Pus Gram stain เก็บยังไง

0 ครั้งเข้าชม
ทำความสะอาดแผลด้วย Normal Saline ใช้ Sterile swab ป้ายหนองส่วนที่ลึกที่สุด ใส่ลงใน Tube ปลอดเชื้อและส่งห้องแล็บทันที วิธีเก็บ Pus Gram stain ห้ามแช่ตู้เย็นเด็ดขาด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีเก็บ Pus Gram stain: ขั้นตอนสำคัญที่ห้ามแช่เย็น

วิธีเก็บ Pus Gram stain ที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงในการตรวจหาเชื้อผิดพลาดและป้องกันผลตรวจคลาดเคลื่อน การทำความเข้าใจกระบวนการเก็บตัวอย่างอย่างถูกวิธีเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำ ศึกษารายละเอียดเพื่อป้องกันความเสียหายของสิ่งส่งตรวจและรักษามาตรฐานการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

หลักการสำคัญในการเก็บหนองเพื่อส่งตรวจ Gram stain

การเก็บหนอง (Pus) เพื่อส่งตรวจ Gram stain เป็นขั้นตอนวิกฤตที่ส่งผลต่อความแม่นยำในการวินิจฉัยเชื้อสาเหตุของโรค หัวใจสำคัญคือการใช้วิธีปราศจากเชื้อ (Aseptic technique) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อประจำถิ่นบนผิวหนัง และการรักษาคุณภาพของเชื้อให้คงสภาพเดิมมากที่สุดจนถึงมือเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ โดยทั่วไปควรเก็บใส่ภาชนะปราศจากเชื้อหรือกระบอกฉีดยาที่ปิดสนิท และห้ามแช่เย็นโดยเด็ดขาด

ในทางปฏิบัติ อัตราการตรวจพบเชื้อจากการย้อม Gram stain จะสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเก็บสิ่งส่งตรวจในปริมาณที่เพียงพอ โดยทั่วไปแนะนำที่ 1-5 มิลลิลิตร หากปริมาณหนองน้อยเกินไปจนแห้งติด Swab อาจทำให้เซลล์แบคทีเรียผิดรูปและย้อมติดสีไม่ชัดเจน การเก็บหนองในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดโอกาสเกิดผลลบปลอมได้อย่างมีนัยสำคัญ ในเคสที่เชื้อมีปริมาณน้อย [1] ผมเคยเจอเคสที่ส่งมาเพียงแค่รอยเปื้อนบนคัตตอนบัด ซึ่งแทบจะนำไปทำอะไรต่อไม่ได้เลย นอกจากต้องกลับไปเจ็บตัวเก็บซ้ำใหม่อีกรอบ

ขั้นตอนการเก็บ Pus Gram stain อย่างละเอียด

กระบวนการเก็บสิ่งส่งตรวจต้องคำนึงถึงตำแหน่งของแผลและความลึก หากเป็นฝีหนองปิด (Closed abscess) วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้เข็มดูด แต่หากเป็นแผลเปิด (Open wound) ต้องทำการล้างทำความสะอาดพื้นผิวแผลก่อนเพื่อลดสิ่งเจือปน

การเตรียมตัวและอุปกรณ์

เตรียมอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วเท่านั้น ประกอบด้วย: กระบอกฉีดยา (Syringe): ขนาด 3-5 มิลลิลิตร พร้อมเข็ม ภาชนะเก็บสิ่งส่งตรวจ: Sterile dry container หรือจุกยางสำหรับปิดปลาย Syringe น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Sterile Normal Saline): สำหรับล้างแผลกรณีแผลเปิด แผ่นสไลด์แก้ว: สำหรับการป้ายเชื้อ (Smear) ล่วงหน้า

วิธีการเก็บตามลักษณะของแผล

สำหรับฝีหนองที่อยู่ภายใต้ผิวหนัง ให้ทำความสะอาดผิวหนังด้วยแอลกอฮอล์ 70% และตามด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น Povidone-iodine ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1-2 นาที จากนั้นใช้ Syringe ดูดหนองออกมาโดยตรง พยายามไล่อากาศออกให้หมดก่อนปิดจุก เพื่อรักษา สภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจนสำหรับเชื้อกลุ่ม Anaerobes

กรณีแผลเปิด การเก็บหนองด้วย Swab มักจะพบการปนเปื้อนในระดับสูง หากไม่ได้ล้างแผลก่อน[2] ดังนั้นควรใช้ Sterile NSS ชะล้างหนองส่วนเกินที่ค้างอยู่ด้านบนออกก่อน แล้วจึงใช้ Swab ป้ายลึกเข้าไปในบริเวณขอบแผลหรือก้นแผลซึ่งเป็นส่วนที่มีเชื้อสาเหตุที่มีชีวิตอยู่มากที่สุด

วิธีป้ายหนองลงบนสไลด์ (Smear Technique)

การทำ Smear ที่ดีต้องไม่หนาและไม่บางจนเกินไป หากหนาเกินไป สี Gram crystal violet จะติดค้างอยู่ระหว่างชั้นเซลล์ ทำให้แยกไม่ออกว่าเป็นเชื้อ Gram-positive หรือ Gram-negative กันแน่

เทคนิคที่ผมแนะนำคือการหยดหนองลงกลางสไลด์เพียงเล็กน้อย แล้วใช้ Swab หรือสไลด์อีกแผ่นป้ายให้เป็นวงรีบางๆ ขนาดประมาณ 1.5 x 2 เซนติเมตร ความหนาที่พอเหมาะคือเมื่อวางสไลด์ลงบนตัวหนังสือ คุณควรจะยังพอมองเห็นตัวหนังสือลางๆ ผ่านรอยป้ายนั้นได้ หลังจากป้ายเสร็จแล้วต้องทิ้งให้แห้งเองตามธรรมชาติในที่ร่ม (Air dry) ห้ามใช้ไฟลนหรือเป่าลมร้อนเพราะจะทำให้โครงสร้างเซลล์แบคทีเรียเสียหาย - ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมากสำหรับมือใหม่ที่รีบส่งแล็บ

การเปรียบเทียบวิธีเก็บ: Syringe vs Swab

เพื่อให้เข้าใจผลการทดสอบได้ดียิ่งขึ้น คุณอาจสนใจศึกษาเพิ่มเติมว่า Gram stain ตรวจอะไรบ้าง เพื่อการแปลผลที่ถูกต้อง

ควรเลือกใช้อุปกรณ์ใดในการเก็บหนอง?

การเลือกอุปกรณ์ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเชื้อ โดยเฉพาะความสามารถในการรอดชีวิตของเชื้อที่ไม่ใช้ออกซิเจน

กระบอกฉีดยา (Syringe) ⭐

  • ต่ำ เนื่องจากเป็นระบบปิด
  • ดีเยี่ยม เพราะได้ปริมาณหนองสดจากตำแหน่งที่ติดเชื้อโดยตรง
  • สูงมาก โดยเฉพาะเชื้อ Anaerobes หากไล่อากาศออกหมด

ไม้พันสำลี (Swab)

  • สูง หากป้ายโดนผิวหนังรอบนอกแผล
  • ปานกลาง เชื้ออาจแห้งติดสำลีทำให้ย้อมสีติดยาก
  • ต่ำ เชื้อที่ไวต่อออกซิเจนมักตายระหว่างนำส่ง
Syringe เป็นวิธีมาตรฐานที่แนะนำที่สุดสำหรับการตรวจ Gram stain และเพาะเชื้อ เพราะรักษาความเข้มข้นของเชื้อได้ดีกว่า Swab มาก[3] อย่างไรก็ตามหากจำเป็นต้องใช้ Swab ควรเลือกใช้ Transport media ร่วมด้วยเพื่อป้องกันเชื้อแห้งตาย

บทเรียนจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่มือใหม่

คุณอาร์ต เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลแถวชานเมือง เก็บหนองจากฝีของผู้ป่วยรายหนึ่งใส่ Syringe อย่างดี แต่ด้วยความหวังดีกลัวเชื้อจะเน่าเสีย จึงนำไปแช่ในตู้เย็นระหว่างรอรถรับส่งสิ่งส่งตรวจไปแล็บกลาง

ผลตรวจ Gram stain ออกมาพบเพียงเซลล์อักเสบแต่ไม่พบเชื้อ ทั้งที่ลักษณะแผลดูรุนแรงมาก เขาเริ่มกังวลว่าเครื่องมือมีปัญหาหรือเขาล้างแผลสะอาดเกินไปจนไม่เหลือเชื้อให้ตรวจ

หลังจากปรึกษากับนักเทคนิคการแพทย์ เขาพบว่าอุณหภูมิต่ำในตู้เย็น (2-8 องศาเซลเซียส) ทำให้เชื้อกลุ่ม Anaerobes ตาย และออกซิเจนซึมเข้าสู่ Syringe ได้ง่ายขึ้นในสภาวะเย็นจัด

ครั้งต่อมา เขาเก็บหนองที่อุณหภูมิห้องและส่งทันทีภายใน 45 นาที ผลปรากฏว่าพบเชื้อชัดเจน (100% detection) ช่วยให้แพทย์เลือกยาปฏิชีวนะได้ตรงจุดและคนไข้หายเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ต้องรู้เพิ่มเติม

เก็บหนองส่งตรวจต้องแช่เย็นไหม?

ห้ามแช่เย็นเด็ดขาด ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและส่งห้องปฏิบัติการทันทีภายใน 2 ชั่วโมง การแช่เย็นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ไวต่อความเย็นและกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนตายได้ ส่งผลให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อน

ถ้าหนองมีปริมาณน้อยมากจนดูดไม่ได้ต้องทำอย่างไร?

หากหนองน้อยเกินไป ให้ใช้ไม้ Swab ปราศจากเชื้อป้ายบริเวณก้นแผลที่มีความชื้นมากที่สุด หรืออาจใช้เข็มฉีดยาหยดน้ำเกลือ Sterile NSS ลงไปเล็กน้อยแล้วดูดกลับขึ้นมาเพื่อให้ได้สิ่งส่งตรวจที่เป็นของเหลว

ใช้เวลานานไหมกว่าจะรู้ผล Gram stain?

โดยปกติการย้อมและอ่านผล Gram stain ในห้องปฏิบัติการใช้เวลาเพียง 15-30 นาที หากรวมขั้นตอนการลงทะเบียนและจัดส่ง มักจะทราบผลเบื้องต้นภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังสิ่งส่งตรวจถึงแล็บ

ความรู้ที่ได้รับ

ความเร็วคือหัวใจ

ควรส่งสิ่งส่งตรวจถึงแล็บภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเก็บ เพราะเชื้อจะเริ่มตายหรือถูกเม็ดเลือดขาวทำลายไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป

เลี่ยงการใช้สำลีพันก้านทั่วไป

สำลีทั่วไปอาจมีสารยับยั้งแบคทีเรียบางชนิด การใช้ Syringe ดูดโดยตรงช่วยเพิ่มโอกาสพบเชื้อสูงกว่าการใช้ Swab อย่างมาก [4]

ฉลากต้องชัดเจน

ระบุตำแหน่งที่เก็บให้ละเอียด (เช่น หนองจากฝีที่ขาขวา) เพราะเชื้อสาเหตุในแต่ละตำแหน่งของร่างกายมีลักษณะที่นักเทคนิคการแพทย์ต้องระวังแตกต่างกัน

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ หากท่านเป็นผู้ป่วยที่มีอาการฝีหนองอักเสบ โปรดพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ห้ามพยายามเจาะหรือดูดหนองด้วยตนเองเนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

การอ้างอิงไขว้

  • [1] Si - การเก็บหนองในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดโอกาสเกิดผลลบปลอมได้อย่างมีนัยสำคัญ ในเคสที่เชื้อมีปริมาณน้อย
  • [2] Spr - กรณีแผลเปิด การเก็บหนองด้วย Swab มักจะพบการปนเปื้อนในระดับสูง หากไม่ได้ล้างแผลก่อน
  • [3] Ramapatholab - Syringe เป็นวิธีมาตรฐานที่แนะนำที่สุดสำหรับการตรวจ Gram stain และเพาะเชื้อ เพราะรักษาความเข้มข้นของเชื้อได้ดีกว่า Swab มาก
  • [4] Kcmh - การใช้ Syringe ดูดโดยตรงช่วยเพิ่มโอกาสพบเชื้อสูงกว่าการใช้ Swab อย่างมาก