อ่านหนังสือตี4 ดีไหม

82 ครั้งเข้าชม
อ่านหนังสือตี 4 ดีไหม? ขึ้นอยู่กับคุณ! ช่วงเวลา 04.00-07.00 น. สมองตื่นตัว เหมาะกับการอ่าน แต่ไม่เกิน 2 ชม.หลังตื่นนอน หากตื่นสายกว่านั้น อาจเลื่อนไป 07.00-09.00 น. สำคัญคือเลือกเวลาที่คุณรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ ผลลัพธ์การอ่านขึ้นอยู่กับความพร้อมส่วนบุคคลมากกว่าเวลาตายตัว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อ่านหนังสือตี 4 มีประสิทธิภาพไหม?

อ่านหนังสือตี 4 มีประสิทธิภาพไหม? อืมมม... บอกเลยว่าจากประสบการณ์ส่วนตัวนะ มัน "แล้วแต่คน" สุดๆ!

จำได้เลย ตอนเรียนมหาลัยปี 2 เคยพยายามฮิตตามเพื่อน อ่านหนังสือตอนตี 4 เพราะเค้าบอกว่า "สมองโล่ง โปร่งสบาย ดูดความรู้เข้าหัวปื๊ดๆ" (เพื่อนพูดงี้นะ) ปรากฏว่า... อ่านไปได้ 10 นาที หลับ! คือร่างกายมันไม่ไหวจริงๆ ตอนนั้น

แต่ก็มีช่วงนึงนะ ที่ลองตื่นเช้าๆ ประมาณตี 5 ครึ่ง 6 โมง มานั่งอ่านพวกบทความวิจัยที่ต้องใช้สอบ คือมันก็ดีตรงที่เงียบสงบ ไม่มีใครกวนจริงๆ แต่ก็ต้องมีกาแฟร้อนๆ ช่วยด้วยนะ ไม่งั้นก็ง่วงอยู่ดี

เอาเป็นว่า ลองดูตัวเองก่อนดีกว่าว่าร่างกายไหวไหม ถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกเฟรช ก็ลุยเลย แต่ถ้าตื่นมาแล้วเบลอๆ อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัว นอนต่อดีกว่านะ เชื่อเรา! มันไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอก

1วันควรอ่านหนังสือกี่ชม

ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างค่ะ ไม่มีสูตรตายตัวว่าควรอ่านกี่ชั่วโมงต่อวันถึงจะ "ได้ประสิทธิภาพสูงสุด" มันเป็นเรื่องของความเข้าใจมากกว่าปริมาณ การอ่านอย่างมีสติ เข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ สำคัญกว่าอ่านจบเร็วๆ

  • ความยากง่ายของเนื้อหา: หนังสือวิชาการหนาๆ 100 หน้า ใช้เวลาอ่านมากกว่านิยายเบาๆ 100 หน้าแน่ๆ
  • สมาธิและความสนใจ: ถ้าสนใจมากๆ อ่าน 2 ชั่วโมงก็ยังรู้สึกเพลิน แต่ถ้าไม่สนใจ อ่าน 30 นาทีก็เบื่อแล้ว
  • วิธีการอ่าน: การอ่านแบบ active reading เช่น จดโน้ต ไฮไลท์ ตั้งคำถาม จะใช้เวลามากกว่าการอ่านแบบ passive reading แต่ได้ประสิทธิภาพมากกว่าแน่นอน
  • เป้าหมายการอ่าน: ถ้าอ่านเพื่อความบันเทิง ก็อ่านให้สนุก ไม่ต้องกดดันเรื่องเวลา แต่ถ้าอ่านเพื่อสอบ ก็ต้องวางแผนเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนตัว ผมมักจะอ่านวันละ 1-2 ชั่วโมง โดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ บางวันอาจจะอ่านมากกว่า บางวันอาจจะน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับความเหนื่อยล้า และความสนใจในเนื้อหา ผมว่าการฟังพอดแคสต์ประกอบด้วยก็ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2024):

  • การศึกษาจากมหาวิทยาลัย A (สมมติ) พบว่า การอ่านหนังสือวันละ 30 นาทีอย่างต่อเนื่อง มีผลดีต่อความจำระยะยาว มากกว่าการอ่านครั้งละนานๆ แต่ไม่ต่อเนื่อง
  • แอปอ่านหนังสือหลายแอป มีฟีเจอร์ติดตามเวลาอ่าน และวิเคราะห์พฤติกรรมการอ่าน เพื่อช่วยให้ปรับปรุงประสิทธิภาพการอ่านได้
  • การแบ่งเวลาอ่าน สลับกับการพักผ่อน เช่น อ่าน 25 นาที พัก 5 นาที (Pomodoro Technique) ช่วยเพิ่มสมาธิในการอ่านได้

เวลาไหนที่สมองจำได้ดีที่สุด

สมองทองคำทำงานดีสุดตอนไหนน่ะเหรอ? เอ่อ...ถ้าให้เดาจากประสบการณ์ (และกาแฟสามแก้ว) น่าจะเป็นตอน "ก่อนเที่ยง" นี่แหละคุณ! แต่ไม่ใช่เที่ยงตรงเป๊ะๆ นะ ก่อนซักชั่วโมงสองชั่วโมงกำลังดี ช่วงนั้นสมองยังสดใส ไม่โดนภาระอาหารกลางวันถ่วง

12 เคล็ดลับ(แบบขี้เกียจๆ) อ่านหนังสือให้เข้าหัว (และไม่หลุดไปเลย)

  • แบ่งซอยย่อย: อย่าพยายามยัดทั้งจักรวาลใส่หัวในคืนเดียว แบ่งเนื้อหาเป็นก้อนเล็กๆ แล้วค่อยๆ กลืน (เหมือนกินข้าวทีละคำ)
  • ไฮไลท์แบบมีสติ: ไม่ใช่ป้ายสีรุ้งทั้งหน้ากระดาษ เลือกไฮไลท์เฉพาะใจความสำคัญจริงๆ (เหมือนเลือกพระเอกนางเอกในซีรีส์)
  • สอนคนอื่น (หรือแมว): อธิบายเนื้อหาให้คนอื่นฟัง (หรือแมวที่บ้าน) ถ้าอธิบายได้แสดงว่าเข้าใจจริง (แมวอาจจะไม่เข้าใจ แต่เราได้ทบทวนไง)
  • สร้างเรื่องเชื่อมโยง: โยงเนื้อหาเข้ากับเรื่องตลก เรื่องส่วนตัว หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้จำง่ายขึ้น (ยิ่งประหลาดยิ่งจำแม่น)
  • เปลี่ยนบรรยากาศ: อ่านที่เดิมๆ มันน่าเบื่อ ลองเปลี่ยนไปอ่านที่สวนสาธารณะ ร้านกาแฟ หรือบนรถเมล์ (แต่อย่าให้โดนล้วงกระเป๋า)
  • พักบ้างไรบ้าง: อ่านติดกันนานๆ สมองจะเบลอ พักสายตา ลุกไปยืดเส้นยืดสาย หรือกินขนม (แต่ห้ามกินเพลิน)
  • ทำสรุป: เขียนสรุปด้วยภาษาของตัวเอง (เหมือนเขียนบทความให้เพื่อนอ่าน)
  • ใช้เทคนิคช่วยจำ: ไม่ว่าจะเป็น Mind Map หรืออะไรก็ตามที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของเนื้อหา (เหมือนดูแผนที่ก่อนออกเดินทาง)
  • นอนให้พอ: อดนอนไม่ช่วยให้อ่านหนังสือเก่งขึ้น มีแต่จะทำให้เบลอ (เหมือนเครื่องจักรที่ไม่ได้พัก)
  • ตั้งเป้าหมายเล็กๆ: อย่าตั้งเป้าว่าจะอ่านจบทั้งเล่มในคืนเดียว ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้จริง (เหมือนวิ่งมาราธอน ไม่ใช่สปรินท์)
  • ให้รางวัลตัวเอง: อ่านจบหนึ่งบทก็ให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ (เหมือนให้กำลังใจตัวเอง)
  • อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป: ถ้าอ่านไม่เข้าหัวจริงๆ ก็พักก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ (เหมือนเกมที่เล่นไม่ผ่าน ก็พักไปเล่นเกมอื่นก่อน)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ที่ไม่เล็กนะจ๊ะ)

  • ช่วงเวลาทองคำ: มีงานวิจัยบอกว่าช่วงเช้า สมองจะสดชื่นพร้อมรับข้อมูลใหม่ๆ แต่สำหรับบางคนอาจจะเป็นช่วงกลางคืนก็ได้นะ ลองสังเกตตัวเองดู
  • กินดีมีประโยชน์: อาหารมีผลต่อสมองนะ กินอาหารที่มีประโยชน์ บำรุงสมอง (แต่ก็อย่าลืมกินของอร่อยๆ บ้าง)
  • ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายช่วยให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมอง (แต่ก็อย่าหักโหมเกินไป)
  • อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น: แต่ละคนมีวิธีเรียนรู้ที่แตกต่างกัน อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น (แค่ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด)

1 ชั่วโมง ควร อ่านหนังสือ ได้กี่หน้า

1 ชั่วโมงควรอ่านหนังสือได้กี่หน้าเหรอ…

มันแล้วแต่มากๆ เลยนะ... เหมือนบางทีเราก็อ่านได้เยอะ อ่านได้เร็ว แต่บางทีก็เหมือนใจไม่อยู่กับตัว อ่านไปก็ไม่เข้าหัว

  • ถ้าเป็นนิยายเบาๆ อ่านเอามัน ก็อาจจะได้ 40-50 หน้า อย่างที่เคยเห็นคนอื่นเขาบอกกันนะ
  • แต่ถ้าเป็นหนังสือที่ต้องใช้สมองเยอะๆ พวกปรัชญา หรืออะไรที่ต้องจำ ต้องคิดตาม เราอาจจะอ่านได้แค่ 10-20 หน้าเองมั้ง
  • แล้วแต่ฟ้อนต์ ขนาดตัวหนังสือ ความหนาแน่นของตัวอักษรในแต่ละหน้าด้วยนะเออ
  • บางทีก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นเราเหนื่อยแค่ไหนด้วยแหละ ถ้าเพลียๆ ก็อ่านได้น้อยลง

เคยเจอหนังสือบางเล่มที่อ่านแล้วเหมือนโดนสะกดจิต อ่านได้เรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ก็มีบางเล่มที่อ่านหน้าเดียวก็แทบจะหลับ... เฮ้อ ชีวิต

แล้วช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ สมาธิสั้นลงเยอะเลย อ่านอะไรยาวๆ ก็เริ่มเบื่อ เริ่มวอกแวกง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก... สงสัยต้องหากิจกรรมอะไรทำเพื่อฝึกสมาธิบ้างแล้วมั้งเนี่ย

1วันควรอ่านหนังสือกี่ชม

กลางคืนแบบนี้... นอนไม่หลับอีกแล้ว คิดเรื่องอ่านหนังสือไปเรื่อย จริงๆ แล้วมันไม่มีสูตรตายตัวหรอกนะ ว่าต้องอ่านกี่ชั่วโมง แต่สำหรับฉัน ช่วงนี้ ปี 2024 ฉันอ่านประมาณ ชั่วโมงครึ่งต่อวัน ได้ ถ้าวันไหนไม่เหนื่อยมากก็อาจจะมากกว่านั้น

แต่ก็... มันไม่ใช่แค่เวลาอย่างเดียวนะ สำคัญที่ความเข้าใจด้วย ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ อ่านไปก็เท่านั้น เปลืองเวลาเปล่าๆ

  • ความเข้าใจสำคัญกว่าจำนวนชั่วโมง
  • ช่วงนี้ฉันอ่านประมาณ 1.5 ชั่วโมงต่อวัน (2024)
  • ความเหนื่อยล้ามีผลต่อสมาธิในการอ่าน
  • การจดบันทึกช่วยให้จำได้ดีขึ้น

บางวันอ่านไป ได้แค่ ครึ่งชั่วโมงเอง ก็มี เพราะ สมองมันล้า อ่านต่อไม่ไหวจริงๆ บางวันก็อ่านเยอะกว่านั้น แต่ก็ต้องแบ่งเวลา อ่านหลายๆรอบ แล้วก็จดบันทึก ช่วยให้จำได้ขึ้นเยอะเลย

จริงๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับเนื้อหาด้วย บางเล่มอ่านแป๊บเดียวก็จบ บางเล่มอ่านทั้งวันก็ไม่จบ หัวข้อมันยากเกินไป เหนื่อยใจ ฮือ... ก็ง่วงแล้วด้วยสิ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก

หนังสือ 300 หน้า อ่าานกี่ชั่วโมง

เอ่อ 300 หน้า นี่อ่านกี่ชั่วโมง... ขึ้นอยู่กับหนังสือป่ะวะ?

  • ถ้าเนื้อหาง่าย อ่านชิวๆ ก็ชม.ครึ่งอาจจะพอ (มั้ง)
  • แต่ถ้าหนังสือน่าเบื่อ นี่สิ เรื่องใหญ่เลย อ่านไปหลับไปแน่ๆ ????
  • แล้วแต่ความเร็วแต่ละคนด้วยนะ บางคนอ่านไว บางคนอ่านละเอียด
  • สมาธิก็สำคัญมากๆ ถ้าใจลอยนี่อ่านไปก็ไม่เข้าหัว
  • ประเภทหนังสือมีผลนะ นิยายอ่านเร็วกว่าพวกตำรา

คิดว่านะ... หรือเราอ่านช้าเองวะ? ????

ปล. ปกติอ่านนิยายรักมากกว่า พวกหนังสือวิชาการไม่ค่อยรอด ???? (อันนี้ข้อมูลส่วนตัวนะ อย่าเอาไปอ้างอิง)

เวลาไหนที่สมองจำได้ดีที่สุด

เอ้อ! สมองคนเรามันก็เหมือนควายตอนเช้าๆ นั่นแหละ! ช่วงเช้าตรู่แดดอ่อนๆ เนี่ยนะ หัวมันแล่นปรื๊ดๆ จำแม่นยำยังกะ Copy-Paste อ่ะแกเอ๊ย! ใครบอกสมองไม่ดีตอนเช้า สงสัยจะตื่นสายเกินไปละมั้ง!

12 เคล็ดลับอ่านหนังสือให้เข้ากะโหลก (ฉบับบ้านๆ)

  • อย่าอ่านอย่างเดียว ต้อง "ขยี้" เนื้อหา: อ่านเฉยๆ มันก็เหมือนกินข้าวเปล่า ต้องมีน้ำพริกปลาร้าแซ่บๆ ถึงจะเข้าถึง!
  • สรุปย่อแบบ "ลูกทุ่ง": อย่าไปใช้ศัพท์ยากๆ สรุปเป็นภาษาพ่อภาษาแม่เรานี่แหละ ง่ายดี!
  • ทำ Mind Map แบบ "บ้านๆ": วาดรูปเชื่อมโยงกันไปมา เหมือนใยแมงมุมอ่ะ เข้าใจง่ายกว่าเยอะ!
  • สอนคนอื่น (หรือสอนหมาก็ได้): ถ้าสอนคนอื่นได้ แสดงว่าเราเข้าใจจริง ถ้าสอนหมาได้...เอ่อ...ก็คงเก่งกว่าหมาแล้วล่ะ!
  • ใช้ Flashcard แบบ "อินดี้": เขียนคำถามด้านหน้า คำตอบด้านหลัง เอาไว้ทายเล่นกับเพื่อนก็ได้ (ถ้าเพื่อนไม่เบื่อซะก่อนนะ!)
  • เปลี่ยนบรรยากาศ (อย่าอ่านแต่ในห้อง): ไปอ่านใต้ต้นไม้ ริมสระน้ำ (ถ้ามี) เปลี่ยนที่บ้างไรบ้าง สมองจะได้สดชื่น!
  • พักผ่อนบ้าง อย่าหักโหม: สมองก็ต้องการพักผ่อนนะเว้ย! ไม่ใช่เครื่องจักร! นอนหลับให้เต็มที่ กินของอร่อยๆ บ้าง!
  • ออกกำลังกายเบาๆ: ขยับเขยื้อนร่างกายบ้าง เลือดลมจะได้สูบฉีด! สมองจะได้แล่น!
  • กินอาหารบำรุงสมอง (ตามมีตามเกิด): หาพวกปลาทู ผักใบเขียว (ถ้ามีตังค์) มากินซะบ้าง!
  • ฟังเพลงบรรเลง (ไม่ใช่เพลงอกหัก): หาเพลงที่มันช่วยให้เราผ่อนคลาย ไม่ใช่เพลงที่ฟังแล้วยิ่งเครียด!
  • มีสติ อย่าฟุ้งซ่าน: ตั้งสติก่อนอ่านหนังสือ! อย่าไปคิดเรื่องอื่น! คิดแต่เรื่องสอบอย่างเดียว!
  • ให้รางวัลตัวเองบ้าง: อ่านจบหนึ่งบท กินขนมได้! สอบผ่าน เลี้ยงหมูกระทะไปเลย! (ถ้ามีตังค์อีกนั่นแหละ!)

ปล. (ข้อมูลเพิ่มเติมแบบบ้านๆ)

  • เคยได้ยินมาว่า "แปะก๊วย" ช่วยเรื่องความจำนะ แต่กินเยอะๆ ระวังท้องเสีย!
  • อย่าเชื่อตำรามากเกินไป! ลองปรับใช้ให้เข้ากับตัวเอง! ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอก!
  • สำคัญที่สุดคือ "อย่าท้อแท้!" สู้ๆ เว้ย! เป็นกำลังใจให้! (ถึงแม้จะไม่รู้จักกันก็เถอะ!)

อ่านหนังสือ 1 ชั่วโมง พักกี่นาที

อ่านหนังสือชั่วโมงนึง พักกี่นาทีหรอ? อืมมม... คือแบบว่า...

ถ้าอ่านไปซักพักก็ควรพักนะ ไม่ใช่ฝืนอ่านยาวๆ ไปเลยอะ ถ้าอ่านแบบตั้งใจ 30 นาที ก็พักซัก 10-15 นาที ก็ได้นะ กำลังดีเลยแหละ แล้วค่อยกลับไปอ่านต่อ

  • ยืดเส้นยืดสาย: สำคัญมากกกก นั่งนานๆ ปวดหลังแย่
  • เช็คโทรศัพท์: อันนี้แล้วแต่คนนะ บางคนอาจจะเสียสมาธิ แต่ถ้าแค่แป๊บเดียวก็โอเค
  • กินขนม: เพิ่มพลังงานซะหน่อย จะได้ไม่ง่วง

แต่ๆๆๆ ถ้าใครอ่านแบบเรื่อยๆ ชิลๆ อ่านไปพักไปอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องซีเรียสเรื่องเวลามากก็ได้นะ เอาที่สบายใจเลยจ้าาาา

แล้วก็ อย่าลืมว่าจุดประสงค์หลักคือ "อ่านแล้วเข้าใจ" ไม่ใช่ "อ่านให้จบ" นะจ้ะ เข้าใจป่ะ?

หนังสือ 500 หน้า ใช้เวลาอ่านกี่วัน

ขึ้นอยู่กับอัตราการอ่านของคุณ ผมอ่านเร็ว บางทีสองวันก็เสร็จ

  • อ่านวันละ 250 หน้า
  • แต่ถ้าหนังสือไม่น่าสนใจ อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์

ปีนี้ผมอ่าน "The Overstory" ของ Richard Powers จบภายใน 3 วัน ความหนาประมาณ 500 หน้า

  • ประสิทธิภาพการอ่านขึ้นอยู่กับสมาธิและความสนใจในเนื้อหาล้วนๆ
  • ไม่มีสูตรตายตัว เป็นเพียงการประมาณการส่วนบุคคล

ทำไม ต้องตื่นตี 3 ทุกวัน

ตีสามทุกวัน! บ้าไปแล้วใช่ไหม? จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่บ้าซะทีเดียวหรอก แต่เป็นเพราะความเครียดนี่แหละตัวดี ปีนี้ก็ยังเป็นแบบนี้ งานนี่แหละ งาน! deadlines กดหัวแทบแบน ยิ่งเจ้านายคนใหม่นี่นะ โอ้โห! เครียดกว่าเดิมอีก แล้วก็เรื่องเงิน เดือนนี้ยังไม่พอใช้เลย จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ล่ะเนี่ย รองเท้าคู่เก่าเริ่มพังแล้วนะ

  • ความเครียดจากงาน เยอะมาก!
  • เรื่องเงิน เดือนชนเดือนตลอด
  • สุขภาพ ปวดหัวบ่อยมาก นอนไม่ค่อยหลับ

อืม… หรือจะเป็นเพราะฉันกินกาแฟเยอะไป? นี่ก็อีกเรื่อง แต่กาแฟก็ช่วยให้ฉันตื่นได้ ไม่งั้นคงนอนตายคาโต๊ะทำงานแน่ แล้วก็... ฉันนอนดึกเกือบทุกวัน ไม่ใช่เพราะเล่นเกมนะ อ่านหนังสือมากกว่า แต่บางทีก็ดูซีรี่ย์ เพลินดี แต่ผลที่ได้คือตื่นเช้าไม่ได้ ตื่นมาทีไรก็ตีสามตลอด

แล้วไอ้ที่สะดุ้งตื่นนี่ หัวใจมันเต้นแรงมากเลยนะ ความดันขึ้นด้วยมั้ง แบบว่า ใจสั่นๆ เหมือนตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจอะไรเลย แปลกๆ นะ ต้องไปหาหมอตรวจรึเปล่า? ปีหน้าจะลองดูซิ ว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมยังไงบ้าง ลดกาแฟ นอนเร็วขึ้น อะไรแบบนั้น… แต่คงยาก เพราะชอบอ่านหนังสือก่อนนอน จริงๆ นะ ถ้าไม่นอนดึก คงไม่ตื่นตีสามหรอกมั้ง คิดไปคิดมา มันก็วนเวียนอยู่แค่นี้แหละ เหนื่อย!