บัญชีแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

8 ครั้งเข้าชม
เอ่อ จริงๆ แล้วรู้สึกว่าการแบ่งแค่ 3 ประเภทหลักมันดูไม่ครอบคลุมเท่าไหร่นะ เหมือนพวกบัญชีเงินฝากแบบพิเศษต่างๆ ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า หรือบัญชีสำหรับธุรกิจ หุ้นส่วน มันก็ควรจะแยกออกมาเป็นอีกประเภทไหมอ่ะ แอบคิดว่าการแบ่งแบบนี้มันดูง่ายไปหน่อยสำหรับยุคนี้ที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมันหลากหลายขึ้นเยอะเลย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรื่องบัญชีเนี่ย พอพูดถึงประเภทแล้ว หลายคนคงนึกถึงการแบ่งแบบง่ายๆ 3 ประเภทหลัก คือ บัญชีออมทรัพย์ บัญชีกระแสรายวัน และบัญชีเงินฝากประจำ ใช่ไหมล่ะ? แต่เอาจริงๆ นะ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าการแบ่งแบบนี้มันดูคร่าวๆ ไปหน่อย เหมือนเสื้อผ้าไซส์เดียวใส่ได้ทุกคนอ่ะ มันก็ใส่ได้แหละ แต่มันไม่พอดี ไม่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

สมมติเรามีเงินก้อนนึง อยากได้ดอกเบี้ยสูงๆ ก็อาจจะไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบพิเศษ อย่างเช่น บัญชี ME SAVE ของ TMBThanachart (ตอนนี้เป็นของธนาคารกรุงไทยแล้วนะ) หรือพวกบัญชีเงินฝากปลอดภาษี แบบนี้มันก็มีเงื่อนไขและลักษณะเฉพาะที่ต่างจากบัญชีเงินฝากประจำทั่วไป แล้วเราจะยังจัดมันอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้เหรอ?

หรืออย่างบัญชีสำหรับธุรกิจ บางทีก็แยกย่อยไปอีกเป็นบัญชีหุ้นส่วน บัญชีนิติบุคคล ซึ่งมันก็มีความซับซ้อนในการบริหารจัดการที่ต่างจากบัญชีส่วนบุคคลทั่วไป อย่างเช่น การกำหนดสิทธิ์การเบิกถอน การทำรายการทางธุรกิจ พวกนี้มันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะ แล้วถ้าเอาไปรวมกับบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา มันก็ดูจะไม่ค่อยยุติธรรมกับความเฉพาะเจาะจงของมันเท่าไหร่

ยิ่งยุคนี้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมันหลากหลายขึ้นเยอะมาก มีทั้งบัญชีเพื่อการลงทุน บัญชีสำหรับ e-commerce บัญชีเงินตราต่างประเทศ ยิ่งทำให้การแบ่งบัญชีแค่ 3 ประเภทหลักดูไม่ครอบคลุมเอาซะเลย เหมือนพยายามยัดทุกอย่างลงในกล่องแค่ 3 ใบ มันก็แน่นเกินไป หาอะไรก็ไม่เจอ แถมยังอาจทำให้เกิดความสับสนได้อีก

ดังนั้น ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีการแบ่งประเภทบัญชีที่ละเอียดและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น อาจจะแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ลักษณะของผู้ถือบัญชี หรือเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้สะท้อนความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการเงินในปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน และช่วยให้เราเข้าใจและเลือกใช้บัญชีได้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้นด้วย