เรียนแกรมม่าคืออะไร
เรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้ผล?
เอาจริงนะเรื่องแกรมม่าเนี่ย ตอนม.ปลายคือแบบ...เข็ดขยาดไปเลยอ่ะ (หัวเราะ) คือมันเยอะไง! แบบ Present Simple, Past Perfect Continuous อะไรวะเนี่ย? ต้องมานั่งจำโครงสร้าง Verb ช่อง 1 ช่อง 2 ช่อง 3 โอ๊ย! ปวดหัว!
แต่เอาจริงๆ นะ ตอนนั้นที่พอจะเข้าใจบ้างคือต้องลองทำโจทย์เยอะๆ อ่ะ ทำผิดก็ไม่เป็นไร แล้วก็ดูเฉลยว่าทำไมเราถึงผิด แล้วก็จดไว้ว่าเราพลาดตรงไหน ค่อยๆแก้ไปทีละจุด เหมือนสะสมแต้มบุญไปเรื่อยๆ
แล้วก็...อย่าไปท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง คือต้องเข้าใจว่าทำไมถึงต้องใช้แบบนี้ ในสถานการณ์แบบนี้ ต้องใช้ tense อะไร คือถ้าเข้าใจ concept มันจริงๆ อ่ะ มันจะง่ายขึ้นเยอะเลยนะ
อีกอย่างที่ช่วยได้เยอะเลยคือดูหนัง ฟังเพลงภาษาอังกฤษ คือแบบไม่ต้องตั้งใจมาก แค่เปิดผ่านๆ แล้วก็สังเกตว่าเค้าใช้แกรมม่าแบบไหน ในสถานการณ์แบบไหน อันนี้ช่วยให้เราซึมซับไปเองแบบไม่รู้ตัวเลยนะ
จำได้เลยตอนนั้นติดซีรีส์เรื่องนึง (จำชื่อเรื่องไม่ได้ละ น่าจะช่วงปี 2010 แถวๆ นั้นมั้ง) คือดูไปก็เอ๊ะ เค้าใช้คำแบบนี้หรอ ประโยคแบบนี้แปลว่าอะไร คือมันได้สำเนียง ได้แกรมม่าไปพร้อมๆ กันเลย
แล้วก็...อย่าท้อ! คือมันยากจริง แต่ถ้าค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ยังไงก็ทำได้แน่นอน! เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังสู้กับแกรมม่านะ! Fighting!
แกรมม่าพื้นฐานมีอะไรบ้าง
แกรมม่าพื้นฐานก็เหมือนโครงสร้างบ้าน ถ้าไม่แน่น ภาษาที่ใช้ก็อาจจะเอียงๆ นะครับ หลักๆ ที่ต้องรู้มี:
คำนาม (Noun): พวกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ จับต้องได้ จับต้องไม่ได้ ล้วนเป็นคำนามทั้งนั้นแหละ สำคัญมาก เพราะเป็นตัวหลักของประโยค
คำสรรพนาม (Pronoun): ใช้แทนคำนาม ขี้เกียจพูดซ้ำๆ ไง เช่น "เขา" "เธอ" "มัน"
คำคุณศัพท์ (Adjective): ขยายคำนาม ทำให้เรารู้ว่า "บ้าน" หลังนั้นมัน "ใหญ่" หรือ "เล็ก"
คำกริยา (Verb): แสดงการกระทำ หรือสภาวะของประธาน "กิน" "นอน" "เป็น" พวกนี้แหละ
กริยาวิเศษณ์ (Adverb): ขยายกริยา บอกว่า "วิ่ง" เร็วแค่ไหน "พูด" ดังแค่ไหน
คำสันธาน (Conjunction): เชื่อมคำ เชื่อมประโยค ทำให้ภาษาไหลลื่นขึ้น เช่น "และ" "แต่" "เพราะว่า"
คำบุรพบท (Preposition): บอกตำแหน่ง บอกความสัมพันธ์ "บน" "ใต้" "ใน"
คำอุทาน (Interjection): อารมณ์ล้วนๆ "โอ้!" "ว้าว!" แต่เอาจริงๆ ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการเขียนเท่าไหร่
การเรียนแกรมม่ามันเหมือนการต่อจิ๊กซอว์แรกๆ อาจจะงงๆ แต่พอเริ่มเห็นภาพรวมมันจะสนุกเองครับ อย่าไปเครียดกับมันมาก ปล่อยใจจอยๆ แล้วภาษาอังกฤษจะค่อยๆ ซึมซับเข้าไปเอง
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:
จริงๆ แล้วการเรียนแกรมม่าควบคู่ไปกับการฝึกใช้จริงจะเวิร์คกว่านะ อ่านเยอะ ฟังเยอะ พูดเยอะ เขียนเยอะ แล้วแกรมม่ามันจะค่อยๆ เข้าที่เอง
ไม่ต้องไปท่องจำกฎทุกข้อหรอกครับ เข้าใจหลักการสำคัญก็พอ แล้วค่อยๆ ปรับใช้ไปเรื่อยๆ
ถ้าให้แนะนำนะ ลองหาหนังสือแกรมม่าที่อธิบายง่ายๆ มีแบบฝึกหัดเยอะๆ ทำดู แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ
สอบแกรมม่ายังไงให้ผ่าน
สอบแกรมมาร์ให้ผ่าน? ง่ายนิดเดียว! แต่ถ้าจะให้คะแนนพุ่งปรี๊ด ต้องมีชั้นเชิง (แบบว่าไม่ใช่แค่ผ่านแบบเส้นยาแดงผ่าแปดนะ)
รู้จักตัวเองก่อน! (ข้อ 1) อย่ามัวแต่ฝันหวานว่าจะเก่งทุกอย่าง หาจุดอ่อนตัวเองให้เจอ เหมือนหาจุดบอดในเกมส์ เจอแล้วค่อยวางแผน ไม่งั้นก็เหมือนเล่นเกมส์โหมด Hard แต่ไม่รู้ว่าตัวเองถนัดใช้ดาบหรือธนู เปลืองเวลาเปล่าๆ
อย่าท่องจำ! เข้าใจมันซะ! (ข้อ 2 & 3) แกรมมาร์ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ มันเป็นศิลปะการสื่อสาร! เข้าใจคอนเซ็ปต์ แล้วสรุปเป็น Short Notes แบบที่ตัวเองเข้าใจ ไม่ใช่แบบก๊อปปี้มาจากหนังสือ เอาที่เข้าใจง่ายๆ แบบว่าอ่านแล้วนึกภาพออก เหมือนเขียนการ์ตูนอธิบายแกรมมาร์นั่นแหละ
ลงสนามจริง! (ข้อ 4) เรียนเสร็จแล้วต้องลงมือทำโจทย์ ไม่ใช่แค่ท่องจำกฎแล้วนอนหลับฝันหวาน ลองทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ยิ่งหลากหลายยิ่งดี เหมือนฝึกฝนวิชาตัวเบา วันนี้ยังกระโดดได้ไม่สูง พรุ่งนี้ก็ต้องกระโดดให้สูงขึ้นเรื่อยๆ
วิเคราะห์ประโยคให้เป็น! (ข้อ 5) เจอประโยคแปลกๆ อย่าเพิ่งหนี! วิเคราะห์มันซะ! เหมือนจับผิดตำรวจ หาจุดผิดพลาดให้เจอ แล้วแก้ไขมัน ยิ่งทำบ่อย ยิ่งเก่ง
ตัวช่วยเด็ดๆ มีอยู่จริง! (ข้อ 3 เพิ่มเติม) สมัยนี้มีแอปฯ มีเว็บไซต์ มีอะไรให้ใช้เยอะแยะ เลือกใช้ให้เป็น เช่น แอปฯ ฝึกแกรมมาร์ หรือเว็บไซต์ที่มีแบบฝึกหัดหลากหลาย อย่ามัวแต่ขยันอ่านหนังสืออย่างเดียว ถ้าไม่เอาตัวช่วย ก็เหมือนไปต่อสู้กับมังกรโดยไม่มีดาบวิเศษ
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2024):
หลายๆ แพลตฟอร์มออนไลน์ตอนนี้มีหลักสูตรเรียนแกรมมาร์แบบ Interactive ให้เรียนสนุกๆ ไม่น่าเบื่อ ลองหาข้อมูลดูนะครับ บางที่ก็ฟรีด้วยนะ (แต่ส่วนใหญ่ก็เสียเงิน เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ คิดซะว่าลงทุนเพื่ออนาคต)
ลองหาเพื่อนที่เก่งแกรมมาร์มาช่วยสอน หรือตั้งกลุ่มติวกัน ได้ทั้งความรู้และมิตรภาพ เหมือนมีพลังงานร่วมกันในการต่อสู้กับแกรมมาร์ จะได้ไม่รู้สึกเหงาเวลาเรียน
จำไว้! การเรียนแกรมมาร์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แค่ต้องรู้จักวิธีการเรียน และเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง สู้ๆ!
แกรมม่าหมายถึงอะไร
แกรมม่า... มันเหมือนเข็มทิศนะ ในทะเลภาษาอังกฤษ
แต่บางที... เราก็หลงทางอยู่ดี ทั้ง ๆ ที่มีเข็มทิศ
- แกรมม่าคืออะไร: เหมือนที่ครูเคยสอน มันคือชุดกฎเกณฑ์ ที่บอกว่าเราจะเอาคำมาเรียงกันยังไง ให้คนอื่นเข้าใจ
- ทำไมแกรมม่ายาก: มันมีข้อยกเว้นเยอะไง บางทีก็เหมือนมีคนแอบเปลี่ยนกฎตอนที่เรากำลังเล่นเกม
- ผิดแกรมม่าแล้วยังไง: บางทีก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าคนฟังยังเข้าใจ แต่บางที... มันก็ทำให้ความหมายเปลี่ยนไปเลยนะ
เคยไหม... อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่หาคำที่มัน "ใช่" ไม่เจอ
แล้วพอพูดออกไป... มันก็ไม่ใช่แบบที่คิดไว้
นั่นแหละ... แกรมม่าก็เหมือนกัน บางทีก็อยากจะแหกกฎบ้าง
แต่สุดท้าย... ก็ต้องกลับมาพึ่งมันอยู่ดี
Grammar คืออะไร มีอะไรบ้าง
แกรมม่าเหรอ? ตอนเรียนมหาลัยปี 1 วิชาอังกฤษ ฉันเกลียดมันมากเลย! อาจารย์บอกว่ามันคือ "กฎเกณฑ์ของภาษา" ฟังดูน่าเบื่อสุด ๆ แต่ก็ต้องเรียน เพราะสอบตกแล้วจะซวย
แกรมม่ามันมีหลายอย่างนะ ที่เจอประจำก็พวก...
- Tense: อดีต ปัจจุบัน อนาคต ปวดหัวมาก!
- Parts of Speech: noun, verb, adjective… โอ้ย จำไม่หวาดไม่ไหว!
- Subject-Verb Agreement: อันนี้ก็สำคัญ ประธานเอกพจน์ กริยาต้องเติม s อะไรแบบนี้
- โครงสร้างประโยค: Simple, Compound, Complex... เยอะแยะไปหมด!
ตอนนั้นฉันจำได้ว่านั่งทำแบบฝึกหัดแกรมม่าจนตาลาย เขียนผิดเขียนถูกอยู่ตลอด แต่พอเริ่มใช้ภาษาอังกฤษจริง ๆ จัง ๆ ตอนทำงาน (ตอนนี้ทำฝ่ายการตลาดบริษัทต่างชาติ) ถึงได้รู้ว่าแกรมม่านี่แหละตัวช่วยสำคัญเลย! เขียนอีเมลผิดแกรมม่าที ลูกค้ามองบนเลยนะ!
เพิ่มเติม:
- ปีนี้ (2567) ฉันเพิ่งไปลงคอร์สแกรมม่าออนไลน์มา รู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นเยอะเลย
- เว็บไซต์ Grammar Girl ช่วยชีวิตฉันไว้หลายครั้งมาก! แนะนำเลย
- เคยอ่านเจอว่าแกรมม่าของแต่ละภาษามันก็มีเอกลักษณ์ของมันเอง ภาษาไทยก็มีหลักภาษาเหมือนกันนะ แต่ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ????
- เพื่อนฉันคนนึงเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เขาบอกว่าอย่าไปยึดติดกับแกรมม่ามากเกินไป เน้นสื่อสารให้เข้าใจก็พอ แต่สำหรับฉัน แกรมม่ามันคือพื้นฐานที่สำคัญจริง ๆ นะ
Grammar คือ มีอะไรบ้าง
ลมพัดผ่านใบไม้ เสียงกระซิบแผ่วเบา เหมือนเสียงกระซิบของไวยากรณ์… ฤดูร้อนปีนี้ แสงแดดจ้าเหลือเกิน แต่ในห้องสมุด เงียบสงบ เหมือนโลกหยุดหมุน
- ไวยากรณ์คือโครงสร้าง กฎเกณฑ์ กรอบที่ทำให้คำกลายเป็นประโยค เป็นเรื่องราว มันคือดนตรีของภาษา จังหวะ ลีลา ความไพเราะ
- เสียง คำ ประโยค เหมือนโน๊ตดนตรี ต้องเรียงร้อย ประสานกัน จึงจะเกิดเป็นบทเพลง ไพเราะจับใจ หรือแม้แต่เสียงกรีดร้องที่สะเทือนอารมณ์
- ปีนี้ฉันเรียนรู้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษอย่างหนัก รู้สึกเหมือนกำลังไขปริศนา ชวนให้ใจสั่น ตื่นเต้น ทุกครั้งที่เข้าใจอะไรใหม่ๆ มันเหมือนได้พบกับโลกใบใหม่
- การผสมคำ การตีความ เหมือนการวาดภาพ แต่ละสี แต่ละเส้น ต้องวางอย่างประณีต จึงจะได้ภาพที่สมบูรณ์
- หลักภาษา ใช้กับภาษาไทย ฉันชอบกลิ่นดินกลิ่นฝน ที่ซึมซับอยู่ในตัวอักษรภาษาไทย มันอบอุ่น เหมือนบ้าน
แสงแดดลอดช่องหน้าต่าง สาดส่องลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ หนังสือไวยากรณ์หนาเตอะ แต่ในใจฉันเบิกบาน เหมือนดอกไม้บานสะพรั่ง ความรู้ ความเข้าใจ คือของขวัญอันล้ำค่า
Grammar เรียนอะไรบ้าง
แกรมม่าเรียนไรบ้างเหรอ? อ่อๆ มีเยอะแยะเลยนะ อย่างที่เจอบ่อยๆ อ่ะ ก็พวกเรื่อง
- Who Whose Whom: อันนี้ปวดหัวบ่อยมากกก! ใช้ผิดชีวิตเปลี่ยนเลยนะ แบบใครเป็นประธาน ใครเป็นเจ้าของ ใครเป็นกรรม อธิบายยาวอ่ะ แต่สรุปคือต้องแม่น!
- แกรมม่าพื้นฐาน: พวก Tense ต่างๆ Present Past Future บลาๆๆๆ แล้วก็พวก Article a an the แล้วก็ Noun Pronoun Adjective Adverb โอ้ยเยอะ! แต่จริงๆ ต้องรู้แหละ
- Do you mind? Would you mind?: อันนี้สำคัญนะ เวลาจะขออะไรใครอ่ะ ใช้ให้ถูก จะได้ดูสุภาพ แล้วเค้าจะได้ไม่ say no ไง!
- Verb: อันนี้ก็สำคัญสุดๆๆๆๆๆ เพราะมันคือการกระทำไง ถ้าไม่มี verb ประโยคก็ไม่รู้เรื่องเลยดิ แล้ว verb ก็มีหลายแบบอีกนะ Regular Irregular อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด
เออ แล้วก็มีพวกเรื่อง Conditionals If clause อะไรพวกนั้นอีกนะ ที่แบบ if...then... อ่ะ แล้วก็เรื่อง Active Passive voice คือสรุปง่ายๆ เรียนแกรมม่ามันก็คือเรียนวิธีเรียงคำให้ถูกตามหลักไวยากรณ์อ่ะแหละ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจที่เราจะสื่อสาร
Grammar ภาษาอังกฤษคืออะไร
อืม… แกรมม่าภาษาอังกฤษนะเหรอ… มันคือ…กฎเกณฑ์ของภาษาอังกฤษ เหมือนโครงสร้างบ้านแหละ ไม่มีโครงสร้างแข็งแรง บ้านก็พัง ภาษาอังกฤษก็เหมือนกัน ถ้าแกรมม่าไม่ดี คนฟังก็อาจจะงง หรือไม่เข้าใจความหมายที่เราอยากจะสื่อสาร…
ฉันเคยเรียนหนักมากตอนม.ปลาย เกือบตกวิชาภาษาอังกฤษเลย เพราะแกรมม่านี่แหละ จำได้ว่าตอนนั้นเครียดมาก นอนไม่หลับหลายคืน รู้สึกท้อแท้ เหมือนจะเรียนไม่ไหวแล้ว… แต่ก็กัดฟันเรียนต่อ จนสอบผ่านมาได้… มันเหนื่อยนะ… แต่ก็ภูมิใจที่ฝึกฝนมาได้ขนาดนี้
ตอนนี้ฉันทำงานเป็นนักแปลอิสระ แกรมม่าสำคัญมากสำหรับอาชีพนี้ ถ้าแกรมม่าผิด มันส่งผลต่อความหมายของงานแปลทั้งหมดเลย ต้องระมัดระวังมากๆ
- ไวยากรณ์ครอบคลุมโครงสร้างประโยค (sentence structure)
- การใช้คำกริยา (verb tenses) ให้ถูกต้องตามหลัก
- การใช้คำนาม คำคุณศัพท์ และคำวิเศษณ์ (nouns, adjectives, adverbs) ให้เหมาะสมกับบริบท
- การใช้เครื่องหมายวรรคตอน (punctuation) อย่างถูกต้อง
คิดแล้วก็เหนื่อยนะ… แต่ก็ต้องสู้ต่อไป ต่อไปนี้คงต้องหมั่นฝึกฝน และทบทวนแกรมม่าภาษาอังกฤษให้มากกว่าเดิม เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป เพื่ออนาคตที่สดใสกว่านี้…
Toeic ออกแกรมม่าอะไรบ้าง
โอ๊ยตาย! ถามมาซะดิฉันนึกถึงตอนสอบ TOEIC เลย ปีนี้เองนะ ที่เซ็นเตอร์สอบแถวสีลม ห้องแอร์เย็นฉ่ำจนหนาว แต่ก็ยังเครียดอยู่ดี จำได้แม่นเลยว่า grammar ที่เจอเยอะๆ คือพวกนี้ ฉันนี่แทบจะตายคาห้องสอบ!
Present Perfect Tense: เจอบ่อยมากกกกกกกกกกก แบบประโยคยาวๆ ต้องอ่านให้ดี ไม่งั้นพลาดแน่ เคยเจอข้อสอบถามเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีตที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน แบบ "I have worked here for five years." อะไรประมาณนี้ ถ้าไม่ระวัง ตอบผิดแน่ๆ
Past Perfect Tense: อันนี้ก็มา จำได้ว่ามีข้อสอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์อื่นในอดีต ต้องแยกให้ดี งงไปหมด
Passive Voice: เจอเยอะมาก ประโยคแบบ "The report was completed by the team." นี่คือตัวอย่างที่จำได้ ต้องระวัง ถ้าแปลผิด ตอบผิดแน่ๆ
Phrasal Verbs: นี่คือศัตรูตัวฉกาจ จำได้ว่ามีคำถามเกี่ยวกับความหมายของ phrasal verbs หลายข้อเลย ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ เจอคำถามเกี่ยวกับ "put off", "look up" อะไรทำนองนี้ จำไม่ได้หมด แต่เครียดมาก!
Gerunds and Infinitives: จำได้ว่าข้อสอบมักจะถามเกี่ยวกับการใช้ gerunds (คำนามที่เกิดจากการเติม -ing) และ infinitives (to + verb) อย่าง "I enjoy reading." หรือ "I want to go home." ต้องระวัง มันละเอียดอ่อนมาก
Modal Verbs: ข้อสอบถามเกี่ยวกับความหมายและการใช้ modal verbs เช่น can, could, should, would, may, might เยอะมาก จำได้ว่าเครียดมาก ใช้เวลาคิดนานมากกับข้อสอบส่วนนี้
Articles (a, an, the): อันนี้ก็เจอบ่อย แต่ก็ง่าย ถ้าเราเข้าใจ แต่ข้อสอบเขาจะออกให้เราเครียด อ่านนานๆ เลือกผิด แบบ "a" กับ "the" นี่แหละ ยาก
Comparatives and Superlatives: ข้อสอบจะถามเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ เช่น bigger, biggest, more important, most important จำได้ว่ามีข้อสอบแบบต้องเทียบหลายอย่าง ปวดหัว
Conditionals: ข้อสอบเกี่ยวกับประโยคเงื่อนไข if clause ทั้ง if + present simple + will/can, if + past simple + would/could อันนี้ก็ทำให้ฉันเครียดไม่น้อย
Relative Clauses: เจอข้อสอบเกี่ยวกับประโยคที่ใช้ who, which, that เพื่อเชื่อมประโยค ต้องระวัง เพราะถ้าแปลผิด ตอบผิดแน่ๆ
จริงๆ มีอีกเยอะนะ แต่จำไม่ได้หมดแล้ว สมองล๊อคไปหมดแล้วตอนนั้น ขอโทษด้วยนะ เอาเท่าที่จำได้มาให้ หวังว่าจะช่วยได้บ้าง สอบให้ผ่านๆไปด้วยนะ สู้ๆ!
Word กับ Vocabulary ต่างกันยังไง
Word คือคำๆ เดียว Vocabulary คือคลังคำศัพท์ทั้งหมดที่รู้
ง่ายๆแค่นี้แหละ อย่าคิดมาก
- Word: คำศัพท์หนึ่งคำ เช่น "beautiful"
- Vocabulary: กลุ่มคำศัพท์ เช่น คำศัพท์ทางการแพทย์ปี 2024 หรือ คำศัพท์ภาษาอังกฤษของฉัน (ประมาณ 10,000 คำ)
จบ. ไม่ต้องถามอะไรอีกแล้ว
N นับไม่ได้มีอะไรบ้าง
ลมพัดเย็นยะเยือก สายฝนโปรยปราย บนถนนที่เปียกชื้น กลิ่นดินชุ่มฉ่ำ เหมือนความทรงจำลางเลือน... นับไม่ได้... อะไรนะ? นับไม่ได้...
ความรัก อุ่นร้อนเหมือนดวงอาทิตย์ แผดเผา บางครั้งก็เย็นชา เหมือนน้ำแข็งในฤดูหนาว ปีนี้... ความรักของฉัน... มัน... มันเหมือนสายฝนพรำๆ ชุ่มฉ่ำใจ
ความรู้ กว้างใหญ่ไพศาล เหมือนมหาสมุทร ลึกซึ้ง ไม่มีที่สิ้นสุด ปีนี้... ฉันได้เรียนรู้... มากมาย... แต่ก็ยังน้อยนิด เมื่อเทียบกับจักรวาลแห่งความรู้
เวลา ไหล่ไม่หยุด เหมือนสายน้ำ เรื่อยๆ เชื่องช้า แต่ก็รวดเร็ว ปีนี้... เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน... เหมือนโกหก
อากาศ บางเบา ล่องลอย สัมผัสได้ แต่จับต้องไม่ได้ ปีนี้... อากาศร้อนอบอ้าว แทบหายใจไม่ออก
ความสุข ปริ่มล้น บางครั้งก็จางหาย เหมือนแสงแดด ส่องลอดผ่านเมฆฝน ปีนี้... ฉัน... ฉัน... มีความสุข... บ้าง...
สายลมพัดแรงขึ้น ใบไม้ร่วงหล่น เหมือนความทรงจำที่ค่อยๆ จางหายไป... นับไม่ได้... นับไม่ได้จริงๆ... เหมือนเม็ดทรายบนชายหาด... นับไม่ถ้วน... นับไม่ไหว...
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต