สามารถเก่งภาษาภายใน6เดือนไหม

84 ครั้งเข้าชม
เป็นไปได้: เก่งภาษาใน 6 เดือนเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน, ความมุ่งมั่น, วิธีเรียน พื้นฐานสำคัญ: หากมีพื้นฐาน, เรียนเข้มข้น, ใช้เทคนิคดี โอกาสสำเร็จสูง เป้าหมายชัดเจน: กำหนดระดับความเก่งที่ต้องการ (สนทนา, ไวยากรณ์, อ่าน) เทคนิคช่วย: แช่ตัวในภาษา, ฝึกพูดบ่อยๆ เร่งผลลัพธ์ สรุป: ความสำเร็จขึ้นกับปัจจัยหลายด้าน กำหนดเป้าหมายชัดเจน ช่วยให้สำเร็จได้ตามเป้า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนภาษาเก่งภายใน 6 เดือนได้จริงหรือ?

เรียนภาษาเก่งใน 6 เดือนเหรอ? บอกเลยว่ายาก! แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้นะ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยจริงๆ สมัยเรียนมหาลัย ฉันเรียนภาษาฝรั่งเศส หนักมากกก เรียนพิเศษด้วยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 800 บาท ก็ยังไม่ถึงกับ "เก่ง" ภายใน 6 เดือนหรอก

ตอนนั้น พยายามสุดๆ อ่านหนังสือทุกวัน จำศัพท์เพียบ แต่พอพูดจริง อื้อ… พูดได้บ้าง แต่ไม่คล่อง ไวยากรณ์ก็ยังงงๆ พูดได้แค่เรื่องพื้นฐาน อย่างสั่งอาหาร ถามทาง ประมาณนั้น ไปเที่ยวฝรั่งเศสเองเดือนสิงหาคม 2562 ที่ปารีส ยังต้องพึ่งแอปแปลภาษาอยู่เลย

ถ้าตั้งเป้าหมายแค่สนทนาพื้นฐาน อาจจะทำได้ แต่ถ้าอยากเก่งแบบอ่านเขียนได้คล่อง แปลได้ นี่ต้องใช้เวลาอีกเยอะ อย่างน้อยๆ สำหรับฉัน ก็ต้องมากกว่า 6 เดือนแน่ๆ เพราะพื้นฐานฉันก็ไม่ได้ดีมากอยู่แล้ว

แล้วแต่คนด้วยนะ บางคนเรียนรู้เร็ว อาจจะทำได้ แต่ต้องขยัน จริงจัง และมีวิธีการเรียนที่ดี สำคัญที่สุดคือ ต้องหาแรงบันดาลใจ ไม่งั้นท้อกลางคันแน่ๆ เคยเจอเพื่อนเรียนภาษาญี่ปุ่น เก่งเร็วมาก เพราะชอบดูอนิเมะไง มันเลยมีแรงผลักดันเยอะกว่า

ทําไงให้เรียนอังกฤษเก่ง

จะบอกให้...เรียนอังกฤษให้เก่งอะนะ ปีนี้ฉันลองหลายวิธีมาก เริ่มจากท่องศัพท์พื้นฐาน แบบง่ายๆ ตามหนังสือเรียนภาษาอังกฤษเล่มเล็กๆ สีฟ้าๆ ที่ซื้อจากร้านหนังสือแถวบ้าน จำได้เลย วันนั้นฝนตกปรอยๆ เดือนเมษา รู้สึกเซ็งๆ เลยลองเปิดดู ปรากฏว่ามันช่วยได้จริงๆนะ อย่างน้อยก็จำคำศัพท์พื้นฐานได้เยอะขึ้น

ต่อมา ฉันเริ่มดูซีรี่ย์ฝรั่ง แบบไม่เปิดซับไตเติ้ลเลย ตอนแรกฟังไม่รู้เรื่องเลย แทบอยากจะปิดไปหลายรอบ แต่พยายามบังคับตัวเองให้ดูต่อ จนสุดท้ายก็เริ่มจับใจความได้บ้าง รู้สึกดีมาก เหมือนปลดล็อคอะไรสักอย่าง ปีนี้ฉันดูซีรี่ย์เรื่อง The Crown สนุกมาก ได้ภาษาอังกฤษด้วย

