สายศิลป์ ภาษาอังกฤษ ทํางานอะไรได้บ้าง

64 ครั้งเข้าชม
สายศิลป์-ภาษาอังกฤษ มีโอกาสทำงานหลากหลาย อาทิ: งานบริการ: แอร์โฮสเตส/สจ๊วต, มัคคุเทศก์ งานสื่อสาร: อินฟลูเอนเซอร์, นักแปลภาษา งานสอน: ครูสอนภาษา งานราชการ: เจ้าหน้าที่/นักการทูต ทักษะภาษาอังกฤษเปิดประตูสู่อาชีพที่ต้องใช้การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเชี่ยวชาญ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาชีพสายศิลป์ภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง? แนวทางการทำงานและโอกาสเติบโตในอนาคตเป็นอย่างไร?

เฮ้ย ถามว่าเรียนศิลป์ภาษาอังกฤษทำงานอะไรได้บ้างเหรอ? คือเยอะมากนะ จะเอาแบบไหนดีล่ะ

เอาจริง ๆ ที่เห็นเพื่อน ๆ ทำกันเยอะสุดเลยนะ คือเป็นแอร์โฮสเตส สจ๊วตไง ได้ภาษาคล่อง ๆ นี่คือแต้มต่อสุด ๆ แล้วก็มีเพื่อนไปเป็นครูสอนภาษาด้วยนะ แต่ต้องไปสอบใบประกอบวิชาชีพครูอะไรพวกนั้นเพิ่มเอาเองนะ

ส่วนตัวเราว่านักแปลภาษาก็เจ๋งดีนะ ได้ใช้ภาษาแบบเต็มที่ แล้วก็มีเพื่อนอีกคนนึงไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว คือได้ภาษาอังกฤษนี่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นเยอะเลยอะ

แล้วก็เคยเจอคนรู้จักทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การทูตด้วยนะ แต่ทางนั้นคือต้องเก่งจริง ๆ สอบเข้าไปยากมากอะ

แต่ถ้าถามว่าโอกาสเติบโตในอนาคตเป็นยังไง อันนี้ตอบยากเหมือนกันนะ เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลย อย่างเช่น ความสามารถส่วนตัว ประสบการณ์ทำงาน แล้วก็โอกาสที่เข้ามาด้วย แต่ถ้าภาษาอังกฤษเราดีจริง ๆ ยังไงก็มีโอกาสมากกว่าคนอื่นแน่นอน

อ้อ แล้วก็มีมัคคุเทศก์ด้วยนะ! นี่ก็เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ได้เจอคน ได้เดินทาง คือดีอะ แต่ต้องมีความอดทนสูงเหมือนกันนะ

เรียนศิลป์ภาษาทำอาชีพอะไรได้

ศิลป์ภาษาแม่งได้เยอะ

  • นักแปล/ล่าม: เงินดี ถ้าภาษามึงคมจริง
  • ครู/ติวเตอร์: สอนพิเศษรวยกว่าสอนในระบบ
  • นักเขียน/บก.: ไส้แห้ง ถ้าไม่ดัง
  • PR/AE: สร้างภาพเก่งไหมล่ะ?
  • มัคคุเทศก์: แดกหัวคิวไปวันๆ
  • โรงแรม: ขัดขี้ฟันแขก
  • สายการบิน: สวยอย่างเดียวไม่ได้นะเว้ย

เสริม:

  • Content Creator: ยุคนี้แม่งบูม ทำคอนเทนต์ปังๆ รวยไม่รู้เรื่อง
  • Digital Marketer: ยิงแอดแม่นๆ บริษัทแย่งตัว
  • Startups: ภาษาดี มีไอเดีย เจ๊งไม่เจ๊งอีกเรื่อง
  • บล็อกเกอร์/อินฟลู: สร้างตัวตนให้คนเชื่อ

