เวลากลืนน้ำลายแล้วเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอ

0 ครั้งเข้าชม
เวลากลืนน้ำลายแล้วเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอ มีสาเหตุหลักมาจากกรดไหลย้อนขึ้นมาถึงระดับลำคอและกล่องเสียงสูงถึงร้อยละ 50. การตรวจพบเนื้องอกหรือมะเร็งมีสถิติน้อยกว่าร้อยละ 1 ตามผลสำรวจข้อมูลผู้มีอาการนี้.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เวลากลืนน้ำลายแล้วเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอ? สาเหตุหลักจากกรดไหลย้อน

อาการ เวลากลืนน้ำลายแล้วเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอ สร้างความกังวลใจและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากจนทำให้หลายคนจินตนาการถึงโรคร้ายแรง. การทำความเข้าใจต้นเหตุที่แท้จริงช่วยลดความตื่นตระหนกและทำให้ดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในอนาคต. ศึกษาความผิดปกติเบื้องต้นเพื่อประเมินความเสี่ยงและเข้ารับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสม.

ทำความเข้าใจอาการ เหมือนมีอะไรติดคอ หรือความรู้สึกก้อนในลำคอ

อาการเวลากลืนน้ำลายแล้วเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอเวลาที่กลืนน้ำลาย แต่ไม่ได้รู้สึกติดขัดเวลาทานอาหารจริงจัง ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า Globus Sensation หรือ Globus Pharyngeus ซึ่งเป็นความรู้สึกที่น่ารำคาญและสร้างความกังวลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก

เชื่อหรือไม่ว่าคนเราเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 45% ของประชากรทั่วไป เคยสัมผัสความรู้สึกนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต[1] อาการนี้มักจะเกิดขึ้นบริเวณกลางลำคอ เหนือกระดูกไหปลาร้าขึ้นมาเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่ความรู้สึกก้อนนี้จะชัดเจนที่สุดตอนกลืนน้ำลายเปล่าๆ แต่พอได้ทานน้ำหรืออาหารจริงๆ ความรู้สึกนั้นกลับหายไปหรือลดลงอย่างน่าประหลาดใจ ผมเองก็เคยเป็นอาการนี้อยู่ช่วงหนึ่ง และยอมรับเลยว่ามันทำให้เราจินตนาการไปไกลว่าอาจจะเป็นเนื้อร้ายหรือมีอะไรน่ากลัวอยู่ในนั้น

อาการนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความน่าสนใจคือมันสัมพันธ์กับทั้งสภาพร่างกายและสภาวะจิตใจ หากคุณส่องกระจกแล้วเห็นลิ้นไก่ดูห้อยลงมาหรือมีอาการบวมร่วมด้วย นั่นอาจเป็นเบาะแสสำคัญที่บอกว่าลำคอกำลังเผชิญกับการระคายเคืองเรื้อรังจากปัจจัยภายในหรือภายนอก

สาเหตุหลักที่ทำให้เวลากลืนน้ำลายแล้วติดขัด

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของความรู้สึกเหมือนมีก้อนในคอไม่ได้เกิดจากตัวก้อนเนื้อจริงๆ แต่เกิดจากปัญหาเรื่องกรดไหลย้อนหรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหาร

กรดไหลย้อนลงคอ (Laryngopharyngeal Reflux - LPR)

ประมาณ 50% ของผู้ที่มีอาการรู้สึกมีอะไรติดคอ มักมีสาเหตุมาจากอาการกรดไหลย้อนลงคอ โดยเฉพาะชนิดที่กรดหรือน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาสูงถึงระดับลำคอและกล่องเสียง (LPR)[2] ต่างจากกรดไหลย้อนทั่วไปที่มักจะมีอาการแสบร้อนกลางอก (Heartburn) แต่ LPR มักมาพร้อมกับอาการที่เรียกว่า Silent Reflux คือไม่มีอาการแสบอก แต่จะรู้สึกระคายคอ มีเสมหะเหนียวข้น และกลืนน้ำลายแล้วติดขัดในคอ

กรดจากกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูงมาก เมื่อมันสัมผัสกับเนื้อเยื่ออ่อนๆ ในลำคอเป็นประจำ จะทำให้เกิดการอักเสบและบวมแดงขึ้น เนื้อเยื่อที่บวมนี้เองที่ส่งสัญญาณไปยังสมองว่ามี ก้อน อะไรบางอย่างอยู่ในคอ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือการบวมของผนังลำคอเท่านั้น

ความเครียดและการเกร็งของกล้ามเนื้อ

ความเครียดคือตัวการใหญ่ที่หลายคนมองข้าม เมื่อเราวิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณส่วนบนของหลอดอาหารเกร็งตัวผิดปกติ ความตึงเครียดนี้ทำให้เกิดแรงกดดันในลำคอจนรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ อาการมักจะแย่ลงในวันที่งานยุ่งหรือมีความกดดันสูง และจะทุเลาลงเมื่อเราได้พักผ่อนหรือลืมเรื่องนั้นไปชั่วขณะ

ลิ้นไก่ห้อยลงมาและอาการบวม: สัญญาณของการระคายเคือง

หลายคนที่กังวลมักจะส่องกระจกดูคอตัวเองแล้วพบว่าลิ้นไก่ดูยาวขึ้น ห้อยต่ำลง หรือมีลักษณะแดงบวม อาการนี้มักเกิดจากการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง

หลายปัจจัยที่ทำให้เกิดคำถามว่าลิ้นไก่ห้อยลงมาเกิดจากอะไร ได้แก่: การนอนกรน: การสั่นสะเทือนของลิ้นไก่และเนื้อเยื่อในลำคออย่างแรงตลอดทั้งคืนทำให้เกิดการบวมน้ำ อาการภูมิแพ้: การมีน้ำมูกไหลลงคอ (Post-nasal drip) ทำให้เนื้อเยื่อระคายเคืองจนบวมตัว การขาดน้ำ: เมื่อร่างกายขาดน้ำ เนื้อเยื่อในช่องปากและคอจะแห้งและอักเสบได้ง่ายขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่: สารเคมีและความร้อนทำให้หลอดเลือดในลำคอขยายตัวและบวม

หากคุณเห็นลิ้นไก่บวมร่วมกับมีอาการกลืนแล้วเหมือนมีก้อน ให้ลองสังเกตพฤติกรรมการนอนและการใช้ชีวิตในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา บ่อยครั้งที่การพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมากขึ้นจะช่วยให้อาการเหล่านี้หายไปเองภายในเวลาไม่นาน

เมื่อไหร่ที่อาการกลืนติดเป็นสัญญาณอันตราย?

แม้ว่าส่วนใหญ่ความรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอจะเป็นอาการที่ไม่อันตราย แต่เราต้องแยกแยะให้ออกว่าเมื่อไหร่คือ สัญญาณเตือน ที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน

สถิติระบุว่าน้อยกว่า 1% ของผู้ที่มีอาการรู้สึกเหมือนมีก้อนในคอ กลืนลำบาก (โดยที่ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย) จะตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกหรือมะเร็ง[3] อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการที่เรียกว่า Alarm Symptoms ดังต่อไปนี้ คุณควรเข้ารับการตรวจส่องกล้องในลำคอทันที: 1. กลืนลำบากจริงๆ (Dysphagia): รู้สึกว่าอาหารติดคอจนต้องดื่มน้ำตามมากๆ หรือสำลักอาหาร 2. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ: หากน้ำหนักตัวลดลงเกิน 5% ภายในระยะเวลาสั้นๆ 3. เจ็บคอข้างเดียว: อาการปวดลามไปที่หู หรือเจ็บมากเวลาเดิมน้ำลาย 4. เสียงแหบเรื้อรัง: เสียงเปลี่ยนไปนานกว่า 2-3 สัปดาห์ 5. คลำพบก้อนที่คอด้านนอก: มีก้อนแข็งๆ บริเวณคอที่คลำได้ด้วยมือ

ผมเคยคุยกับเพื่อนที่เป็นหมอหูคอจมูก เขาบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวอาการ แต่คือ ความวิตกกังวล ที่มากเกินไปจนทำให้คนไข้เครียด ซึ่งความเครียดนั้นเองที่กลับไปทำให้อาการก้อนในคอแย่ลงไปอีก เป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น

แนวทางการรักษาและการดูแลตัวเองที่บ้าน

หากคุณไม่มีสัญญาณอันตรายที่ระบุไว้ข้างต้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมักจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ภายใน 2-4 สัปดาห์

สำหรับวิธีแก้อาการเหมือนมีอะไรติดคอที่ได้ผลดีที่สุดคือ: จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ: การทำให้ลำคอชุ่มชื้นจะลดความรู้สึกระคายเคืองและช่วยสลายเสมหะเหนียว เลี่ยงอาหารมื้อดึก: งดทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนนอนเพื่อป้องกันกรดไหลย้อน ลดคาเฟอีนและอาหารรสจัด: สารเหล่านี้กระตุ้นให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัว ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย ฝึกการผ่อนคลาย: การออกกำลังกายเบาๆ หรือการทำสมาธิช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อลำคอได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ความจริงอย่างหนึ่งคืออาการเวลากลืนน้ำลายแล้วเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอ ยิ่งเราไปจดจ่ออยู่กับมัน ยิ่งเราพยายาม ขย้อน หรือ กระแอม เพื่อให้ก้อนนั้นหลุดออกไป ลำคอก็จะยิ่งอักเสบมากขึ้น การปล่อยวางและไม่พยายามฝืนกลืนแรงๆ คือกุญแจสำคัญของการรักษา

ความแตกต่างระหว่างความรู้สึกก้อนในคอ กับอาการกลืนลำบากที่แท้จริง

สิ่งสำคัญในการประเมินตัวเองคือการแยกแยะว่าอาการของคุณเป็นเพียงความรู้สึก หรือเป็นความบกพร่องทางกายภาพในการกลืน

Globus Sensation (ความรู้สึกก้อน)

  • มักสัมพันธ์กับความเครียด หรือหลังมื้ออาหารหนัก
  • รู้สึกติดเวลาคำน้ำลายเปล่าๆ แต่ทานอาหารได้ปกติ
  • มักไม่อันตราย เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติชั่วคราว

Dysphagia (อาการกลืนลำบาก) ⭐

  • เจ็บเวลาทานอาหาร น้ำหนักลด หรือไอหลังจากกลืน
  • อาหารติดคอจริง สำลัก หรือต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียดมาก
  • อาจเกิดจากโครงสร้างหลอดอาหารผิดปกติ หรือเนื้องอก
หากอาการของคุณตรงกับ Globus Sensation ส่วนใหญ่มักเกิดจากกรดไหลย้อนหรือความเครียด แต่หากมีอาการของ Dysphagia แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจส่องกล้องหลอดอาหาร

กรณีศึกษา: คุณสมชายกับการต่อสู้กับก้อนในคอที่มองไม่เห็น

คุณสมชาย พนักงานออฟฟิศอายุ 35 ปีในกรุงเทพฯ เริ่มรู้สึกเหมือนมีเมล็ดผลไม้ติดอยู่ในคอเวลาเดิมน้ำลาย เขากังวลมากจนนอนไม่หลับ เพราะเพิ่งดูข่าวเกี่ยวกับโรคมะเร็งลำคอ ยิ่งเครียดเขาก็ยิ่งพยายามกระแอมให้ก้อนนั้นหลุดออก จนคอเริ่มแดงและอักเสบ

เขาลองซื้อยาแก้อักเสบมาทานเอง 1 สัปดาห์ แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นเลย แถมยังรู้สึกจุกแน่นหน้าอกเพิ่มขึ้นมาด้วย เขาพยายามส่องกระจกดูคอตัวเองทุกชั่วโมงจนกลายเป็นความวิตกจริตที่กระทบกับการทำงาน

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์ตรวจไม่พบก้อนเนื้อ แต่พบว่าผนังลำคอส่วนบนบวมแดงจากกรดไหลย้อนแฝง (LPR) แพทย์สั่งให้เขาหยุดดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว และห้ามทานมื้อดึกก่อนนอน พร้อมกับให้ยาลดกรด

หลังจากปรับพฤติกรรมได้ 3 สัปดาห์ อาการเหมือนมีก้อนในคอหายไปเกือบทั้งหมด (ดีขึ้นประมาณ 90%) คุณสมชายพบว่าเมื่อความเครียดลดลงและกรดไม่ไหลย้อนขึ้นมา ความรู้สึกกังวลที่เคยมีก็หายไปด้วย

หากคุณเริ่มมีอาการรุนแรงขึ้นจนรู้สึก หายใจไม่ค่อยออก เหมือนมีอะไรติดที่คอ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีเพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียดครับ

ข้อความหลัก

กรดไหลย้อนคือสาเหตุอันดับหนึ่ง

กว่า 50% ของผู้ที่มีอาการความรู้สึกก้อนในคอมีสาเหตุมาจากกรดไหลย้อนลงคอ การรักษาที่ต้นเหตุคือทางออกที่ยั่งยืนที่สุด

สังเกตสัญญาณอันตราย (Red Flags)

ถ้ามีอาการน้ำหนักลด กลืนอาหารไม่ได้จริง หรือเสียงแหบนานกว่า 3 สัปดาห์ ต้องไปพบแพทย์หูคอจมูกเพื่อส่องกล้องทันที

ความเครียดคือตัวกระตุ้นหลัก

ภาวะ Globus มักสัมพันธ์กับจิตใจ ยิ่งกังวลกล้ามเนื้อยิ่งเกร็ง การผ่อนคลายและการดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยลดอาการได้มาก

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ทำไมเวลาทานอาหารแล้วไม่รู้สึกว่าติดคอ แต่จะเป็นแค่ตอนกลืนน้ำลาย?

เพราะเวลาทานอาหาร น้ำและอาหารจะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของหลอดอาหารแบบปกติและช่วย 'นวด' เนื้อเยื่อให้ผ่อนคลาย แต่การกลืนน้ำลายเปล่าๆ มักจะเน้นย้ำความเกร็งของกล้ามเนื้อหูรูดที่ผิดปกติ ทำให้เรารู้สึกถึงแรงต้านได้ชัดเจนขึ้น

อาการนี้จะหายไปเองได้ไหม หรือต้องรักษาตลอดชีวิต?

ส่วนใหญ่หายเองได้ครับ หากจัดการต้นเหตุได้ เช่น ลดความเครียด หรือรักษาโรคกรดไหลย้อน โดยปกติอาการจะดีขึ้นชัดเจนใน 2-4 สัปดาห์เมื่อปรับพฤติกรรม แต่ถ้าเครียดกลับมาใหม่ อาการก็อาจกลับมาเยี่ยมเยียนได้อีก

การดื่มน้ำเย็นจัดทำให้อาการแย่ลงจริงหรือไม่?

จริงสำหรับบางคนครับ น้ำเย็นจัดอาจทำให้กล้ามเนื้อในลำคอเกิดการหดเกร็ง (Spasm) ได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ที่มีอาการนี้ แนะนำให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้มากกว่า

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ เนื่องจากอาการในลำคอมีสาเหตุที่หลากหลาย หากคุณมีอาการรุนแรง กลืนลำบาก หรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ โปรดปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การระบุแหล่งที่มา

  • [1] Pmc - เชื่อหรือไม่ว่าคนเราเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 45% ของประชากรทั่วไป เคยสัมผัสความรู้สึกนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต
  • [2] Pmc - ประมาณ 50% ของผู้ที่มีอาการรู้สึกมีอะไรติดคอ มักมีสาเหตุมาจากกรดไหลย้อน โดยเฉพาะชนิดที่กรดหรือน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาสูงถึงระดับลำคอและกล่องเสียง (LPR)
  • [3] Pubmed - สถิติระบุว่าน้อยกว่า 1% ของผู้ที่มีอาการความรู้สึกก้อนในคอ (โดยที่ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย) จะตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกหรือมะเร็ง