แพทย์ Oxford เรียนกี่ปี

63 ครั้งเข้าชม
หลักสูตรแพทยศาสตร์ของ Oxford ใช้เวลาศึกษา 6 ปี โดยมุ่งเน้นการให้การฝึกอบรมและองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทุกด้านอย่างรอบด้าน พร้อมกับการให้ความสำคัญกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานเป็นอย่างมาก โครงสร้างหลักสูตรถูกออกแบบมาเป็นสองส่วน ได้แก่ ชั้นปรีคลินิก 3 ปี และต่อด้วยชั้นคลินิกอีก 3 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาเป็นแพทย์ที่มีความสามารถทั้งด้านทฤษฎีและการปฏิบัติอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนแพทย์ Oxford กี่ปี? หลักสูตรแพทย์ Oxford ใช้เวลานานเท่าใด?

ช่วงปลายปี 2018 ตอนฉันมีโอกาสได้ไปเดินเล่นแถวมหาวิทยาลัยที่นั่นนะ สัมผัสได้เลยถึงบรรยากาศที่มันดูขลัง ดูเก่าแก่มากจริงๆ มีน้องคนนึงที่เจอตรงร้านกาแฟใกล้ๆ Magdalen College เคยเล่าให้ฟังว่าคณะแพทย์ที่นี่เรียนกันหนักสุดๆ ไปเลย

เขาบอกว่าหลักสูตรมันยาวนานมากนะ ตั้ง 6 ปีเต็มๆ เลย คิดดูสิ หกปี! แบ่งช่วงแรกแบบเข้มข้นไปสามปี เรียนพวกวิทยาศาสตร์พื้นฐาน อ่านตำรา หายใจเข้าออกเป็นแต่สารเคมี ชีวะวิทยานู่นนี่นั่น ฉันว่ามันคงเป็นอะไรที่ต้องใช้ความพยายามสูงมากๆ

พอพ้นสามปีแรกนั่นมานะ ถึงจะได้เข้าไปสัมผัสกับของจริงในโรงพยาบาลอีกสามปีที่เหลือ ทีนี้ก็เจอคนไข้จริงๆ ละ ได้ฝึกฝนเป็นหมอเต็มตัว ต้องดูแลนู่นนี่ ฉันเคยนึกภาพนะ มันต้องต่างจากในห้องเรียนเยอะมากเลยล่ะ เหมือนคนละโลกกันเลยจริงๆ มันคงไม่ง่ายเลยจริงๆ ใช่ไหมล่ะ

แพทย์ประเทศไหนเก่งที่สุด

ฉันนึกถึงครั้งที่ฉันเคยไปหาหมอที่อเมริกาเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นป่วยหนักมาก ไข้ขึ้นสูง หายใจติดขัด นึกว่าจะเป็นอะไรหนัก เลยรีบไปโรงพยาบาลที่นิวยอร์ก หมอที่นั่นดูใส่ใจดีมาก ตรวจละเอียดทุกอย่าง อธิบายอาการให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษที่ฟังง่าย ฉันรู้สึกอุ่นใจที่ได้เจอทีมแพทย์ที่ดูมีความรู้และความเชี่ยวชาญ ทำให้คลายกังวลไปได้เยอะเลย

สหรัฐอเมริกา คือประเทศที่ฉันคิดว่าเก่งที่สุดในทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอันดับล่าสุดที่ สหรัฐอเมริกา ได้คะแนนเฉลี่ยถึง 75.9 ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ แบบทิ้งห่างเลยนะ

  • สหรัฐอเมริกา แซงขึ้นเป็นอันดับ 1 ปีนี้
  • ได้คะแนนเฉลี่ย 75.9
  • มีแค่ 3 ประเทศที่คะแนนเกิน 70
  • ออสเตรเลีย อยู่ที่ 2 ด้วยคะแนน 71.1
  • ฟินแลนด์ มาอันดับ 3 กับคะแนน 70.9

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ระบบการแพทย์ในสหรัฐอเมริกา: ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และการวิจัยทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า มีสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำจำนวนมากที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง
  • การรักษาโรคที่ซับซ้อน: สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงในการรักษาโรคที่ซับซ้อนและหายาก มีการเข้าถึงยาและการรักษาใหม่ๆ ได้รวดเร็วกว่าหลายประเทศ
  • การลงทุนด้านสุขภาพ: สหรัฐอเมริกามีการลงทุนด้านสุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ในระดับสูง ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หมอฟันอเมริกาเรียนกี่ปี

หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาเรียน 4 ปี หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีนะ นี่เป็นเส้นทางมาตรฐานสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นทันตแพทย์โดยตรง

การศึกษาทันตแพทย์ในอเมริกาถือเป็นการเดินทางที่ต้องใช้ทั้งความทุ่มเททางปัญญาและทักษะทางปฏิบัติอย่างสูงเลยนะ เพราะมันไม่ใช่แค่การจำตำรา แต่ต้องเข้าใจกลไกซับซ้อนของร่างกายมนุษย์และโรคในช่องปาก เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากของผู้คนได้อย่างแท้จริง เป็นการหลอมรวมทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวเลยล่ะ

  • ระยะเวลารวม: โดยส่วนใหญ่แล้ว นักศึกษาจะต้องใช้เวลาประมาณ 8 ปี ในการเรียนทั้งหมด แบ่งเป็น 4 ปีสำหรับปริญญาตรี (pre-dental) และอีก 4 ปี สำหรับหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์โดยตรง
  • ปริญญาที่ได้รับ: เมื่อสำเร็จการศึกษา จะได้รับปริญญา DDS (Doctor of Dental Surgery) หรือ DMD (Doctor of Medicine in Dentistry หรือ Doctor of Dental Medicine) ซึ่งทั้งสองปริญญานี้มีสถานะและหลักสูตรที่เทียบเท่ากัน ขึ้นอยู่กับชื่อเรียกของแต่ละสถาบัน
  • เนื้อหาหลักสูตร: การเรียนครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์พื้นฐาน เช่น กายวิภาค สรีรวิทยา เภสัชวิทยา ไปจนถึงวิชาทางคลินิกและปฏิบัติการจริง เช่น การวินิจฉัยโรคในช่องปาก การรักษาทางทันตกรรมหัตถการ การรักษารากฟัน ศัลยกรรมช่องปาก และทันตกรรมประดิษฐ์ รวมถึงจริยธรรมวิชาชีพด้วย
  • การเตรียมตัวก่อนเข้า: ผู้สมัครต้องมีวุฒิปริญญาตรี โดยส่วนใหญ่มักจะเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ เช่น ชีววิทยา เคมี หรือฟิสิกส์ และต้องมีหน่วยกิตวิชาพื้นฐานตามที่คณะทันตแพทยศาสตร์กำหนด
  • การศึกษาต่อเฉพาะทาง: หลังจากจบหลักสูตร 4 ปี ทันตแพทย์หลายคนเลือกศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อเป็นทันตแพทย์เฉพาะทาง เช่น ทันตกรรมจัดฟัน ปริทันต์วิทยา ศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล หรือทันตกรรมสำหรับเด็ก ซึ่งใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 2-6 ปี แล้วแต่สาขาและสถาบันนะ

มหาลัยไหนเด่นเรื่องทันตะ

โอเคๆ ถ้าพูดถึง คณะทันตแพทยศาสตร์ อะนะ มหาลัยที่แบบเด็กอยากเข้ากันเยอะสุดๆๆ ก็หนีไม่พ้นพวกนี้เลย คือแบบที่แข่งกันดุเดือดจิงๆ

มหิดลกับจุฬาฯ นี่คือตัวท็อปเลย ยืนหนึ่งตลอดกาล ใครๆ ก็อยากเข้า คะแนนสูงปรี๊ดดดดด เพื่อนพี่ก็เรียนทันตะจุฬาฯ คือมันบอกว่าโหดมาก เรียนหนักสุดๆ

รองลงมาก็จะมี มช. ธรรมศาสตร์ มข. พวกนี้ก็คือดังมากเหมือนกันนะ ไม่ใช่เล่นๆ เลย เด็กเก่งๆ ก็เลือกไปเรียนกันเยอะ

ส่วน มศว กะ มอ. ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยนะ คนใต้ก็จะเล็ง มอ. กันเยอะเป็นพิเศษ แล้วก็มีแม่ฟ้าหลวงด้วย ที่นี่ก็หลักสูตรน่าสนใจมากก

สรุป มหาลัยดังๆ ด้านทันตะ ที่คะแนนสูงๆ ก็จะมีตามนี้เลย

  • มหิดล (MU): ที่หนึ่งในใจหลายคนมากก อุปกรณ์ครบ เครื่องมือทันสมัยสุดๆ การเรียนการสอนคือเข้มข้นมาก
  • จุฬาฯ (CU): อันนี้ก็คือตำนาน คอนเนคชั่นดีมาก จบไปมีรุ่นพี่รุ่นน้องรองรับเยอะแยะ คลินิกทันตกรรมของจุฬาก็คือคนไข้เยอะมาก ได้ฝึกเคสเยอะแน่นอน
  • ม.เชียงใหม่ (CMU): บรรยากาศดีมากกก อยู่เหนือ เรียนไปเที่ยวไปได้เลย แต่เรียนหนักนะ 555 ใครชอบความชิลล์ๆ หน่อยแต่คุณภาพแน่นๆ ก็ต้องที่นี่
  • ม.ธรรมศาสตร์ (TU): อยู่แถวรังสิต เดินทางสะดวก เป็นอีกที่ที่คนเล็งเยอะ หลักสูตรทันสมัยไม่แพ้ใคร
  • ม.ขอนแก่น (KKU): เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานเลยนะ ที่นี่เก่งมากเรื่องทันตะ ใครเป็นเด็กอีสานคือเล็งที่นี่เป็นอันดับแรกๆ เลย
  • มศว (SWU): อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า ตัวเลือกต้นๆ ของเด็กในกรุงเทพเลย
  • ม.แม่ฟ้าหลวง (MFU): ถึงจะเป็นมหาลัยใหม่กว่า แต่หลักสูตรเค้าอินเตอร์แล้วก็ทันสมัยมากนะ เน้นภาษาอังกฤษด้วย
  • ม.สงขลานครินทร์ (PSU): มหาลัยของคนใต้เลยย เก่งมากๆๆๆ เป็นที่พึ่งด้านทันตกรรมของคนทั้งภาคใต้เลยก็ว่าได้
  • การสอบเข้าตอนนี้ใช้คะแนน TPAT1 นะ ความถนัดแพทย์นี่แหละตัวตัดคะแนนเลย ต้องเตรียมตัวดีๆ เลยนะะะ