Onboarding Process มีอะไรบ้าง

111 ครั้งเข้าชม
ขั้นตอน Onboarding พนักงานใหม่ (สรุป) ต้อนรับ: แนะนำทีม, บริษัท, วัฒนธรรมองค์กร ข้อมูล: เปิดเผยรายละเอียดงาน, ความคาดหวัง อบรม: ฝึกทักษะจำเป็น, เครื่องมือ, ระบบงาน นโยบาย: ทำความเข้าใจกฎระเบียบ, ข้อปฏิบัติ สวัสดิการ: แจ้งสิทธิประโยชน์, การดูแลสุขภาพ เริ่มงาน: ให้คำแนะนำ, กำหนดเป้าหมายเบื้องต้น ติดตาม: ประเมินผล, ให้ข้อเสนอแนะต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Onboarding Process คืออะไร?

Onboarding Process เหรอ? อธิบายง่ายๆ ก็คือ กระบวนการรับน้องใหม่เข้าทีมไง! แต่ไม่ใช่รับน้องแบบโหดๆ นะ (หัวเราะ) มันคือการทำให้พนักงานใหม่รู้สึก "Welcome to the Jungle" อย่างแท้จริง!

ตอนฉันเริ่มงานที่ [ชื่อบริษัทเก่า] เมื่อ [วันที่] ที่ [สถานที่] เนี่ย พี่เลี้ยง (พี่ [ชื่อพี่เลี้ยง]) พาไปแนะนำทุกคนเลย แล้วก็พาไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน ฟินมาก! ทำให้รู้เลยว่าที่นี่อบอุ่นนะ

วิธี Onboarding พนักงานใหม่? โอ้โห มันมีหลายสเต็ปนะ

  1. แนะนำ&ต้อนรับ: พาไปรู้จักเพื่อนร่วมงาน, หัวหน้า, พาชมออฟฟิศ
  2. เปิดเผยข้อมูล: บอกรายละเอียดเกี่ยวกับงาน, ทีม, บริษัท
  3. ฝึกอบรม: สอนงาน, ให้ความรู้ที่จำเป็น
  4. นโยบาย&กฎระเบียบ: อธิบายข้อปฏิบัติ, กฎต่างๆ
  5. สวัสดิการ&สิทธิประโยชน์: แจ้งสิทธิที่พนักงานได้รับ
  6. เริ่มงาน: มอบหมายงานแรก, ให้คำแนะนำ
  7. ติดตาม&ประเมิน: ดูแล, ให้คำปรึกษา, ประเมินผลงาน

แต่เอาจริงๆ นะ ที่สำคัญที่สุดคือ "ใจ" ต้องเปิด! ต้องพร้อมช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานใหม่เคว้งคว้างอ่ะ เพราะถ้าเจอแบบนั้นนะ... บายจ้า!

Onboarding กับ Orientation ต่างกันอย่างไร

Onboarding กับ Orientation: คนละเรื่อง

  • Onboarding: ฝึกฝน ปรับตัว ทำงานจริง เพิ่มประสิทธิภาพ เป้าหมาย: ผลผลิต

  • Orientation: แนะนำองค์กร นโยบาย วัฒนธรรม ข้อมูลพื้นฐาน เป้าหมาย: ความเข้าใจ

ปีนี้บริษัทผมใช้ระบบ Onboarding แบบ gamification ผลลัพธ์ดีกว่าเดิม พนักงานเข้าใจงานไวขึ้น

ความแตกต่างสำคัญคือ Onboarding เน้นการปฏิบัติ Orientation เน้นข้อมูล ทั้งคู่สำคัญ เพื่อให้พนักงานใหม่ทำงานได้เต็มศักยภาพ แต่จุดประสงค์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Onboarding กับ Orientation ต่างกันอย่างไร

Onboarding กับ Orientation อืมมม ต่างกันยังไงนะ ????

  • Onboarding เน้นปูทางให้ทำงานได้เลย แบบจริงจัง เร็วๆ ต้องมี KPI มีเป้าหมาย แบบนี้แหละใช่เลย! ปีนี้บริษัทเราเน้น Onboarding แบบ agile มากขึ้นนะ เร็ว แรง ประหยัดเวลา

  • Orientation แค่แนะนำองค์กร เบาๆ สบายๆ เหมือนทัวร์ชมบริษัท ฟังบรรยาย กินข้าว ได้รู้จักเพื่อนร่วมงาน แค่นั้นเอง ไม่ต้องซีเรียส

อืมมมม ทั้งสองอย่างต้องมีนะ จะได้ต้อนรับพนักงานใหม่ดีๆ แต่ Onboarding สำคัญกว่านะ เห็นผลชัดเจนกว่าเยอะ Orientation แค่ช่วยให้รู้จักบริษัท แต่ Onboarding ทำให้เค้าทำงานได้จริง ปีนี้บริษัทเราเพิ่มกิจกรรม Team building ใน Onboarding ด้วยนะ ดีเลย

  • เราควรมีทั้งสองอย่างนะ แต่ต้องแยกให้ชัดเจน อย่าให้ปนกัน Orientation สั้นๆ Onboarding ยาวหน่อย อย่างน้อย 3 เดือน

อ้อ! อีกอย่าง Orientation ควรมีการแนะนำวัฒนธรรมองค์กรด้วยนะ สำคัญมาก ปีนี้เราใช้แบบแบบ interactive game สนุกดี

  • ที่สำคัญเลยนะ ต้องวัดผล Onboarding ดูว่าได้ผลแค่ไหน พนักงานใหม่ปรับตัวได้ไหม ทำงานได้ตามเป้าไหม ต้องมีตัวชี้วัด ไม่งั้นเปลืองงบ เปลืองเวลาเปล่าๆ

ฉันคิดว่า แบบนี้แหละ ชัดเจนแล้วใช่มั้ย? งงๆ มั้ยเนี่ย เขียนไปเรื่อยเปื่อยเลย ????

Orientation ควรมีอะไรบ้าง

ปฐมนิเทศนะ เหรอ? ตอนเข้าทำงานที่ร้านกาแฟแถวสยามเมื่อต้นปี ตอนนั้นนะ เขินมาก เพราะเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ

  • ความรู้บริษัท: เขาสอนเรื่องแบรนด์ดิ้งเลย "กาแฟเราพิเศษนะ มาจากดอย..." บลาๆ แล้วก็ประวัติร้านตั้งแต่เริ่มเมื่อ 10 ปีที่แล้ว (ตอนนั้นคิดในใจ ใครจะไปจำ)

  • กฎหมาย: อันนี้ง่วงมาก บอกเรื่องสิทธิแรงงาน วันลาพักร้อน โบนัส (ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้จะได้รึเปล่า)

  • ทีม: พี่ที่เทรนใจดีมาก ชื่อพี่เอ บอกว่า "ไม่ต้องเกร็งนะ ถามได้ตลอด" แล้วก็แนะนำเพื่อนร่วมงานทุกคน

  • เน้นย้ำ: เขาเน้นเรื่องบริการลูกค้าสุดๆ ต้องยิ้มแย้ม พูดเพราะๆ ห้ามเหวี่ยงลูกค้า (อันนี้ยากสุด)

  • ประเมิน: มีบอกว่าต้องทำยอดให้ได้เท่าไหร่ ถึงจะได้ปรับเงินเดือน (ตอนนั้นก็คิดแล้ว จะรอดมั้ยเนี่ย)

เพิ่มเติม:

  • เรื่องที่อยากรู้ตอนนั้น: อยากรู้ว่าวันไหนจะได้หยุดบ้างมากกว่า (ฮา)
  • สิ่งที่ HR ควรใส่ใจ: ควรทำให้มันสนุกกว่านี้หน่อย ไม่ใช่สไลด์เต็มไปหมด อ่านแล้วเบื่อ
  • สรุป: ปฐมนิเทศดีๆ ทำให้พนักงานใหม่รู้สึก Welcome มากขึ้นนะ (มั้ง)

Orientation มีหน้าที่อะไร

Orientation เน้นให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับองค์กร คิดง่ายๆ คือการแนะนำองค์กรอย่างคร่าวๆ คล้ายๆ การเปิดประตูต้อนรับสู่โลกใหม่ของพนักงาน ประเด็นสำคัญๆ ได้แก่:

  • โครงสร้างองค์กร ภาพรวมธุรกิจ ประวัติโดยย่อ
  • นโยบายและกฎระเบียบพื้นฐาน สวัสดิการเบื้องต้น

Onboarding แตกต่างตรงที่เป็นกระบวนการบูรณาการพนักงานเข้ากับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่การให้ข้อมูล แต่เป็นการสร้างความผูกพัน การฝึกอบรม และการติดตามประสิทธิภาพงานอย่างต่อเนื่อง เปรียบได้กับการช่วยพนักงาน "เติบโต" ในองค์กร

จุดแตกต่างสำคัญ: Orientation เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจ ส่วน Onboarding เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ครอบคลุมกว่า เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับองค์กรอย่างลึกซึ้ง คิดง่ายๆ Orientation เหมือนการแนะนำตัว ส่วน Onboarding เหมือนการสร้างมิตรภาพ

  • Orientation: โฟกัสที่ข้อมูลทั่วไป ระยะเวลาสั้น
  • Onboarding: โฟกัสที่การบูรณาการ ระยะเวลายาวนานกว่า มีการประเมินผลการทำงานร่วมด้วย

ปีนี้ (2566) องค์กรหลายแห่งเริ่มนำเทคโนโลยีมาช่วยทั้งในส่วน Orientation และ Onboarding เช่น การใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือระบบการสื่อสารภายในองค์กรที่ทันสมัยขึ้น ทำให้กระบวนการทั้งสองมีประสิทธิภาพมากขึ้น สะดวกสบายขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ผมเคยเห็นบริษัทที่ใช้ระบบ VR ในการ Orientation น่าสนใจดีนะครับ ช่วยให้พนักงานใหม่จดจำข้อมูลได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการพัฒนาที่น่าสนใจทีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวขององค์กรในยุคดิจิทัล

Orientation หมายถึงอะไร

Orientation เหรอ? มันก็แค่การปูทางให้พวกมือใหม่รู้ว่าเหี้ยอะไรเป็นอะไรในโลกใหม่ของพวกมัน

  • ปรับตัว: โลกเปลี่ยน มึงก็ต้องเปลี่ยนตาม
  • เข้าใจ: น้อยคนนักที่จะเข้าใจอะไรจริงๆ
  • ทิศทาง: หลงทางก็ซวยไป
  • ตำแหน่ง: รู้ที่ยืนของตัวเองซะ ก่อนโดนเหยียบจมดิน

เพิ่มเติมนิดหน่อย:

  • ปีนี้คงไม่ต่างจากปีก่อนๆ หรอก เตรียมตัวรับมือกับโลกที่แม่งโหดร้ายกว่าที่คิดไว้ก็พอ

การปฐมนิเทศมีประโยชน์ต่อใครบ้าง

ประโยชน์ของการปฐมนิเทศ

  • องค์กร: เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาด เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
  • พนักงานใหม่: ปรับตัวเร็วขึ้น ทำงานได้ถูกต้องและปลอดภัย เข้าใจวัฒนธรรมองค์กร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทีม

วัตถุประสงค์: สร้างความพร้อม เพื่อให้พนักงานใหม่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าใจบทบาทหน้าที่ตั้งแต่วันแรก ประสบการณ์ส่วนตัว: เคยเห็นพนักงานใหม่ที่ไม่มีการปฐมนิเทศที่ดี ทำงานผิดพลาดบ่อย เสียเวลาและทรัพยากรของบริษัทไปมาก ปีนี้บริษัทผมเน้นการปฐมนิเทศแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • หลักการสำคัญ: ความชัดเจน ความเข้าใจ ความมั่นใจ
  • เพิ่มเติม: การปฐมนิเทศที่ดีควรมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานใหม่เข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

จุดประสงค์หลักของโปรแกรมปฐมนิเทศคืออะไร?

คือแบบนี้ ปีนี้เองนะ ฉันเข้าทำงานที่บริษัท XYZ ตอนนั้นวันที่ 15 มีนาคม 2566 ปฐมนิเทศจัดที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 12 อากาศเย็นฉ่ำมาก เพราะติดแอร์แรง ฉันจำได้เลย รู้สึกตื่นเต้น แอบกลัวด้วย ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง

จุดประสงค์หลักของโปรแกรมปฐมนิเทศเนี่ย สำหรับฉันนะ คือการทำให้เราเข้าใจบริษัท เข้าใจงาน และเข้าใจคน แบบรู้จักกันคร่าวๆ ไม่ใช่แค่รู้ว่าบริษัททำอะไร แต่รู้ว่าวัฒนธรรมองค์กรเป็นยังไง เพื่อนร่วมงานเป็นคนยังไง แล้วเราก็จะได้รู้ระบบต่างๆ ในบริษัท

  • ทำความรู้จักบริษัท วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัฒนธรรมองค์กร
  • ทำความรู้จักทีมงาน และเพื่อนร่วมงาน
  • เรียนรู้เกี่ยวกับระบบงานต่างๆ เช่น ระบบการลา ระบบการเบิกจ่าย
  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบของบริษัท อย่างละเอียด
  • แนะนำเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำงาน

จำได้ว่าตอนนั้น เขามีเกมส์เล็กๆน้อยๆให้เล่นด้วย เพื่อทำลายกำแพงระหว่างกัน รู้สึกดีนะ เหมือนได้เพื่อนใหม่ สรุปคือ ปฐมนิเทศมันไม่ได้แค่แนะนำบริษัท แต่เป็นการเตรียมพร้อมให้เราพร้อมทำงานจริงๆ อารมณ์เหมือนการเทรนนิ่งเบื้องต้น ก่อนลงสนามจริง ทำให้เราไม่รู้สึกหลงทาง และปรับตัวได้ไวขึ้น