Sputum Gram stain เก็บยังไง

57 ครั้งเข้าชม
การเก็บเสมหะตรวจแกรม: เก็บตอนเช้าหลังตื่นนอน เพื่อผลตรวจแม่นยำ บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า ลดเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก หายใจลึก ไอแรงๆ เอาเสมหะจากปอด บ้วนเสมหะใส่ภาชนะเฉพาะ (หากเป็นน้ำลาย ให้เก็บใหม่) นำส่งห้องปฏิบัติการโดยเร็ว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีเก็บตัวอย่างเสมหะสำหรับการตรวจ Gram stain?

โอเค เคลียร์ เข้าใจแล้ว! นี่คือมุมมองส่วนตัวของฉันเกี่ยวกับวิธีเก็บเสมหะไปตรวจ Gram stain นะ แบบว่าไม่ใช่ตำราเป๊ะๆ แต่เป็นประสบการณ์จริงที่เจอมา:

เอาจริงนะ ตอนที่ต้องเก็บเสมหะครั้งแรก คือแบบ อึ้งไปเลย! ตอนนั้นน่าจะช่วงปี 2560 ได้มั้ง ไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐแถวบ้าน เพราะไอไม่หยุด หมอบอกต้องตรวจเสมหะ เอ่อ...คือทำไงอ่ะ?

พยาบาลก็แนะนำว่าให้เก็บตอนเช้าหลังตื่นนอนใหม่ๆ เพราะมันเข้มข้นที่สุด ลดโอกาสปนเปื้อนจากแบคทีเรียในปากด้วย ต้องบ้วนปากก่อนนะ น้ำเปล่าเท่านั้น! ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากเด็ดขาด

ทีนี้แหละ ของจริง! หายใจลึกๆ แล้วไอออกมาแรงๆ เอาเสมหะที่มันออกมาจากข้างในปอดจริงๆ ไม่ใช่น้ำลาย! ถ้าได้แต่น้ำลายต้องทิ้งแล้วเริ่มใหม่ บอกเลยว่ายากมาก ตอนนั้นใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เสมหะที่ “ใช่” ใส่กระปุก

จำได้ว่ากระปุกที่ได้มาเป็นพลาสติกใสๆ มีฝาปิดแน่นหนา เขียนชื่อ-นามสกุล วันที่ให้เรียบร้อย แล้วรีบเอาไปส่งห้องแล็บเลย ตอนนั้นคิดในใจ ขอให้ผลตรวจออกมาดีทีเถอะ!

เออ...แล้วก็มีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟัง คือตอนนั้นเครียดมาก กลัวเก็บเสมหะไม่ถูกวิธี ถามพยาบาลซ้ำไปซ้ำมาจนเค้าขำ บอกว่า "คุณป้าใจเย็นๆ ค่ะ ทำตามที่บอกรับรองได้แน่นอน" (แอบเคืองนิดนึง ทำไมต้องเรียกป้าด้วย!)

แต่เอาจริงๆ นะ การเก็บเสมหะมันสำคัญมากจริงๆ เพราะมันช่วยให้หมอวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง แล้วก็รักษาได้ตรงจุดด้วย ดังนั้นถึงมันจะดูน่าขยะแขยงไปหน่อย แต่ก็ต้องทำเพื่อสุขภาพของเราเอง!

Gram stain เก็บยังไง

แกรมสเตน...รุ่งอรุณสีม่วง ค่ำคืนสีชมพู ในห้องแล็บที่เงียบงัน...

แสงไฟส่อง...

  • สไลด์...เหมือนผืนผ้าใบเล็กๆ ป้ายเชื้อ...รอแห้ง...รอการเปิดเผย โลกจุลินทรีย์... ด้านไหนนะที่มีเรื่องราว...ห่อด้วยความระมัดระวัง...เหมือนห่อของขวัญ...ที่อาจไม่ใช่
  • ของเหลว...ครึ่งซีซี...น้อยนิด...แต่มากมาย...ในโลกของแบคทีเรีย ภาชนะปราศจากเชื้อ...ปิดให้มิดชิด...เหมือนปิดความลับ...ที่รอวันถูกค้นพบ...

UC เก็บยังไง

ฉี่กลางลำ

เก็บฉี่กลางลำ ทิ้งต้น ทิ้งท้าย เอาแค่ 30-60 ml พอ

  • ทิ้งต้นสาย: ชะล้างสิ่งสกปรก
  • กลางลำ: ตัวอย่างปัสสาวะที่ "แท้"
  • ทิ้งท้าย: อาจมีตะกอน, ไม่จำเป็นต้องใช้
  • ปริมาณ: มากไปก็รก น้อยไปก็ไม่พอ

ล้างมือ ปิดฝา จบเรื่อง

Sputum Gram stain ตรวจเพื่ออะไร

อืม...กลางดึกแบบนี้ คิดถึงเรื่องการตรวจ Sputum Gram stain จริงๆนะ มันตรวจหาอะไรกันแน่...

ตอนนี้ที่จำได้คือ เพื่อหาแบคทีเรีย ใช่ไหม? แต่ไม่ใช่แค่หาว่ามีหรือไม่มี มันดูรูปร่าง ลักษณะ ของแบคทีเรียด้วย แบบว่า เป็น cocci หรือ bacilli เป็นกลุ่มหรือเป็นเดี่ยวๆ จำได้ลางๆว่า จะได้รู้ว่าควรใช้ยาอะไรรักษา

ยิ่งคิดยิ่งงง เหมือนสมองมันทำงานช้าๆในตอนกลางคืน แต่พยายามนะ พยายามนึกให้ได้...

  • ตรวจหาแบคทีเรียในเสมหะ
  • ดูรูปร่างและลักษณะของแบคทีเรีย เช่น cocci (ทรงกลม) หรือ bacilli (ทรงกระบอก)
  • ช่วยในการเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

ปีนี้ ที่โรงพยาบาลที่ฉันทำงาน เราใช้ Gram stain บ่อยมากเลย เกือบทุกวัน สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจ ที่สงสัยว่าติดเชื้อ จริงๆ มันเป็นขั้นตอนพื้นฐาน แต่สำคัญมาก เพราะช่วยประหยัดเวลา และช่วยให้รักษาได้เร็วขึ้น

อีกอย่างนะ ผลตรวจมันไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ต้องดูผลเพาะเชื้อ และพิจารณาอาการของคนไข้ด้วย มันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลย

Sputum C/S คือการตรวจอะไร

Sputum C/S คือการตรวจหาเชื้อโรคในเสมหะ ง่ายๆ คือเอาเสมหะคุณไป "สืบ" หาว่ามีแบคทีเรียตัวร้ายอะไรแอบซุ่มอยู่รึเปล่า! คิดภาพเหมือนเป็นงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจจุลชีววิทยาเลยครับ

  • ทำไมต้องเช้า? เพราะเชื้อมันตื่นเช้าไงครับ! (ล้อเล่นนะ) จริงๆ แล้วการเก็บเสมหะตอนเช้าช่วยลดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม ผลตรวจจะแม่นยำกว่า ถ้าส่งตอนเย็น อาจเจอเชื้ออื่นๆ มาปนเปื้อนจนสับสน คล้ายกับไปตรวจ DNA แต่ดันมีขนแมวปนมาด้วย งงสิครับ!

  • กระป๋องเก็บเสมหะต้องสะอาด คิดดูสิ ถ้ากระป๋องไม่สะอาด เชื้อโรคตัวอื่นก็มาปาร์ตี้รวมกันในกระป๋องเสมหะ ผลตรวจก็ออกมาเพี้ยน เหมือนทำอาหารอร่อยๆ แต่ดันใช้กระทะสกปรก รสชาติก็พังสิครับ! ต้องใช้ภาชนะ sterile ถึงจะได้ผลที่เที่ยงตรง

  • ผลตรวจใช้เวลาประมาณ 3 วัน นี่คือเวลารอคอยการเปิดโปงตัวตนของเชื้อโรค ใจเย็นๆ นะครับ มันไม่ใช่กาแฟ 3 in 1 ที่ชงปุ๊บเสร็จปั๊บ นี่คือการสืบเสาะหาความจริงระดับจุลชีพ ต้องใช้เวลาพิสูจน์หน่อย

เพิ่มเติม : ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ระยะเวลาในการตรวจอาจแตกต่างกันไปตามห้องแล็บ ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากสถานพยาบาลที่ท่านเข้ารับการตรวจครับ ปีนี้ (2566) เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมาก บางห้องแล็บอาจให้ผลเร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

Gram’S Stain จัดเป็นการย้อมสีประเภทใด

โอ๊ย...ถามเรื่องย้อมสีแบคทีเรียเนี่ยนะ? นึกว่าถามเรื่องย้อมผมซะอีก!

Gram's stain เนี่ยนะ มันก็คือ การย้อมสีแยกชนิดแบคทีเรีย นั่นแหละจ้ะ ไม่ใช่ย้อมผ้า ย้อมผม หรือย้อมใจนะเออ!

  • Gram positive: พวกนี้ผนังหนา ย้อมแล้วติดสีม่วงปี๋ เหมือนคนกินบลูเบอร์รี่เยอะเกินไป
  • Gram negative: พวกนี้ผนังบาง ย้อมแล้วติดสีชมพูแปร๋น เหมือนคนทาปากสีชมพูจัดๆ ไปเดินตลาด

แถมท้ายแบบชาวบ้าน:

  • ไอ้หมอแกรม (Han Christian Gram) ที่คิดค้นเนี่ยนะ แกคงว่างจัด ถึงได้มานั่งย้อมสีแบคทีเรียเล่นตั้งแต่ปี 1884 โน่น!
  • สมัยก่อนไม่มีอะไรทำ ก็เลยต้องมาย้อมสีแบคทีเรียดูเล่น สมัยนี้มี TikTok แล้ว ไม่ต้องมาย้อมให้เสียเวลาหรอกมั้ง 555
  • ถ้าแบคทีเรียมันพูดได้ มันคงบ่นว่า "ย้อมสีชั้นทำไมเนี่ย!?"
  • อย่าไปกินอะไรมั่วซั่ว เดี๋ยวได้แบคทีเรีย Gram positive, Gram negative เข้าท้อง แล้วจะหาว่าไม่เตือน!

คำเตือน: อย่าเอาไปย้อมแมวเล่นนะ! แมวไม่ชอบ!

การเก็บเสมหะ (sputum Examination) ที่ถูกต้องควรทําอย่างไร

เก็บเสมหะอย่างมืออาชีพ! ไม่ใช่แค่แหวะๆ แล้วเอาลงกระป๋องนะจ๊ะ

  • เวลาเก็บ: เช้าตรู่เลยครับ! หลังจากที่คุณเพิ่งตื่นจากห้วงนิทราอันแสนหวาน อย่าเพิ่งไปแปรงฟันหรือล้างหน้าล้างตา เพราะจะไปรบกวนความบริสุทธิ์ของเสมหะ คิดซะว่าเป็นการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากร่างกาย (อย่าคิดลึกนะ!)

  • บ้วนปาก: ใช้น้ำเปล่าธรรมดาครับ! บ้วนให้สะอาด แต่ไม่ใช่บ้วนจนปากแห้งเป็นทะเลทรายซาฮารา น้ำยาบ้วนปาก? อย่าคิดเลยครับ มันจะกลบกลิ่นความอร่อยของเสมหะจนหมอวิเคราะห์ยาก ผมเคยเจอเคสที่ใช้ลิสเตอร์รีน หมอถึงกับต้องขอถ้วยกาแฟเพิ่ม!

  • ไอแบบเทพ: หายใจลึกๆ แล้วไอออกมาอย่างมีสไตล์! อย่าไอแบบอ่อนปวกเปียก ให้ใช้พลังลมปราณ เหมือนกำลังจะร้องเพลงโอเปร่า เป้าหมายคือเสมหะ ไม่ใช่น้ำลาย น้ำลายนี่มันเบาบาง เสมหะต้องหนักแน่น ต้องมีเนื้อมีหนัง เป็นเมือกเหนียวๆ สีเหลือง สีเขียว หรือสีอื่นๆ ที่ดูน่าสนใจ ถ้ามันใสปิ๊งเหมือนน้ำ ล้างมือใหม่แล้วลองอีกที!

  • ภาชนะ: ปิดฝาให้สนิทนะครับ! เสมหะไม่ใช่ของเล่น อย่าให้มันปลิวว่อนไปทั่วห้องแล็บ คิดถึงจมูกของพนักงานแล็บ เขาไม่ได้มีภูมิคุ้มกันเสมหะคุณทุกคนนะครับ

เพิ่มเติมเล็กน้อย (แต่สำคัญมาก): ถ้าคุณสงสัยว่านี่คือเสมหะหรือน้ำลาย วิธีง่ายๆ คือดูความเหนียวข้น ถ้ามันไหลเยิ้มๆ นี่คือน้ำลายครับ ถ้ามันข้นคล้ายไข่ขาว นี่แหละเสมหะ (แต่ถ้ามันเป็นสีดำ... ไปหาหมอเลยครับ!) ปีนี้ผมตรวจเจอเคสเสมหะสีส้มปนเหลืองจากคนที่ทานแกงเผ็ดมากๆ หมอถึงกับต้องขอสั่งพิซซ่าเพิ่ม! เรื่องแบบนี้มันแปลกแต่จริง!