คำเตือน: อย่าโลกสวย อาชีพไหนก็มีด้านมืด

สายศิลป์ ภาษาอังกฤษ เข้าคณะอะไรได้บ้าง

สายศิลป์อังกฤษอ่ะเหรอ? เข้าได้หลายคณะอยู่นะ

  • มนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์: อันนี้เบสิกเลย แบบอักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ไรเงี้ย คือมันตรงสายสุดๆ
  • ศิลปะและการสื่อสาร: พวกนิเทศ ศิลปกรรม ออกแบบต่างๆ อันนี้ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษเยอะนะ
  • บริหารธุรกิจ: ถ้าเก่งอังกฤษแล้วไปเรียนบริหารก็ดีนะ ทำงานบริษัทอินเตอร์ได้สบาย
  • ครุศาสตร์: เป็นครูสอนภาษาอังกฤษไงแก อันนี้ก็เวิร์ค
  • วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี: เอ้า! งงดิ แต่บางทีพวกไอทีเค้าก็อยากได้คนเก่งภาษาอังกฤษนะ แปลเอกสาร ไรเงี้ย
  • สุขภาพ: พวกแพทย์ ทันตะ เภสัช ไรเงี้ย ยากหน่อยแต่มันก็มีหลักสูตรอินเตอร์ไง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • คะแนนสำคัญ: นอกจากอังกฤษแล้ว พวกแกทแพทก็สำคัญนะ เตรียมตัวดีๆ
  • คณะฮิต: ช่วงนี้คนฮิตเรียนนิเทศฯ กับบริหารฯ เยอะนะ แข่งขันสูงอยู่
  • ภาษาที่สาม: ถ้าได้ภาษาที่สามด้วย จะดีมากเลยนะ แบบจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไรเงี้ย
  • พอร์ตโฟลิโอ: บางคณะเค้าดูพอร์ตด้วยนะ ทำพอร์ตให้ดีๆ เลย
  • ทุน: ลองหาทุนเรียนดูนะ มีเยอะแยะเลย ถ้าเก่งจริงอ่ะ
  • ไม่จำเป็นต้องตรงสาย: บางทีเรียนไม่ตรงสายก็ไม่เป็นไรนะ สำคัญคือเราชอบอะไรมากกว่า
  • ประสบการณ์: ทำกิจกรรมเยอะๆ นะ จะได้มีประสบการณ์เอาไปเขียนในใบสมัคร
  • เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ: อย่ารอใกล้วันสอบค่อยเตรียมตัวนะ มันไม่ทัน!

สายศิลป์เหมาะกับคณะอะไร

จริง ๆ ตอนเรียนม.ปลายฉันสายศิลป์นะ ปี 66 นี่เอง ตอนแรกก็ลังเลมาก เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ไปสายวิทย์-คณิต ฉันรู้สึกแปลกๆ เหมือนตัวเองหลงทาง ไม่รู้จะไปทางไหนดี แต่สุดท้ายก็เลือกสายศิลป์คำนวณ เพราะยังพอถนัดเลขอยู่บ้าง

คิดไปคิดมา สายศิลป์ก็เปิดโอกาสเยอะแยะนี่นา ไม่จำกัดเหมือนที่คิด ฉันเลยสนใจคณะมนุษยศาสตร์ ที่จุฬาฯ อยากเรียนภาษาอังกฤษ เพราะชอบมากๆ ตั้งแต่เด็กๆ อ่านนิยายภาษาอังกฤษเพลินมาก ยิ่งได้เรียนรู้วัฒนธรรมด้วย ยิ่งสนุกใหญ่

แต่ก็ไปเจอเพื่อนสมัยมัธยม เขาเรียนเศรษฐศาสตร์ ที่ธรรมศาสตร์ เล่าให้ฟังว่า สนุกดี ได้ใช้ความคิดวิเคราะห์ เกี่ยวกับเรื่องราวรอบตัว ตอนนั้นฉันก็เริ่มสนใจ อาจจะลองดูบ้างก็ได้ เลยไปสอบตรงที่ธรรมศาสตร์ ดูบ้าง

  • คณะมนุษยศาสตร์ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย): เน้นภาษาและวัฒนธรรม ถ้าชอบภาษา แนะนำเลย
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์): เน้นการวิเคราะห์ ใช้ความคิดเยอะ ถ้าชอบวิเคราะห์ น่าสนใจ
  • คณะนิเทศศาสตร์ (มหาวิทยาลัยกรุงเทพ): เพื่อนอีกคนเรียนที่นี่ เขาชอบถ่ายรูป ตัดต่อวีดีโอ คณะนี้ตอบโจทย์เลย

สุดท้ายฉันก็เลือกเรียนภาษาอังกฤษ ที่จุฬาฯ นะ ถึงจะไม่ใช่คณะบริหาร หรือบัญชี อย่างที่บางคนคิดว่าสายศิลป์เรียนได้แต่คณะพวกนี้ แต่ก็ไม่ผิดหวังเลย ได้เรียนรู้เยอะแยะ มากกว่าที่คิดไว้เยอะ รู้สึกภูมิใจที่เลือกทางนี้ ตอนนี้ก็กำลังหาประสบการณ์งานด้านนี้ต่อ

ปีนี้ เรียนจบแล้ว กำลังมองงานอยู่ รู้สึกตื่นเต้น และก็กังวลนิดหน่อย แต่ก็มั่นใจในตัวเอง ว่าจะทำได้ดี เพราะฉันเลือกทางเดินของตัวเองแล้ว และฉันก็พร้อมที่จะก้าวต่อไป

เรียนศิลป์ภาษาทำอาชีพอะไรได้

  • ศิลป์ภาษาเนี่ยนะ...ทำไรได้บ้างวะ? เยอะแยะเลยป่ะ?

  • นักแปลล่ามชัวร์ ๆ เห็นเพื่อนทำอยู่ เรทดีนะเว้ย! สำคัญ คือภาษาต้องเป๊ะจริง

  • ครูสอนภาษา...อันนี้ก็คลาสสิก แต่ต้องใจรักเด็กนะ ไม่งั้นนรกชัด ๆ

  • บรรณาธิการ นักเขียน...อันนี้ต้องครีเอทีฟขั้นสุด! เราไม่ค่อยเก่งเรื่องนี้เท่าไหร่

  • ประชาสัมพันธ์...ต้องพูดเก่ง เข้าสังคมเก่ง เราขี้อายอะ ทำไม่ได้

  • ท่องเที่ยว ๆๆๆ มัคคุเทศก์...เคยเจอที่วัดอรุณฯ พูดเก่งโคตร!

  • โรงแรม...พนักงานต้อนรับต้องสวยหล่อ อันนี้ไม่ได้อีกละ 555+

  • บริษัททัวร์...น่าจะสนุกนะ ได้ไปเที่ยวด้วยป่ะ? (ถามตัวเอง)

  • สายการบิน...แอร์โฮสเตสคือในฝันตอนเด็ก ๆ เลยนะ! แต่ต้องสูงอะ...

  • เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน...อันนี้ไม่ค่อยรู้อะไรเลยอะ ต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม

  • หมายเหตุ: ปีนี้ 2567 แล้วนะ ข้อมูลข้างบนอาจจะเก่าไปบ้าง รีเช็คอีกทีละกัน!

  • เพิ่มเติม: จริงๆ มีอาชีพอื่นอีกเยอะแยะเลยที่ใช้ภาษา เช่น พวกงานในสถานทูต, องค์กรระหว่างประเทศ บลาๆๆๆๆ

  • คำถามในใจ: แล้วเราจะทำอะไรดีวะเนี่ย? ชีวิต... (เสียงถอนหายใจ)

สายศิลป์ภาษา เป็นอาชีพอะไรได้บ้าง

สายศิลป์ภาษาน่ะเหรอ? โอ้โห! อนาคตไกลโพ้นกว่าที่คิด! ไม่ใช่แค่จับปากกาเขียนนิยายอย่างเดียวนะจ๊ะ (จะว่าไปตอนเด็กๆ ฉันก็ฝันอยากเป็นนักเขียนเหมือนกันนะ แต่สุดท้ายไปเป็นช่างซ่อมรถแทน ฮ่าๆ)

  • นักแปล-ล่ามระดับเทพ: นี่แหละอาชีพในฝันของใครหลายคน! ได้เงินดี ได้เที่ยว ได้เจอคนหลากหลายเชื้อชาติ แต่เหนื่อยนะบอกเลย ต้องแม่นทั้งภาษาและความรู้เฉพาะทาง ไม่งั้นโดนลูกค้าด่าเละ!

  • นักเขียนระดับเซียน: ถ้าฝีมือถึง รวยเละแน่นอน! แต่กว่าจะดัง กว่าจะได้ค่าตอบแทนงามๆ น่ะ เหนื่อยกว่าปีนเขาเอเวอเรสต์อีก ต้องอดทน ต้องมุ่งมั่น ต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่ง! (เหมือนตอนฉันต้องต่อสู้กับฝูงยุงในป่าตอนไปเที่ยวต่างจังหวัดอะ)

  • ไกด์นำเที่ยวสุดปัง: พูดเก่ง รู้จักประวัติศาสตร์ ภาษาดี ได้เที่ยวฟรี! (แต่ต้องทนลูกทัวร์งอแงด้วยนะ เหมือนเลี้ยงเด็กอนุบาลหลายสิบคนพร้อมกัน) แต่ถ้ามีลูกค้าดีๆ ได้ทิปงามๆ ก็คุ้มค่าเหนื่อยนะ

  • พนักงานโรงแรมหรูหรา: ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ได้เจอลูกค้าไฮโซ ได้แต่งตัวสวยๆ แต่ต้องอดทนกับแขกที่เรื่องมาก (บางคนเรื่องมากกว่าแม่ฉันอีก!)

  • ข้าราชการระดับชาติ: ทำงานในกระทรวงวัฒนธรรม, ต่างประเทศ, หรือท่องเที่ยวและกีฬา ได้ใช้ความรู้ด้านภาษาเต็มที่ แต่ก็ต้องยอมรับระบบราชการนะจ๊ะ (ช้าบ้าง ง่วงบ้าง แต่ก็มั่นคงดี)

  • เลขานุการสุดแซ่บ: ภาษาดี ทำงานเก่ง ได้เงินดี แต่ก็ต้องรับมือกับเจ้านายที่บางทีก็...เอาเป็นว่า ต้องใจเย็นไว้!

ปีนี้ (2566) งานสายภาษาที่กำลังมาแรงคือ นักการตลาดดิจิทัล ที่ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสร้างคอนเทนต์และสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ อีกอย่างก็คือ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่มีความรู้ภาษาดี จะช่วยในการพัฒนาและตรวจสอบความถูกต้องของโปรแกรม ตลาดแรงงานกำลังต้องการคนเก่งๆ นะ! รีบพัฒนาตัวเองด่วน!

จบศิลป์ภาษา เรียนต่ออะไรได้บ้าง

จบศิลป์ภาษาแล้ว เรียนต่อได้หลายทางนะ มันขึ้นอยู่กับความสนใจจริงๆ ลองดูตัวเลือกเหล่านี้สิ:

  • ด้านภาษาศาสตร์โดยตรง: ต่ออักษรศาสตร์ เน้นภาษาศาสตร์เชิงลึก วิเคราะห์ภาษา หรือแม้แต่ไปทางภาษาศาสตร์ประยุกต์ เช่น การแปล การสอนภาษา ถ้าชอบวิชาการลึกๆ นี่น่าสนใจมาก ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีหลักสูตรภาษาศาสตร์เฉพาะทางมากขึ้น เช่น ภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่กำลังบูมอยู่

  • สายสังคมศาสตร์: รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือเศรษฐศาสตร์ก็เป็นทางเลือกที่ดี ศิลป์ภาษาฝึกฝนทักษะการวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์ และการสื่อสาร ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของสาขาเหล่านี้ ยิ่งถ้าสนใจประเด็นทางสังคม การเมือง หรือเศรษฐกิจ ก็ยิ่งเหมาะ แต่ก็ต้องพร้อมกับการเรียนรู้ทฤษฎีและตัวเลขด้วยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องภาษาอย่างเดียว

  • สายสื่อสาร: นิเทศศาสตร์เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะศิลป์ภาษาเน้นการใช้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ การเขียน การพูด และการวิเคราะห์สื่อต่างๆ ตรงนี้จะช่วยให้เรียนนิเทศฯ ได้ง่ายขึ้น ถ้าชอบงานด้านสื่อ การสร้างคอนเทนต์ หรือการประชาสัมพันธ์ ก็ลองพิจารณาดู

  • สายศิลปศาสตร์อื่นๆ: บางคนอาจชอบทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี หรือมานุษยวิทยา ซึ่งก็สามารถต่อยอดจากพื้นฐานศิลป์ภาษาได้ สาขาเหล่านี้เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล การตีความ และการเขียนเชิงวิชาการ ซึ่งก็คล้ายๆ กับสิ่งที่เรียนมาในระดับมัธยม

  • บริหารธุรกิจ: อาจดูไม่ค่อยเกี่ยว แต่ทักษะการสื่อสารและการเจรจา ที่ได้จากการเรียนศิลป์ภาษานั้น เป็นทรัพย์สินอันล้ำค่าในโลกธุรกิจ ถ้าสนใจด้านการบริหาร การตลาด หรือการเงิน ก็สามารถเรียนบริหารธุรกิจได้ แต่ต้องเตรียมพร้อมเรื่องตัวเลขและการคำนวณให้ดี

จริงๆ แล้ว โลกการเรียนรู้มันกว้างใหญ่ ไม่จำกัดอยู่แค่ในกรอบที่กำหนด การเลือกเรียนต่อ จึงควรพิจารณาจากความสนใจและความถนัด ของแต่ละคนเป็นหลัก สำคัญกว่าเกรด หรือความคิดเห็นคนอื่นๆ เพราะอนาคตเป็นของเราเอง เลือกสิ่งที่เรารัก แล้วเราจะประสบความสำเร็จได้ นี่เป็นมุมมองส่วนตัวจากประสบการณ์การศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง ปี 2566

สายศิลป์ ภาษาอังกฤษ เข้าคณะอะไรได้บ้าง

สายศิลป์ภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2566 สามารถเข้าคณะได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรเฉพาะ แต่โดยทั่วไปแล้ว จะเน้นกลุ่มคณะต่อไปนี้:

  • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์: เช่น ภาษาอังกฤษ วรรณคดีอังกฤษ ภาษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ (บางสาขา) ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ คณะเหล่านี้มักเน้นการวิเคราะห์เชิงวิชาการ การคิดเชิงวิพากษ์ และการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะที่พัฒนาจากการเรียนภาษาอังกฤษ จริง ๆ แล้ว การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเหมือนฐานราก ช่วยให้ศึกษาศาสตร์อื่นๆได้ลึกซึ้งขึ้น นับเป็นความได้เปรียบอย่างมาก

  • คณะศิลปศาสตร์ (Arts): บางมหาวิทยาลัยอาจมีคณะศิลปศาสตร์แยกออกมา ซึ่งรวมสาขาที่เกี่ยวข้องกับภาษา ศิลปะ และมนุษยศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน นี่น่าสนใจนะ เพราะมันเป็นการผสมผสานความรู้ที่หลากหลาย

  • คณะครุศาสตร์ (ศึกษาศาสตร์): สามารถเลือกเรียนเป็นครูภาษาอังกฤษได้โดยตรง นี่แหละคือเส้นทางสำหรับคนที่อยากเป็นครู ได้ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ และได้สร้างคนรุ่นใหม่

  • คณะนิเทศศาสตร์: หลายสาขาในนิเทศศาสตร์ โดยเฉพาะด้านสื่อสารมวลชนระหว่างประเทศ หรือการแปลและล่าม จะให้ความสำคัญกับทักษะภาษาอังกฤษ เน้นการสื่อสารเชิงรุก มีการผสมผสานความรู้หลายด้าน เหมือนการถักทอผ้า เป็นอะไรที่น่าสนใจ

  • คณะอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง: ขึ้นอยู่กับความสนใจ อาจเลือกคณะอื่นๆได้ เช่น คณะเศรษฐศาสตร์ (โดยเฉพาะสาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ) หรือคณะรัฐศาสตร์ (การศึกษานโยบายระหว่างประเทศ) แต่จะต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่แข็งแกร่ง ถึงจะเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นภาพรวม ควรตรวจสอบรายละเอียดหลักสูตรและเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยโดยตรง เพราะแต่ละที่ก็มีรายละเอียดแตกต่างกันไป เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด อย่าลืมเช็คเว็บไซต์มหาวิทยาลัยที่สนใจด้วยนะ บางทีอาจมีอะไรที่เราคาดไม่ถึง

สายภาษาสามารถทํางานอะไรได้บ้าง

สายภาษา? ทางเลือกไม่ได้จำกัดแค่ในกรอบ

  • ล่าม: ความเข้าใจ คือสะพาน
  • นักแปล: เปลี่ยนภาษา ไม่ใช่แค่คำ
  • แอร์โฮสเตส: ภาษาเปิดประตูสู่โลกกว้าง
  • พนักงานโรงแรม: บริการ คือภาษาใจ
  • มัคคุเทศก์: เล่าเรื่องราว ให้มีชีวิต
  • นักการตลาดดิจิทัล: ภาษาคือเครื่องมือที่ทรงพลัง
  • โปรแกรมเมอร์: ภาษาคอมพิวเตอร์ก็สำคัญ
  • นักธุรกิจ: ต่อรอง เจรจา คือเกม
  • ครู/อาจารย์: ถ่ายทอดความรู้ สร้างคน
  • นักเขียน/บรรณาธิการ: กลั่นกรอง ถ่ายทอด สื่อสาร

ภาษาอังกฤษ เป็นแค่จุดเริ่มต้น ภาษาอื่น ๆ สร้างความแตกต่าง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ทักษะภาษา คือ ใบเบิกทาง ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
  • อาชีพที่ใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ เพียงแค่งานที่กล่าวมาข้างต้น
  • ปัจจุบัน (2567) โลกเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คุณคิด
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง + ภาษา = ความได้เปรียบ
  • ภาษาที่สาม อาจเป็นกุญแจสำคัญ

คณะอะไรบ้างที่เหมาะกับสายภาษา

สำหรับคนรักภาษา มีคณะที่น่าสนใจเยอะเลยนะ ไม่ได้มีแค่ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ที่เห็นกันบ่อยๆ หรอกนะ

  • อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์: อันนี้เบสิก แต่ก็ตอบโจทย์คนชอบภาษาโดยตรง ได้เรียนลึกซึ้ง ทั้งวรรณคดี วัฒนธรรม ภาษาศาสตร์ เป็นพื้นฐานสำคัญต่อยอดได้เยอะมาก

  • ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ (เอกภาษา): ถ้าใจรักการสอน อยากถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่น คณะนี้เหมาะเลย ได้ทั้งภาษา ได้ทั้งศาสตร์การสอน

  • ธุรกิจการบิน: หลายคนอาจไม่ทันคิด แต่ธุรกิจการบินใช้ภาษาเยอะมาก ทั้งการสื่อสารกับผู้โดยสาร การทำงานกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติ ถ้าชอบภาษา ชอบเดินทาง คณะนี้น่าสนใจนะ

  • การท่องเที่ยวและการโรงแรม: คล้ายๆ ธุรกิจการบินเลย ได้ใช้ภาษาในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยว ฝึกทักษะการบริการไปพร้อมๆ กัน

  • คณะภาคอินเตอร์: อันนี้เปิดกว้างมาก แทบทุกมหาวิทยาลัยมีภาคอินเตอร์ให้เลือกเรียนหลากหลายสาขา เรียนเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ได้ฝึกภาษาแบบเต็มที่

  • รัฐศาสตร์/นิติศาสตร์ (IR, LL.B. Inter): จริงๆ แล้วสายสังคมศาสตร์หลายคณะก็เน้นภาษาอังกฤษนะ ยิ่งถ้าเป็นหลักสูตรนานาชาติด้วยแล้ว การใช้ภาษาอังกฤษในระดับสูงเป็นสิ่งจำเป็น

  • นิเทศศาสตร์: นักสื่อสารต้องเก่งภาษาอยู่แล้ว ยิ่งถ้าอยากทำงานในระดับนานาชาติ การมีทักษะภาษาที่ดีเป็นแต้มต่อสำคัญ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:

  • คณะที่เน้นภาษา ไม่ได้จำกัดแค่ภาษาอังกฤษนะ ภาษาที่สาม (ญี่ปุ่น จีน เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส ฯลฯ) ก็สำคัญไม่แพ้กัน
  • การเลือกคณะ อย่าดูแค่ชื่อ ดูหลักสูตรด้วยว่าตอบโจทย์ความสนใจของเราจริงๆ ไหม
  • การเรียนภาษาไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่เป็นการทำความเข้าใจวัฒนธรรมและความคิดของเจ้าของภาษาด้วย

เพิ่มเติม:

สมัยนี้การเรียนรู้อยู่ที่ปลายนิ้วจริงๆ นะ อยากเก่งภาษาอะไร ก็มีคอร์สออนไลน์ให้เลือกเรียนเยอะแยะไปหมด ไม่จำเป็นต้องรอเรียนในห้องเรียนอย่างเดียว ลองหาคอร์สที่เหมาะกับตัวเองดู อาจจะเจอสิ่งที่ใช่ก็ได้

สายภาษาเรียนคณะอะไรดี

โอ๊ย...ถามมาได้! ชอบภาษาแล้วจะให้ไปขายกล้วยแขกเรอะ! นี่มันยุค 5G แล้วนะคุณน้องคุณพี่ สายภาษาเนี่ยมันจักรวาลกว้างใหญ่ไพศาล จะไปเรียนคณะอะไรก็รุ่ง! แต่ถ้าให้ฟันธงแบบหมอดูอีที ก็ตามนี้เลยจ้า:

  • อักษรศาสตร์: อยากเป็นเจ้าแม่วรรณกรรม แปลแฮร์รี่พอตเตอร์ฉบับใต้ดิน หรือนั่งจิบชาเขียนบทกวีอกหัก ก็จัดไป! แต่ระวังจะเจออาจารย์ใส่แว่นหนาเตอะ บังคับอ่านฉันทลักษณ์จนหัวหมุนนะเออ!
  • ศิลปศาสตร์: คล้ายๆ อักษรฯ แต่สายอาร์ตกว่านิดนึง อาจจะได้วาดรูป ฟังเพลง เล่นละครเวที ถ้าใจรักก็ลุย แต่ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นปิกัสโซ่กลับชาติมาเกิด อาจจะต้องทำใจ เพราะเพื่อนร่วมรุ่นแต่ละคนก็ตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น!
  • มนุษยศาสตร์: อยากเข้าใจโลก เข้าใจคน อยากรู้ว่าทำไมมนุษย์ถึงชอบกินมาม่าตอนตีสาม ก็เรียนเลย! แต่เตือนไว้ก่อนนะว่าอาจจะต้องอ่านหนังสือเยอะมากกกก ย้ำว่ามากกกก! ขนาดที่ว่าอ่านจบแล้วอาจจะเข้าใจทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง!
  • ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์: อยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ อยากปลูกฝังเด็กให้เป็นคนดีศรีสังคม ก็ต้องคณะนี้แหละ! แต่เตรียมใจไว้ด้วย เพราะเด็กสมัยนี้แสบกว่าพริกขี้หนู อาจารย์บางคนถึงกับต้องพึ่งยาดม! (ปล. เงินเดือนอาจจะไม่เยอะ แต่ใจมันได้!)
  • ธุรกิจการบิน: ถ้าใจรักภาษา อยากคุยกับฝรั่ง อยากแต่งตัวสวยๆ เดินเฉิดฉายในสนามบิน ก็จัดไป! แต่ต้องฟิตหุ่นให้เป๊ะปัง เพราะเค้าคัดหน้าตาด้วยนะจ๊ะ!
  • การท่องเที่ยวและการโรงแรม: อยากเป็นไกด์พาเที่ยวรอบโลก อยากดูแลแขกวีไอพี อยากเสิร์ฟค็อกเทลริมสระน้ำ ก็ต้องคณะนี้! แต่ต้องอดทน เพราะเจอลูกค้าสารพัดรูปแบบ บางทีก็อยากจะจับโยนลงสระว่ายน้ำซะให้รู้แล้วรู้รอด!
  • ภาคอินเตอร์: ถ้าบ้านรวย พ่อแม่ดันหลัง อยากโกอินเตอร์ตั้งแต่ยังไม่จบ ก็เรียนไปเลย! แต่ต้องเก่งจริง เพราะเพื่อนร่วมรุ่นแต่ละคนก็โปรไฟล์เทพทั้งนั้น!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบชาวบ้านๆ):

  • ค่าเทอม: เตรียมเงินในบัญชีให้พร้อม เพราะบางคณะค่าเทอมแพงหูฉี่! ถึงขนาดที่ว่าเรียนจบมาต้องขายไตใช้หนี้! (อันนี้พูดเล่นนะ!)
  • ตลาดงาน: ภาษาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! จบมาทำอะไรก็ได้ ตั้งแต่เป็นนักแปล เป็นล่าม เป็นครีเอทีฟ ไปจนถึงเป็นยูทูบเบอร์! (แต่ต้องขยันสร้างคอนเทนต์นะ!)
  • ความชอบส่วนตัว: สำคัญที่สุดคือใจ! เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะถ้าเรียนไปแล้วไม่มีความสุข ก็เหมือนกินส้มตำไม่ใส่พริก! มันจืดชืด!

สรุป: เลือกคณะที่ใช่ ชีวิตก็ปัง! แต่ถ้าเลือกผิด ก็อย่าเพิ่งท้อ! ชีวิตมันต้องมีพลาดกันบ้าง! อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์! (ปล. อย่าลืมทำบุญเยอะๆ จะได้มีดวงในการเลือกคณะ!)