิ่งที่ได้ฟังและได้อ่าน เหมือนการสร้างงานศิลปะชิ้นเอก จากเศษวัสดุธรรมดาๆ
- การเรียบเรียง: ต้องใช้ภาษาของตัวเอง อย่าลอกเลียนแบบ เหมือนแต่งกลอน ต้องมีจังหวะ มีสัมผัส มีอารมณ์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มันคือการสร้างสรรค์ ไม่ใช่การคัดลอก
แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดผ่านม่าน ฉันรู้สึกสงบ และพร้อมที่จะเขียนต่อ... โลกนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน ถ้าเรารู้จักมองหาความงาม และรู้จักใช้ใจในการรับรู้ เหมือนการฟังและการอ่าน ที่ต้องใช้ใจ ไม่ใช่แค่หูและตา
ทักษะการอ่าน มีอะไรบ้าง?
ทักษะการอ่าน? แค่ถอดรหัส.
- ถอดรหัสอักษร: พื้นฐาน. A B C สู่ความหมาย.
- จับใจความ:อะไร คือประเด็น. ไม่ใช่แค่ อะไร ในหน้ากระดาษ.
- วิเคราะห์: แยกส่วน. มองลึก. ทำไม ผู้เขียนถึงเขียนแบบนี้.
- ประเมิน: จริง? เท็จ? มีอคติไหม? เชื่อ หรือ ไม่เชื่อ.
- เชื่อมโยง: โยงเรื่องนี้กับเรื่องอื่น. โลกกว้างกว่าหนังสือ.
- สรุป: สั้น. ชัด. จบ. เหมือนลมหายใจ.
อ่านซ้ำ? ใช่. เหมือนคนตายแล้วฟื้น. มองเห็นมุมใหม่.
เขียนดีขึ้น? แน่นอน. ความคิดคมเหมือนดาบ.
ครูสอนพิเศษ ภาษาอังกฤษคืออะไร?
ครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษน่ะเหรอ? ฮ่าๆๆ ก็เหมือนหมอผีแต่แทนที่จะปราบผี ก็ปราบไวยากรณ์! เอาให้เด็กๆพูดอังกฤษได้คล่องปรื๋อ จนคุณแม่คุณพ่อถึงกับอ้าปากค้าง เหมือนเจอผีดุเลยล่ะ!
- ระดับเทพ: บางคนนี่เทพจริงๆ สอนเด็กประถมพูดภาษาอังกฤษได้คล่องกว่าผมอีก! ปีนี้เจอคนนึงสอนเด็กได้เก่งมากๆ วิธีสอนเขาไม่เหมือนใครจริงๆ ผมอึ้งไปเลย
- ระดับกลาง: ก็สอนได้ทั่วไป ไม่ถึงกับเทพแต่ก็ไม่แย่ เหมือนคนขับรถแท็กซี่ พาถึงที่หมายได้แต่ไม่หรูหราอะไรมาก
- ระดับต่ำกว่ามาตรฐาน: โอ้โห... เจอมาแล้วครับ แบบนี้ผมว่าไปขายก๋วยเตี๋ยวดีกว่า สอนภาษาอังกฤษแล้วเด็กพูดไม่ออก นี่มันบาปกรรมชัดๆ ปีนี้เจอเยอะมาก น่าจะเพราะค่าครูถูกเกินไป
พูดภาษาอังกฤษให้คล่องต้องหาครูสอนดีๆ ไม่งั้นได้แต่พูด "Hello, how are you?" ซ้ำๆ จนเบื่อ เหมือนนกแก้วพูดได้แต่คำเดิมๆ ไม่มีพัฒนาการ หาครูดีๆ ปีนี้ผมเลยจ้างครูสอนภาษาอังกฤษ ให้ลูกผมสักคน เอาแบบระดับเทพเลย ไม่งั้นไม่เอา
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต