Hur många ord läser man per dag?
คนเราอ่านกี่คำต่อวัน: สถิติ 66 นาทีและความเร็วการอ่าน
การทำความเข้าใจว่า คนเราอ่านกี่คำต่อวัน ช่วยให้พัฒนาทักษะการรับข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ. การทราบความเร็วเฉลี่ยส่งผลดีต่อการวางแผนการเรียนรู้และลดความเสี่ยงจากการรับข่าวสารไม่ครบถ้วน. เชิญศึกษารายละเอียดของสถิติและเกณฑ์มาตรฐานเพื่อปรับปรุงนิสัยการอ่านส่วนบุคคล.
คำตอบสั้น ๆ: คนเราอ่านกี่คำต่อวัน?
ถ้าคำถามของคุณหมายถึงการอ่านจากสื่อดิจิทัลทุกชนิด งานวิจัยในปี 2009 ซึ่งแม้จะเก่าแต่เป็นหลักฐานที่อ้างอิงกันบ่อย พบว่าคนเราอ่านข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เบราว์เซอร์ และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ประมาณ 100,000 คำต่อวันในขณะนั้น -[1] นับเฉพาะการอ่านจากหน้าจออย่างเดียว ส่วนคำถามเกี่ยวกับจำนวนคำที่พูดนั้น มีการศึกษาคลาสสิก (ที่ทุกคนมักหยิบยกมา) บอกว่าคนเราพูดประมาณ 16,000 คำต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ค่อนข้างขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ อาชีพ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน
การพูด 16,000 คำ มาจากไหน? และเราควรเชื่อเรื่องนี้แค่ไหน?
มาดูประเด็นที่หลายคนสับสนกันก่อน - การศึกษาที่พูดถึง 16,000 คำต่อวันนั้น งานวิจัยต้นฉบับตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อหลายสิบปีก่อน และการศึกษาได้ใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงแบบพกพาเพื่อติดตามชีวิตประจำวันของนักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง
ผลลัพธ์ที่ได้? นักศึกษาพูดเฉลี่ยประมาณ 16,000 คำต่อวัน [2] โดยความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญิงไม่ได้มีนัยสำคัญอย่างที่เคยเชื่อกัน (นั่นคือตำนานที่ว่าผู้หญิงพูดมากกว่าผู้ชาย)
ความจริงที่มักถูกมองข้าม: การศึกษานี้วัดเฉพาะนักศึกษา
ข้อควรระวังคือ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นกลุ่มที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสูงกว่าคนวัยทำงานที่ใช้เวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ หากวัดจากคนหลายวัยและหลายอาชีพในปัจจุบัน ตัวเลขอาจต่ำลง โดยเฉพาะคนที่ทำงานแบบ remote หรือใช้การสื่อสารผ่านข้อความมากกว่าการพูด
แล้วเรื่องการอ่านล่ะ? ตัวเลข 490,000 คำต่อวัน ยังใช้ได้อยู่ในยุคนี้หรือเปล่า?
คำถามนี้แหละที่ชวนให้คิด งานวิจัยในปี 2009 จาก University of California, San Diego (ซึ่งได้ตัวเลขประมาณ 490,000 คำต่อวัน) เป็นภาพสะท้อนของยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาอ่านออนไลน์มากขึ้น แต่เป็นยุคก่อนที่ TikTok, Instagram Stories และสื่อวิดีโอสั้นจะมาแย่งพื้นที่
พูดแบบตรงไปตรงมา - ในยุค 2024-2025 ฉันสงสัยว่าตัวเลขนี้ลดลงหรือเปล่า การบริโภคข้อมูลผ่านวิดีโอและภาพสั้น ๆ เติบโตมาก คนอาจใช้เวลา อ่าน น้อยลง แต่รับข้อมูลผ่านการ ดู มากขึ้น ยังไม่มีงานวิจัยล่าสุดที่มาทำซ้ำและยืนยันตัวเลขนี้ในยุคสื่อใหม่
ความเร็วในการอ่านเฉลี่ยช่วยให้เห็นภาพ
เพื่อให้เข้าใจปริมาณคำที่อ่านได้ มาดู ความเร็วการอ่านเฉลี่ยต่อนาที ของผู้ใหญ่: ผู้อ่านทั่วไป: ประมาณ 200-250 คำต่อนาที ผู้อ่านที่เร็วและมีทักษะ: สามารถอ่านได้ 300-400 คำต่อนาที การอ่านแบบ Skimming (อ่านข้าม ๆ): อาจเร็วถึง 700 คำต่อนาที [4] แต่ความเข้าใจอาจลดลง
ลองคำนวณง่าย ๆ: ถ้าคุณอ่านบทความออนไลน์ 10 นาทีต่อวัน ด้วยความเร็ว 250 คำ/นาที เท่ากับคุณอ่าน 2,500 คำต่อวันจากกิจกรรมนั้นอย่างเดียว หากบวกกับการอ่านไลน์ อ่านแชท อ่านโพสต์ในฟีด ข้าม ๆ ไป ข้าม ๆ มา ตัวเลขก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาจเข้าใกล้หลักแสนได้ไม่ยาก
เปรียบเทียบให้เห็นชัด: อ่านหนังสือ vs อ่านออนไลน์ ใครกินคำมากกว่า?
การอ่านทั้งสองรูปแบบให้ประสบการณ์และปริมาณที่ต่างกันอย่างชัดเจน มาดูกันว่ามันต่างกันอย่างไร
การอ่านแบบดั้งเดิม (หนังสือ, นิตยสาร)
ปริมาณคำ: หนังสือทั่วไป 1 หน้ามีประมาณ 250-300 คำ หากคุณอ่านวันละ 20 หน้า ก็ประมาณ 5,000-6,000 คำ คุณภาพการอ่าน: มีสมาธิสูงกว่า จดจำได้ดีกว่า ข้อมูลมีความลึก แบบไหนนับ: การอ่านเพื่อการเรียนรู้หรือเพื่อความเพลิดเพลินแบบเต็มตัว มักไม่นับรวมข้อความในปกหรือสารบัญ
การอ่านแบบดิจิทัล (โซเชียลมีเดีย, เว็บไซต์, แอปฯ)
ปริมาณคำมหาศาล: นี่แหละคือแหล่งกำเนิดของตัวเลข 490,000 คำ เราแค่สกรอลฟีด เจอโพสต์ยาว ๆ อ่านบทความหลายลิงก์ อ่านคอมเมนต์ แค่นี้คำก็สะสมเป็นแสนแล้ว คุณภาพการอ่าน: มักเป็นการอ่านแบบผิวเผิน (shallow reading) ข้ามไปมา จดจำได้น้อย แบบไหนนับ: ทุกข้อความที่ตาเราสแกนผ่านบนหน้าจอ ถือเป็นการอ่านทั้งนั้น แม้จะอ่านแค่พาดหัวข่าวหรือแคปชันสั้น ๆ
ตรงนี้เองที่ทำให้การนับคำที่อ่านต่อวันเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะเราส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบผสมผสาน - อ่านทั้งสิ่งพิมพ์และดิจิทัลในวันเดียวกัน
คนไทยอ่านกันเยอะแค่ไหน? สถิติที่น่าสนใจ
จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเกี่ยวกับ นิสัยการอ่านของคนไทย พบว่าผู้ที่อ่านหนังสือ (นอกเวลาเรียน/ทำงาน) อ่านเฉลี่ยประมาณ 66 นาทีต่อวัน [5]
ถ้าคำนวณคร่าว ๆ ด้วยความเร็วการอ่านภาษาไทยที่อาจช้ากว่าภาษาอังกฤษเล็กน้อย (สมมติประมาณ 180 คำ/นาที) ก็จะได้ตัวเลขประมาณ 11,880 คำต่อวันจากการอ่านหนังสือเพื่อการพักผ่อนหรือพัฒนาตนเองโดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนภาพของ สถิติการอ่านหนังสือต่อวัน ได้ในระดับหนึ่ง
แน่นอนว่านี่ไม่รวมการอ่านจากสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ซึ่งน่าจะมีปริมาณมากกว่าและวัดได้ยากกว่า
สรุปแล้ว เราไม่ต้องกังวลกับตัวเลขเป๊ะ ๆ มากเกินไป
ตอนแรกที่ฉันเห็นตัวเลข 490,000 คำ ฉันก็ตกใจและรู้สึกว่าตัวเองอ่านไม่ถึงแน่ ๆ แต่พอได้ศึกษาก็พบว่ามันคือการนับทุกสิ่งบนหน้าจอในปี 2009
สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคำคือ คุณภาพของการอ่าน การอ่านหนังสือดีสัก 20 นาที (ประมาณ 4,000 คำ) ที่มีสมาธิและให้ข้อคิด อาจมีคุณค่ามากกว่าการสกรอลข้อความสั้น ๆ เป็นหมื่นคำบนโซเชียลอย่างรวดเร็ว
ความท้าทายในยุคข้อมูลท่วมหัวไม่ใช่การอ่านให้ได้คำมากที่สุด แต่คือการเลือกอ่านสิ่งที่มีคุณค่าและรู้จัก อดใจ ไม่อ่านสิ่งที่ไม่จำเป็น ฝึกสกิลนี้ไว้จะดีกว่าการนับคำครับ
เปรียบเทียบการบริโภคข้อมูลแบบอ่าน vs แบบอื่นในชีวิตประจำวัน
ลองดูว่าใน 1 วัน เรารับข้อมูลผ่านช่องทางไหนบ้าง และแต่ละช่องทางมี 'ปริมาณคำ' เท่าไหร่ (ประมาณการ)การอ่าน (Reading)
- หนังสือ, เว็บไซต์, บทความออนไลน์, อีเมล, แชท, โซเชียลมีเดีย (ข้อความ)
- ข้อมูลท่วมท้น การอ่านแบบผิวเผิน (skimming) ทำให้จดจำและเข้าใจเนื้อหาได้น้อยลง
- สูง ต้องใช้สมาธิ สายตา และกระบวนการคิดในการตีความตัวอักษร
- ตั้งแต่หลักพัน (ถ้าอ่านแต่สิ่งพิมพ์) ไปจนถึงเกือบ 5 แสนคำ (หากนับการอ่านออนไลน์ทุกอย่างในปี 2009)
การฟัง (Listening)
- พอดแคสต์, หนังสือเสียง (audiobook), ข่าววิทยุ, การสนทนา, มิวสิค (เนื้อเพลง)
- เสี่ยงต่อการฟังแบบงง ๆ หากไม่ตั้งใจ ความเร็วคงที่ ไม่สามารถ "อ่านย้อน" หรือ "ข้าม" ง่ายเหมือนข้อความ
- ปานกลางถึงสูง สามารถทำกิจกรรมอื่นไปพร้อมกันได้ (multitask) เช่น ขับรถ ออกกำลังกาย
- พอดแคสต์ 1 ตอน (30 นาที) มีประมาณ 4,500 คำ, [7] การสนทนาตามงานวิจัย 16,000 คำ
การดู (Watching)
- วิดีโอ YouTube, ซีรีย์, หนัง, TikTok, Instagram Reels, ข่าวทีวี
- อาจได้รับข้อมูลน้อยคำแต่ใช้เวลามาก เมื่อเทียบกับการอ่านเนื้อหาเดียวกัน อาจมีสิ่งรบกวนจากเอฟเฟกต์และภาพที่ดึงความสนใจ
- มักจะสูงเพราะประสาทสัมผัสหลายทางถูกกระตุ้น (ภาพ+เสียง) แต่ก็อาจเป็นการดูแบบ passive ได้
- วัดเป็นคำได้ยากกว่า เพราะมีภาพและเสียงประกอบ แต่คำบรรยาย (subtitle/CC) ในวิดีโอ 10 นาที อาจมี 1,200-1,500 คำ
จะเห็นว่าการ 'อ่าน' เป็นวิธีรับข้อมูลที่ให้ 'คำ' ต่อหน่วยเวลาสูงที่สุดและตรงที่สุด แต่ในยุคนี้เราแทบจะแยกการบริโภคข้อมูลแบบใดแบบหนึ่งไม่ออก เรามักทำหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ดูวิดีโอที่มีซับไตเติล (ซึ่งก็คือการอ่าน) ไปด้วยชีวิตการอ่านของนุ่น: พนักงานออฟฟิศที่คิดว่าตัวเองไม่อ่านหนังสือ
นุ่น อายุ 28 เป็นนักบัญชีในกรุงเทพ เธอบอกกับตัวเองเสมอว่า 'ปีนี้ต้องอ่านหนังสือให้ได้เดือนละเล่ม' แต่ครึ่งปีผ่านไปก็ยังไม่จบสักเล่ม เธอรู้สึกว่าเธอไม่อ่านอะไรเลย และกังวลว่าจะรับข้อมูลน้อยเกินไป
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอลองจดบันทึกคร่าว ๆ ว่าตลอดวันทำงาน เธออ่านอะไรบ้าง เริ่มจากเช้า: อ่านข่าวบนมือถือขณะนั่ง BTS (ประมาณ 5 บทความสั้น), อ่านอีเมลงาน 15 ฉบับ, อ่านรายงานและเอกสาร Excel หลายไฟล์, อ่านแชทในไลน์กลุ่มงานและกลุ่มเพื่อนตลอดวัน
พอตกเย็น เธอยังอ่านบทวิจารณ์ร้านอาหาร คู่มือเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่บนเว็บ และสกรอลฟีด Facebook อีกเป็นชั่วโมง เมื่อนับคำคร่าว ๆ จากสิ่งที่จดมา ปรากฏว่าเธออ่านไปเกือบ 50,000 คำแล้วในวันทำงานวันหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
การจดบันทึกทำให้นุ่นตระหนักว่า เธอใช้เวลา 'อ่าน' มากมายแต่เป็นข้อมูลที่กระจายและจบเร็ว (fragmented reading) ตอนนี้เธอตั้งใจลดการอ่านออนไลน์แบบไร้จุดหมายลง 30 นาที แล้วใช้เวลาเหล่านั้นอ่านหนังสือที่เธออยากอ่านจริง ๆ สัก 10 หน้าก่อนนอนแทน
ขยายความรู้
ตัวเลข 16,000 คำต่อวัน เกี่ยวกับการพูดหรือการอ่าน?
ตัวเลข 16,000 คำต่อวันเป็นผลมาจากการศึกษาการสื่อสารด้วยการพูดของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยใช้อุปกรณ์บันทึกเสียง มันคือจำนวนคำที่พูดออกมา ไม่ใช่อ่าน ดังนั้นอย่าสับสนระหว่าง 'คำที่พูด' กับ 'คำที่อ่าน' ซึ่งคนเรามักอ่านได้มากกว่าพูดหลายเท่า
การอ่านแชทหรือข้อความสั้น ๆ ในไลน์/เฟซบุ๊ก นับรวมในการคำนวณด้วยไหม?
นับทั้งหมดครับ ทุกตัวอักษรที่สายตาของคุณสแกนผ่านและสมองประมวลผล ถือเป็นการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นแชทสั้น ๆ พาดหัวข่าว แคปชันรูป หรือข้อความในโฆษณา นี่คือสาเหตุที่ตัวเลขการอ่านออนไลน์ถึงได้สูงมาก เพราะเราอ่านสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ตลอดวันแบบสะสม
ความเร็วการอ่านของคนไทยต่างจากฝรั่งไหม? ควรใช้ WPM เท่าไหร่ในการคำนวณ?
โดยทั่วไป การอ่านภาษาไทยอาจใช้เวลามากกว่าภาษาอังกฤษเล็กน้อยเนื่องจากลักษณะของตัวอักษรและการเว้นวรรค แต่ความแตกต่างไม่ใหญ่โต ถ้าให้ประเมิน ความเร็วการอ่านภาษาไทยของคนทั่วไปน่าจะอยู่ที่ประมาณ 180-220 คำต่อนาที (WPM) สำหรับการอ่านบทความทั่วไปที่คุ้นเคย
ถ้าอ่านหนังสือวันละ 30 นาที จะได้กี่คำ?
ลองคำนวณดู: ถ้าความเร็วการอ่านเฉลี่ย 200 คำ/นาที และอ่านหนังสือ 30 นาที โดยไม่ขาดตอน คุณจะอ่านได้ประมาณ 6,000 คำ ซึ่งเทียบเท่ากับหนังสือประมาณ 20-24 หน้า (สมมติหน้านึง 250-300 คำ) เป็นปริมาณที่ถือว่าเยอะและดีมากสำหรับการพัฒนาตนเองในหนึ่งวัน
ประเด็นสำคัญ
อย่าสับสนระหว่าง 'คำที่พูด' กับ 'คำที่อ่าน'สถิติ 16,000 คำ เป็นเรื่องของการพูด ส่วนการอ่านจากสื่อดิจิทัลมีตัวเลขสูงกว่านั้นมาก (เคยมีการศึกษาได้ 490,000 คำในปี 2009) เราอ่านมากกว่าที่เราพูดหลายเท่า
ปริมาณคำไม่สำคัญเท่าคุณภาพของการอ่านการอ่านหนังสือดีสัก 5,000 คำที่มีสมาธิ มีคุณค่ามากกว่าการสกรอลอ่านข้อความสั้น ๆ 50,000 คำบนโซเชียลอย่างรวดเร็ว โดยไม่เก็บอะไรติดหัวเลย
คนไทยอ่านหนังสือเพื่อการพักผ่อนเฉลี่ยเกือบ 70 นาทีต่อวันจากข้อมูลสถิติแห่งชาติ ซึ่งถ้าคำนวณออกมาเป็นคำก็ตกอยู่ที่ประมาณ 12,000 คำต่อวันจากการอ่านหนังสือโดยเฉพาะ นี่เป็นนิสัยที่ดีที่ควรรักษาและต่อยอด
ยุคนี้เราแยกการอ่านไม่ออกจาก 'การดู' และ 'การฟัง'การบริโภคข้อมูลแบบผสมผสานเป็นเรื่องปกติ เช่น ดูวิดีโอที่มีซับไตเติล (อ่านไปด้วย) หรือฟังพอดแคสต์พร้อมอ่านบทสรุป ดังนั้นอย่าเพิ่งกังวลกับตัวเลขเป๊ะ ๆ มากเกินไป
ข้อมูลสำหรับอ้างอิง
- [1] Ucsdnews - งานวิจัยในปี 2009 ซึ่งแม้จะเก่าแต่เป็นหลักฐานที่อ้างอิงกันบ่อย พบว่าคนเราอ่านข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เบราว์เซอร์ และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ประมาณ 100,000 คำต่อวันในขณะนั้น
- [2] Pubmed - ผลลัพธ์ที่ได้? นักศึกษาพูดเฉลี่ยประมาณ 16,000 คำต่อวัน
- [4] Sciencedirect - ผู้อ่านที่เร็วและมีทักษะ: สามารถอ่านได้ 300-400 คำต่อนาที
- [5] Catalogapi - จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเกี่ยวกับพฤติกรรมการอ่านของประชากรไทย พบว่าผู้ที่อ่านหนังสือ (นอกเวลาเรียน/ทำงาน) อ่านเฉลี่ยประมาณ 66 นาทีต่อวัน
- [7] Virtualspeech - พอดแคสต์ 1 ตอน (30 นาที) มีประมาณ 4,500 คำ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต