แพทย์ประจำบ้านใช้ทุนกี่ปี
แพทย์ประจำบ้านใช้ทุนกี่ปี?
จำได้ว่าตอนเรียนหมอ เพื่อนๆ พูดกันเรื่องใช้ทุนเยอะแยะเลย วุ่นวายมาก แต่เท่าที่จำได้ แพทย์ประจำบ้านสาขาพื้นฐานนี่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้ทุนปีนึง หลังจบการศึกษาอะนะ เพื่อนฉันคนนึง เรียนจบด้านอายุรกรรม ปี 2565 ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลเดิมที่ส่งไปเรียน ชดใช้ทุนหนึ่งปีเต็มๆ เลยล่ะ จำได้ว่ามันบ่นเรื่องนี้ตลอด เหนื่อยมาก เพราะเรียนหนักอยู่แล้ว พอจบมาต้องทำงานต่อทันที เงินเดือนก็ไม่เยอะเท่าไหร่ด้วยนะ แต่ก็เข้าใจแหละ เขาได้ทุนมา ก็ต้องทำงานคืนให้รัฐบาล ส่วนสาขาอื่นๆ นี่ไม่แน่ใจจริงๆ แต่คิดว่าคงไม่ต่างกันมากหรอก อาจจะมากกว่า หรือเท่ากัน ไม่รู้เหมือนกัน จำไม่ค่อยได้แล้ว สมองลืมไปหมดแล้ว
อีกอย่าง เพื่อนฉันอีกคน เรียนศัลยกรรม เขาบอกว่าใช้ทุนนานกว่า แต่เขาไม่ได้บอกว่านานเท่าไหร่ งงไปหมด แต่โดยรวมแล้ว รู้สึกว่า มันค่อนข้างยุ่งยากและสับสน กฏระเบียบเยอะ กว่าจะหาข้อมูลได้ เหนื่อยเลย เอกสารราชการ เยอะมาก อ่านไม่รู้เรื่องเลย แต่เพื่อนๆ เค้าก็จัดการกันได้ สุดท้ายก็จบไปได้ด้วยดีทุกคน ถือว่าโชคดี
แพทย์ประจำบ้านได้เงินเดือนไหม
แพทย์ประจำบ้านได้เงินเดือนนะ แต่ไม่เยอะเท่าไหร่หรอก เท่าที่รู้ปีนี้ สักสามพันกว่าบาทมั้ง ถ้าเป็นอาจารย์ด้วยอาจจะได้เพิ่มอีกสามพัน รวมๆก็ประมาณหกพัน แต่เพื่อนฉันมันบอกว่าบางที่ได้มากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับที่รึเปล่าไม่แน่ใจ
ค่าเช่าที่พัก อืมมม อันนี้แล้วแต่ที่ด้วยแหละ ถ้าที่ๆเพื่อนฉันอยู่ ไม่มีหอให้ ก็ต้องหาเช่าเอง แต่ถ้ามีคุณสมบัติครบตามที่ประกาศ อาจจะได้ส่วนลด หรือไม่ต้องจ่ายก็ได้มั้ง ไม่แน่ใจเหมือนกัน เรื่องนี้งงๆ
สรุปง่ายๆเลยนะ
- เงินเดือน: ประมาณ 3,000+ บาท (อาจได้มากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับสถานที่)
- เงินเดือนอาจารย์: ถ้าเป็นอาจารย์ด้วย ได้เพิ่มอีก 3,000 บาท/เดือน
- ค่าที่พัก: แล้วแต่สถานที่ บางที่อาจมีหอพักให้ บางที่ก็ต้องหาเช่าเอง แล้วแต่คุณสมบัติด้วยนะ
แพทย์ประจําบ้าน กี่ปี
อืม...แพทย์ประจำบ้านเนี่ย 4 ปีนะ จำได้แม่นเลย เพราะเพื่อนสนิทฉันเองก็เพิ่งจบไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง เหนื่อยมาก บอกเลย
มันต่างจากหมอจบหกปี/ใช้ทุนยังไงเหรอ... อืม... ฉันว่านะ มันต่างกันตรงที่..
ความรับผิดชอบ: หมอจบหกปี/ใช้ทุน ส่วนใหญ่จะดูแลคนไข้แบบเจาะจงกว่า อาจจะเฉพาะทางหรือเฉพาะโรค แต่หมอประจำบ้านต้องเจอเคสหลากหลาย เหมือนฝึกฝนทุกอย่างไปพร้อมกัน หนักกว่าเยอะเลย
การเรียนรู้: หมอประจำบ้านเหมือนเรียนต่อเนื่องไปด้วย มีการอบรม มีการประชุม ต้องอ่านหนังสือตลอด ไม่ใช่แค่รักษาคนไข้ แต่ต้องเรียนรู้ไปด้วยตลอดเวลา คิดแล้วก็เหนื่อยแทนเพื่อนจริงๆ
ความกดดัน: เพื่อนฉันบ่นบ่อยมากเรื่องความกดดัน เพราะต้องรับผิดชอบคนไข้เยอะ ตัดสินใจเองหลายอย่าง ไม่เหมือนหมอจบใหม่ที่อาจจะมีอาจารย์คอยช่วยดูแล อึกอักเหมือนกันนะ ฉันเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นหรอก
เงินเดือน: ฉันว่าเงินเดือนคงต่างกันบ้างแหละ แต่รายละเอียดไม่แน่ใจ จริงๆ เพื่อนฉันก็ไม่ค่อยพูดถึงตรงนี้เท่าไหร่ มันคงเหนื่อยเกินกว่าจะคิดเรื่องเงินแล้วมั้ง
ปีนี้เพื่อนฉันได้งานที่โรงพยาบาลเอกชน มันบอกว่าสบายขึ้นเยอะ แต่ก็ยังต้องทำงานหนักอยู่ดีแหละ คิดถึงมันจังเลย เวลาโทรคุยกันมันก็บ่นๆเรื่องงานตลอด แต่ก็ดูมีความสุขดีนะ อย่างน้อยก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ปลอบใจตัวเองแบบนี้แหละ
แพทย์ใช้ทุนกับแพทย์ประจำบ้านต่างกันอย่างไร
อืม... คิดหนักเหมือนกันนะ เรื่องแพทย์จบใหม่กับแพทย์ประจำบ้านนี่...
จริงๆ ก็ต่างกันเยอะเลย แพทย์ใช้ทุนเนี่ย เหมือนเรียนจบปุ๊บ ก็ไปปฏิบัติงานเลย เน้นดูแลคนไข้ทั่วไป งานหนัก กดดัน แต่ได้ประสบการณ์ตรงเยอะ ปีนี้ก็ยังคงเน้นการรักษาเบื้องต้นเหมือนเดิมแหละ ไม่ค่อยได้เจาะลึกเท่าไหร่
ส่วนแพทย์ประจำบ้าน คือ เค้าเรียนต่อเฉพาะทาง อีกหลายปีเลย อย่างเพื่อนฉัน เรียนอายุรศาสตร์ ก็ใช้เวลาเรียนอีก 3 ปี เลยได้ความรู้เฉพาะทางลึกกว่า ได้ลงมือทำเคสยากๆ ด้วย ได้ฝึกละเอียดกว่า แต่ก็นะ เหนื่อยกว่าเยอะเหมือนกัน
สรุปง่ายๆ ก็คือ
- แพทย์จบใหม่/ใช้ทุน: เหมือนมือใหม่หัดขับรถ ขับได้ แต่ยังไม่ชำนาญทุกเส้นทาง
- แพทย์ประจำบ้าน: เหมือนคนขับรถที่มีประสบการณ์ ขับคล่อง รู้ทางลัด และเชี่ยวชาญเส้นทางเฉพาะ
เหนื่อยทั้งคู่แหละ แต่คนละแบบ คนละความเหนื่อย เฮ้อ... คิดแล้วก็นอนไม่หลับเลย
จบแพทย์ประจำบ้านได้วุฒิอะไร
อืมม...จบแพทย์ประจำบ้านนี่นะ มันก็...คิดหนักเหมือนกันนะเนี่ย
ตอนนี้ ปี 2566 แล้ว ไม่ได้วุฒิอะไรที่ชัดเจนเป็นใบเดียวแบบปริญญา แต่จะได้วุฒิบัตรเฉพาะทาง ขึ้นกับสาขาที่เรียนไง อย่างเพื่อนฉัน จบศัลยกรรมมา ก็ได้วุฒิบัตรทางศัลยกรรม ประมาณนั้นแหละ
แต่ก็เหนื่อยนะ... กว่าจะถึงจุดนี้ หลายปีเลย
- เรียนหนักมาก นอนน้อย แทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย
- สอบเยอะมาก เครียดจนท้อบ่อยๆ
- ต้องดูแลคนไข้ รับผิดชอบสูง ความกดดันนี่...ไม่ไหว
คิดถึงตอนเรียนจบใหม่ๆเลย ตอนนั้น แค่ได้เป็นหมอ ก็ดีใจมากแล้ว ตอนนี้ ก็คิดถึงวันนั้นนะ รู้สึกสบายกว่าเยอะเลย แต่...ก็ต้องก้าวต่อไป สู้ๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต