เรียน ป.เอกประเทศอังกฤษใช้เวลากี่ปี
เรียน ป.เอก อังกฤษ กี่ปี: 3-4 ปีสำหรับการเรียนเต็มเวลา
การวางแผนเพื่อ เรียน ป.เอก อังกฤษ กี่ปี เป็นหัวใจสำคัญในการจัดการงบประมาณและเวลาชีวิต. ความเข้าใจในโครงสร้างหลักสูตรที่เน้นวิจัยช่วยให้นักศึกษาวางแผนรับมือกับความท้าทายได้ดียิ่งขึ้น. การเตรียมพร้อมเรื่องระยะเวลาช่วยป้องกันความผิดพลาดที่ทำให้เรียนไม่จบตามกำหนด. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และบรรลุเป้าหมายการศึกษา.
เรียน ป.เอกประเทศอังกฤษใช้เวลากี่ปี? (สรุปสั้นๆ สำหรับคนไม่มีเวลา)
คำถามนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเรียนและสาขาวิชาที่คุณเลือก แต่โดยทั่วไปการเรียน ป.เอก หรือ PhD ที่ประเทศอังกฤษแบบเต็มเวลา (full-time PhD อังกฤษ 3 หรือ 4 ปี) จะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 ปี ส่วนแบบพาร์ทไทม์ (Part-time) จะใช้เวลา 5 ถึง 7 ปี ระบบของที่นี่เน้นการทำวิจัยตั้งแต่วันแรกโดยไม่มีการเรียนคอร์สเวิร์ค [1]
นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จบการศึกษาภายใน 3.5 ถึง 4 ปี มากกว่าที่จะจบเป๊ะๆ ใน 3 ปีตามหลักสูตร [2] หากคุณสงสัยว่า เรียนต่อปริญญาเอกที่อังกฤษนานไหม เหตุผลหลักคือกระบวนการเก็บข้อมูลและการรอคิวสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ (Viva Voce) ที่มักจะกินเวลาหลายเดือน มากกว่านั้น มีข้อผิดพลาดร้ายแรงหนึ่งอย่างที่ทำให้นักศึกษาเกินกว่าครึ่งไม่สามารถจบได้ตามกำหนด - ผมจะอธิบายเรื่องนี้ในส่วนของการเลือก Supervisor ด้านล่าง
พูดตรงๆ ตอนแรกผมก็กังวลว่าระยะเวลา เรียน ป.เอก อังกฤษ กี่ปี มันจะสั้นเกินไปไหมสำหรับการทำวิจัยระดับโลก เอาเข้าจริงมันเป็นไปได้ครับ แต่มันบีบคั้นมาก การเผื่อใจและเผื่องบประมาณไว้สำหรับปีที่ 4 คือสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด
เส้นทาง 3-4 ปี คุณต้องเจออะไรบ้าง? (และจุดที่คนมักสะดุด)
การเรียน ป.เอก ที่นี่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเป็น PhD ทันที มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะรับคุณเข้าเรียนในสถานะ MPhil (Master of Philosophy) ก่อน จากนั้นคุณต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่ออัปเกรดสถานะ
ปีที่ 1: การค้นคว้าและสอบอัปเกรด (Upgrading)
ปีแรกหมดไปกับการทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) และการวางกรอบระเบียบวิธีวิจัย ช่วงปลายปีคุณจะต้องส่งรายงานความคืบหน้าและสอบสัมภาษณ์เพื่อเลื่อนสถานะจาก MPhil เป็น PhD อย่างเป็นทางการ
ผมเคยสะดุดหนักมากตอนสอบ Upgrade ในช่วงสิ้นปีแรก กรรมการชี้ให้เห็นว่าช่องโหว่ของงานวิจัยผมกว้างเกินไปและจับฉ่าย ตอนนั้นผมเครียดมากจนเกือบถอดใจ ต้องกลับมารื้อโครงร่างใหม่หมด เสียเวลาไปเกือบสองเดือนเต็มๆ กว่าจะหาจุดโฟกัสที่ชัดเจนได้ บทเรียนที่ได้คืออย่ากลัวที่จะรื้อใหม่ตั้งแต่ต้น ดีกว่าดันทุรังไปจนถึงปีสุดท้ายแล้วแก้ไม่ได้
ปีที่ 2-3: เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และเขียนวิทยานิพนธ์
นี่คือช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวที่สุด คุณต้องลงสนามเก็บข้อมูล ทำแล็บ หรือสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์และเริ่มเขียนวิทยานิพนธ์ (Thesis) ภายใต้เงื่อนไข PhD UK ระยะเวลาเรียน ที่เข้มข้น ซึ่งมีความยาวประมาณ 80,000 ถึง 100,000 คำ
ส่วนต่อไปนี้คือความจริงที่คนมักไม่บอกคุณเกี่ยวกับการเงิน
ค่าใช้จ่ายและทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทย
ค่าใช้จ่ายเรียน PhD อังกฤษ สำหรับนักศึกษาต่างชาติมักจะตกอยู่ที่ประมาณ 15,000 ถึง 35,000 ปอนด์ต่อปี โดยขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและมหาวิทยาลัย สายสังคมศาสตร์มักอยู่ในช่วงต่ำกว่า ส่วนสายวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่มีการใช้ห้องปฏิบัติการอาจสูงกว่านั้น [3]
ตัวเลขนี้ดูน่าตกใจ (ผมรู้) หลายคนจึงมองหาทุนการศึกษา ความเป็นจริงคือโอกาสในการได้รับทุนเต็มจำนวนสำหรับนักศึกษาต่างชาติมักมีจำกัดและแข่งขันสูง ส่วนใหญ่จะได้ทุนบางส่วน (Partial scholarship) หรือต้องหาทุนจากประเทศไทยไปเอง [4]
วิธีหา Supervisor ที่ใช่ (กุญแจสำคัญที่ทำให้เรียนจบตรงเวลา)
นี่คือข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ผมเกริ่นไว้ตอนแรกเกี่ยวกับ ปริญญาเอก อังกฤษ ใช้เวลาเท่าไหร่: การเลือกที่ปรึกษาเพียงเพราะชื่อเสียงสถาบัน นักเรียนไทยจำนวนมากอยากเข้ามหาวิทยาลัยท็อปแรงกิ้ง จึงยอมตกลงเรียนกับ Supervisor ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่มีงานล้นมือ
คุณอาจได้มหาวิทยาลัยชื่อดัง - แต่ถ้าที่ปรึกษาไม่มีเวลาอ่านงานให้คุณ - ชีวิต ป.เอก ของคุณจะกลายเป็นฝันร้ายทันที
ระยะเวลาในการ เรียน ป.เอก อังกฤษ กี่ปี ของคุณขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการตรวจแก้ร่างวิทยานิพนธ์ของ Supervisor ล้วนๆ ผมแนะนำให้ส่งอีเมลไปพูดคุย ขอสัมภาษณ์สั้นๆ และถ้าเป็นไปได้ ลองทักไปคุยกับนักศึกษาปัจจุบันของเขาดูว่าสไตล์การทำงานเข้ากับคุณได้หรือไม่
เปรียบเทียบระบบ PhD: อังกฤษ vs อเมริกา
นักเรียนไทยหลายคนลังเลระหว่างการไปเรียน ป.เอก ที่อังกฤษหรืออเมริกา สองระบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งในแง่ของเวลาและรูปแบบการประเมินผล
ระบบประเทศอังกฤษ (UK PhD)
- ประเมินจากวิทยานิพนธ์ (Thesis) และการสอบปากเปล่า (Viva Voce) ในขั้นตอนสุดท้ายเพียงอย่างเดียว
- ไม่มีคอร์สเวิร์ค เริ่มทำวิจัยและเขียน Proposal เจาะลึกตั้งแต่วันแรก
- 3 ถึง 4 ปี (เรียนแบบเต็มเวลา) [5]
- สูงมาก ต้องบริหารจัดการเวลาเองทั้งหมด ไม่มีตารางเรียนมาบังคับ
ระบบประเทศสหรัฐอเมริกา (US PhD)
- ต้องสอบผ่าน Comprehensive Exam หรือ Qualifying Exam ก่อนจึงจะเริ่มทำวิทยานิพนธ์ได้
- ต้องเรียนคอร์สเวิร์คหนักมากในช่วง 1-2 ปีแรก เพื่อปูพื้นฐานทฤษฎี
- 5 ถึง 7 ปี (เรียนแบบเต็มเวลา) [6]
- ปานกลางในช่วงแรกเพราะมีตารางเรียนและการบ้านชัดเจน หลังจากสอบผ่านจึงจะมีอิสระในการวิจัย
บทเรียนการแก้ Proposal ของเอก นักศึกษา ป.เอก สายวิศวกรรม
เอก วิศวกรวัย 28 ปีจากกรุงเทพฯ ตัดสินใจเรียนต่อ ป.เอก สายวิศวกรรมวัสดุที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ เขาวางแผนว่าจะจบใน 3 ปีเป๊ะเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ปัญหาเริ่มเกิดตั้งแต่ 6 เดือนแรกเมื่อผลแล็บไม่ออกตามทฤษฎีที่ตั้งไว้และสับสนกับตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้
ตอนแรกเขาดันทุรังทดลองซ้ำๆ แบบเดิมเพราะเสียดายเวลาและไม่อยากเปลี่ยนหัวข้อวิจัยที่วางไว้ ผลคือเครียดจัด นอนไม่หลับ และเริ่มหลบหน้า Supervisor ไปเกือบเดือนเพราะไม่มีความคืบหน้าไปรายงาน
จุดเปลี่ยนคือตอนที่เขายอมรับความจริงและนำผลที่ล้มเหลวไปคุยกับ Supervisor ตรงๆ พวกเขาตกลงปรับเปลี่ยนขอบเขตงานวิจัยใหม่ให้แคบลง แม้จะต้องเสียเวลาอ่านเปเปอร์ทฤษฎีใหม่เพิ่มอีกมหาศาล
ในที่สุดเอกก็สอบ Viva ผ่านและเรียนจบในเวลา 3 ปี 8 เดือน เขาพบว่าการยอมรับข้อผิดพลาดและกล้าปรับเปลี่ยนแผนตั้งแต่เนิ่นๆ คือทักษะสำคัญที่สุดของนักวิจัย ลดอีโก้ลงแล้วคุณจะจบเร็วขึ้น
คำถามเสริม
ไม่แน่ใจว่าระยะเวลา 3 ปีเป็นจริงหรือไม่?
จบภายใน 3 ปีมีจริงครับ แต่ทุกอย่างต้องราบรื่นเป๊ะมาก ส่วนใหญ่นักเรียนต่างชาติจะใช้เวลา 3.5 ถึง 4 ปี เพื่อให้มีเวลาแก้ไขวิทยานิพนธ์ (Minor corrections) หลังจากสอบปากเปล่าเสร็จ การเผื่อใจและงบประมาณไว้ 4 ปีคือทางเลือกที่ปลอดภัย
ปริญญาเอก อังกฤษ ใช้เวลาเท่าไหร่ ถ้าเรียนแบบ Part-time?
แบบพาร์ทไทม์จะใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 7 ปีครับ เหมาะสำหรับคนที่ทำงานประจำไปด้วย แต่นักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนจะไม่สามารถลงเรียนแบบพาร์ทไทม์ได้ ต้องเรียนแบบเต็มเวลา (Full-time) เท่านั้น
ถ้าเรียนไม่จบใน 4 ปี วีซ่าจะขาดไหม?
วีซ่านักเรียนมักจะออกให้ครอบคลุมเกินระยะเวลาหลักสูตรมาประมาณ 4-6 เดือนอยู่แล้ว หากมีความจำเป็นต้องทำวิจัยต่อจริงๆ คุณสามารถยื่นเรื่องขอขยายเวลาจากมหาวิทยาลัยและต่อวีซ่าเพิ่มเติมได้ แต่ต้องมีจดหมายรับรองจากที่ปรึกษาอย่างชัดเจน
การประเมินสุดท้าย
ระยะเวลาเรียน 3-4 ปีเป็นเรื่องปกติอังกฤษไม่มีคอร์สเวิร์ค เน้นวิจัยตั้งแต่วันแรก ทำให้กระบวนการสั้นกว่าอเมริกา แต่นักศึกษาหลายคนใช้เวลามากกว่า 3 ปีเล็กน้อยเพื่อจัดการแก้ไขงานขั้นสุดท้าย[7] และกระบวนการสอบป้องกัน
Supervisor คือปัจจัยชี้เป็นชี้ตายการเลือกที่ปรึกษาที่สไตล์การทำงานเข้ากันได้ มีเวลาอ่านงานให้คุณ มีผลต่อการเรียนจบตรงเวลามากกว่าชื่อเสียงระดับโลกของมหาวิทยาลัย
เตรียมการเงินเผื่อไว้เสมอควรวางแผนค่าใช้จ่ายเผื่อไว้สำหรับปีที่ 4 เสมอ เพื่อลดความกดดันและรองรับความล่าช้าในการเก็บข้อมูลหรือตีพิมพ์ผลงาน
เอกสารอ้างอิง
- [1] Findaphd - การเรียน ป.เอก หรือ PhD ที่ประเทศอังกฤษแบบเต็มเวลา (Full-time) จะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 ปี ส่วนแบบพาร์ทไทม์ (Part-time) จะใช้เวลา 5 ถึง 7 ปี
- [2] Science - นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จบการศึกษาภายใน 3.5 ถึง 4 ปี มากกว่าที่จะจบเป๊ะๆ ใน 3 ปีตามหลักสูตร
- [3] Findaphd - ค่าใช้จ่ายในการเรียน PhD ที่อังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติมักจะตกอยู่ที่ประมาณ 18,000 ถึง 25,000 ปอนด์ต่อปีสำหรับสายสังคมศาสตร์ และอาจพุ่งไปถึง 30,000 ปอนด์ในสายวิทยาศาสตร์และการแพทย์
- [4] Findaphd - โดยทั่วไปประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ของนักศึกษาต่างชาติเท่านั้นที่ได้รับทุนเต็มจำนวน (Fully-funded) จากมหาวิทยาลัยหรือองค์กรวิจัย
- [5] Findaphd - ระบบประเทศอังกฤษ (UK PhD) ใช้ระยะเวลาโดยเฉลี่ย 3 ถึง 4 ปี (เรียนแบบเต็มเวลา)
- [6] Findaphd - ระบบประเทศสหรัฐอเมริกา (US PhD) ใช้ระยะเวลาโดยเฉลี่ย 5 ถึง 7 ปี (เรียนแบบเต็มเวลา)
- [7] Science - นักศึกษาประมาณร้อยละ 80 ใช้เวลามากกว่า 3 ปีนิดหน่อยเพื่อจัดการแก้ไขงานขั้นสุดท้าย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต