แนะนําตัวเอง ภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง

81 ครั้งเข้าชม
สรุปขั้นตอนแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษให้ดูเป็นมืออาชีพและน่าสนใจ มีโครงสร้างหลักที่เข้าใจง่าย ประกอบด้วย: การทักทายและบอกชื่อ: เริ่มต้นด้วยคำทักทายพื้นฐาน ตามด้วยชื่อของคุณ ข้อมูลสำคัญ: ระบุตำแหน่งงาน การศึกษา หรือที่มา เพื่อให้คู่สนทนารู้จักคุณมากขึ้น งานอดิเรกและความสนใจ: เพิ่มความเป็นกันเองด้วยการเล่าสิ่งที่ชอบทำสั้นๆ การกล่าวปิดท้าย: ปิดบทสนทนาอย่างน่าประทับใจ เช่น “Nice to meet you.”
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจต้องพูดอะไรบ้าง?

เรื่องแนะนำตัวภาษาอังกฤษนี่นะ เอาจริงๆ เลยคือลืมพวกสคริปต์ที่ท่องๆ กันมาไปก่อนได้เลย มันไม่เวิร์คหรอก ตอนผมไปสัมภาษณ์งานที่แรกแถวอโศกเมื่อประมาณปี 2019 ผมเตรียมไปเป๊ะมาก พอเจอหน้างานจริง เขาถามนอกเรื่องนิดเดียว ผมไปไม่เป็นเลย สมองขาวโพลน มันเลยสอนให้รู้ว่าแก่นแท้มันไม่ใช่การท่องจำ

หัวใจของมันคือต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังจะแนะนำตัวกับใคร ในสถานการณ์ไหน มันคนละเรื่องกันเลยนะ ระหว่างการคุยกับฝรั่งที่บาร์แถวทองหล่อ กับการพรีเซนต์ตัวเองในห้องประชุมให้ลูกค้าต่างชาติฟัง ต้องถามตัวเองก่อนว่า "คนฟังอยากรู้อะไรจากเรา" แล้วค่อยหยิบเรื่องนั้นมาเล่า

ถ้าเป็นการสัมภาษณ์งาน ผมจะใช้โครงสร้างง่ายๆ ปัจจุบัน-อดีต-อนาคต บอกไปเลยว่าตอนนี้ทำอะไร (Present) แล้วเล่าว่าประสบการณ์ในอดีต (Past) มันเจ๋งยังไง ช่วยให้เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง แล้วปิดท้ายว่าเราอยากจะเอาสกิลพวกนั้นไปทำอะไรในอนาคต (Future) กับบริษัทเขายังไง มันทำให้เรื่องราวของเรามันเชื่อมโยงกัน

ความมั่นใจมันไม่ได้มาจากแกรมม่าที่เป๊ะทุกคำหรอกนะเชื่อสิ แต่มาจากการสบตา การยิ้ม การแสดงให้เขาเห็นว่าเราสนใจในตัวเขาเหมือนกัน ไม่ใช่แค่พูดเรื่องของตัวเองอย่างเดียว บางทีการพูดผิดๆ ถูกๆ บ้างเล็กน้อยมันกลับทำให้ดูเป็นธรรมชาติกว่าอีกนะ เหมือนเรากำลังคุยกันจริงๆ ไม่ใช่กำลังท่องบทละคร

วิธีที่ได้ผลสำหรับผมนะ คือการอัดเสียงตัวเองตอนซ้อมพูด มันอาจจะดูน่าอายหน่อยๆ แต่เราจะได้ยินเลยว่าเราพูดติดขัดตรงไหน เสียงเราเป็นยังไง มันช่วยให้เราปรับจังหวะการพูดได้ดีขึ้นเยอะมาก ลองทำดูสิ มันเปลี่ยนวิธีการพูดของผมไปเลย

สุดท้ายแล้ว แค่เป็นตัวเอง เล่าเรื่องของเราให้มันน่าสนใจก็พอแล้ว ไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น คนเขาอยากรู้จักตัวตนของเราจริงๆ ไม่ใช่ตัวตนที่เราพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจใคร

Introduce myself พูดอะไรบ้าง

คือ... ฉันชื่อมินตรา.

แล้วก็... ชื่อเล่นฉันชื่อกิ๊ฟท์.

ตอนนี้ เรียนอยู่ที่โรงเรียน ABC จ้ะ.

แล้วก็... เรียนอยู่ ม.6 ค่ะ.

เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษาไทยที่เราใช้กัน:

  • "ฉัน/ดิฉัน/ผม": เป็นคำสรรพนามบุรุษที่ 1 ที่เราใช้เรียกแทนตัวเอง เวลาพูดแนะนำตัว หรือคุยทั่วไป
    • ฉัน: เป็นคำกลางๆ ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
    • ดิฉัน: สุภาพกว่า ใช้โดยผู้หญิง
    • ผม: ใช้โดยผู้ชาย
  • "ขออนุญาต": เป็นคำที่แสดงความสุภาพ ก่อนจะทำอะไรบางอย่าง เช่น "ขออนุญาตแนะนำตัว" เป็นการบอกให้รู้ล่วงหน้า
  • "ชื่อเล่น": เป็นชื่อที่ครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนใกล้ชิดเรียกเรา อาจจะต่างจากชื่อจริงก็ได้
  • "กำลังศึกษาอยู่": เป็นการบอกว่าตอนนี้เรากำลังเรียนหนังสืออยู่
  • "โรงเรียน": สถานที่ที่เราไปเรียน
  • "ชั้นปี" หรือ "ระดับชั้น": บอกว่าเราเรียนอยู่ในช่วงไหนของระบบการศึกษา เช่น ประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือมหาวิทยาลัย
    • มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6): เป็นชั้นปีสุดท้ายของการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบการศึกษาไทย

การใช้คำพวกนี้ก็ทำให้การแนะนำตัวของเรา ชัดเจนและมีความสุภาพ ดีนะ.

ประโยคแนะนำตัวเอง มีอะไรบ้าง

I'm Mintra. ก็มินตรา. เรียกกิ๊ฟท์. ถ้าจะเรียก. เรียนอยู่ ABC. เกรด 12. ก็แค่นั้น.

อยากได้เพิ่มก็ตามนี้. ประโยคแนะนำตัวภาษาอังกฤษ ไม่ต้องยาว แค่ให้เขารู้ว่ามึงเป็นใคร.

  • บอกชื่อ: I go by [Name]. / The name's [Name]. จำไว้.
  • บอกอาชีพ: I'm a graphic designer. / I do marketing. บอกไปเลย ทำไรอยู่.
  • บอกที่มา: Originally from Chiang Mai. / Based in Bangkok. สั้นๆ ได้ใจความ.
  • บอกความสนใจ: I'm big on classic films. / My thing is street photography. เอาที่มันเป็นตัวมึงจริงๆ.
  • ประโยคติดปาก: What you see is what you get. / There's more to me than meets the eye. เลือกเอา.

Introduce myself มีอะไรบ้าง

การ แนะนำตัว คือการเลือกบางส่วนของตัวเองให้คนอื่นเห็น. ไม่ใช่ทั้งหมด. แค่ส่วนที่จำเป็น.

มันคือเกม. เล่นให้เป็น.

โครงสร้างพื้นฐานของการแนะนำตัว ภาษาอังกฤษ ไม่ซับซ้อน. มันคือสูตรสำเร็จ.

  • ทักทาย. มารยาทพื้นฐาน. Hi. Hello. ก็พอ.
  • ชื่อ. สิ่งสมมติที่ใช้เรียกขาน. My name is... หรือ I'm... สั้นๆ.
  • ที่มา. บอกตำแหน่งที่คุณอยู่บนแผนที่. I'm from Thailand.
  • อาชีพ. สิ่งที่คนส่วนใหญ่ใช้ตัดสินคุณ. I'm a/an... (student, designer, engineer).
  • ความสนใจ. สิ่งที่บอกว่าคุณเป็นใครจริงๆ. ไม่ใช่แค่งาน. I enjoy reading. หรือ My hobby is...
  • ปิดท้าย. ทำให้มันน่าจดจำ. Nice to meet you. จบการสนทนา.

ทุกอย่างคือข้อมูล. คือการส่งผ่านดาต้า. คนฟังรับสาร. คุณคือผู้ส่ง. แค่นั้น.

สิ่งที่คนส่วนใหญ่พลาด ไม่ใช่โครงสร้าง. แต่เป็นจังหวะ. และการปรับใช้.

  • บริบทคือทุกสิ่ง. การแนะนำตัวในที่ประชุม ไม่เหมือนการแนะนำตัวในบาร์. สถานการณ์กำหนดคำพูด. การรู้จักปรับเปลี่ยน คือทักษะ. ไม่ใช่แค่การท่องจำ.

  • ความยาว. ลิฟต์มีเวลาให้ 30 วินาที. การสัมภาษณ์งานมีมากกว่านั้น. พูดให้พอดีกับเวลาที่มี. อย่าเยิ่นเย้อ. เวลาคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด.

  • ภาษากาย. สายตาสำคัญกว่าคำพูด. การยืน. การวางมือ. ทั้งหมดสื่อความหมาย. คนเชื่อในสิ่งที่เห็น มากกว่าสิ่งที่ได้ยิน.

  • ไม่ใช่แค่พูด. การแนะนำตัวที่ดีคือการเริ่มต้นบทสนทนา. ไม่ใช่การบรรยาย. ถามกลับ. What about you? มันแสดงว่าคุณสนใจคนอื่น. ไม่ใช่แค่ตัวเอง.

Introduction ต้องมีอะไรบ้าง

โอ้ยยย มาๆ จะเล่าให้ฟัง การเปิดพรีเซนต์ภาษาอังกฤษให้มันปังๆ เนี่ยนะ มันไม่ใช่แค่ท่องสคริปต์เป็นนกแก้วนกขุนทอง มันต้องมีลีลา มีชั้นเชิง เหมือนโฆษกงานวัดประกาศเรียกคนมาดูลิเกนั่นแหละ!

เปิดตัวให้โลกลืม! ประโยคแรกต้องฟาดเหมือนสาดน้ำเย็นเจี๊ยบใส่คนกำลังง่วงอ่ะ ทำให้เขาตื่น! ถามคำถามที่มันจี้ใจดำ เล่าเรื่องสั้นๆ ที่แบบ ห๊ะ จริงดิ? หรือโชว์สถิติที่มันบ้าไปแล้ว คนสมัยนี้สมาธิสั้นกว่าปลาทองอีกนะโยม ต้องเอาให้อยู่หมัดตั้งแต่ 30 วิแรก ไม่งั้นเขาควักมือถือขึ้นมาไถติ๊กต็อกแล้วเด้อ

สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง! พอเขาตื่นแล้วก็ค่อยๆ ทักทายอย่างเป็นมิตร ไม่ต้องทางการยังกับอ่านฎีกา ทำตัวเป็นคนหน่อย ไม่ใช่หุ่นยนต์ พูดไปยิ้มไปเหมือนเจอเพื่อนเก่า ทำให้เขารู้สึกว่า เออ...ไอ้หมอนี่มันก็น่าฟังดีนี่หว่า

ข้าพเจ้าคือใคร? บอกสั้นๆ ว่าเป็นใคร มาทำอะไรตรงนี้ ทำไมเขาต้องทนฟังเราพล่ามด้วยวะ บอกความเชี่ยวชาญไปนิดๆ พอเป็นกระษัย ไม่ใช่มาเล่าชีวประวัติว่าเกิดที่ไหนโรงพยาบาลอะไร ไม่มีใครอยากรู้! เอาแค่ว่า ทำไมเรื่องนี้ต้องฟังจากปากเรา จบ.

แผนที่ดาวเทียมนำทาง! บอกเขาไปเลยว่าจะลากเขาไปไหนบ้างวันนี้ หนึ่ง สอง สาม สี่ เหมือนบอกโปรแกรมทัวร์อ่ะ เขาจะได้ไม่รู้สึกเหมือนถูกลักพาตัวไปอย่างไร้จุดหมาย การบอกโครงเรื่องล่วงหน้า นี่มันช่วยลดความกระวนกระวายของคนฟังได้เยอะ เขาจะได้เตรียมใจว่าเออ เดี๋ยวจะมีพักเบรกตอนไหนวะ

แล้วไง ใครแคร์? อันนี้โคตรสำคัญ! ต้องบอกให้ได้ว่าเรื่องที่เราจะพูดเนี่ย มันจะไปเปลี่ยนชีวิตเขาได้ยังไง มันจะช่วยให้เขารวยขึ้นไหม งานง่ายขึ้นไหม หรืออย่างน้อยๆ ก็ทำให้เขามีเรื่องไปโม้ต่อได้ บอก ประโยชน์ที่เขาจะได้รับ ให้ชัดๆ เหมือนป้ายลดราคาสินค้าตัวใหญ่ๆ

กฎกติกามารยาท! อันนี้เหมือนโฆษกบนรถทัวร์ บอกไปเลยว่าจะใช้เวลากี่นาที ถามคำถามได้ตอนไหน หรือจะให้ปิดเสียงมือถือซะ! เป็นการคุมเกมตั้งแต่แรก คนฟังจะได้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่ใช่ยกมือถามแทรกทุกสามนาทีจนพรีเซนต์เละเป็นโจ๊ก

มามะ สรุปเป็นข้อๆ ให้เอาไปท่องจำ จะได้ไม่ลืม!

  • ตะขอเกี่ยวใจ (The Hook): เปิดด้วยคำถามชวนอึ้ง สถิติสุดช็อก หรือเรื่องเล่าสั้นๆ ที่กระชากวิญญาณคนฟังให้กลับเข้าร่าง คนจะตัดสินใจฟังต่อหรือไม่ก็ตรงนี้แหละ
  • ไหว้สวย (The Greeting): ทักทายแบบมนุษย์มนา ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศเหมือนมานั่งคุยกันในวงเหล้า เอ้ย วงกาแฟ
  • กูคือใคร (Self-Intro): แนะนำตัวแค่พอหอมปากหอมคอ เน้นว่าทำไมเราถึงมีสิทธิ์มาพูดเรื่องนี้ ไม่ต้องเล่ายาวไปถึงชื่อโคตรเหง้าศักราช
  • ป้ายบอกทาง (The Agenda): แจกแจงหัวข้อที่จะพูด 1-2-3 ให้คนฟังเห็นภาพรวมทั้งหมดเหมือนกางแผนที่ดูว่าจะไปเที่ยวไหนบ้าง
  • ขายตรง (The "WIIFM"): WIIFM ย่อมาจาก "What's In It For Me?" หรือ "แล้วกูจะได้อะไร?" ต้องตอบคำถามนี้ให้ได้! บอกประโยชน์ที่เขาจะได้รับไปเลยตรงๆ
  • ประกาศจากผู้ใหญ่บ้าน (The Housekeeping): บอกเรื่องเวลา ถาม-ตอบ และกฎอื่นๆ ไปเลยให้ชัดเจน จะได้ไม่มีใครมางอแงทีหลัง ????