เรียนปริญญาเอกที่อเมริกากี่ปี

84 ครั้งเข้าชม
เรียนปริญญาเอกที่อเมริกากี่ปีหลักสูตรปริญญาเอกในสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปใช้เวลาเรียน 5 ปี ซึ่งมีโครงสร้างการเรียนที่ชัดเจน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ: 2 ปีแรก: เน้นการเรียนในชั้นเรียน (Coursework) เพื่อปูพื้นฐานความรู้และทฤษฎีที่จำเป็นในสาขาวิชานั้นๆ 3 ปีหลัง: มุ่งเน้นการทำวิจัยและเขียนวิทยานิพนธ์ (Thesis/Dissertation) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาระดับปริญญาเอก
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนต่อปริญญาเอกที่อเมริกา ใช้เวลากี่ปีถึงจะจบ?

เรียนต่อป.เอกที่อเมริกาเนี่ยนะ? เอาจริงๆ นะ มันไม่ใช่แค่ 3-5 ปีเป๊ะๆ หรอก ยิ่งถ้าเป็นสายวิชาการจริงๆ จังๆ เนี่ย บางทีก็ยาวกว่านั้นอีก.

ของฉันเองนะ ตอนทำป.เอกที่อเมริกา ใช้เวลาไป 6 ปีเต็มๆ. ปีแรกๆ ก็คือเรียนหนักมาก วิชาแน่น ต้องอ่าน paper เป็นตั้งๆ.

หลังจากนั้นก็เริ่มทำวิจัย อันนี้แหละตัวดีเลย. กว่าจะหาหัวข้อได้, กว่าจะออกแบบการทดลอง, กว่าจะได้ผลที่น่าเชื่อถือ.

บางทีก็ท้อนะ. แบบรู้สึกว่าทำไมมันยากจัง. เห็นเพื่อนบางคนก็เร็วกว่านั้น.

แต่ก็อย่างว่าแหละ. สายวิทย์เนี่ย มันมีแล็บ มีทดลองเยอะ. ถ้าเป็นสายสังคมศาสตร์อาจจะเร็วกว่านี้หน่อย.

สรุปคือ ถ้าถามว่ากี่ปี? ก็ประมาณ 5-6 ปีนะ. แต่ถ้าเราเก่ง เร็ว มีเป้าหมายชัดเจน อาจจะจบเร็วกว่านั้นก็ได้.

ส่วนเรื่องเรียนเนี่ย. ช่วงแรกๆ จะเป็นพวกวิชาหลักของสาขาเรา. ต้องลงเรียนหลายตัว.

แล้วก็จะมีพวกวิชาเลือกที่ต้องเรียน. บางทีก็เป็นวิชาที่ต้องใช้วิเคราะห์ข้อมูล หรือสถิติขั้นสูง.

พอจบช่วงเรียนแล้ว. คือพีคสุดละ. ก็คือการทำวิจัย. ของฉันเนี่ยตอนทำวิจัยต้องไปเก็บข้อมูลที่ต่างเมืองเลย.

ต้องเขียน proposal, ทำวิจัย, วิเคราะห์ผล. แล้วก็เขียน thesis. อันนี้แหละคือหัวใจหลัก.

แล้วก็ต้องมี defense. คือการนำเสนอผลงานของเราต่อคณะกรรมการ. อันนี้ลุ้นสุดๆ.

แต่พอจบแล้วนะ. ความรู้สึกมันคุ้มค่านะ. ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์.

มันไม่ใช่แค่ความรู้ทางวิชาการนะ. แต่ยังได้เรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตในต่างแดนด้วย.

คือมันมากกว่าแค่การเรียนปริญญา. มันคือการเติบโต.

PHD กับ DR ต่างกันอย่างไร

DR นี่มัน... อืม... คนที่จบปริญญาเอกน่ะครับ พวกนี้เขาเรียกว่า Doctor of Philosophy

PHD ก็คือ วุฒิปริญญาเอกนั่นแหละ เป็นคำย่อ

ถ้าเป็นหมอที่จบแพทย์ศาสตร์บัณฑิต (MD) เนี่ย ก็เรียกว่า Doctor ได้เหมือนกัน

มันไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่มีวุฒิ PhD หลายใบหรอกครับ ใครจบหมอมาก็คือ Doctor ได้แล้ว

  • Doctor มันเป็นคำที่ใช้เรียกได้กว้างๆ เลยนะ
  • PhD คือ วุฒิบัตรที่บ่งบอกว่าเรียนจบขั้นสูงสุดแล้วในสาขาที่เราเลือก
  • MD ก็เป็นวุฒิที่ทำให้เรียก Doctor ได้เหมือนกัน

จริงๆ เรื่องนี้มันก็ซับซ้อนนิดหน่อยนะ กลางคืนแบบนี้เลยคิดเยอะหน่อย

เรียนจบปริญญาเอกใช้เวลากี่ปี

เรียนปริญญาเอกนะ? โอ๊ย ก็แล้วแต่มหาลัย แล้วแต่สาขาด้วยแหละ แต่ถ้าเอาแบบ น้อยสุดๆ ก็ 3 ปี ไง แต่ส่วนใหญ่เค้าก็ให้เวลาถึง 6 ปี เลยนะ ก็มีกฎว่าต้องเรียนอย่างน้อย 6 เทอมอ่ะ แบบว่า 2 เทอมต่อปี ปีละ 3 เทอมก็ 2 ปีพอดี แต่ก็คงไม่มีใครทำได้แบบนั้นเป๊ะๆ หรอกมั้ง ยากเกิน.

  • 3 ปี: คือเวลา สั้นสุด ที่เค้ากำหนดไว้
  • 6 ปี: เป็น เพดานสูงสุด ส่วนใหญ่
  • 6 เทอม: เป็น ข้อกำหนดขั้นต่ำ ของหลักสูตร

บางทีก็คิดนะว่าทำไมต้องนานขนาดนั้น? มันคงมีอะไรให้ทำเยอะแหละ วิจัยอะไรพวกนี้มันก็ต้องใช้เวลาเนาะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะจบได้เร็วๆ นี่มันคือการศึกษาขั้นสูงสุดแล้วอะ.

  • PhD = Doctor of Philosophy นะ ชื่อเต็มๆ ก็ประมาณนี้
  • เรื่องเวลา: มันยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมของงานวิจัยแต่ละคนด้วย
  • ความรู้ลึกซึ้ง: การเรียนปริญญาเอกคือการเจาะลึกในสาขาที่เราสนใจจริงๆ จังๆ อ่ะ
  • งานวิจัย: ส่วนสำคัญเลยแหละ ต้องค้นคว้า ทดลอง แล้วก็เขียนวิทยานิพนธ์ออกมาให้ได้

การเรียนปริญญาเอกมันไม่ใช่แค่เรียนๆ สอบๆ จบนะ มันคือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้วงการเลยก็ว่าได้.

  • การตัดสินใจ: ต้องคิดให้ดีๆ เพราะมันใช้เวลา พลังงาน และเงินเยอะ
  • ความมุ่งมั่น: สำคัญมากกกก ต้องมีใจรักจริงๆ
  • สาขาวิชา: แต่ละสาขามีความยากง่ายและระยะเวลาต่างกันไป
  • การวางแผน: วางแผนให้ดีก็ช่วยได้เยอะนะ

ก็ประมาณนี้แหละ เรียนปริญญาเอกน่ะ.

PHD กับ DR ต่างกันอย่างไร

โอ้ยยย เรื่องนี้เถียงกันทีไรวงแตกทุกที! เหมือนถามว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อน แต่เวอร์ชั่นปัญญาชน

PhD คือสุดยอดวุฒิสายวิชาการ ส่วน Dr. คือคำนำหน้าชื่อ จบนะ... อะ ล้อเล่นนน!

PhD หรือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คือคนที่รู้เรื่องอะไรสักอย่างเยอะจนน่ากลัว เยอะจนคนปกติฟังแล้วอยากหลับ เค้าคือคนที่ใช้เวลาหลายปีจ้องมองปัญหาเดิมๆ จนกระทั่งค้นพบอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครเคยรู้มาก่อน PhD คือการสร้างความรู้. เหมือนเป็นคนเขียนตำราเล่มใหม่ของโลกในหัวข้อที่เฉพาะเจาะจงมากๆ

ส่วน MD (Medicinae Doctor) หรือแพทย์เนี่ย เขาเป็น 'ด็อกเตอร์' สายปฏิบัติ เรียนมาเพื่อวินิจฉัยและซ่อมแซมร่างกายมนุษย์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเครื่องยนต์ F1 MD คือการใช้ความรู้. เขาไม่ได้เขียนตำราใหม่ แต่เขาคือคนที่อ่านตำราทุกเล่มแล้วเอามาช่วยชีวิตคุณตอนตีสาม

ดังนั้น MD คนเดียวก็เป็น Doctor ได้เต็มภาคภูมิ ไม่ต้องรอให้มี PhD ห้อยท้าย ไม่ต้องไปสงวนไว้ให้ใครทั้งนั้นแหละ จะให้เรียกว่าอะไร ช่างซ่อมมนุษย์เหรอ? ก็กะไรอยู่

เรื่องวุ่นๆ มันเกิดตอนที่คนนึงคิดว่า 'ด็อกเตอร์' ของตัวเองขลังกว่าอีกคน ทั้งที่จริงๆ มันคือคนละสนามรบเลย เหมือนเอาเชฟมิชลินสตาร์ไปเทียบกับนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร คนนึงปรุงอาหารให้อร่อยเลิศล้ำ อีกคนวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลของอาหาร ทั้งคู่คือสุดยอดในทางของตัวเอง แต่ให้สลับงานกันทำรับรองว่าหายนะ!

สรุปให้เห็นภาพชัดๆ แบบไม่ต้องไปเปิดพจนานุกรม:

  • PhD (Doctor of Philosophy): นี่คือ 'ด็อกเตอร์' ในความหมายของนักปราชญ์ นักวิจัย คนที่หมกมุ่นกับ 'ทำไม' และ 'อย่างไร' ในศาสตร์แขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิสิกส์ สังคมศาสตร์ หรือแม้แต่วรรณคดี เป้าหมายคือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้โลก.

  • MD (Doctor of Medicine): นี่คือ 'ด็อกเตอร์' ในความหมายของนายแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสุขภาพคน เป็นวุฒิสายวิชาชีพชั้นสูง เป้าหมายคือการนำความรู้ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาชีวิต.

  • Dr. (คำนำหน้าชื่อ): เป็นยศฐาบรรดาศักดิ์ที่มอบให้กับผู้สำเร็จการศึกษาระดับสูงสุดในสาขานั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการ (PhD) หรือสายวิชาชีพ (MD, DDS, DVM, PharmD).

  • แล้วพวก MD, PhD ล่ะ?: อันนี้คือร่างสุดยอด คือคนที่ทั้งรักษาคนได้ (MD) และยังทำวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางการแพทย์ได้ด้วย (PhD) เป็นเหมือนยอดมนุษย์ในวงการแพทย์ ที่ทั้งลงมือซ่อมและออกแบบพิมพ์เขียวใหม่ไปพร้อมๆ กันได้เลย. โคตรเท่.

เรียนจบปริญญาเอกใช้เวลากี่ปี

เรียนจบปริญญาเอกนี่มันก็เหมือนการเดินทางไกลที่ไม่มีวันสิ้นสุด... เอ้ย! ไม่ใช่สิ! มันคือการ "ปั่นงานวิจัย" จนกว่าคุณจะยอมแพ้ หรือไม่ก็ "สำเร็จ" ไปเลยแหละ

ถ้าเอาแบบ "เร็วสุดติ่งกระดิ่งแมว" ก็ 3 ปี พอไหว แต่ถ้าอยากได้แบบ "ชิลๆ ไม่รีบ" หรือ "งานวิจัยมันยากเกิ๊น" ก็ 6 ปี คือ "เวลามาตรฐาน" ที่เขาให้มานะ แต่ส่วนใหญ่เค้าก็อยากให้จบใน 6 เทอม เป็นอย่างน้อยนะจ๊ะ (ประมาณ 3 ปีนั่นแหละ)

PhD คืออะไร? ชื่อเต็มคือ Doctor of Philosophy ฟังดูขรึมๆ แต่จริงๆ มันคือการเป็น "ผู้เชี่ยวชาญขั้นสุดยอด" ในสาขาที่เราเรียนแหละ! เหมือนนักสืบโคนันเวอร์ชันวิชาการ ที่ต้องขุดคุ้ย วิจัย หาความจริง จนบางทีก็งงว่า "นี่เราเรียนหรือเรากำลังจะบ้า?!"

เรียนกี่ปี?

  • ขั้นต่ำสุด: 3 ปี (ถ้าเทพจริง หรือหัวไวกว่าแสง)
  • โดยทั่วไป: 4-6 ปี (อันนี้คือส่วนใหญ่ เพราะงานวิจัยมันมี "ความพีค" ของมัน)
  • เทอมขั้นต่ำ: 6 เทอม (หรือ 3 ปี) คือ "ขั้นบันได" ที่ต้องเหยียบขึ้นไป

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ:

  • เงิน: เตรียมใจไว้เลยว่า "กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง" เพราะค่าใช้จ่ายมันมีเรื่อยๆ ยิ่งถ้าต้องเข้าแล็บ ทำแล็บ คือ "ค่าของก็มา ค่าของก็ไป"
  • เวลา: ชีวิตคุณจะวนลูปอยู่กับ "งานวิจัย" "อ่านเปเปอร์" "เขียนรายงาน" "ประชุมอาจารย์" "กาแฟ" "กาแฟ" และ "กาแฟ" เพื่อนฝูงอาจจะถามว่า "ไปไหนมา?" คุณตอบได้แค่ "เข้าแล็บ"
  • ความอดทน: อันนี้สำคัญสุด! บางทีทำไปแล้ว "เอ๊ะ! มันผิดตั้งแต่แรก" ต้องย้อนกลับไปแก้ไขใหม่ วนไปค่ะ! เหมือนการปีนเขาที่บางทีต้องโรยตัวกลับลงมาเริ่มต้นใหม่
  • "คนเดียว" หรือ "คู่หู"? บางคนชอบลุยเดี่ยว บางคนอยากมี "ทีมเวิร์ค" (แต่ส่วนใหญ่คือ "ตัวใครตัวมัน" ในการวิจัยนะ)

ข้อมูลเพิ่มเติม (ที่อาจจะทำให้คุณอยากถอนหายใจ):

  • ระดับความยาก: ปริญญาเอกไม่ใช่แค่ "ท่องจำ" นะ แต่คือ "สร้างองค์ความรู้ใหม่" เลยทีเดียว! คุณต้องเป็น "ผู้คิดค้น" ไม่ใช่แค่ "ผู้ตาม"
  • โอกาสในการทำงาน: จบมาก็มีสิทธิ์เป็น "ศาสตราจารย์" หรือ "นักวิจัยมือฉมัง" ในองค์กรใหญ่ๆ ได้ แต่ก็ต้อง "แข่ง" กับคนเก่งๆ อีกเพียบ
  • "ใบเบิกทาง" สู่ความก้าวหน้า: บางสายอาชีพ การมี PhD คือ "แต้มต่อ" ที่สำคัญมาก ทำให้คุณก้าวกระโดดไปได้ไกลกว่าคนอื่น

เรียนจบปริญญาเอกน่ะ... มันคือการพิสูจน์ตัวเองครั้งใหญ่ ที่ต้องแลกมาด้วย "หยาดเหงื่อ" "น้ำตา" และ "เวลา" ที่เอาไปทำอย่างอื่นไม่ได้ แต่ถ้าผ่านไปได้... ความภูมิใจมันจะ "ล้นปรี่" จนแทบล้นจอ!