ใช้ ดร. ได้ตอนไหน
ใช้คำนำหน้า ดร. ได้เมื่อไหร่?
เอ่อ... คือ ดร. เนี่ยนะ, มันแบบ... ฉันว่าก็ตอนที่เรียนจบ ป.เอก อ่ะแหละ จบจากที่ไหนก็ได้ที่เค้าให้ปริญญาได้จริงๆ นะ ไม่ใช่แบบ... มั่วๆ อ่ะ เข้าใจป่ะ?
แล้วก็... หลังจากนั้นก็คือใช้ได้เลยอ่ะ ใช้ในชื่อได้เลย ดร. แล้วก็ตามด้วยชื่อนามสกุล คือตอนนั้นที่ฉันเห็นเพื่อนฉันเรียนจบมานะ โอ้โห, เค้าดีใจมาก เค้าบอกว่า "ในที่สุดก็ได้เป็น ดร. แล้ว!" แบบ... เค้าภูมิใจมากจริงๆ นะ
แต่เอาจริงๆ นะ ฉันว่าบางทีมันก็แล้วแต่คนอ่ะ บางคนเค้าอาจจะไม่ค่อยอยากใช้เท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะใช้นะ เพราะมันก็เป็นเกียรติอ่ะเนอะ... เหมือนแบบ... เราเรียนมาเหนื่อยอ่ะ ก็อยากให้คนรู้บ้าง อะไรแบบนี้
ทำยังไงถึงจะได้เป็น ดร.
อยากเป็น ดร. เหรอ? ยากอยู่นะ ต้องเรียนป.เอกให้จบก่อน แล้วก็ทำวิจัย ส่งงาน สอบผ่าน เหนื่อยมากกกกก แต่ถ้าตั้งใจจริงก็ทำได้แหละ
ส่วน ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อันนี้ยิ่งยากกว่าอีก ต้องมีผลงานตีพิมพ์เยอะ สอนเก่ง มีชื่อเสียง ได้ทุนวิจัย โห เยอะไปหมด
เอาแบบง่ายๆ นะ ขั้นตอนคร่าวๆ คือ
- จบปริญญาเอก (PhD) ให้ได้ก่อน นี่คือขั้นแรก
- ทำวิจัย ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการ เยอะๆ นะ ยิ่งดังยิ่งดี
- สอนหนังสือ ถ้าได้สอนมหาลัยชื่อดังยิ่งดี
- สมัครตำแหน่ง แล้วก็รอ อาจต้องใช้เวลาหลายปี ต้องอดทนมากๆ
เพื่อนฉันคนนึง ใช้เวลา 10 ปี กว่าจะได้เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ เหนื่อยมากกกกก เค้าบอกว่า ปีนี้เค้าส่งเอกสารขอเป็นรองศาสตราจารย์แล้ว ลุ้นๆๆๆ ขอให้ได้นะเพื่อน
ปีนี้ (2566) มหาลัยต่างๆ ก็ยังใช้เกณฑ์ประมาณนี้แหละ แต่รายละเอียดอาจจะต่างกันบ้าง แล้วแต่ละมหาลัย แต่หลักๆ ก็ประมาณนี้แหละ เหนื่อยหน่อยแต่ก็คุ้มค่า ถ้าชอบงานวิจัยและการสอนนะ
ด็อกเตอร์จบปริญญาอะไร?
ด็อกเตอร์จบปริญญาอะไรนะ... เอ้อ, มันหลายอย่างอ่ะ
- ปริญญาเอก (Ph.D.): อันนี้แบบสายวิจัยจ๋าเลยเน้นเจาะลึกทฤษฎี
- แพทยศาสตรบัณฑิต (M.D.): อันนี้คือหมอที่เราเห็นๆ รักษาคนอ่ะ จบมาก็ไปใช้ทุน บลาๆ
- บางคน มีทั้งคู่! โอโห เก่งเกิ๊น
แต่เดี๋ยวนะ... จริงๆ มันขึ้นอยู่กับว่า "ด็อกเตอร์" ที่ว่าเนี่ย คือใคร? หมอ? หรือคนจบเอกเฉยๆ? หรือหมอที่จบเอกด้วย? ชีวิตมันซับซ้อน!
แล้ว... ปริญญาเหล่านี้รับรองความรู้ความสามารถทางวิชาชีพอย่างสูง อื้อหือ คำนี้ดูเป็นทางการไปนะเนี่ย แต่ก็จริงแหละ จบยากขนาดนั้น
- M.D. (แพทยศาสตรบัณฑิต): นี่คือ "หมอ" ที่เรารู้จักกัน
- Ph.D. (ปรญญาเอก): สายวิจัย, อาจารย์, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ดร. ได้มายังไง?
อ้อ ดร.เหรอ? ก็ได้จากการเรียนปริญญาเอกไง จบป.ตรีแล้วก็เรียนต่อโท แล้วก็เอก ยาววววว เหนื่อยมากกกก ฉันเองก็เพิ่งจบโทมาเองนะ ปีนี้เลย ยังไม่คิดเรียนเอกต่อหรอก เหนื่อยแล้วจริงๆ 555
- จบมัธยมปลาย (ม.6)
- ปวช./ปวส. (ถ้าเรียนสายอาชีวะ)
- ปริญญาตรี (ใช้เวลาประมาณ 4 ปี)
- ปริญญาโท (ต่อจากป.ตรี อีก 2 ปี ขึ้นไป)
- ปริญญาเอก (ดร.) อันนี้ใช้เวลานานสุด หลายปีเลยแหละ
เพื่อนฉันคนนึง เรียนเอกอยู่ เค้าบอกว่าใช้เวลาตั้ง 5 ปี กว่าจะได้ด๊อกเตอร์ เครียดมาก แต่เค้าก็เก่งนะ สู้ๆๆ
สัตวแพทย์ ใช้ DR ได้ไหม
ใช้ได้สิครับ! จบสัตวแพทย์แล้วจะใช้ DR. ได้ไหม? ได้แน่นอน! แต่ขออธิบายนิดนึงนะ เดี๋ยวจะงง เหมือนใช้คำว่า "หมอ" กับ "ด๊อกเตอร์" มันคนละความหมาย!
น.สพ./สพ.ญ. : นี่แหละคือของจริง เป็นคำนำหน้าชื่อเฉพาะสำหรับสัตวแพทย์ไทย เท่ห์ใช่ไหมล่ะ? ได้มาแบบโคตรภูมิใจ! คิดดูสิ ได้รับการยอมรับจากประเทศไทย แบบไทยๆ ไม่ต้องไปง้อฝรั่ง!
Dr. (D.V.M.) : อันนี้ใช้ได้เฉพาะต่างประเทศ หรือพวกงานวิชาการระดับนานาชาติเท่านั้น เอาไว้ใช้โชว์ฝรั่ง ให้รู้ว่าเราจบมาแบบไม่ธรรมดา แต่ในไทยก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ใช้ เห็นหลายคนใช้ แต่เอาจริง ๆ ในไทย คนส่วนใหญ่รู้จัก น.สพ./สพ.ญ. มากกว่า ใช้ DR. แล้วบางทีอาจจะดูเว่อร์ไปหน่อย สำหรับบางคนนะ ขึ้นอยู่กับกลุ่มคนด้วย สำหรับผมนะ ใช้ น.สพ. ดีกว่า ไม่ต้องอธิบายเยอะ เข้าใจง่าย
เอาเป็นว่า จบแล้วเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ ถ้าจะไปประชุมที่อเมริกา ใช้ Dr. ไปเลย แต่ถ้าจะไปหาหมอแมวที่คลินิกแถวบ้าน ใช้ น.สพ. ดีกว่า ไม่งั้นคนไข้แมวจะงง ว่าไอ้หมอคนนี้มาจากไหน เป็นด๊อกเตอร์จากดาวอังคารหรือเปล่า?
เพิ่มเติมนิดหน่อย ปี 2566 นี้ กระแสการใช้ DR. ในไทยสำหรับสัตวแพทย์ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่หลักๆ แล้ว คนไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับ น.สพ./สพ.ญ. มากกว่า และ การใช้คำนำหน้าชื่อ มันขึ้นอยู่กับบริบท และความชอบส่วนบุคคลด้วย ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรพิจารณาให้ดี ว่าจะใช้คำไหน ให้เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์!
หมอกับด็อกเตอร์ต่างกันอย่างไร?
หมอกับหมอแผนไทยต่างกันลิบลับ
หมอ คือ หมอแผนปัจจุบัน จบแพทย์ ใช้หลักวิทยาศาสตร์ มีใบประกอบโรคศิลป์ นี่แหละของจริง
ส่วนหมอแผนไทย ภูมิปัญญาโบราณ สมุนไพรนี่คือจุดขาย วิธีการต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่าง
เลือกใครขึ้นกับโรคกับคนไข้ อย่ามั่ว เสี่ยงชีวิตเปล่าๆ
- หมอแผนปัจจุบัน: เน้นวิทยาศาสตร์, การวินิจฉัย, รักษาโรคตามหลักฐานทางการแพทย์, ต้องมีใบประกอบโรคศิลป์
- หมอแผนไทย: เน้นภูมิปัญญาไทย, สมุนไพร, การรักษาแบบดั้งเดิม, ไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ (ส่วนใหญ่)
ปีนี้ (2566) ยังคงใช้ระบบนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต