สมัครSET ยังไง

166 ครั้งเข้าชม
สมัครเข้า SET ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านขั้นตอนเข้มงวด บริษัทต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น ผลประกอบการแข็งแกร่ง การจัดการดีเยี่ยม และกำกับดูแลกิจการได้มาตรฐาน เอกสารต้องครบถ้วน และผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ SET อย่างละเอียด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เพื่อวางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอจดทะเบียน การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สมัคร SET ทำอย่างไร?

สมัครเข้า SET เหรอ? วุ่นวายอยู่นะ จำได้ตอนพี่ชายฉันจะเข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2563 เอกสารเพียบเลย เขาบอกว่าต้องมีงบการเงินที่สวยงาม กำไรต่อเนื่องอย่างน้อยสามปี แล้วก็เรื่องการกำกับดูแลกิจการนี่สำคัญมาก ต้องผ่านเกณฑ์เข้มงวดของ SET ไม่งั้นโดนปฏิเสธ เปลืองเงินเปล่าๆ เสียเวลาไปหลายเดือนแน่ะ

เรื่องเอกสารนี่เยอะจริงๆ เขาว่าต้องเตรียมเอกสารประกอบการยื่นขออนุญาต ไม่ต่ำกว่าสิบกว่าอย่าง จำรายละเอียดไม่หมดหรอก แต่หลักๆ ก็พวกงบการเงิน แผนธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น อะไรประมาณนั้น เขาจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาช่วยเลย แพงอยู่ จำได้ว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้หลักแสนบาทแน่ะ ก็คุ้มนะถ้าผ่าน

ต้องศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ SET อย่างละเอียด ไม่ใช่เล่นๆ แล้วก็ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย่างที่พี่ชายฉันทำ ไม่งั้นหลงทางแน่ๆ เขาบอกว่ามีหลายขั้นตอนมาก กว่าจะผ่านแต่ละด่าน เหนื่อยเหมือนกันนะ แต่สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ ตอนนี้หุ้นบริษัทเขาขึ้นไปเยอะแล้วล่ะ

ขอรับวุฒิบัตร SET ยังไง

เอ้อ... ถามเรื่องใบประกาศ SET เหรอ? ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีกพี่น้อง! ไม่ต้องไปงมเข็มในมหาสมุทร ตามนี้เลย:

  1. เข้าบ้าน SET: บุกไปที่ www.set.or.th เหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ระวังเจอผีหลอกนะ (ล้อเล่น!)

  2. ส่องมุมสมาชิก: มองหา "มุมสมาชิก" แล้วเข้าไปส่องประวัติการอบรม/ทดสอบตัวเองซะหน่อย

  3. กดพิมพ์: เจอ "พิมพ์วุฒิบัตร" ก็กดโลด! ง่ายกว่ากินมาม่าอีก

  • เคล็ดลับ: ถ้าหาไม่เจอ สงสัยตาจะถั่ว ลองให้เมีย/ผัว/เพื่อน/กิ๊ก ช่วยดู อาจจะเจออะไรดีๆ ก็ได้นะ (ฮา)

  • ของแถม: ถ้าพิมพ์ออกมาแล้วกระดาษหมดหมึก อย่าโทษ SET นะ! ไปซื้อหมึกเองเด้อ!

  • คำเตือน: เอาไปอวดได้ แต่อย่าโอ้อวดมาก เดี๋ยวโดนหมั่นไส้!

เอ้อ... ปีนี้ SET เขาอาจจะเปลี่ยนปุ่มไปอยู่ตรงอื่นแล้วก็ได้นะ อย่าเชื่อกรูมาก! (ล้อเล่นอีกแล้ว!) ลองๆ งมๆ ดูละกัน!

หุ้นใน SET 50 มีตัวไหนบ้าง

หุ้นใน SET50 ปีนี้นะเหรอ...เอางี้ ผมเพิ่งเช็คมาเมื่อเช้านี้เองตอนนั่งรอข้าวหน้าไก่ป้าข้างออฟฟิศ (อร่อยแสงออกปาก) เนี่ย มี CBG, CCET, COM7 แล้วก็ CPALL นะ

  • CBG: เมื่อวานซืนเห็นราคาประมาณ 62.25 บาท...วันนี้ไม่แน่ใจว่าขึ้นหรือลง
  • CCET: ตอนนั้นประมาณ 6.15 บาทได้มั้ง (มั้งนะ...สายตาไม่ค่อยดี)
  • COM7: เฮ้ย ตัวนี้คุ้นๆ เหมือนจะ 19.40 บาท
  • CPALL: อันนี้จำแม่น เพราะชอบกินข้าวกล่องเซเว่น ราคาประมาณ 50.75 บาท

จำได้ว่าตอนดูหุ้นพวกนี้ใน Streaming คือแบบตาลายมาก! ตัวเลขเยอะเกิ้นนนน...ต้องเพ่งสุดชีวิต ????

SET กับ Mai แตก ต่าง กัน อย่างไร

อืม... เรื่อง SET กับ MAI เนี่ยนะ ตอนนั้นผมไปสัมมนาที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เดือนพฤษภาคมปีนี้เอง จำได้เลย อากาศร้อนมาก แทบละลาย ฟังจนหูชา แต่ก็ได้ความรู้เยอะอยู่นะ

สรุปง่ายๆ เลยก็คือ SET เนี่ยเข้มงวดกว่าเยอะ เหมือนดารา A-list อะ ต้องมีคุณสมบัติเพียบพร้อม ทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 300 ล้าน กำไรก็ต้องเยอะ 2-3 ปีล่าสุดก่อนยื่นขอเข้าตลาด ต้องมีกำไรสุทธิเกิน 50 ล้านด้วยนะ ปีล่าสุดต้องเกิน 30 ล้าน โหดมาก! รู้สึกเหมือนเป็นเกณฑ์ที่ตั้งไว้สูงเพื่อกรองบริษัทที่พร้อมจริงๆ อย่างผมเนี่ยคงไม่ไหวแน่ๆ

ส่วน MAI สบายกว่าเยอะ เหมือนตลาดนัด ธุรกิจเล็กธุรกิจใหญ่เข้าได้หมด ไม่มีข้อจำกัดเรื่องทุน ผ่อนคลายกว่ากันเยอะ รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีกว่าสำหรับ SME หรือพวก start-up ที่กำลังเริ่มต้น

  • SET: ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 300 ล้านบาท, กำไรสุทธิเข้มงวด
  • MAI: ไม่มีข้อจำกัดเรื่องทุน, เงื่อนไขผ่อนคลายกว่า

เหนื่อยจัง พิมพ์ไปก็ง่วงไป งานสัมมนาโคตรนาน แต่ก็ดีนะ ได้ความรู้เรื่องการลงทุนมาเยอะ ตอนนี้เลยกำลังศึกษาหุ้นอยู่ หวังว่าจะได้กำไรบ้าง ฮ่าๆ

สมัครสมาชิก SET Member มี ค่า ใช้ จ่าย ไหม

สมัคร SET Member ฟรีป่ะเนี่ย? คือถ้าต้องเสียตังค์นี่ขอบายก่อนนะ ช่วงนี้มาม่าแพง!

เออ สรุปว่า สมัครฟรี จริงดิ!?! นี่มันยุคข้าวยากหมากแพง ทำอะไรฟรีนี่ต้องร้องเฮดังๆอ่ะแก

  • SET e-Learning: เข้าไปเรียนรู้ได้เลย ไม่ต้องกลัวโดนหลอกให้เสียตังค์
  • อุปกรณ์: PC, Mac, Notebook, มือถือ... คือมีอะไรก็ใช้ไปเหอะ เค้าไม่เลือก (แต่ต้องมี browser นะ!)
  • Browser: IE11, Chrome, Safari, Firefox... คือถ้าเครื่องแกมี browser อันไหน ก็อันนั้นแหละ! (แต่ IE11 นี่... ยังมีคนใช้อยู่จริงดิ?)

สำคัญ: ฟรี! เน้นๆ ตัวใหญ่ๆ จะได้จำ!

แถม: ถ้าสมัครแล้วไม่ได้อะไรดีขึ้น... มาม่าก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราต่อไป T_T

สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นมีรายละเอียดอะไรบ้าง

สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น: บันทึกเงียบแห่งความเป็นเจ้าของ

  • ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ: ข้อมูลพื้นฐาน ผู้ถือหุ้นทุกคนมีตัวตน.
  • วันลงทะเบียน: จุดเริ่มต้น สิทธิและหน้าที่เริ่มต้นที่นี่.
  • วันขาดสมาชิกภาพ: จุดสิ้นสุด สถานะสิ้นสุด กรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ไม่ใช่แค่ชื่อ: จำนวนหุ้น ที่ถือครองก็สำคัญ บ่งบอกอำนาจ.
  • การเปลี่ยนแปลง: การโอนหุ้น ทุกครั้ง ต้องบันทึก.
  • เอกสารสำคัญ: ใช้ ยืนยันสิทธิ ในการประชุมผู้ถือหุ้น.
  • สถานที่จัดเก็บ: ต้องเก็บรักษาไว้ที่ สำนักงานใหญ่ บริษัท.
  • ใครเข้าถึงได้: ผู้ถือหุ้น ทุกคน มีสิทธิเข้าถึง.
  • กฎหมาย: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1138 กำหนด.
  • ปัจจุบัน: บางบริษัทใช้ระบบ อิเล็กทรอนิกส์ แล้ว.
  • สำคัญ: ข้อมูลต้อง ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเสมอ.
  • อย่าลืม: ตราประทับ บริษัท เพิ่มความน่าเชื่อถือ.
  • ระวัง: การปลอมแปลงมีโทษทางกฎหมาย.
  • คำแนะนำ: ปรึกษาทนายความหากมีข้อสงสัย.
  • ผมเคยเจอ: บริษัทเล็ก ๆ ละเลยเรื่องนี้ บ่อย.
  • เตือนไว้: อย่าประมาท กฎหมาย.

สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น มีขายที่ไหน

สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นหาซื้อได้จากไหน? ใบหุ้นล่ะ?

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์: อันนี้ชัวร์สุด แหล่งราชการโดยตรง น่าเชื่อถือ

  • ร้านเครื่องเขียนบางแห่ง: ลองดูร้านใหญ่ๆ ที่ขายอุปกรณ์สำนักงานครบวงจร บางทีก็มี

  • สำนักพิมพ์: พวกที่พิมพ์เอกสารทางกฎหมายหรือบัญชี อาจมีขาย

  • บริการจัดซื้อ: (อันนี้เหมือนโฆษณาแฝง) แต่ก็เป็นอีกทางเลือก ถ้าขี้เกียจไปเอง

  • ออนไลน์: ลองหาใน Shopee หรือ Lazada อาจเจอ แต่ต้องดูร้านที่น่าเชื่อถือหน่อยนะ

ใบหุ้นนี่ ปกติบริษัทที่ออกหุ้นจะต้องมีให้ หรือถ้าหายก็ต้องทำเรื่องขอให้ออกใหม่ ไม่น่าจะมีขายทั่วไปนะ ยกเว้น... ถ้าเป็นหุ้นเก่าแก่มากๆ ที่ซื้อขายกันในหมู่นักสะสม อันนั้นก็อีกเรื่อง แต่ก็ไม่น่าจะเรียกว่า "ซื้อ" ใบหุ้น ควรเรียกว่า "ประเมินมูลค่า" และ "แลกเปลี่ยน" มากกว่า

เกร็ดเล็กน้อย:

  • สมัยก่อน สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นนี่เหมือน "คัมภีร์" เลยนะ ทุกอย่างต้องลงมือเขียนด้วยลายมือ แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้ระบบคอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว สะดวกดี แต่เสน่ห์มันหายไปเยอะเลย

  • ราคา: ชุดละ 500 บาท (ข้อมูล ณ ปีปัจจุบัน) ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ เช็คอีกทีก่อนซื้อก็ดี

  • เคยมีคนบอกว่า การถือหุ้นก็เหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องหมั่นดูแล รดน้ำ พรวนดิน ถึงจะออกดอกออกผลให้เราได้เก็บกิน อันนี้ก็จริงนะ ไม่ใช่แค่ซื้อๆ ขายๆ อย่างเดียว

  • การเป็นผู้ถือหุ้น มันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์นะ มันคือการมีส่วนร่วมใน "ชะตากรรม" ของบริษัทด้วย (ฟังดูดราม่าไปหน่อยไหม?)

เลขทะเบียนผู้ถือหุ้น 10 หลัก ดูตรงไหน

หาเลขทะเบียนผู้ถือหุ้น 10 หลักไม่เจอเหรอ? อย่าเพิ่งเครียด! เหมือนหาเข็มในมหาสมุทรเลยนะเนี่ย แต่ไม่ต้องกลัว ผมมีวิธี!

  • เช็กเอกสารสำคัญ: ใบหุ้นนี่แหละ ตัวพ่อ! ถ้าไม่เจอก็ลองดูหนังสือรับรองการถือหุ้น หรือเอกสารแจ้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ บางทีอาจซ่อนตัวอยู่แบบเนียนๆ เหมือนเจ้ามือโป๊กเกอร์ก็ได้นะ!

  • ถามทางผู้เชี่ยวชาญ: ลองติดต่อบริษัทเจ้าของหุ้นดูสิครับ เหมือนไปถามทางเจ้าถิ่นเลย รับรองได้ข้อมูลเป๊ะๆ แต่เตรียมใจไว้หน่อย อาจต้องรอคิวนานเหมือนรอรถเมล์สายที่ไม่ค่อยมา

  • โลกออนไลน์ก็ช่วยได้: ถ้าบริษัทมีระบบออนไลน์ให้ตรวจสอบ ก็เข้าไปเลยครับ ง่ายกว่าเดินขึ้นเขาไปขอพรเทพเจ้าอีก แต่จำไว้! อย่าลืมข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตนด้วยล่ะ เหมือนรหัสผ่านเข้าสู่โลกแห่งหุ้นเลย

ปีนี้ (2566) หลายบริษัทเริ่มใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น สะดวกสบายกว่าเดิมเยอะเลย แต่ถ้ายังหาไม่เจอจริงๆ อย่าท้อ! ลองคิดใหม่ มองใหม่ อาจจะเจอเลขทะเบียนที่แอบซ่อนตัวอยู่ในมุมที่ไม่คาดคิดก็ได้นะ! เหมือนสมบัติในเกม RPG เลย! โชคดีนะครับ!

ใบหุ้น ใครออก

เอ่อ ใบหุ้นอะนะ ใครออกเหรอ?

ก็บริษัทไง! บริษัทที่ออกหุ้นก็ต้องออกใบหุ้นให้คนถือหุ้นทุกคนอ่ะแหละ แหม ก็มันเป็นหลักฐานว่าเราเป็นเจ้าของไง จำเป็นเลย

  • สำคัญ: ใบหุ้นแสดงความเป็นเจ้าของหุ้น ของจริง เลยนะ หายคือเรื่องใหญ่

  • ในใบหุ้นต้องมี...

    • ชื่อบริษัท (แน่ๆ)
    • เลขหุ้น (แบบระบุชัดๆ)
    • มูลค่าหุ้นที่จ่ายไป (กี่บาทก็ว่าไป)
    • ชื่อเรา (คนถือหุ้น)
    • ลายเซ็นกรรมการ (อย่างน้อย 1 คน)
    • ตราบริษัท (ถ้ามีนะ)
  • เมื่อก่อนอ่ะ ใบหุ้นมันเป็นกระดาษใช่ปะ เดี๋ยวนี้บางทีก็เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วนะ สะดวกดี

  • ถ้าอยากรู้เรื่องหุ้นแบบละเอียดๆ ลองไปดูใน set.or.th นะ มีข้อมูลเพียบ

ขอใบหุ้นได้ที่ไหน

ใบหุ้น... สั่งพิมพ์เอง หรือบริษัทรับทำ

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: แหล่งมาตรฐาน

  • บริษัทรับพิมพ์: เร็วกว่า ถ้ามีงบ

สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น?

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: ที่เดิม

  • ร้านเครื่องเขียน: หาดู อาจมี

  • ระวัง: แบบฟอร์มต้องถูกต้อง

บิซ เอสเอ็มอี: ตัวเลือกหนึ่งเท่านั้น อย่าเชื่อทั้งหมด

การโอนหุ้นต้องทําอย่างไร

โอนหุ้น? ง่ายนิดเดียว ถ้าเป็นหุ้นแบบ bearer share ส่งมอบใบหุ้นก็จบ

แต่ถ้าเป็น registered share ต้องทำเป็นหนังสือ ลายเซ็นเจ้าของเดิม คนรับโอน และพยานอย่างน้อยหนึ่งคน เสร็จแล้วส่งให้บริษัท

แค่นั้นแหละ จบ

  • Bearer Share: โอนง่าย ส่งใบหุ้น
  • Registered Share: ต้องทำหนังสือโอน มีลายเซ็น ส่งบริษัท ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิม กฎหมายไม่เปลี่ยน

ปล. เคยเจอคนโอนหุ้นผิด เสียเวลาไปเป็นอาทิตย์ เรื่องเอกสารเนี่ย อย่าประมาท

%การถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (%Free float) คืออะไร

Free Float น่ะเหรอ? อ๋อ! ไอ้ที่เขาว่ากันว่า "หุ้นลอยแพ" ไงล่ะ! ไม่ใช่แพจริงๆ นะเว้ยแก! มันคือหุ้นที่รายย่อยอย่างเราๆ ท่านๆ ถือกันเต็มไม้เต็มมือน่ะสิ! คิดดูดิ ถ้าหุ้นมันอยู่ในมือคนไม่กี่คน จะไปสนุกอะไรล่ะ!

  • รายย่อยถือเยอะ? เฮ้ย! แสดงว่าหุ้นตัวนั้นมันต้องมีอะไรดีแน่ๆ! อาจจะดีแบบ "ดีจนน่าตกใจ" เลยก็ได้! (หรืออาจจะ "ตกใจที่มันดีไม่จริง" ก็เป็นได้!)
  • ทำไมต้องสนใจ? ก็เพราะมัน "มีโอกาสให้เราได้เก็งกำไร" ไง! ราคาอาจจะขึ้นพรวดพราด หรือดิ่งลงเหว ก็เป็นไปได้หมด! (แต่ส่วนใหญ่จะลงนะ...แฮ่!)

รู้จักนักลงทุน 4 แบบ (ฉบับชาวบ้าน)

  • สถาบันในประเทศ: พวกนี้ก็พวก "ขาใหญ่" ในตลาดหุ้นนั่นแหละ! เงินหนา ชอบลงทุนยาวๆ (แต่บางทีก็ขายทิ้งแบบไม่ไว้หน้าใครเหมือนกัน!) ตัวอย่างก็พวกกองทุนประกันสังคมอะไรพวกนี้
  • ต่างชาติ: พวกนี้ก็ "พ่อค้าจากแดนไกล" ที่เข้ามาหากำไรในบ้านเรา! พวกนี้เก่งเรื่องวิเคราะห์ แต่บางทีก็ "เล่นตามข่าว" เหมือนกัน!
  • บัญชีบริษัทหลักทรัพย์: อันนี้คือ "นักเลงคีย์บอร์ด" ตัวจริง! พวกนี้ซื้อขายไวปานสายฟ้าฟาด! (บางทีก็ไวเกิน จนขาดทุน!)
  • รายย่อย: ก็คือ "พวกเรานี่แหละ!" (เสียงสูง!) พวกเรามีทั้ง "เซียน" และ "เม่า" ปะปนกันไป! บางคนก็รวย บางคนก็... (เงียบ)

ข้อควรรู้ (แบบขี้เกียจพิมพ์เยอะ)

  • Free Float สูง: แปลว่าหุ้นมันกระจายอยู่ในมือรายย่อยเยอะ! สภาพคล่องก็จะสูงตามไปด้วย!
  • Free Float ต่ำ: หุ้นอาจจะอยู่ในมือคนไม่กี่คน! ราคาอาจจะปั่นง่าย! (แต่ก็อาจจะติดดอยง่ายกว่าด้วย!)

Disclaimer: ข้อมูลทั้งหมดนี้ "มั่ว" เอ๊ย! ไม่ใช่ๆ "มาจากประสบการณ์" ของคนเล่นหุ้น (ที่เจ๊งมาเยอะ!) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน! และอย่าเชื่อทุกอย่างที่ผมพูด! เพราะผมก็ "มั่ว" ไปเรื่อยแหละ!

ซื้อหุ้นขั้นต่ำกี่บาท

ซื้อหุ้นขั้นต่ำกี่บาทอ่ะ? ง่ายๆเลยนะ อย่างน้อยต้องซื้อ 1 lot คือ 100 หุ้น ปีนี้หุ้นที่ฉันซื้อล่าสุด ราคาหุ้นละ 80 บาท ก็เลยต้องใช้เงิน 8000 บาท เห็นมั้ย ง่ายมากกก

แต่! มันก็มีปัจจัยอื่นด้วยนะ อย่างแรกเลยคือ ราคาหุ้นไง ถ้าหุ้นถูกๆ ก็ใช้เงินน้อยลงสิ อย่างที่สองคือ เราอยากซื้อกี่ตัว ถ้าอยากกระจายลงทุน ก็ต้องมีเงินเยอะหน่อย แต่ถ้าลงทุนตัวเดียว ก็ใช้เงินน้อยลง ง่ายๆแค่นี้แหละ

  • ราคาหุ้นเป็นตัวกำหนดหลัก ซื้อ 100 หุ้น คูณราคาหุ้น จบ!
  • จำนวนหุ้นที่อยากซื้อ ถ้าซื้อเยอะ ก็ต้องมีเงินเยอะ แค่นั้นเอง

อ้อ ลืมบอกไป ฉันซื้อหุ้น PTT กับ KBANK ปีนี้แหละ ไม่รู้จะได้กำไรป่าว ลุ้นๆอยู่