เรียน MBA แล้ว ได้ อะไร

107 ครั้งเข้าชม
เรียน MBA แล้ว ได้ อะไร ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและหลักสูตรของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปผู้เรียนจะพัฒนาทักษะการบริหาร วิเคราะห์ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ รวมถึงขยายเครือข่ายทางธุรกิจที่ทรงคุณค่า การเรียน MBA ช่วยเพิ่มโอกาสทางอาชีพและศักยภาพในการเติบโตในสายงานบริหาร ผลตอบแทนที่ได้รับมีความแตกต่างตามประสบการณ์และอุตสาหกรรม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียน MBA แล้ว ได้ อะไร? ประโยชน์ที่คาดหวัง

เรียน MBA แล้ว ได้ อะไร เป็นคำถามที่ผู้สนใจศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจมักสงสัย เพราะนอกเหนือจากวุฒิการศึกษาแล้ว ยังมีทักษะ เครือข่าย และโอกาสทางอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป การเข้าใจสิ่งที่ได้รับอย่างแท้จริงจะช่วยให้ตัดสินใจลงทุนกับการศึกษานี้ได้อย่างคุ้มค่า

ภาพรวม: เรียน MBA แล้วได้อะไรบ้าง?

เรียน MBA (Master of Business Administration) ไม่ใช่แค่การได้ใบปริญญา แต่เป็น ประโยชน์ของการเรียน MBA ในการลงทุนพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับผู้นำธุรกิจอย่างรอบด้าน จากข้อมูลค่าแรงในประเทศไทย บัณฑิต MBA จากมหาวิทยาลัยชั้นนำมักมีเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่าผู้บริหารระดับกลางทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลตอบแทนนี้ไม่ได้มาจากใบปริญญาอย่างเดียว แต่มาจากทักษะและเครือข่ายที่คุณสะสมระหว่างเรียน [1]

4 เสาหลักแห่งความสำเร็จ: MBA มอบอะไรให้คุณบ้าง?

หลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนวิศวกร นักบัญชี หรือนักการตลาด ให้กลายเป็นผู้บริหารที่มองภาพรวมได้ทั้งองค์กร ซึ่งครอบคลุม 4 ด้านหลัก ๆ คือ:

1. ความรู้เชิงกลยุทธ์ที่แตกฉาน

ทักษะที่ได้จากการเรียน MBA ไม่ใช่แค่วิธีทำบัญชีหรือการตลาดแบบแยกส่วน แต่คุณจะได้เรียนรู้วิธีเชื่อมโยงทุกฟังก์ชันเข้าด้วยกัน ผ่านเครื่องมือสำคัญคือการวิเคราะห์กรณีศึกษา (Case Study) จากบริษัทชั้นนำระดับโลก การฝึกวิเคราะห์แบบนี้จะทำให้คุณมีมุมมองว่า ทำไม การตัดสินใจในแผนกการเงินถึงส่งผลต่อการตลาด และ อย่างไร ที่กลยุทธ์องค์กรจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นทักษะที่หาไม่ได้จากการเรียนออนไลน์ทั่วไป

2. ทักษะผู้นำที่จับต้องได้

ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง MBA กับคอร์สระยะสั้นคือการฝึกฝนทักษะ Soft Skills อย่างเข้มข้น คุณจะได้ทำงานเป็นทีมกับเพื่อนร่วมชั้นที่มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งบางครั้งก็ต้องเจอกับความขัดแย้งทางความคิด กระบวนการนี้จะฝึกให้คุณแก้ปัญหาซับซ้อน มีการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่วัดเป็นเปอร์เซ็นต์ยาก แต่สำคัญมากสำหรับการเลื่อนขั้นสู่ C-Level โดยนี่คือ ข้อดีของการเรียนบริหารธุรกิจ ปริญญาโท ที่เห็นผลชัดเจนที่สุด

3. เครือข่ายธุรกิจ (Network) ที่ทรงพลัง

เพื่อนร่วมชั้นของคุณในวันนี้คือซีอีโอหรือเจ้าของธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้า การสร้างความสัมพันธ์ในห้องเรียนเป็นการลงทุนระยะยาวที่จะเปิดประตูโอกาสในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการชวนกันเริ่มธุรกิจใหม่ การแนะนำงานในตำแหน่งบริหาร หรือการแลกเปลี่ยนลูกค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เรียนจากตำราไม่มีวันให้คุณได้

4. เส้นทางสู่การเปลี่ยนสายงาน (Career Switch)

หากคุณทำงานสายเทคนิคมา 5 ปี และต้องการขยับไปสายกลยุทธ์หรือการตลาด เรียน MBA แล้ว ได้ อะไร ในแง่การเปลี่ยนสายงานนั้นตอบโจทย์อย่างมาก โดยเฉพาะโปรแกรมสำหรับผู้มีประสบการณ์ (Executive MBA) ที่ออกแบบมาเพื่อปูพื้นฐานทางธุรกิจให้คุณเปลี่ยนบทบาทจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นผู้จัดการทีมหรือผู้บริหารระดับสูงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เรียน MBA คุ้มไหม? ไขข้อสงสัยเรื่องค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไป

คำถามที่ว่า เรียน MBA คุ้มไหม มักเป็นสิ่งที่ผู้มีประสบการณ์ทำงานส่วนใหญ่กังวลก่อนตัดสินใจสมัครเรียน สถิติเงินเดือนเฉลี่ยของบัณฑิต MBA ในประเทศไทย (จากสถาบันชั้นนำ) แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนสามารถเรียกเงินเดือนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากเรียนจบ[2] โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนสายงานหรือได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่าย (Manager) ภายใน 1-2 ปีแรกหลังสำเร็จการศึกษา แน่นอนว่านี่เป็นตัวเลขเฉลี่ยและขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและประสบการณ์เดิมของคุณ แต่สำหรับผู้ที่วางแผนดี ค่าใช้จ่ายหลัก 6-7 หลักจึงคืนทุนได้ภายใน 3-4 ปี

เปรียบเทียบ: MBA vs หลักสูตรออนไลน์ระยะสั้น ควรเลือกทางไหน?

หลายคนที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและเวลา มักลังเลระหว่างปริญญาโทเต็มรูปแบบกับการเรียนคอร์สออนไลน์ (Coursera, Udemy) เพื่ออัปสกิล ซึ่งทั้งสองแบบมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป

คอร์สออนไลน์เหมาะสำหรับการเพิ่มทักษะเฉพาะทางแบบเร่งด่วน (เช่น การตลาดดิจิทัล, การวิเคราะห์ข้อมูล) โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยและยืดหยุ่นสูง แต่ข้อจำกัดคือขาดการฝึกฝนทักษะการนำทีม การเจรจาต่อรอง (Negotiation) และการสร้างเครือข่าย ในขณะที่ MBA ใช้เวลานานและเงินมากกว่า แต่ตอบโจทย์การพัฒนาทั้งในเชิงความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) และทัศนคติ (Attitude) อย่างครบวงจร พร้อมมอบใบรับรองที่เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการสมัครงานระดับผู้บริหาร

เรียน MBA จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง? เส้นทางอาชีพยอดนิยม

เส้นทางอาชีพหลัง จบ MBA ทำอะไรได้บ้าง นั้นกว้างมาก แต่มี 5 สายงานหลักที่คนไทยนิยมและมีรายได้สูงที่สุด:

ที่ปรึกษาธุรกิจ (Management Consultant): ทำงานกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ให้คำแนะนำในการปรับโครงสร้างองค์กรและกลยุทธ์การเติบโตให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้จัดการฝ่ายการเงิน/นักลงทุนสัมพันธ์: ดูแลงบประมาณ การลงทุน และการสื่อสารกับนักลงทุน เหมาะกับผู้ที่มีพื้นบัญชีหรือการเงินเดิม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด (Marketing Manager): วางแผนกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและบริหารงบประมาณโฆษณา ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล: เปลี่ยนสายงาน HR สู่การวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์ (Strategic HR) และการพัฒนาองค์กร ผู้ประกอบการ: ใช้ความรู้ที่ได้มาเริ่มต้นธุรกิจของตนเองอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงที่มักพบในผู้ประกอบการมือใหม่

คำถามที่พบบ่อย: ทุกข้อสงสัยก่อนสมัครเรียน MBA

นี่คือคำถามที่ผู้สนใจส่วนใหญ่มักกังวลใจก่อนตัดสินใจลงทุนเรียนต่อ

กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนที่สูงเมื่อเทียบกับผลตอบแทน ควรทำอย่างไร?

การคำนวณผลตอบแทนการลงทุน (ROI) เป็นสิ่งสำคัญ มองหาโปรแกรมที่เหมาะกับตัวคุณ หากทำงานมาแล้วหลายปีและไม่อยากลาออก การเรียน Executive MBA (EMBA) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ให้เครือข่ายระดับผู้บริหารอาจคุ้มค่ากว่า หรือเลือกเรียน MBA แบบภาคค่ำ/วันเสาร์ของมหาวิทยาลัยรัฐที่มีชื่อเสียง ซึ่งค่าเทอมถูกกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนหรือต่างประเทศถึงครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงคุณภาพการศึกษาไว้ได้

ไม่แน่ใจว่าหลักสูตร MBA จะยังทันสมัยและใช้ได้จริงในโลกธุรกิจปัจจุบันหรือไม่?

เมื่อพิจารณาว่า ทำไมต้องเรียน MBA ในปัจจุบัน หลักสูตรชั้นนำไม่ได้สอนแค่ทฤษฎีเก่าๆ แต่เน้นการประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของ Digital Transformation, AI in Business และ Data Analytics ซึ่งเป็นหัวข้อที่ถูกบรรจุเป็นวิชาเลือกหรือวิชาบังคับในหลายสถาบัน ดังนั้นจึงตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ได้ดี

กังวลเรื่องการแบ่งเวลาทำงานและเวลาเรียน จะไหวไหม?

นี่เป็นความท้าทายของทุกคนที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ความสำเร็จอยู่ที่การจัดการเวลาและขอการสนับสนุนจากครอบครัวและที่ทำงาน การเรียน MBA ส่วนใหญ่จะจัดเป็นคลาสเรียนนอกเวลาทำการ (เย็นหรือเสาร์-อาทิตย์) และที่สำคัญคือคุณจะไม่ได้เจอคนเดียว เพื่อนร่วมชั้นของคุณก็ต้องเผชิญกับปัญหาเดียวกัน การแบ่งปันภาระงานกลุ่มและการสนับสนุนซึ่งกันและกันจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยุ่งยากไปได้

สงสัยว่าการเรียน MBA จำเป็นจริงไหมสำหรับการเลื่อนตำแหน่ง?

ในบางองค์กร โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติหรือธุรกิจขนาดใหญ่ เรียน MBA แล้ว ได้ อะไร อาจหมายถึงใบเบิกทางสำหรับการเลื่อนขั้นสู่ระดับผู้จัดการอาวุโส (Senior Manager) หรือ Director แม้ประสบการณ์ทำงานจะดีแค่ไหน หากขาดวุฒินี้ อาจถูกคัดออกตั้งแต่รอบกรองเรซูเม่ อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานในสาย Startup ที่เน้นผลงานล้วนๆ MBA อาจไม่จำเป็นเสมอไป แต่ความรู้และเครือข่ายที่ได้ก็ยังเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ

เปรียบเทียบ: MBA vs หลักสูตรออนไลน์ระยะสั้น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนเรียนปริญญาโท กับการเรียนคอร์สออนไลน์ระยะสั้นเพื่ออัปสกิล

ปริญญาโท MBA

ครอบคลุมองค์รวมธุรกิจ ตั้งแต่กลยุทธ์ การเงิน การตลาด ไปจนถึงการจัดการทรัพยากรบุคคล

ใบปริญญาโทที่เป็นมาตรฐานสากล จำเป็นสำหรับการสมัครงานระดับบริหารในองค์กรขนาดใหญ่

เน้นการพัฒนาทักษะผู้นำ การทำงานเป็นทีม และการเจรจาต่อรอง ผ่านการทำเคสและโปรเจกต์กลุ่ม

1.5-2 ปี (บางสถาบัน 1 ปี) ค่าใช้จ่ายหลักแสนถึงล้านบาท ขึ้นอยู่กับสถาบัน

ได้เครือข่ายเพื่อนร่วมรุ่นที่แข็งแกร่ง หลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นทุนทางสังคมระยะยาว

คอร์สออนไลน์ระยะสั้น

เจาะลึกเฉพาะทาง (Specific Skill) เช่น SEO, การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการตลาดดิจิทัล

ได้ใบประกาศนียบัตร (Certificate) ซึ่งแสดงถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่มีน้ำหนักน้อยกว่าใบปริญญา

เน้นทักษะเชิงเทคนิค (Hard Skills) ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที แต่ขาดการฝึกทักษะการบริหารทีม

ไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน ค่าใช้จ่ายหลักพันถึงหลักหมื่นบาท

ได้เครือข่ายจำกัด มักเป็นกลุ่มออนไลน์ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์ลึกซึ้งเท่าการเรียนในห้อง

หากเป้าหมายของคุณคือการเปลี่ยนสายงานหรือขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในองค์กรขนาดใหญ่ MBA คือคำตอบที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว แต่ถ้าคุณต้องการพัฒนาทักษะเฉพาะเพื่อทำงานปัจจุบันให้ดีขึ้นหรือเปลี่ยนงานในสายงานเดิม คอร์สออนไลน์ระยะสั้นเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่ากว่า

จากวิศวกรโรงงาน สู่ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ: เส้นทางของ เอก

เอก วิศวกรโรงงานอายุ 29 ปี ทำงานในสายการผลิตมา 6 ปี เขามั่นใจในทักษะเทคนิคของตัวเอง แต่รู้สึกติดขัดเวลาต้องนำเสนอแผนงานหรือเจรจากับลูกค้าต่างชาติ เขากังวลว่าถ้าอยู่ในสายงานเดิมต่อไป คงไม่มีโอกาสก้าวสู่ระดับผู้บริหาร

เอกตัดสินใจลงทุนเรียน MBA แบบภาคค่ำที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ระหว่างเรียน เขาต้องทำงานโรงงานวันละ 9 ชั่วโมง ก่อนรีบขับรถไปเรียนต่ออีก 4 ชั่วโมง 4 วันต่อสัปดาห์ ช่วงแรกเขารู้สึกท้อมากเมื่อต้องเจอกับโจทย์กรณีศึกษาที่เกี่ยวกับการเงินและการตลาด ซึ่งเขาไม่ถนัด

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาได้ทำงานกลุ่มกับเพื่อนที่เป็นนักการตลาดและนักบัญชี การได้เห็นมุมมองที่แตกต่างและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ทำให้เขาเริ่มเข้าใจภาพรวมธุรกิจมากขึ้น เขาเริ่มนำเทคนิคการวิเคราะห์ต้นทุน (Cost Analysis) ที่เรียนมาไปปรับใช้ในการทำงานโรงงาน จนช่วยลดของเสียได้ถึง 15%

หลังจากเรียนจบ เอกได้ย้ายไปทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่ง ด้วยเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น 75% จากเดิม เขาบอกว่าความรู้จาก MBA ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องเงินเดือน แต่ช่วยให้เขามองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่ในทุกกระบวนการผลิต

เจ้าของร้านอาหารออนไลน์ สู่การขยายสาขาด้วยความรู้การตลาดเชิงกลยุทธ์

ป้าต้อย เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในซอยรามคำแหง ทำธุรกิจมากว่า 10 ปี แต่ธุรกิจเริ่มชะงักเพราะคู่แข่งรายใหม่ที่มีการตลาดดีกว่า เธอโฆษณาเฉพาะในเฟซบุ๊กส่วนตัวและพึ่งพาปากต่อปาก ทำให้ยอดขายไม่เติบโต

ลูกชายซึ่งกำลังเรียน MBA ชวนเธอให้ลองใช้ความรู้ที่เขาเรียนมาวางแผนธุรกิจใหม่ เธอไม่เข้าใจคำศัพท์การตลาดสมัยใหม่ แต่ก็ยอมลองทำตามคำแนะนำของลูกชาย

พวกเขาทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าและคู่แข่งอย่างง่ายๆ พบว่าคนในซอยส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศที่รีบร้อน จึงปรับเมนูเป็นชุดอาหารกลางวันแบบพรีออเดอร์ล่วงหน้า พร้อมทำโปรโมชัน 'สั่งครบ 5 วัน แถม 1 วัน'

ภายใน 6 เดือน ยอดขายในช่วงกลางวันเพิ่มขึ้น 40% และร้านมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ป้าต้อยบอกว่าตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าการตลาดเชิงกลยุทธ์จะใช้ได้กับร้านเล็กๆ แต่พอทำแล้วถึงรู้ว่าแค่คิดต่างนิดเดียวก็เปลี่ยนธุรกิจได้

ต้องรู้เพิ่มเติม

เรียน MBA ต้องมีประสบการณ์ทำงานกี่ปี?

โดยทั่วไปแล้วสถาบันส่วนใหญ่กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำไว้ที่ 2-3 ปีสำหรับโปรแกรมทั่วไป (Full-time หรือ Part-time) แต่สำหรับ Executive MBA (EMBA) ซึ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระดับบริหาร มักต้องการประสบการณ์ 5-10 ปีขึ้นไป

เรียน MBA ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย?

ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือก มีทั้งสองรูปแบบให้เลือก ในขณะที่หลักสูตรนานาชาติจะเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในบริษัทข้ามชาติ ส่วนหลักสูตรภาษาไทยหรือสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) จะเน้นความเข้าใจเนื้อหามากกว่า และใช้เคสศึกษาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไทย

เกรดเฉลี่ย (GPA) ไม่ดีพอ สามารถสมัคร MBA ได้ไหม?

ได้ หากคุณมีผลงานและประสบการณ์ทำงานที่โดดเด่น MBA ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) และคะแนนสอบวัดความถนัด (เช่น GMAT, CU-TEP) มากกว่าเกรดเฉลี่ยในปริญญาตรี การเขียนเรียงความ (Essay) ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นผู้นำก็มีน้ำหนักในการตัดสินใจสูง

หากคุณต้องการวางแผนอนาคตให้ชัดเจน ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรียน MBA จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าครับ

เรียน MBA ไปแล้ว สามารถทำธุรกิจส่วนตัวไปด้วยได้ไหม?

ได้ และมักจะได้ผลดีด้วยซ้ำ เพราะคุณสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้แบบ Real-time อย่างไรก็ตาม ต้องบริหารเวลาให้ดี เนื่องจากภาระงานในหลักสูตรค่อนข้างหนัก ทั้งการอ่านเคส การทำโปรเจกต์กลุ่ม และการสอบ

ความรู้ที่ได้รับ

MBA คือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่ค่าเรียน

นอกจากค่าเทอมแล้ว ให้คำนวณรวมค่าเสียโอกาส (เวลาที่ไม่ได้ทำงาน) และพลังงานที่ต้องทุ่มเท แต่ผลตอบแทนในระยะยาว ทั้งเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น 40-80% และเครือข่ายทางสังคม มักจะคุ้มค่าสำหรับผู้ที่วางแผนดี

เลือกหลักสูตรให้ตรงกับเป้าหมายอาชีพ

ถ้าต้องการเปลี่ยนสายงานแบบก้าวกระโดด เลือก Full-time MBA ที่มีโปรแกรมฝึกงานหรือเชื่อมโยงกับบริษัทชั้นนำ แต่ถ้าต้องการเลื่อนขั้นในองค์กรเดิมและทำงานไปด้วย เรียน Part-time หรือ EMBA จะเหมาะสมกว่า

เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในการบริหารเวลา

การเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้าและการเสียสละเวลาส่วนตัว การขอการสนับสนุนจากครอบครัวและหัวหน้างานเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

แหล่งอ้างอิง

  • [1] Bkkthon-admission - บัณฑิต MBA จากมหาวิทยาลัยชั้นนำมักมีเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่าผู้บริหารระดับกลางทั่วไปถึง 40-60%
  • [2] Spu - สถิติเงินเดือนเฉลี่ยของบัณฑิต MBA ในประเทศไทย (จากสถาบันชั้นนำ) แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนสามารถเรียกเงินเดือนที่สูงขึ้นถึง 50-80% หลังจากเรียนจบ