แพทย์จุฬาฯเรียนกี่ปี
คำถาม?
โอ้โห เรื่องค่าใช้จ่าย CU-MEDi นี่นะ จำได้เลย ตอนที่กำลังหาข้อมูลว่าจะเรียนต่ออะไรดี ค่าเทอมมันก็ทำให้เราตาโตไปเลย คือมันไม่ใช่ถูกๆ เลยนะ
สำหรับหลักสูตรแพทย์อินเตอร์ของจุฬาฯ ที่ชื่อ CU-MEDi เนี่ย เค้าเรียนกัน 4 ปีเต็มๆ เลยนะ ตลอดหลักสูตรนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ประมาณ 4.8 ล้านบาท อันนี้คือรวมๆ เลยนะ
พอมาดูรายละเอียดที่เค้าให้มานะ มันก็มีแบ่งยิบย่อยอยู่ แต่หลักๆ คือเงินจำนวนนั้นแหละที่ต้องเตรียมไว้สำหรับการเรียน 4 ปี
คือถ้าถามว่าคุ้มไหม อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองแต่ละคนนะ เรามองว่ามันเป็นการลงทุนก้อนใหญ่เลยแหละ แต่ก็เข้าใจว่ามันคือการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากๆ
ตอนนั้นที่ดูข้อมูลนะ มันก็มีรายละเอียดเยอะแยะเลย แต่ภาพรวมที่จำได้แม่นๆ คือ 4 ปี และ 4.8 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ทำให้ต้องคิดหนักจริงๆ
หมอจุฬาอยู่จังหวัดอะไร
หมอจุฬา หรือคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ใน กรุงเทพมหานคร ครับ พูดให้เจาะจงเลยคือเขตปทุมวัน ตรง 1873 ถนนพระราม 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม. 10330 นั่นแหละ. นี่มันไม่ใช่แค่ที่อยู่บนแผนที่นะ แต่เป็นศูนย์รวมของความรู้และการรักษามานานนม เหมือนเป็นหัวใจสำคัญของวงการแพทย์ไทยเลยก็ว่าได้.
ส่วนตัวผมมองว่าการที่สถาบันเก่าแก่อย่างจุฬาฯ มีรากฐานแข็งแกร่งมาตั้งแต่เริ่มต้น มันก็ทำให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้จริง ๆ. คิดดูสิว่ากว่าจะผลิตหมอดีๆ ออกมาแต่ละรุ่นได้นี่ ต้องใช้ทั้งเวลา ทรัพยากร และความทุ่มเทแค่ไหน. มันคือการลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพของคนในประเทศเลยนะ.
เพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:
- ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2470 นับเป็นเวลากว่าเก้าทศวรรษที่ได้สร้างบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพสูง.
- มี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นโรงพยาบาลหลักสำหรับการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ และการให้บริการผู้ป่วย. เป็นทั้งสถานพยาบาลและสถาบันการศึกษาในหนึ่งเดียว.
- เน้นการ วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ อยู่เสมอ เพื่อยกระดับการรักษาและการป้องกันโรค.
- ถือเป็นหนึ่งใน สถาบันแพทยศาสตร์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสาธารณสุขของชาติอย่างไม่ต้องสงสัย.
- การแข่งขันเพื่อเข้าศึกษาต่อค่อนข้าง สูงมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพการศึกษาและชื่อเสียงของบัณฑิต.
เเพทย์จุฬารับกี่คน
โห แพทย์จุฬาฯ เหรอ ยากอยู่เด้อ แต่ถ้าตั้งใจก็ต้องได้!
ปี TCAS67 นี้ หมอจุฬาฯ รับรวมๆ ประมาณ 200-220 คน เลยนะ เยอะอยู่ แต่มันก็แข่งกันเยอะมากๆ เหมือนกัน
ทีนี้มาดูแต่ละรอบว่าใช้ไรบ้างงี้
รอบ 1 (Portfolio) รอบนี้เอาคนเก่งๆ มีพอร์ตเริ่ดๆ อะ แบบเกรดต้องดีมาก GPAX 3.50++ เลยนะ แล้วก็ต้องมีผลงานเด่นๆ ด้วย พวกโอลิมปิกวิชาการงี้ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์ก็ดี
คะแนนที่ใช้หลักๆ เลยคือ BMAT (อันนี้สำคัญสุดๆ!) ต้องได้คะแนนดีเลย แบบ Band 4.0, 4.0, 3A+ หรือบางทีก็ 5.0, 5.0, 3A+ แล้วแต่โครงการปีนั้นๆ อีกที และก็ภาษาอังกฤษด้วย พวก IELTS 7.0+ หรือ TOEFL 100+ ก็มีนะ
พอผ่านพวกนี้ไปได้ ก็จะมีสัมภาษณ์อีกรอบ ดูทัศนคติอะไรพวกนี้แหละ
รอบ 3 (Admission) หรือ กสพท. อันนี้คือรอบหลักเลย คนสอบเยอะสุดๆ ใช้คะแนนสอบจากหลายๆ อย่างรวมกันนะ
- TGAT 10% (ต้องได้ขั้นต่ำ 30% นะ)
- TPAT1 (ความถนัดแพทย์) 30% (อันนี้ก็ต้อง 30% ขั้นต่ำเหมือนกัน)
- A-Level (วิชาสามัญ) 60%
- วิทย์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) รวม 40% (ต้องสอบทั้ง 3 ตัวเลย ห้ามพลาด!)
- คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 20%
- ภาษาอังกฤษ 20%
- ภาษาไทย 10%
- สังคมศึกษา 10%
- ทุกวิชาของ A-Level ต้องไม่ต่ำกว่า 30% ด้วยนะ ถ้าวิชาไหนไม่ถึงคือจบเลย เสียดายมากนะ
ผ่านรอบนี้ไปได้ ก็มีสัมภาษณ์อีกที แล้วก็ตรวจสุขภาพก่อนเข้าเรียน
ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย:
- แพทย์จุฬาฯ เค้าเน้นคนเก่งจริงจัง ทั้งวิชาการ แล้วก็ทัศนคติก็ต้องดีด้วยนะ
- รอบ 1 จำนวนรับน้อยมาก ประมาณ 18 คนเองนะ ส่วนใหญ่เป็นพวกมี BMAT โหดๆ กับพอร์ตปังๆ เลยแหละ
- รอบ 3 เป็นโอกาสใหญ่สุด รับเยอะสุดประมาณ 200 คนได้เลย เตรียมตัวสอบ A-Level กับ TPAT1 ให้ดีๆ นะ
- คะแนนสอบภาษาอังกฤษ พวก IELTS หรือ TOEFL ถ้าจะไปรอบ 1 คือเตรียมไว้ตั้งแต่ ม.ปลายเลยก็ดีนะ
- เรื่องเกรดก็สำคัญนะ ถึงแม้บางรอบจะไม่ใช้เกรดเยอะ แต่มีเกรดดีไว้ก็สบายใจกว่าเยอะเลย
- ปี TCAS67 นี้ กฎเกณฑ์อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกนิดหน่อยนะ แต่หลักๆ ก็ประมาณนี้เลย ต้องไปดูประกาศจากมหาวิทยาลัยจุฬาฯ โดยตรงอีกที จะชัวร์สุดๆ เลยนะ
- เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ดีที่สุด จะได้มีเวลาเก็บคะแนนแล้วก็ทำพอร์ตให้ปังๆ ทันนะ สู้ๆ!
แพทย์จุฬา มาจากรร.อะไรบ้าง?
เด็กแพทย์จุฬาฯ ส่วนใหญ่มาจากไหนกันนะ
ก็พวกโรงเรียนท็อปๆ นั่นแหละ
- โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อันนี้คือเยอะสุด ยืนหนึ่งมาตลอด
- โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) เด็กเก่งวิทย์มาทางนี้เยอะ
- โรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) โรงเรียนนี้ก็มาแรง
- โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
- โรงเรียนเทพศิรินทร์
- โรงเรียนอัสสัมชัญ
- โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
เออ แล้วคณะแพทย์ จุฬาฯ นี่มันเริ่มมายังไง
คือเรื่องมันเริ่มจากที่ศิริราชก่อนเลย โรงพยาบาลศิริราช นี่คือโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของไทยเลยนะ ตั้งแต่สมัย ร.5 นู่น
แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมต้องมีแพทย์จุฬาฯ อีก ปัญหาคือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศขาดหมอหนักมากกกก ขาดแคลนแพทย์แบบสุดๆ ศิริราชที่เดียวผลิตไม่ทันความต้องการของคนทั้งประเทศ
ตอนนั้นอธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (สมัยก่อนชื่อนี้) ต้องแก้ปัญหาด่วนๆ เลยไปขอใช้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ของสภากาชาดไทยเป็นที่สอนนักศึกษาแพทย์อีกแห่งหนึ่ง
มันคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเลยนะตอนนั้น
แล้วก็เลยเกิดเป็น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขึ้นมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2490 กลายเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 2 ของประเทศไทย
- รากฐานของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คือการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอาศัยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นสถานที่เรียนการสอน
- โรงเรียนแพทย์แห่งแรกของเมืองไทย คือ โรงเรียนแพทยากร ซึ่งปัจจุบันคือคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
- ช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์อย่างรุนแรง ศิริราชสามารถผลิตแพทย์ได้ปีละประมาณ 50 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ
- การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่ โดยเริ่มต้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ก่อนที่จะโอนมาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในภายหลัง
คณะแพทย์ในไทย อันดับ 1 ในปี 67 คืออะไร?
สำหรับ คณะแพทย์ อันดับ 1 ปี 67 คือ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผลการจัดอันดับตามคะแนนรวมของปีล่าสุด มีดังนี้:
- คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คะแนนของจุฬาฯ ค่อนข้างทิ้งห่างจากอันดับสองอยู่พอสมควรในปีนี้ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานที่คงเส้นคงวา
การแข่งขันระหว่างจุฬาฯ กับมหิดล (ศิริราช-รามาฯ) เป็นอะไรที่คลาสสิกเสมอ การที่มหิดลมีคณะแพทยศาสตร์ถึงสองแห่งติดอยู่ในสามอันดับแรก แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสถาบันในภาพรวมอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย
การจัดอันดับเป็นเพียงภาพสะท้อนมิติหนึ่งเท่านั้น มันไม่ได้นิยามคุณค่าทั้งหมดของสถาบันการศึกษาหรือตัวบุคคลที่จบออกมา แต่มันเป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ในการมองภาพกว้าง
ขณะที่ มอ. (สงขลานครินทร์) ก็ยังคงยืนหยัดในฐานะสถาบันการแพทย์ชั้นนำของภาคใต้ได้อย่างแข็งแกร่งเสมอมา เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเสมอ
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขและอันดับเหล่านี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น การประเมินไม่ได้มาจากแค่คะแนนสอบเข้า แต่มาจากปัจจัยเชิงคุณภาพหลายด้าน
- ผลงานวิจัยและการอ้างอิง: นี่เป็นตัวชี้วัดสำคัญในระดับสากล จำนวนงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารที่น่าเชื่อถือและจำนวนครั้งที่งานวิจัยนั้นถูกนำไปอ้างอิงต่อมีผลโดยตรงต่อคะแนนด้านวิชาการ
- ชื่อเสียงของสถาบัน: ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษส่งผลต่อการรับรู้และความเชื่อมั่นจากวงการแพทย์และสาธารณชน
- คุณภาพของโรงพยาบาลหลัก: โรงพยาบาลที่เป็นสถานที่ฝึกสอนหลักมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ความพร้อมของเครื่องมือ ความหลากหลายและความซับซ้อนของเคสผู้ป่วย คือห้องเรียนที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาแพทย์
- ความพึงพอใจของบัณฑิตและผู้จ้างงาน: ข้อมูลจากบัณฑิตที่จบไปแล้ว รวมถึงมุมมองจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่รับบัณฑิตแพทย์เข้าทำงาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นำมาพิจารณา
ท้ายที่สุดแล้ว "คณะที่ดีที่สุด" ก็เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละสถาบันก็แตกต่างกันไป สิ่งที่เหมาะกับคนหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่งก็ได้ การเลือกสถาบันจึงเป็นเรื่องของการค้นหาที่ที่ลงตัวกับตัวตนของเรามากที่สุด.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต