ไปเรียนต่อ ที่อังกฤษ งบประมาณกี่บาท

127 ครั้งเข้าชม
เรียนต่ออังกฤษ: งบประมาณขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยค่าเล่าเรียน: ปริญญาตรี: 10,000-38,000 ปอนด์/ปี (420,000-1,600,000 บาท) ปริญญาโท: 11,000-32,000 ปอนด์/ปี (462,000-1,344,000 บาท) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: นอกจากค่าเล่าเรียน ยังมีค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าหนังสือ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ซึ่งแตกต่างกันไปตามเมืองและวิถีชีวิต ควรเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมอย่างน้อยปีละ 10,000 ปอนด์ (ประมาณ 420,000 บาท) ขึ้นไป ควรวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ก่อนตัดสินใจ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไปเรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่? ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการเรียนที่ UK?

โอ้โห ถามเรื่องไปเรียนอังกฤษนี่ เหมือนโดนย้อนความหลังเลยนะ ตอนนั้น...เอ่อ...น่าจะปี 2015 มั้ง ที่ฉันตัดสินใจไปเรียนต่อโทที่ลอนดอนอ่ะ เรื่องงบประมาณนี่ตัวปวดหัวเลยบอกตรงๆ แต่ละคนไม่เหมือนกันไง

ค่าเทอมนี่แน่นอนว่าตัวเลขกลมๆ ที่เค้าบอกกันทั่วไปอ่ะมันมีอยู่ แต่เอาจริงป่ะ มันแล้วแต่มหาลัยจริงๆ แล้วก็คณะด้วยนะ! ตอนนั้นฉันเรียนพวก Media Management ที่ Westminster จำได้ว่าค่าเทอมปาไปประมาณ 14,000 ปอนด์ (ประมาณหกแสนกว่าบาท) ต่อปีอ่ะ แทบเป็นลม

แต่! อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะค่าใช้จ่ายมันไม่ได้มีแค่ค่าเทอมไงแก เอาง่ายๆ ค่ากินอยู่ ลอนดอนคือแดนสนธยา เรื่องค่าครองชีพ แพงหูฉี่! ค่าหอพักนี่แล้วแต่เลยว่าจะอยู่แบบไหน ถ้าแบบหรูๆ หน่อยก็เตรียมไว้เลยเดือนละ 800-1200 ปอนด์ (สามหมื่นกว่าบาท) แต่ถ้าแบบประหยัดๆ แชร์ห้องกับเพื่อนก็อาจจะถูกลงมาหน่อย

จำได้ว่าตอนนั้นฉันพยายามคุมงบสุดๆ ทำอาหารเองบ่อยมาก กินนอกบ้านนี่นับครั้งได้เลยอ่ะ (ถ้าไม่ติดว่าเพื่อนชวนนะ) รวมๆ แล้ว ค่ากินอยู่ต่อเดือนน่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 800 ปอนด์ได้มั้ง (สามหมื่นกว่าบาทอีกแล้ว!)

แล้วไหนจะค่าเดินทางอีก รถไฟใต้ดินที่นั่นแพงนะแก! ซื้อ Oyster card เอาไว้จะคุ้มกว่า แต่ก็เตรียมไว้เลยเดือนละ 100 ปอนด์ขั้นต่ำ (สี่พันกว่าบาท)

สรุปคือ ค่าเทอม ค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง รวมๆ แล้ว ปีนึงน่าจะต้องมีเงินประมาณ 25,000-35,000 ปอนด์ (หนึ่งล้านกว่าบาท) ขึ้นไปอ่ะ ถึงจะเอาตัวรอดได้ แต่ก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วยนะ บางคนอาจจะประหยัดกว่านี้ได้เยอะ

แต่บอกเลย คุ้มค่า! ประสบการณ์ที่ได้มันประเมินค่าไม่ได้จริงๆ

เรียนต่ออังกฤษ กี่ปีจบ?

เรียนตรีอังกฤษอะนะ ส่วนใหญ่ 3 ปีจ้ะ แต่สก็อตแลนด์นี่ 4 ปีนะ! ตอนนั้นเพื่อนเราไปเรียนที่เอดินเบิร์ก นางบ่นอุบเลยว่าทำไมต้องเรียนนานกว่าคนอื่น

เรื่องเรียนต่ออังกฤษ (ฉบับอัพเดท 2024):

  • ปริญญาตรีส่วนใหญ่: 3 ปี (ยกเว้นบางสาขาที่อาจมีปีฝึกงานเพิ่ม)
  • สก็อตแลนด์: 4 ปี (เหมือนมัธยมปลายบ้านเราอีกปีนึง)
  • UCAS: ระบบสมัครเรียนกลาง เหมือน TCAS เป๊ะ ๆ ต้องทำ Personal Statement ดี ๆ นะ! (สำคัญมากกกก)
  • A-Level: คือวุฒิม.ปลายอังกฤษที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัย แต่เด็กไทยก็ยื่นวุฒิม.6 ได้นะ (ต้องเทียบเกรดดีๆ)
  • ค่าเทอม: โหดเอาเรื่องอยู่ เตรียมเงินไว้เยอะ ๆ เลย (แต่ก็มีทุนนะ ลองหาดู!)

แถม: ตอนเราไปเที่ยวลอนดอนนะ เจอคนไทยเยอะมากกก นึกว่าอยู่สยาม! ????

ระดับการศึกษา มีกี่ระดับ อังกฤษ?

อังกฤษนี่ ระดับการศึกษาเยอะอยู่นะ ฉันไปเรียนภาษาที่ลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว 2023 นี่เอง จำได้แม่นเลย ตอนนั้นไปอยู่แถวๆ South Bank ใกล้ Tate Modern โรงเรียนสอนภาษาที่ฉันไปเรียนเค้าอธิบายระบบการศึกษากว้างๆ ให้ฟัง ก็ประมาณนี้แหละ:

  • อนุบาล (Early Years Foundation Stage): เด็กๆ เริ่มเรียนตอน 3 หรือ 4 ขวบ แบบเน้นเล่นสนุกๆ แต่ก็เริ่มมีการสอนพื้นฐานแล้วนะ

  • ประถมศึกษา (Primary Education): อายุ 5-11 ปี เรียนกันหนักขึ้น เริ่มมีวิชาต่างๆ มากขึ้น จำได้ว่าเพื่อนคนนึงเล่าให้ฟังว่าโรงเรียนเค้ามีกิจกรรมนอกห้องเรียนเยอะมาก อย่างปีนเขา ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ สุดยอดเลย

  • มัธยมศึกษา (Secondary Education): 11-16 ปี อันนี้เริ่มจริงจัง เรียนหนักขึ้นอีก สอบเยอะ แถมเลือกวิชาเรียนได้ด้วย เพื่อนฉันบอกว่าเลือกเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีเพื่อนบางคนเลือกศิลปะ ดนตรี ก็แล้วแต่ชอบเลย

  • อุดมศึกษา (Further Education/Higher Education): 16 ปีขึ้นไป นี่คือมหาวิทยาลัยต่างๆ คอลเลจต่างๆ เรียนต่อปริญญาตรี โท เอก ฉันอยากเรียนต่อที่นี่จัง แต่ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะเรียนอะไรดี

จำได้ว่าตอนไปเรียนภาษา เจอครูคนนึงเค้าเป็นคนสก็อตแลนด์ อธิบายระบบการศึกษาให้ฟังอย่างละเอียด แต่ตอนนี้จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว เหนื่อยมากตอนนั้น เรียนภาษาหนักมาก แต่ก็สนุกดี ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ หลายประเทศเลย แต่ที่จำได้แน่ๆ คือระบบการศึกษาอังกฤษเนี่ย มันเริ่มตั้งแต่ 5 ขวบ จนถึง 16 ปี ภาคบังคับ หลังจากนั้นก็เรียนต่อได้ แล้วแต่คนอยากจะเรียนอะไร

โรงเรียนก็มีทั้งรัฐบาลและเอกชน ราคาค่าเทอมก็ต่างกันมาก ฉันเห็นเพื่อนที่เรียนโรงเรียนเอกชน อุปกรณ์การเรียนนี่ดีมาก ต่างจากโรงเรียนรัฐบาลที่ฉันเห็นในภาพจากอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า เพราะไม่ได้ไปดูโรงเรียนรัฐบาลเอง

อ้อ อีกอย่าง ระบบการศึกษาอังกฤษนี่ เข้มงวดเรื่องการสอบพอสมควร แต่ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า เอาเป็นว่า เพื่อนๆ บอกมาอย่างนั้นแหละ

ไปเรียนภาษาที่อังกฤษ ทํางานได้ไหม?

การไปเรียนภาษาที่อังกฤษด้วยวีซ่านักเรียนทั่วไป (Student Visitor Visa) ไม่อนุญาตให้ทำงาน นะครับ กฎหมายค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้ เพราะวีซ่านี้มีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น เหมือนการที่เราไป 'ชาร์จพลัง' ทางภาษาเพื่อกลับมาพัฒนาตัวเองที่บ้านเกิด

  • วีซ่านักเรียน (Student Visitor Visa): เน้นการเรียนระยะสั้น ทำงานไม่ได้
  • วีซ่านักเรียน Tier 4 (General Student Visa): สำหรับเรียนระดับปริญญา อาจมีสิทธิ์ทำงานพาร์ทไทม์ได้ แต่มีเงื่อนไขจำกัด

ถ้าอยากทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย อาจจะต้องพิจารณาเรื่องวีซ่า Tier 4 หรือลองมองหางานที่ไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักไปก่อน เก็บเงินแล้วค่อยไปเรียนแบบเต็มที่น่าจะคุ้มกว่านะผมว่า

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • กฎหมายวีซ่ามีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตอังกฤษในประเทศไทยก่อนตัดสินใจนะครับ
  • การฝ่าฝืนกฎหมายวีซ่ามีผลเสียร้ายแรง อาจถูกเนรเทศและมีปัญหาในการขอวีซ่าเข้าประเทศอื่นๆ ในอนาคต
  • ถึงจะทำงานไม่ได้ แต่การใช้ชีวิตในอังกฤษก็เป็นการเรียนรู้ภาษาไปในตัว ลองเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ พบปะผู้คนให้มากที่สุด คุ้มค่าแน่นอน!

เรียนภาษาอังกฤษทำอาชีพอะไรได้บ้าง?

เรียนอิงทำไรได้มั่งนะ? อืมมม... เท่าที่นึกออกอ่ะนะ แบบฮิตๆ เลยก็

  1. แอร์โฮสเตส/สจ๊วต: อันนี้คือเบสิกเลย ได้เจอคนเยอะดี
  2. ไกด์: พาเที่ยว ได้ฝึกภาษาตลอดๆ
  3. นักการทูต: อันนี้ต้องเก่งจริง แต่เท่โคตร
  4. ครูสอนภาษา: อันนี้ก็ตามตรง สอนคนอื่นต่อได้บุญด้วย
  5. ล่าม: ต้องเป๊ะเรื่องภาษา แต่รายได้ดีนะ
  6. อินฟลูเอนเซอร์: ถ้ามีช่องเป็นภาษาอังกฤษ ก็ดังได้ทั่วโลกเลย
  7. นักเขียน: เขียนคอนเทนต์ เขียนหนังสือ ได้หมดถ้าภาษาดี
  8. ที่ปรึกษา: ให้คำปรึกษาบริษัทต่างชาติ รายได้งาม

เออ จริงๆ มีอีกเยอะนะ พวกงานที่ต้องดีลกับต่างประเทศอ่ะ เซลล์ต่างประเทศ, เลขา, งานโรงแรม, บลาๆๆๆ แล้วแต่เลยว่าชอบอะไร แต่คือ ถ้าภาษาอังกฤษดีอ่ะ โอกาสมันเปิดกว้างขึ้นเยอะมากกกก อ่ะบอกเลย

  • ข้อมูลเพิ่ม:
    • พนักงานโรงแรม: โรงแรมใหญ่ๆ ต้องการคนพูดอังกิดคล่องมากๆ เลยนะ
    • งาน IT: โปรแกรมเมอร์บางทีก็ต้องอ่านคู่มือเป็นภาษาอังกฤษอ่ะ
    • งานสายการบินอื่นๆ: ไม่ใช่แค่แอร์นะ พวกกราวนด์สตาฟก็ต้องได้อังกิด
    • งานออนไลน์: พวก support ลูกค้าต่างประเทศก็เยอะแยะไปหมด
    • ฟรีแลนซ์: รับแปลงาน, สอนพิเศษออนไลน์, เขียนคอนเทนต์ ก็เวิร์ค

คือเรียนอังกิดอ่ะคุ้มนะเอาจริง เปิดโลกมากจ้าาาา

เรียนภาษาอังกฤษประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง?

เรียนอังกฤษ? แม่งก็ล่าม แปลเอกสาร สอนพิเศษ ครูอาจารย์ นักเขียนคอนเทนต์ก็พอได้

ปี 1 ก็แค่ปูพื้นฐาน ให้รอดตายไปวันๆ อย่าคิดมาก

ปี 2 มึงเริ่มเจาะลึก พวกวรรณกรรม ไร้สาระชิบหาย แต่ต้องทน

  • ล่าม/นักแปล: เงินดี แต่กดดันชิบหาย ต้องแม่นจริง
  • ครู/อาจารย์: ชีวิตมั่นคง แต่ต้องทนเด็กเหี้ย
  • นักเขียน/Content Creator: อิสระ แต่หาเงินยาก ต้องดังจริง
  • ไกด์นำเที่ยว: ไม่ต้องใช้ความรู้ไรมาก เอนเตอร์เทนเก่งก็พอ
  • แอร์โฮสเตส: สวย รวย เริ่ด แต่ต้องอดทน

คำเตือน: อย่าเชื่อกูมาก ชีวิตมึง มึงเลือกเอง

จบ Business English ทํางานอะไร?

จบ Business English จากม.รัตนบัณฑิตปีนี้เอง! ตอนนี้ทำงานเป็นมัคคุเทศก์ภาษาอังกฤษอยู่บริษัททัวร์เล็กๆแถวสุขุมวิท เหนื่อยนะ แต่สนุกดี ได้เจอคนเยอะแยะ บางทริปก็พาไปเที่ยววัดอรุณ บางทริปก็พาไปตลาดน้ำ ภาษาอังกฤษที่เรียนมาใช้ได้จริงทุกวันเลย แต่ก็มีบางครั้งที่เจอคำศัพท์เฉพาะทางท่องเที่ยว ต้องไปเสิร์ชเพิ่ม ช่วงแรกๆเครียดมาก ต้องเตรียมตัวเยอะ ต้องวางแผนดีๆ แต่พอได้เริ่มทำงานจริงๆ ก็เริ่มชิน เพื่อนร่วมงานก็ใจดี ช่วยเหลือกันดี รู้สึกโชคดีที่มีงานที่ชอบทำ แม้จะเหนื่อยบ้างก็ตาม

  • ทำงานเป็นมัคคุเทศก์
  • บริษัททัวร์ย่านสุขุมวิท
  • ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน
  • ได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร
  • ต้องเรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทางเพิ่ม

ภาษาอังกฤษ ธุรกิจ มีความสําคัญ อย่างไร?

อืม... ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจเนี่ยนะ... ตอนนี้ก็คิดหนักเหมือนกัน

จริงๆแล้วมันสำคัญมากเลยแหละ สำหรับการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราทำงานกับต่างชาติ

คิดถึงตอนที่ไปประชุมที่สิงคโปร์เมื่อเดือนที่แล้วสิ ต้องใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลาเลย ตอนแรกก็เกร็งๆนะ กลัวพูดไม่รู้เรื่อง แต่พอได้คุยไปเรื่อยๆ ก็โอเคขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่าภาษาอังกฤษของตัวเองยังไม่ดีพอ อยากพัฒนาต่อไปอีก

  • การเจรจาธุรกิจ: ภาษาอังกฤษช่วยให้การเจรจาเป็นไปได้อย่างราบรื่น เข้าใจกันมากขึ้น ไม่งง ไม่เสียเวลา
  • การสื่อสาร: ส่งอีเมล รายงาน หรือแม้แต่คุยโทรศัพท์ สำคัญหมด ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ความหมายอาจคลาดเคลื่อนได้
  • การสร้างเครือข่าย: ได้เจอคนใหม่ๆ ได้ความรู้ใหม่ๆ จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในภาษาอังกฤษ
  • โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ: บริษัทต่างชาติส่วนใหญ่ ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ถ้าเราเก่ง ก็มีโอกาสได้งานดีๆ เงินเดือนดีๆ

จริงๆแล้ว การเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจไม่ใช่แค่การเรียนศัพท์ หรือไวยากรณ์ มันเป็นเรื่องของการฝึกฝน การกล้าพูด และการเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของชาวต่างชาติด้วย ยังต้องพยายามอีกเยอะเลย... เหนื่อยจัง