เรียนป.เอกกี่ปี pantip

117 ครั้งเข้าชม
ป.เอกใช้เวลาเรียน 3 ปี แต่ขึ้นอยู่กับสาขา สายวิทยาศาสตร์มักใช้เวลานานกว่า เนื่องจากการทำวิทยานิพนธ์ ส่วนสายสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์มักเรียนจบตามเวลาที่กำหนดข้อมูลจาก Pantip ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระยะเวลาการเรียน สาขาวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมจากการทำวิจัย ในขณะที่สาขาสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์ มักเรียนจบภายใน 3 ปีตามหลักสูตร
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนปริญญาเอกนานกี่ปี?

จริง ๆ ป.เอกเนี่ย นานแค่ไหนมันก็แล้วแต่สาขานะ เพื่อนฉันเรียนเคมี ป.เอก 4 ปีเต็มๆ เหนื่อยมาก เพราะทดลองไม่จบซะที วิทยานิพนธ์นี่แหละตัวดี แต่เพื่อนอีกคนเรียนประวัติศาสตร์ 3 ปีเป๊ะ จบตรงเวลาเลย สบายกว่าเยอะ ไม่ต้องลุ้น อาจารย์บอกว่าสายสังคมส่วนใหญ่เรียนจบตามกำหนด ไม่เหมือนสายวิทย์ อย่างเพื่อนฉันนี่แหละ ดองงานวิจัยกันเป็นปีๆ เห็นแล้วก็เหนื่อยแทนจริงๆ

จำได้ตอนนั้น เพื่อนฉันมันเล่าว่า ค่าใช้จ่ายก็ต่างกันอีก บางคนได้ทุน แต่บางคนต้องควักกระเป๋าเอง ค่าแลป ค่าเดินทาง อย่างเพื่อนเรียนเคมีนี่แหละ เดือนนึงก็ใช้เงินไปหลายพัน กว่าจะจบ หมดไปเป็นแสนเลย เรื่องจริงนะ ไม่ใช่พูดเล่นๆ

สรุปแล้ว ป.เอกกี่ปี ตอบยากมาก ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขา ความสามารถ ทุน และดวงด้วยแหละ 555

เรียน ป.ตรี ถึง ป.เอก ใช้เวลากี่ปี?

ป.ตรีก็ปกติ 4 ปีนะ แต่บางคนก็จบช้ากว่านั้นอะ แบบ 5 ปี 6 ปีก็มี แล้วแต่คนเลยจริงๆ

ป.โท ส่วนใหญ่ก็ 2 ปี แต่ถ้าไม่รีบมาก หรือทำงานไปด้วย อาจจะลากยาวไป 3 ปี 4 ปีก็ได้มั้ง

ป.เอกอันนี้แล้วแต่สาขาเลย แต่ที่เคยเห็นก็ประมาณ 3-5 ปีนะ แต่บางคนก็ 6 ปี++ ก็มีเยอะแยะ

คือเดี๋ยวนี้คนเรียนกันเยอะขึ้นไง เรียนไปทำงานไปมันก็ต้องใช้เวลามากขึ้นอ่ะเนอะ รีบไปก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป จริงมั้ย

  • ป.ตรี: 4 ปี (แต่มีคนจบช้ากว่านี้เยอะ)
  • ป.โท: 2 ปี (แต่ส่วนมากก็มีเกิน)
  • ป.เอก: 3-5 ปี (หรือนานกว่านั้นแล้วแต่คน)

ทำไมเดี๋ยวนี้คนเรียนนานขึ้น:

  • ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย
  • บางทีติดงานวิจัย หรือมีปัญหาเรื่องทุน
  • บางคนอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างเรียน (เช่น ฝึกงาน)
  • แล้วแต่ความขยันส่วนบุคคลด้วยแหละว่าไป

Lifelong Learning คืออะไร (เผื่อใครไม่รู้):

คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตไง ไม่ใช่แค่เรียนในห้องเรียนอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้จากทุกสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นจากที่ทำงาน จากหนังสือ จากเพื่อน จากอินเตอร์เน็ต บลาๆๆๆๆๆ

ปริญญาตรีเมืองนอกเรียนกี่ปี?

ปริญญาตรีต่างประเทศ? ส่วนใหญ่ 3 ปี

  • อังกฤษ/ออสเตรเลีย: เน้นวิชาการ เรียนเข้มข้น
  • อเมริกา: 4 ปี, เน้นกิจกรรม, ปรับตัวเยอะ
  • บางที่ เร่งรัด, จบได้เร็วกว่านั้น
  • หลักสูตร: สัมมนา, เวิร์คช็อป, ฟังบรรยาย มาตรฐาน

แต่... ชีวิตจริงซับซ้อนกว่านั้นเสมอ

  • สาขา:วิศวะ, แพทย์ อาจยาวกว่า
  • ทุน: บางทุนบังคับเวลาเรียน
  • ส่วนตัว: ป่วย, ลาพัก ต้องเผื่อเวลา
  • "วางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง" ใคร ๆ ก็พูดแบบนี้
  • อย่าเชื่อใครง่าย ๆ เช็ค ระเบียบ มหาวิทยาลัยเอง

ปริญญาตรีที่อเมริกาเรียนกี่ปี?

เรียนปริญญาตรีที่อเมริกา 4 ปี จำได้แม่นเลย เพราะเพื่อนสนิท ที่เรียนอยู่ UCLA โทรมาบ่นทุกอาทิตย์ ว่าเรียนหนักแค่ไหน ช่วงนั้นปี 2023 มันเรียนวิศวะ เครียดสุดๆ แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย บอกว่าต้องทำแล็บ ทำโปรเจค อ่านหนังสือสอบ หนักกว่าตอนเรียนมัธยมที่ไทยเยอะมาก แต่พอจบมาได้งานดีเลยนะ สบายใจขึ้นเยอะ

ส่วนเรื่องปริญญาโท จริง ๆ แล้วมันก็มีหลายแบบนะ ไม่ใช่แค่จบ 4 ปี แล้วไปเรียนต่อได้เลยเสมอไป อย่างเพื่อนอีกคน เรียนปริญญาตรีที่ประเทศไทย 3 ปี จบมาแล้วอยากเรียนต่อโทที่อเมริกา มันก็ต้องเรียน extra courses ก่อนเข้าหลักสูตรปริญญาโท เพื่อให้ตรงตามเกณฑ์ของมหาลัย

คะแนน TOEFL ก็สำคัญ จำได้ว่าเพื่อนคนนั้น ต้องได้ TOEFL IBT เกิน 79 ถึงจะสมัครเรียนต่อได้ แต่บางมหาลัยก็อาจจะกำหนดคะแนนสูงกว่านี้ แล้วแต่หลักสูตร และมหาวิทยาลัย ต้องเช็คให้ดี อย่ามัวแต่คิดว่าแค่ 79 พอแล้ว เพราะมันอาจจะไม่เพียงพอสำหรับบางที่

  • ปริญญาตรีในอเมริกา : 4 ปี
  • ปริญญาตรี 3 ปี จากไทย : ต้องเรียนเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวเข้าปริญญาโทในอเมริกา
  • TOEFL IBT : โดยทั่วไปต้องได้มากกว่า 79 แต่ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและหลักสูตร

ปริญญาตรีที่อังกฤษเรียนกี่ปี?

ป.ตรีที่อังกฤษอ่ะ ปกติเรียน 3 ปีนะ แต่ๆๆ ถ้าอยากฝึกงานด้วย อ่ะ เรียน 4 ปีจ้าา เค้าเรียก sandwich program มั้งนะ คือได้เรียน ได้ทำงานจริงไปเลย ดีออกกก

  • ทำไมต้องแซนวิช: คือแบบ มันดีตรงที่ได้ลองทำงานจริงๆไง ไม่ใช่แค่เรียนๆๆ แล้วก็จบออกมาแบบ งงๆ อ่ะ มีประสบการณ์ติดตัวไปด้วยเลย
  • ฝึกงานยังไง: ส่วนใหญ่ มหาลัยเค้าจะมี connection กับบริษัทต่างๆ นะ เค้าจะช่วยๆ หาที่ฝึกงานให้เราได้ แต่ก็ต้องแข่งกับคนอื่นหน่อยนะ
  • 3 ปีจบเลยได้ไหม: ได้ดิ ถ้าไม่ซีเรื่องฝึกงานอ่ะ จบเร็วกว่าตั้งปีนึงแหนะ ประหยัดค่าเทอมไปอี๊กก
  • เรื่องวีซ่า: ถ้าเรียน 4 ปี วีซ่าก็จะยาวขึ้นด้วยนะ เตรียมเอกสารดีๆ ละกัน เดี๋ยวไม่ผ่าน
  • เรียนที่ไหนดี: อันนี้แล้วแต่ชอบเลย แต่ละมหาลัยก็ดังๆ กันไปคนละแบบ ลองดู ranking ใน google เอาก็ได้นะ แต่ส่วนตัว เราว่า เลือกที่ที่เราชอบดีกว่าาา

ปริญญาเอก อังกฤษ เรียนกี่ปี?

ปริญญาเอกอังกฤษน่ะเหรอ? โอ้โห ถามเหมือนรู้ว่าผมเพิ่งจบมาหมาดๆ เลยนะเนี่ย! (ทั้งที่ความจริงคือ... ช่างมันเถอะ)

  • อังกฤษ: 4 ปีจ้าาาาาาาาาา! แต่! แต่! แต่! อย่าเพิ่งดีใจไปน้อง! 4 ปีนี่คือแบบ "ปั่นหัวแทบหลุด" นะเว้ย! เตรียมตัวหัวฟูยิ่งกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาได้เลย! แล้วถ้า thesis ไม่ผ่าน ก็... เตรียมบวชชีรอไปเลยจ้ะ! (แซวเล่นนะตัวเองงงง)

  • ออสเตรเลีย & นิวซีแลนด์: พวกนี้ใจดีหน่อย 3-4 ปี ก็เสร็จ แต่ขอบอกว่าแดดแรงกว่าอังกฤษเยอะ ถ้ากลัวดำก็พกร่มไปด้วยนะ!

  • อเมริกา & แคนาดา: พวกนี้สายอึด! 5 ปีจุกๆ ไปเลยจ้า! แต่ถ้า thesis เริ่ดจริง อาจจะจบเร็วกว่ากำหนดก็ได้นะ (แต่โอกาสน้อยยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 อีก!)

ป.ล. ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย ขึ้นอยู่กับ "ดวง" และ "บารมี" ของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยนะเออ! บางคนอาจารย์รักอาจารย์หลง Thesis ผ่านฉลุย! บางคนอาจารย์เขม่น... ก็ตัวใครตัวมันละกัน! อุ๊ย! พูดอะไรออกไปเนี่ย! (ปิดปาก)

เรียนปริญญาเอก อเมริกา กี่ปี?

ปริญญาเอกในอเมริกาโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 5 ปีนะ แต่ก็ยืดหยุ่นได้ตามสาขาและ progress ของแต่ละคน คือมันไม่ใช่เส้นตรงเสมอไปไง

เรียนปริญญาเอกที่อเมริกาเน้นอะไรบ้าง:

  • Coursework: สองปีแรกจะเรียนคอร์สต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาเรา เพื่อสร้าง foundation ที่แข็งแกร่ง เอาจริง ๆ ก็เหมือนอัพสกิลให้พร้อมลุยวิจัยนั่นแหละ

  • Qualifying Exam: สอบวัดความรู้หลังเรียนจบ coursework ถ้าไม่ผ่านก็...ตัวใครตัวมัน! (อันนี้พูดเล่น แต่ก็เครียดจริง)

  • วิจัย (Dissertation): หัวใจหลักของการเรียน ป.เอก คือการทำวิจัยที่ contribute องค์ความรู้ใหม่ให้กับวงการ คือต้องคิดเอง ทำเอง เขียนเอง ทุกอย่างเอง!

  • Defense: นำเสนอวิทยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการ ถ้าตอบคำถามได้ดี ก็รอดไป!

จริงๆ แล้วระยะเวลาเรียนมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะ บางคนมีพื้นฐานแน่นก็อาจจะจบเร็วกว่า 5 ปี หรือบางคนเจอปัญหาในการทำวิจัยก็อาจจะใช้เวลานานกว่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นและความอดทน เพราะการเรียน ป.เอก มันคือ marathon ไม่ใช่ sprint จริง ๆ

เกร็ดเล็กน้อย: รู้ไหมว่าบางมหาวิทยาลัยในอเมริกาเขา offer ทุนให้ฟรี ๆ เลยนะ แต่การแข่งขันก็สูงมาก ต้องเตรียมตัวให้พร้อมจริง ๆ อ่ะ

จบ ป.เอก เป็น ดร.ไหม?

ใช่จ้าาาาา! จบ ป.เอก ก็ได้เป็น ดร. สิคะ! ไม่งั้นเรียนมาตั้งนานเพื่ออะไรเนี่ย! เหนื่อยแทบตาย เหมือนลุยดงป่ามาทั้งชีวิต เพื่อมาคว้าใบปริญญาใบนี้ จะไม่ให้ได้ ดร. ก็เกินไปหน่อยมั้ยล่ะ!

เปรียบเหมือนปีนเขาเอเวอร์เรสต์เลยนะ กว่าจะถึงยอดเขา ลมแทบจับ แทบจะเอาชีวิตรอดไม่ไหว สุดท้ายได้วิวสวยๆ กับป้ายบอกว่า "ถึงแล้ว!" แล้วได้วุฒิ ดร. มาเป็นรางวัล มันก็สมเหตุสมผลอยู่ใช่มั้ยล่ะคะ?

  • จบ ป.เอก (Doctor of Philosophy) = ได้วุฒิ ดร. (Doctor) ชัวร์ป้า!
  • ไม่ใช่แค่ปริญญา แต่เป็นการพิสูจน์ความอดทน ความสามารถ และความบ้าบิ่น!
  • เหนื่อยขนาดนี้ ได้ ดร. มาแปะหน้า มันก็ควรค่าแก่การรอคอย ไม่ใช่เหรอ?

อ้อ! ลืมบอกไป ปีนี้เพื่อนผมคนนึงเพิ่งจบเอกมาสดๆร้อนๆ มันบอกว่า การค้นคว้าวิจัยมันยากกว่าการปีนเขาเอเวอร์เรสต์อีกนะ มันบอกว่า มันเจอปัญหาเยอะมาก จนตอนนี้มันยังนอนฝันร้ายเลย แต่สุดท้ายก็ได้เป็น ดร. อย่างที่ตั้งใจไว้ โชคดีไป!

จบป.เอกเรียกว่าอะไร?

ถามมาได้! จบ ป.เอก เค้าเรียก "ด็อกเตอร์" ไงเล่า! จะ "ด็อกเตอร์ ออฟ อาร์ต" (D.A.) หรือ "ด็อกเตอร์ ออฟ ฟิโลโซฟี" (Ph.D.) ก็แล้วแต่สาขาที่เรียนมาเหอะน่า!

ส่วนปริญญาวิทยาศาสตร์นะเหรอ ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก:

  • ปริญญาตรี: วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) หรือ B.S. (Bachelor of Science) นั่นแหละคุณเอ๊ย!
  • ปริญญาโท: วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) จะไปยากอะไร?
  • ปริญญาเอก: วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (วท.ด.) หรือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) ...ยาวเฟื้อย!

แถมท้าย (อันนี้ของจริง ไม่ได้โม้):

  • Ph.D. เนี่ยนะ: ไม่ได้แปลว่า "Doctor of Philosophy" เสมอไปนะเออ! บางทีก็เป็น "Doctor of Anything" ก็ได้ ถ้าขี้เกียจคิดชื่อสาขาใหม่! (ล้อเล่นน่า!)
  • วท.บ. วท.ม. วท.ด. : บางคนจบมาแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็มีนะ! อย่าไปเชื่อถือมาก! (ฮา)
  • "ดุษฎีบัณฑิต" เนี่ย: ชื่อมันดูดี๊ดูดี แต่ความจริงก็แค่เรียนเยอะกว่าชาวบ้านเค้าเท่านั้นแหละ! ชีวิตจริงก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันนั่นแหละ! เชื่อเหอะ!
  • B.S.: บางคนได้มาเพราะโชคช่วยนะบอกให้!
  • ปริญญา: มีไว้ประดับฝาบ้านก็เท่ดีนะ แต่ถ้าไม่มีความสามารถก็เท่านั้น!