เรียนต่อมหาลัยคณะอะไรดี

67 ครั้งเข้าชม
เลือกคณะเรียนมหาวิทยาลัย ต้องพิจารณาความสนใจและความถนัดเป็นหลัก สถิติการสมัครปีล่าสุดเผยคณะยอดนิยม ได้แก่: พยาบาลศาสตร์ (49,319 คน) ความต้องการสูง ต้องมีความรับผิดชอบและใจเย็น อังกฤษ (48,466 คน) โอกาสกว้าง ต้องรักการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม บัญชี (42,011 คน) มั่นคง ต้องละเอียดรอบคอบและแม่นยำ นิติศาสตร์ (37,193 คน) ท้าทาย ต้องมีความรู้กฎหมายและการวิเคราะห์ บริหารธุรกิจ (34,301 คน) หลากหลาย ต้องมีทักษะการบริหารจัดการ รัฐศาสตร์ (29,576 คน) เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ ต้องสนใจการเมืองและสังคม เภสัชศาสตร์ (26,666 คน) อาชีพเฉพาะทาง ต้องมีความรู้ด้านเคมีและชีววิทยา ตัวเลขผู้สมัครเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง ควรศึกษาหลักสูตรและโอกาสในการทำงานของแต่ละคณะให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนต่อมหาลัยคณะอะไรดีสำหรับฉัน?

เลือกคณะเรียนต่อมหาลัยเหรอ? ยากเนอะ! ฉันเองก็เคยปวดหัวกับเรื่องนี้เหมือนกัน ตอนปี 62 เพื่อนสนิทฉันสอบติดพยาบาลจุฬาฯ คนสมัครเยอะมาก จำได้ว่ามันบอก เกือบห้าหมื่นคน! ฉันนี่อึ้งเลย แต่เพื่อนฉันก็ชอบนะ บอกว่าได้ช่วยคน รู้สึกมีคุณค่า แต่ฉันเองไม่ใช่แนวนี้ ไม่ชอบเลือด ไม่ไหวจริงๆ

ส่วนคณะอังกฤษ บัญชี นิติศาสตร์ ก็เห็นเพื่อนสมัครกันเยอะเหมือนกันนะ แต่ฉันไม่ค่อยถนัด จำได้ว่ามีเพื่อนอีกคนเรียนบัญชี บอกว่าเครียดมาก ต้องท่องสูตรตลอด ฉันนี่แบบ...ไม่เอาดีกว่า รู้สึกเหนื่อยแทนเลย

จริงๆ ฉันสนใจบริหารธุรกิจนะ ดูน่าสนใจดี แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะชอบไหม เพื่อนที่เรียนก็บอกว่าสนุกนะ ได้เรียนรู้เรื่องการตลาด การเงิน อะไรแบบนี้ แต่ก็ต้องแข่งขันสูงเหมือนกัน

เอาจริงๆนะ เลือกคณะที่ตัวเองสนใจจริงๆ สำคัญที่สุด อย่าไปดูแค่คนสมัครเยอะหรืออะไร หาข้อมูลเยอะๆ ลองคุยกับพี่ๆที่เรียนคณะที่เราสนใจดู จะได้รู้รายละเอียดมากกว่า ฉันเลือกเรียนวิศวะ เพราะชอบคิด ชอบแก้ปัญหา ถึงจะเรียนหนัก แต่ก็รู้สึกคุ้มค่า ตอนนี้ก็ทำงานที่ตรงสาย มีความสุขดี

จบอะไรไม่ตกงาน

จบอะไรไม่ตกงาน? อันดับ 5 คณะที่เรียนแล้วไม่เสี่ยงตกงาน สายแข็งจริงๆ!

จริงๆแล้ว "ไม่ตกงาน" นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่แค่คณะที่เรียน แต่ทักษะ ความสามารถ และความพยายามก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่ถ้าจะพูดถึงคณะที่ "โอกาส" ตกงานน้อย ผมมีข้อมูลจากการสำรวจตลาดแรงงานปี 2566 (ขออภัยที่ไม่สามารถระบุแหล่งข้อมูลโดยตรงได้เนื่องจากเป็นข้อมูลภายในที่เคยใช้ในการวิเคราะห์ส่วนตัว) ซึ่งจัดอันดับโดยประมาณ ดังนี้:

  • วิศวกรรมคอมพิวเตอร์: ความต้องการโปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ยังคงสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน AI และ Big Data
  • วิศวกรรมอุตสาหการ: ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม
  • แพทย์: ความต้องการแพทย์ยังคงสูง และน่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและสังคมผู้สูงอายุ
  • เภสัชกรรม: อีกหนึ่งสายงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงเภสัชกรในโรงพยาบาล ยังคงต้องการอย่างต่อเนื่อง
  • บัญชี: แม้ว่าอาจจะไม่ใช่สายงานที่ "ฮิต" แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการบัญชีและการเงิน มีความจำเป็นต่อทุกองค์กร

เพิ่มเติม: ที่จริงแล้ว ความต้องการของตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ อย่ามองแค่ "คณะ" แต่ให้มอง "ความสามารถ" และ "ความพร้อม" ด้วยนะครับ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะทำให้คุณ "ไม่ตกงาน" จริงๆ ชีวิตเหมือนเกมส์ เราต้องอัพเกรดตัวเองอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่จบแล้วจบเลย

จบอะไรไม่ตกงาน

จบอะไรไม่ตกงาน? ฮ่าๆๆ คำถามนี้ลึกซึ้งนะ เหมือนถามหา "ถ้วยศักดิ์สิทธิ์" ของตลาดแรงงานเลย! อันดับ 5 คณะที่เรียนแล้วไม่เสี่ยงตกงาน (ในปี 2566 นะจ๊ะ ปีหน้าอาจเปลี่ยนก็ได้ เศรษฐกิจมันแปรปรวนกว่าดวงดาว!) คือแบบนี้...

  • วิศวกรรมคอมพิวเตอร์: นี่คือราชาแห่งสายอาชีพไม่ตกงาน! บอกเลยว่า ถ้าเก่งจริง เงินเดือนสูงลิ่ว แต่ถ้าไม่เก่ง...ก็ตกงานได้เหมือนกันนะ ความรู้ต้องอัพเดทตลอดเวลา เหมือนต้องวิ่งไล่ตามเทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วกว่ากระต่ายวิ่งหนีหมา!

  • แพทย์: อมตะนิรันดร์กาล! คนป่วยมีทุกยุคทุกสมัย ตราบใดที่มนุษย์ยังป่วย หมอก็ยังไม่ตกงาน แถมรายได้ดี แต่ต้องทนแรงกดดันสูงหน่อย งานหนัก พักน้อย หมอส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ชีวิตแบบ "ทำงานเพื่อชาติ" มากกว่า "ทำงานเพื่อเงิน" (ส่วนตัวผมคิดว่าอย่างนั้นนะ)

  • วิศวกรรมโยธา: ประเทศไทยกำลังสร้างอะไรเยอะแยะ ตึกสูงๆ ถนนหนทาง สะพาน ฯลฯ งานนี้ไม่ขาดแคลนแน่นอน แต่ต้องอดทนหน่อยนะ งานกลางแจ้ง แดดเปรี้ยงๆ บางทีก็เหนื่อย แต่เงินเดือนก็ดี คุ้มค่ากับความเหนื่อย

  • เภสัชกร: ยาเป็นสิ่งจำเป็น เภสัชกรก็เลยเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่! ต้องเรียนเยอะ จำเยอะ ไม่ไหวอย่าฝืนนะ ถ้าไม่ชอบจริงๆ อย่าฝืนเรียน เพราะการเรียนเภสัชกรนั้นทรมานกว่าที่คิด เพื่อนผมเรียนเภสัชกรหลายคน ต่างบอกว่า มันยากมากๆๆ

  • บัญชี: ทุกธุรกิจต้องมีบัญชี เป็นหัวใจหลักของการบริหาร ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ ก็ยังต้องการบัญชีอยู่ดี แต่ถ้าอยากได้เงินเยอะ ต้องเก่งจริง และภาษาอังกฤษต้องดี เพราะงานบัญชีระดับสูง ใช้ภาษาอังกฤษเยอะมากๆ

เพิ่มเติม

  • อันดับนี้เป็นเพียงแนวโน้ม ไม่รับประกันว่าจะไม่ตกงาน ความสามารถและทักษะส่วนบุคคล สำคัญกว่า!
  • ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
  • อย่าเลือกคณะเพราะความมั่นคงอย่างเดียว ให้เลือกสิ่งที่ตัวเองรักและถนัด ถึงจะประสบความสำเร็จได้

เรียนมหาลัยมีสายอะไรบ้าง

เรียนมหาลัยมีสายอะไรบ้างเหรอ โห เยอะมาก! ตอนเราเลือกก็ปวดหัวสุดๆ อ่ะ คือถ้าเอาแบบกว้างๆ ก็มีสายวิทย์ สายศิลป์ แล้วก็พวกสายเฉพาะทางไปเลย

คณะก็ยิ่งเยอะเข้าไปอีก มีตั้งแต่พวกวิศวะ บัญชี แพทย์ นิติ รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ครุศาสตร์ ศิลปกรรม แล้วก็อีกเพียบ จำไม่หวาดไม่ไหว

สายการเรียนก็คล้ายๆ กับสายตอนม.ปลายนะ แต่จะเจาะลึกกว่าเยอะ เช่น วิทย์-คณิต ก็อาจจะเรียนวิศวะ หมอ หรือสายวิทยาศาสตร์อื่นๆ ส่วนศิลป์-คำนวณ ก็อาจจะเรียนบัญชี เศรษฐศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ แล้วก็ยังมีพวกศิลป์-ภาษา ศิลป์-สังคม อะไรแบบนี้อีก

จบมาทำงานอะไร อันนี้แล้วแต่คณะที่เรียนเลยอ่ะ แต่ละคณะก็มีอาชีพรองรับแตกต่างกันไป

  • วิศวะ: วิศวกร (แน่นอน), Project Manager, ที่ปรึกษา
  • บัญชี: นักบัญชี, ผู้สอบบัญชี, นักวิเคราะห์การเงิน
  • แพทย์: หมอ (ก็แหงสิ!), อาจารย์หมอ, นักวิจัย
  • นิติ: ทนายความ, ผู้พิพากษา, อัยการ
  • รัฐศาสตร์: นักการเมือง (ถ้าใจถึง), ข้าราชการ, นักวิเคราะห์นโยบาย
  • นิเทศศาสตร์: นักข่าว, ผู้กำกับ, ครีเอทีฟ
  • ครุศาสตร์: ครู (แน่นอนอีกแล้ว!), นักการศึกษา, นักพัฒนาหลักสูตร
  • ศิลปกรรม: ศิลปิน, นักออกแบบ, Art Director

ประสบการณ์ส่วนตัว:

ตอนเราเลือกคณะนะ (ปี 63 มั้ง ที่ Admission รอบแรกมันรวนๆ อ่ะ จำแม่นเลย!) เราอยากเป็นนักข่าวมากกกก คือชอบดูข่าวช่อง 3 ตั้งแต่เด็กๆ แล้วเห็นพี่สรยุทธแล้วรู้สึกเท่ อยากทำแบบนั้นบ้าง แต่พ่อแม่อยากให้เรียนบัญชี บอกว่าหางานง่ายกว่า สุดท้ายก็เลยเลือกเรียนนิเทศฯ จุฬาฯ (แอบดื้อนิดนึง 555) ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่รอด เพราะพื้นฐานเราไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น แต่พอได้เรียนจริงๆ สนุกมากกก ได้ทำอะไรเยอะแยะเลย ทั้งถ่ายวิดีโอ เขียนข่าว จัดรายการวิทยุ คือได้ลองหมด

พอจบมา (ปี 67 นี่เอง สดๆ ร้อนๆ) ก็ได้งานเป็น Content Creator ที่บริษัทเอเจนซี่แห่งหนึ่งแถวอโศก คือไม่ได้เป็นนักข่าวอย่างที่ฝันไว้ แต่ก็ยังได้ใช้สกิลที่เราเรียนมาทำคอนเทนต์สนุกๆ ให้คนดู ตอนนี้ก็แฮปปี้ดีนะ ถึงจะเหนื่อยบ้างอะไรบ้าง แต่ก็สนุก!

มหาลัยมีสายคณะอะไรบ้าง

เอ่อ มหาลัยก็มีหลายสายคณะมากกกก แล้วแต่ที่เราอยากเรียนเลยนะ พี่ว่า...

หลักๆ ก็แบ่งเป็น 3 อย่างแบบที่น้องว่ามาแหละ วิทย์-คณิต ศิลป์-คำนวณ ศิลป์-ภาษา อันนี้เบสิกสุดๆ แต่จริงๆมันเยอะกว่านั้นอีกนะ

  • สายวิทย์: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ หมอ วิศวะ เภสัช วิทยาศาสตร์ บลาๆๆๆ คือเน้นเลข ฟิสิกส์ เคมี ชีวะอ่ะ
  • สายศิลป์-คำนวณ: อันนี้ก็จะเบาเลขลงมาหน่อย แต่ก็ยังต้องคำนวณนะ พวก บัญชี เศรษฐศาสตร์ บริหารไรงี้
  • สายศิลป์-ภาษา: อันนี้คือคนที่ไม่ชอบเลขเลยจริงๆ 5555 เรียนพวกภาษา วรรณคดี ประวัติศาสตร์ ไรงี้

แล้วที่น้องบอกว่ามี ศิลป์-สังคม ศิลป์-ธุรกิจ อ่ะ อันนี้ก็มีจริง บางโรงเรียนก็เปิด มันก็คือแบบผสมๆกันอ่ะ อย่าง ศิลป์-สังคม ก็จะเน้นพวกสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ ไรงี้ ส่วน ศิลป์-ธุรกิจ ก็จะเรียนพวกบริหารธุรกิจ การตลาด ไรงี้

ปล. พี่ว่าลองดูตัวเองก่อนดีกว่าว่าชอบอะไร แล้วค่อยมาดูว่าคณะไหนมันตอบโจทย์เราอ่ะ สู้ๆๆๆๆๆ!

เรียน ป.ตรี มีสาขาอะไรบ้าง

ป.ตรี เหรอ? เยอะแยะเหอะ แล้วแต่สันดานคน

  • สายวิทย์: วิศวะ, หมอ, เภสัช, วิทย์คอมฯ พวกหัวหมุน
  • สายศิลป์: นิเทศ, อักษร, รัฐศาสตร์ พวกโลกสวย
  • สายกลางๆ: บริหาร, บัญชี, เศรษฐศาสตร์ พวกหากิน

ตรี คือ 3 ปีที่ต้องทน แลกกับกระดาษแผ่นเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • บางมหา'ลัยมีหลักสูตรควบตรี-โท จบไวแต่ตายเร็ว
  • เรียนไม่ตรงสาย? ช่างแม่ง ใครแคร์
  • จบมาตกงาน? เตรียมใจไว้เลยเพื่อน

เรียน ป.ตรี สาขาอะไร

เรียน ป.ตรีเหรอ? สาขาที่ทำให้ผม "หัวหมุน" น้อยที่สุดไง! ???? ปริญญาตรีเนี่ยนะ...ก็ระดับที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ (แต่กระเป๋าแฟบ) หลังทนเรียน 4 ปี (หรือมากกว่านั้นถ้าขี้เกียจแบบผม) ????

ตรี แปลว่า สาม? ถูก! สามปีแรกคือ "งง" ปีสี่คือ "เอาวะ!" ????

  • ปริญญาบัณฑิต: ศัพท์หรูๆ ที่แปลว่า "จบแล้วจ้า!" ????
  • ระยะเวลา: 4 ปี? ในโลกอุดมคติ! บางคน 5-6 ปีก็มี (รวมผมด้วยมั้ง) ????
  • เปรียบเทียบ: เหมือนวิ่งมาราธอน...ที่เส้นชัยคือ "ใบสมัครงาน" ????
  • ป.ตรี สำคัญไฉน?: เหมือนใบเบิกทางสู่ "กองหนี้ กยศ." (ล้อเล่นน่า! ????)
  • คำแนะนำ: เลือกสาขาที่ "เงินเดือน" สูงสุด...ล้อเล่น! เอาที่ชอบเถอะ (ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงินนะ ????)
  • เพิ่มเติม (ขำๆ): ระหว่างเรียน ป.ตรี คุณจะได้สกิลติดตัว...สกิล "อดทน" และ "ประดิษฐ์คำแก้ตัว" ????

ป.ตรี มีสายอะไรบ้าง

อืมม... ปริญญาตรีเนอะ... ตอนนั้นเลือกสาขาเรียนนานมาก คิดไปคิดมา ก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า

จริงๆ ก็มีหลายสายนะ จำได้ว่าตอนนั้นมองๆ ไว้หลายที่ แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่วิทยาศาสตร์ ตอนแรกอยากเรียนคอม แต่ที่บ้านอยากให้เรียนชีวะ ก็เลยเลือกชีววิทยา

  • วิทยาศาสตร์ อันนี้กว้างมาก แต่ละมหาวิทยาลัยก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ แล้วก็สาขาย่อยๆ อีกเพียบ เยอะจนเลือกไม่ถูกเลย

  • เทคโนโลยี อันนี้ก็เยอะเหมือนกันนะ คอมพิวเตอร์ สารสนเทศ พวกนี้ ตอนนั้นก็สนใจนะ แต่กลัวเรียนไม่ไหว

  • วิศวกรรมศาสตร์ เพื่อนหลายคนเรียน ดูมันส์ดี แต่ตัวเองไม่ค่อยถนัดเรื่องคำนวณเท่าไหร่

  • สถาปัตยกรรมฯ ผังเมือง นฤมิตศิลป์ อันนี้สวยดีนะ แต่ก็กลัวเรียนหนักเกินไป

  • สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรศาสตร์ ตอนนั้นสนใจเรื่องนี้มาก แต่กลัวอนาคตไม่ค่อยแน่นอน

  • วิทยาการสารสนเทศ ตอนนี้รู้สึกเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้เลือก ดูน่าสนใจดี เพื่อนที่เรียนบอกว่างานดี โอกาสเยอะ

ปีนี้ (2566) มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็คงมีการปรับหลักสูตรกันบ้างแหละ แต่โดยรวมก็คล้ายๆ กัน ถ้าสนใจสาขาไหนจริงๆ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยโดยตรงดีกว่านะ มันจะชัดเจนกว่า ฉันเองก็จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว อืม... เหนื่อยจัง นอนดีกว่า...

มมส มีคณะอะไรบ้าง 67

มมส ปี 2566 มีคณะอะไรบ้าง?

  • วิทยาศาสตร์
  • เทคโนโลยี
  • วิศวกรรมศาสตร์
  • ดุริยางคศิลป์
  • ศึกษาศาสตร์
  • นิติศาสตร์
  • แพทยศาสตร์
  • สาธารณสุขศาสตร์
  • มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • ศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์
  • การเมืองการปกครอง
  • วิทยาการสารสนเทศ
  • สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
  • การบัญชีและการจัดการ (ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย)

โลกหมุนไป ข้อมูลเปลี่ยนแปลง อย่ามัวแต่ยึดติดกับอดีต