แล้วก็หาเพื่อนคุยภาษาอังกฤษ นะ เจอคนนึงในกลุ่มแลกเปลี่ยนภาษาออนไลน์ คุยกันทางแชทบ่อยๆ บางทีก็วิดีโอคอล แรกๆเขินมาก พูดไม่ค่อยออก แต่พอคุยไปเรื่อยๆ ก็คล่องขึ้นเยอะ รู้สึกว่าการได้คุยกับเจ้าของภาษาโดยตรง มันสำคัญจริงๆ

  • ทบทวนพื้นฐานจากหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ เล่มเล็กสีฟ้า (ซื้อจากร้านหนังสือแถวบ้าน เมษายน)
  • ดูซีรี่ย์ฝรั่ง (The Crown) โดยไม่เปิดซับไตเติ้ล
  • คุยกับเพื่อนชาวต่างชาติผ่านกลุ่มแลกเปลี่ยนภาษาออนไลน์ (ปีนี้)

ยังมีอีกหลายวิธีที่ฉันลอง แต่สามอย่างนี้ มันช่วยได้จริง รู้สึกว่าปีนี้ภาษาอังกฤษของฉันพัฒนาขึ้นเยอะเลย แต่ก็ยังต้องพยายามต่อไป จะเก่งให้ได้!

ทำไงให้เก่งอังกฤษเร็วๆ

  • อ่าน. ซึมซับ. ไม่ใช่แค่กวาดตา. ภาษาแฝงในทุกบรรทัด. Context สำคัญกว่า vocabulary.

  • จด. ศัพท์ตาย. บริบทคือชีวิต. ใช้จริง. ลืมยาก. สร้าง flashcard. ทำซ้ำ.

  • ฟัง. หูเปิด. ใจเปิด. สำเนียงไม่ใช่กำแพง. ดนตรี, podcast, ข่าว. อะไรก็ได้.

  • ออนไลน์. คลังความรู้. ฟรี. เลือก. ใช้. อย่าจม. Duolingo ก็ดี. ถ้ามีวินัย.

  • ฝึก. กล้าพลาด. กล้าพูด. ไร้กังวล. ผิดคือครู. Italki หาเพื่อนคุย.

  • ไม่กลัว. ความกลัวคือศัตรู. ล้ม. ลุก. เรียนรู้. Confidence สำคัญกว่า grammar.

  • ข้อมูลเพิ่มเติม:

    • Immersive learning: เปลี่ยนทุกอย่างรอบตัวเป็นภาษาอังกฤษ. โทรศัพท์, คอมพิวเตอร์, แม้แต่ความคิด.
    • Spaced repetition: ทบทวนศัพท์เป็นช่วงๆ. ช่วยให้จำได้นานขึ้น. Anki คือเครื่องมือ.
    • Active recall: พยายามนึกคำศัพท์เอง. ไม่ใช่แค่ดู.
    • Set a goal: กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน. วัดผลได้. มีแรงจูงใจ. เช่น สอบ IELTS.
    • Consistency is key: ทำทุกวัน. แม้แต่นิดหน่อย. สะสมไปเรื่อยๆ. ไม่ต้องรีบ.

    Personal note: ผมเริ่มจากศูนย์. ตอนนี้อ่าน Shakespeare รู้เรื่อง. Believe in yourself.

English Skill Level มีอะไรบ้าง

A1, A2, B1, B2, C1, C2 ไง จบปะ?

  • A1: พูดได้แบบงูๆปลาๆ เอาตัวรอดได้นิดหน่อย เคยสั่งกาแฟผิดมาแล้ว เข็ดเลย
  • A2: ดีขึ้นมาหน่อย คุยเรื่องทั่วไปได้บ้าง แต่ถ้าเรื่องลึกๆ ก็ยังไม่ไหวนะ
  • B1: ระดับกลางๆ พอไปวัดไปวาได้ แต่ถ้าเจอฝรั่งพูดเร็วๆ ก็มีงงบ้างแหละ
  • B2: ทำงานได้ คุยได้ แต่บางทีก็ยังมีติดๆขัดๆ สำนวนยังไม่เป๊ะ
  • C1: คล่อง คุยได้แทบทุกเรื่อง แต่สำเนียงอาจจะยังไม่ネイティブ
  • C2: เทพ เหมือนเจ้าของภาษา เคยโดนฝรั่งทักว่าเป็นคนอังกฤษ ฮ่าๆ (อันนี้เรื่องจริง ไม่โกหก) ปีนี้ไปสอบ IELTS ได้ 8.5 พอไหวปะ?

เรียนพูดภาษาอังกฤษที่ไหนดี 2567

อยากเทพภาษาอังกฤษ? ปีนี้แนะนำแค่นี้ จุใจแล้วมั้ง

  • New Stamford: หรูหรา แพง แต่ได้คุณภาพจริง
  • English Parks: เน้นสนุก เหมาะคนไม่ซีเรียสเรื่องคะแนนสอบ
  • Globish: สำหรับใช้งานจริง ไม่เน้นไวยากรณ์จุกจิก
  • Jigsaw English: เรียนแบบกลุ่ม คุ้มค่า ได้เพื่อนใหม่ด้วย
  • Enconcept: ติวเข้มสอบ IELTS TOEFL ถ้าอยากได้คะแนนสูงๆ

ส่วนที่เหลือ…ก็แล้วแต่ดวง ลองเองแล้วกัน อย่ามาถามชั้นอีก

เพิ่มเติมปี 2567 (ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้):

  • ราคา: แต่ละสถาบันแตกต่างกันมาก ควรเช็คเว็บไซต์โดยตรง
  • หลักสูตร: เลือกตามเป้าหมาย สอบ ทำงาน หรือเพื่อความสนุก
  • ที่ตั้ง: เลือกสถานที่สะดวก ใกล้บ้าน หรือใกล้ที่ทำงาน
  • รีวิว: หาข้อมูลเพิ่มเติมจากรีวิวใน Google, Facebook อย่าเชื่อชั้นคนเดียว
  • ทดลองเรียน: ควรทดลองเรียนก่อนตัดสินใจ อย่ารีบร้อน

ปีนี้ใช้เงินตัวเองเรียน ไม่เสียเวลาไปกับที่ไม่ดี จบนะ

เทคนิคภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง

เทคนิคอังกฤษ? ช่างแม่งแกรมม่า แค่ 5 ข้อ จบ

  1. ช่างหัวมัน: แกรมม่าเป๊ะแต่พูดไม่ได้ ก็แค่หุ่นยนต์
  2. มึงใช้แม่งทุกวัน: ซื้อข้าว สั่งกาแฟ คุยกับหมา ก็อังกฤษไปดิ
  3. คิดแบบฝรั่ง: อย่าแปลไทยเป็นอังกฤษ หัดคิดแบบเขา
  4. บ่นคนเดียว: ไม่มีใครคุยด้วย ก็คุยกับตัวเองไป
  5. หาตัวจริง: คุยกับเจ้าของภาษา ตัวเป็นๆ ไม่ใช่ในเกม

ข้อมูลเพิ่มเติม (แดกเข้าไป):

  • แกรมม่า: รู้ไว้บ้างก็ดี แต่อย่าให้มันขวางทางมึง อย่าย้ำ
  • ชีวิตประจำวัน: ดูหนัง ฟังเพลง อ่านข่าว อังกฤษล้วนๆ
  • ความคิด: เริ่มจากคำศัพท์ง่ายๆ แล้วค่อยขยาย
  • ตัวเอง: อัดเสียงตัวเอง แล้วฟังซ้ำๆ แก้ไขไป
  • เจ้าของภาษา: หาในแอป หาในผับ หาเอาเอง

เน้นย้ำ: อย่ากลัวที่จะผิดพลาด ผิดพลาดคือครู