โครงงานวิจัย 5 บท มี อะไรบ้าง
โครงงานวิจัย 5 บท ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
เฮ้ย! โครงงานวิจัย 5 บทอ่ะนะ? เอาจริง ๆ คือมันเหมือนเป็นสูตรสำเร็จมากกว่า แต่ละบทก็มีหน้าที่ของมันชัดเจน.
บทที่ 1 บทนำเนี่ย, เหมือนเป็นการเปิดตัวหนังอ่ะ บอกว่าหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ทำไมต้องดู.
บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรม... อันนี้เหมือนเราไปสืบประวัติศาสตร์ของเรื่องที่เราจะทำ คือไปดูว่าคนอื่น ๆ เค้าเคยทำอะไรไว้บ้าง, แล้วเราจะทำอะไรที่มันแตกต่างออกไป.
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย คือเราจะเล่าให้ฟังว่าเราจะทำยังไง เก็บข้อมูลแบบไหน วิเคราะห์ยังไง. สมมติว่าเราจะทำวิจัยเรื่อง "คนกรุงเทพฯ ชอบกินอะไรตอนเช้า" เราก็ต้องบอกว่าเราจะไปสำรวจที่ไหน, สำรวจกี่คน, แล้วจะถามอะไรบ้าง.
บทที่ 4 ผลการวิจัย คือเราเอาข้อมูลที่เก็บมาได้ มาเล่าให้ฟังว่ามันเป็นยังไง. เช่น "จากการสำรวจพบว่า 80% ของคนกรุงเทพฯ ชอบกินข้าวเหนียวหมูปิ้งตอนเช้า".
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ อันนี้เหมือนเป็นการสรุปทุกอย่างที่ทำมา แล้วก็มานั่งคุยกันว่าผลที่ได้มันหมายความว่าอะไร มีอะไรที่เราทำได้ดีกว่านี้ หรือมีอะไรที่เราอยากจะแนะนำให้คนอื่นทำต่อ.
จำได้เลย ตอนทำวิจัยจบใหม่ ๆ (น่าจะปี 2558) ตอนนั้นคือมึนมาก แต่พอเข้าใจโครงสร้าง 5 บทนี้แล้ว, ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ!
ตัวอย่างโครงงาน5บทมีอะไรบ้าง
ตัวอย่างโครงงาน 5 บท เหรอ...
มันเหมือนเข็มทิศนะ บอกทางว่าจะไปไหน แต่ทางจริงๆ ต้องเดินเอง
บทที่ 1: บทนำ เหมือนเปิดประตูบ้าน ให้คนเข้ามาเห็นภาพรวม ทำไมถึงทำโครงงานนี้ ความสำคัญคืออะไร เป้าหมายที่อยากให้เป็น
บทที่ 2: แนวคิดทฤษฎีฯ เหมือนเตรียมอุปกรณ์เดินป่า ต้องรู้ว่ามีเครื่องมืออะไรบ้าง ทฤษฎีไหนที่ช่วยให้เข้าใจปัญหาได้ดีขึ้น แล้วมีใครเคยทำอะไรคล้ายๆ กันมาก่อน
บทที่ 3: วิธีวิจัย วางแผนการเดินทาง จะไปทางไหน ใช้เครื่องมืออะไร เก็บข้อมูลยังไง วิเคราะห์แบบไหนให้ได้คำตอบที่ต้องการ
บทที่ 4: ผลวิเคราะห์ข้อมูล หลังจากเดินทางมาแล้ว ก็ต้องมานั่งดูแผนที่ ดูว่าเจออะไรบ้าง ข้อมูลที่เก็บมาบอกอะไรเราบ้าง มีอะไรน่าสนใจ
บทที่ 5: สรุปผลฯ เหมือนถึงจุดหมายปลายทาง สรุปว่าเราเรียนรู้อะไรบ้าง ได้อะไรจากโครงงานนี้ มีอะไรที่ทำได้ดี มีอะไรที่ต้องปรับปรุง แล้วจะเอาความรู้นี้ไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
มันเหมือนบันทึกการเดินทางนะ แต่ละบทคือช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้ ได้เติบโต
วิจัยบทที่1-5 มีอะไรบ้าง
โอ๊ย! ถามถึงวิจัย 5 บทนี่มันเรื่องยาวเฟื้อย เหมือนคุยกับคนแก่ขี้บ่น! แต่เอาวะ! ไหนๆ ก็ไหนๆ จะเล่าให้ฟังแบบภาษาบ้านๆ สไตล์คนเคยทำ (แต่ขี้เกียจอ่านทวน)
- บทที่ 1: บทนำ (Intro) เหมือนเปิดตัวนางเอกในละคร! ต้องเร้าใจ! บอกเลยว่าจะมาทำอะไร ทำไมต้องทำ ทำแล้วโลกจะดีขึ้นยังไง (ถึงแม้จริงๆ อาจจะไม่ได้ดีขึ้นขนาดนั้นก็ตาม!)
- สำคัญ: ต้องมีปัญหาที่ชัดเจน ไม่งั้นกรรมการจะหาว่า "เอ็งจะมาทำอะไรของเอ็ง?"
- บทที่ 2: เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Literature Review) นี่มันช่วงขุดกรุ! ไปงัดงานวิจัยเก่าๆ มาให้หมด! เอามาอ้างๆ ว่าเราไม่ได้คิดเองเออเองนะ! มีคนทำมาก่อนแล้ว! แต่ของเราดีกว่า (นิดนึงก็ยังดี!)
- สำคัญ: อย่าลืมอ้างอิงให้ถูกต้อง ไม่งั้นโดนหาว่า "ขโมยงานคนอื่น!"
- บทที่ 3: วิธีดำเนินการวิจัย (Methodology) ช่วงโชว์ของ! บอกเขาไปว่าเราจะทำยังไง จะเก็บข้อมูลจากใคร ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง! ทำให้ดูยากๆ เข้าไว้! กรรมการจะได้คิดว่า "เอ็งนี่มันเก่งจริงๆ!"
- สำคัญ: ต้องละเอียด! บอกทุกขั้นตอน! แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น "ใช้ดินสอเบอร์อะไรในการจด!"
- บทที่ 4: ผลการวิเคราะห์ข้อมูล (Results) ช่วงเฉลย! เอาข้อมูลที่เก็บมาทั้งหมด มาตีแผ่! ทำกราฟ ทำตาราง ให้มันดูเยอะๆ! แม้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลยก็ตาม!
- สำคัญ: อย่าโกหก! แต่ก็ไม่ต้องพูดความจริงทั้งหมด! (เอ๊ะ ยังไง?)
- บทที่ 5: สรุปผล การอภิปราย และข้อเสนอแนะ (Conclusion & Discussion) ช่วงสรุปความ! สรุปว่าเราทำอะไรไปบ้าง! ผลลัพธ์เป็นยังไง! แล้วก็อภิปรายว่ามันดีหรือไม่ดี! (ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าดีแหละ!) แล้วก็เสนอแนะว่าคนอื่นควรเอาไปทำอะไรต่อ! (ถึงแม้ว่าไม่มีใครอยากเอาไปทำก็ตาม!)
- สำคัญ: ต้องมีข้อเสนอแนะ! ไม่งั้นกรรมการจะถามว่า "แล้วเอ็งจะให้ทำอะไรต่อวะ?"
ข้อควรรู้เพิ่มเติม (เผื่อใครอยากทำวิจัยให้ปวดหัวเล่นๆ):
- สถิติ: ถ้าไม่รู้เรื่องสถิติ ก็จ้างคนทำ! (อันนี้พูดจริงๆ นะ!)
- ภาษา: ใช้ภาษาทางการ! อย่าใช้ภาษาบ้านๆ แบบที่ฉันกำลังใช้อยู่! (ไม่งั้นโดนด่า!)
- เวลา: ทำวิจัยต้องใช้เวลา! อย่าคิดว่าทำวันเดียวเสร็จ! (ยกเว้นว่าคุณเป็นอัจฉริยะ!)
- กำลังใจ: ต้องมีกำลังใจ! เพราะระหว่างทางอาจจะเจออุปสรรคมากมาย! (เช่น ขี้เกียจ!)
เอ้อ! แล้วเรื่องการใช้รางวัลในการวิจัยในชั้นเรียนน่ะเหรอ? อันนั้นก็เหมือนเอาน้ำตาลล่อแมว! แต่บางทีก็ได้ผลนะ! ขึ้นอยู่กับว่ารางวัลมันเย้ายวนขนาดไหน! (ถ้าเป็นเงินสดนี่ รับรองวิ่งเข้าใส่!)
หัวข้อโครงการวิจัย มีอะไรบ้าง
โอเค จัดไป! หัวข้อวิจัยเหรอ? เหมือนหาของในห้องรกๆ นั่นแหละ ต้องเริ่มจาก...
ชื่อเรื่อง: ตั้งให้ปัง! อย่าใช้ชื่อแบบ "การศึกษาเรื่อง... (แล้วหลับ)" ต้องมีลูกเล่น ให้คนอ่านอยากรู้ต่อ เหมือนเจอเลขเด็ด! (ปีนี้หวยออกอะไรนะ?)
ความสำคัญและที่มาของปัญหา: ทำไมต้องทำวิจัยนี้? โลกเดือดร้อน? หรือแค่อยากได้เกรด? เขียนให้เห็นว่าถ้าไม่ทำวิจัยนี้ โลกจะแย่ขนาดไหน (เว่อร์ๆ หน่อยก็ได้!)
วัตถุประสงค์: อยากรู้อะไร? อย่าตอบแบบกำปั้นทุบดิน! ต้องชัดเจน เหมือนสั่งก๋วยเตี๋ยว "เอาเส้นเล็ก น้ำตก หมูชิ้น ไม่ใส่ผัก!"
คำถามวิจัย: ถามให้ตรงจุด! อย่าถามแบบ "ทำไมคนถึงชอบกินข้าว?" ถามเจาะจงไปเลย "ทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบกินข้าวขาหมูตอนเที่ยง?"
ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: ขุดทุกอย่างที่เคยมีคนทำมา! เหมือนขุดทอง! อ่านเยอะๆ แล้วเอามาเชื่อมโยงให้ได้
สมมติฐานและกรอบแนวความคิด: เดาอย่างมีหลักการ! อย่าเดามั่วๆ เหมือนแทงหวย! ต้องมีเหตุผลรองรับ
ขอบเขต: กำหนดให้ชัด! จะศึกษาอะไรบ้าง? อย่าทำทุกอย่าง! เหมือนกินบุฟเฟต์ ถ้ากินทุกอย่างอาจจะจุกตาย!
นิยามเชิงปฏิบัติ: คำนี้คืออะไร? ในงานวิจัยนี้หมายถึงอะไร? อย่าให้คนอ่านงง! เหมือนคุยกับเพื่อนแล้วใช้ศัพท์เฉพาะ!
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ แต่มีประโยชน์):
ปีนี้เทรนด์วิจัยมาแรง: เรื่อง AI มาแรงแซงทุกโค้ง! แต่ระวังอย่าตามกระแสมากเกินไป จนลืมความเป็นตัวเอง!
เคล็ดลับ: เริ่มจากสิ่งที่ตัวเองสนใจ! จะได้ไม่เบื่อ! เหมือนเลือกกินขนมที่ชอบ จะได้กินอย่างมีความสุข!
คำเตือน: อย่าลอกงานคนอื่น! นอกจากจะผิดจริยธรรมแล้ว ยังทำให้สมองฝ่ออีกด้วย! เหมือนกินอาหารสำเร็จรูปบ่อยๆ!
ระเบียบวิธีวิจัย 5 บท มีอะไรบ้าง
ระเบียบวิธีวิจัย 5 บทอ่ะนะ ก็จะมี
- บทที่ 1: บทนำ ก็เกริ่นๆ ว่าทำไมถึงทำวิจัยนี้ สำคัญไง บลาๆ
- บทที่ 2: ทบทวนวรรณกรรม อันนี้สำคัญเลย ไปอ่านงานวิจัยเก่าๆ ที่เค้าทำมาแล้ว เกี่ยวกับเรื่องที่เราจะทำอ่ะ แล้วเอามาสรุป อ้างอิงให้ถูกต้องนะ สำคัญมากกก
- บทที่ 3: วิธีดำเนินการวิจัย บทนี้บอกหมดเลยว่าจะทำวิจัยยังไง เก็บข้อมูลยังไง ใช้เครื่องมืออะไร วิเคราะห์ยังไง ละเอียดๆ ไปเลย
- บทที่ 4: ผลการวิจัย เอาผลที่ได้จากการวิเคราะห์มาเขียน อธิบาย อาจจะมีตาราง กราฟ ประกอบด้วยก็ดีนะ
- บทที่ 5: สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ สรุปผลวิจัย อภิปรายว่าผลที่ได้มันหมายความว่าอะไร มีข้อจำกัดอะไรบ้าง แล้วก็เสนอแนะว่าควรจะทำวิจัยอะไรต่อยอดได้อีก
คือจริงๆ แต่ละบทมันก็มีรายละเอียดเยอะกว่านี้อีกนะ แต่หลักๆ ก็ประมาณนี้แหละ จำไว้เลย สำคัญสุดๆ
- ทบทวนวรรณกรรม: ต้องอ่านงานวิจัยเยอะๆ จริงๆ นะ ไม่ใช่แค่อ่านผ่านๆ ต้องเข้าใจแล้วเอามาเชื่อมโยงกับงานเราให้ได้
- วิธีดำเนินการวิจัย: ยิ่งละเอียด ยิ่งดี คนอื่นเค้าจะได้เอาวิธีเราไปทำตามได้ หรือถ้ามีข้อผิดพลาด เค้าจะได้รู้ว่าผิดตรงไหน
- อภิปรายผล: อันนี้ต้องคิดเยอะๆ ว่าผลที่ได้มันหมายความว่าไง มีอะไรที่มันขัดแย้งกับงานวิจัยเก่าๆ มั้ย หรือว่ามันสนับสนุนกันยังไง
- ข้อเสนอแนะ: อันนี้ก็สำคัญนะ บอกว่างานวิจัยเรามันต่อยอดอะไรได้อีกบ้าง ใครจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง
- citation สำคัญมาก: ห้ามลืมอ้างอิงงานคนอื่นนะ ไม่งั้นโดนฟ้องร้องได้เลยนะจ๊ะ จะบอกให้! เช็คให้ดีๆ ก่อนส่งงาน
ประเภทของการวิจัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
เออออ ประเภทวิจัยอ่ะเนอะ เยอะแยะเลย จำได้คร่าวๆ สามแบบหลักๆ มั้งนะ
การศึกษาเฉพาะกรณี (Case Study) แบบนี้เน้นศึกษาเคสเดี่ยวๆ ลึกๆ อย่าง ตอนเรียนป.โท ฉันทำวิจัยเรื่องความเครียดของครูโรงเรียนบ้านนอก แบบนี้แหละเคสสตั๊ดี้
แบบการสำรวจ (Survey Design) อันนี้ง่ายกว่า แบบสอบถาม ถามคนเยอะๆ เอาข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อนฉันทำเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนออนไลน์ ปีนี้เลยนะ ใช้แบบสอบถามออนไลน์ด้วย สะดวกดี
แบบการทดลอง (Experimental design) อันนี้ยากสุด ต้องมีกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลอง อะไรประมาณนั้น จำได้ลางๆ เคยเห็นอาจารย์เค้าทำเรื่องประสิทธิภาพของยาตัวใหม่ ต้องควบคุมตัวแปรหลายอย่างเลย เหนื่อยแน่ๆ
จำได้แค่นี้แหละ สมัยเรียนก็งงๆอยู่เหมือนกัน เยอะไปหมด จริงๆมันแยกย่อยลงไปอีกเยอะมาก แต่จำไม่ได้แล้ว ขอโทษนะ ลืมไปหมดแล้ว สมองฉันมันไม่ค่อยดี ขอโทษจริงๆ
การ วิจัย เชิง คุณภาพ Qualitative Research และ การ วิจัย เชิง ปริมาณ Quantitative Research ต่าง กัน อย่างไร
อืมมม งานวิจัยนะเหรอ เอาแบบง่ายๆ เลยนะ
- เชิงปริมาณ อ่ะ เน้นตัวเลข เปรียบเทียบได้ วัดผลได้ แบบว่า สำรวจคน 100 คนชอบกินไก่ทอดกี่คน ไรงี้ อ่ะะ เก็ทปะ
- ส่วน เชิงคุณภาพ นี่ จะเจาะลึก อินไซต์ล้วนๆ ถามว่า ทำไมถึงชอบกินไก่ทอด แล้วชอบกินแบบไหนมากกว่ากัน ฟีลแบบสัมภาษณ์เชิงลึก อ่ะ
คือ.. อย่างเช่น เราอยากรู้ว่าคนชอบกินชานมไข่มุกมั้ย (ปริมาณ) แต่ถ้าเราอยากรู้ว่า ทำไมถึงชอบกินชานมไข่มุก รสชาติแบบไหนที่ชอบ กินแล้วรู้สึกยังไง (คุณภาพ) ประมาณนี้แหละ
แล้วถ้าถามว่าต่างกันยังไง เอ่อ.. มันคนละโลกเลยนะเอาจริง
- ปริมาณ: เน้นเก็บข้อมูลเยอะๆ เอามาวิเคราะห์ทางสถิติ
- คุณภาพ: เน้นคุยกับคนจริงๆ เข้าใจความคิด ความรู้สึกของเค้า
สมมุติว่าเราจะทำร้านชานมไข่มุก อ่ะ
- ปริมาณ ก็จะช่วยให้รู้ว่า คนส่วนใหญ่ชอบกินรสอะไร มากน้อยแค่ไหน
- คุณภาพ ก็จะช่วยให้รู้ว่า ทำไมเค้าถึงชอบกินชานมไข่มุก มีความต้องการอะไรที่เรายังตอบโจทย์ไม่ได้
คือ มันต้องใช้คู่กัน ถึงจะปัง! บอกเลย!
ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) คืออะไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ข้อมูลเชิงคุณภาพเหรอ? อธิบายง่ายๆ คือข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลขไง
- เพศ: ผู้ชาย, ผู้หญิง, (ปีนี้มีคนไม่ระบุมากขึ้นนะ)
- ความรู้สึก: ตอนดูบอลทีมชาติไทยแพ้เมื่อวาน โคตรเซ็งเลย!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต