โรคอะไรห้ามขึ้นเครื่องบิน

101 ครั้งเข้าชม
โรคที่ควรระวังก่อนขึ้นเครื่องบิน: โรคระบบทางเดินหายใจ: ปอดบวม, วัณโรคระยะแพร่เชื้อ สตรีมีครรภ์: เกิน 36 สัปดาห์ คำแนะนำ: ปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางหากมีโรคประจำตัว เตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอต่อการเดินทางและเผื่อฉุกเฉิน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคประจำตัวอะไรบ้างที่ห้ามขึ้นเครื่องบิน? มีข้อจำกัดด้านสุขภาพอะไรบ้างในการเดินทางโดยเครื่องบิน?

จริง ๆ แล้วเรื่องนี้กวนใจฉันอยู่นะ จำได้ตอนจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อน เดือนพฤศจิกา ปีที่แล้ว เพื่อนฉันเป็นโรคหอบหืด มันก็เลยถามฉันว่าขึ้นเครื่องบินได้ไหมเนี่ย ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจ หาข้อมูลในเน็ตก็เจอแต่ข้อมูลทั่วไป แบบว่าห้ามขึ้นถ้าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงอะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่เจาะจง เหมือนแค่บอกคร่าวๆ ว่าโรคปอด วัณโรค ถ้าอยู่ในระยะแพร่เชื้อก็อันตราย อันนี้จริง เพราะมันติดต่อได้ง่ายในที่อากาศถ่ายเทไม่ดี อย่างบนเครื่องบินน่ะ

เรื่องครรภ์เกิน 36 สัปดาห์นี่ ฉันก็เห็นด้วยนะ เพราะเคยเจอคุณป้าคนนึง ท้องแก่ใกล้คลอดมากแล้ว ขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมืองไปภูเก็ต ดูเหนื่อยมาก ฉันแอบกลัวแทน แล้วก็คิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมา บนเครื่องบินนี่ช่วยได้จำกัดจริงๆ อันนี้ความคิดส่วนตัวล้วนๆเลยนะ

สรุปแล้ว มันไม่มีลิสต์ตายตัวหรอกมั้ง ว่าโรคอะไรขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคด้วยแหละ แล้วก็ควรปรึกษาหมอก่อนเดินทางทุกครั้ง มันปลอดภัยสุดจริงๆ ที่สำคัญเลยคือต้องพกยาไปให้เยอะๆ ฉันเคยลืมยาแก้แพ้ไปครั้งนึง คันทั้งวันเลย ทรมานมากกกกก! แนะนำเลย เตรียมตัวดีๆ เพื่อความสบายใจ ไม่งั้นเที่ยวไม่สนุกแน่ๆ

ยาความดันขึ้นเครื่องบินได้ไหม

ขึ้นเครื่องบินได้สบายใจ! แต่...อย่าลืมยาความดันนะ! คิดว่าตัวเองเป็นนักบินอวกาศหรอกเหรอ? ความดันโลหิตสูงขึ้นๆ ลงๆ บนฟ้าไม่ใช่เรื่องตลก เตรียมยาไปให้พร้อม อย่าให้ความดันเล่นงานกลางอากาศ เช็คกับหมอดีๆด้วยนะ ไม่ใช่แค่เอาไปเผื่อๆ ต้องคำนวณปริมาณให้พอดีกับระยะเวลาเดินทางด้วย!

  • ยาต้องพอ! ไม่ใช่แค่พกไปขวดเดียว ต้องคำนวณปริมาณยาให้เพียงพอตลอดการเดินทาง อย่าให้ถึงครึ่งทางแล้วหมด!
  • แพทย์เป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุด! ปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย หมอเขาเชี่ยวชาญกว่าเราเยอะ! อย่ามั่นใจเกินไป!
  • อย่าลืมเอกสารสำคัญ! ใบสั่งยา บัตรประจำตัว และเอกสารสำคัญอื่นๆ เตรียมไว้ให้พร้อม เพื่อความสะดวกและปลอดภัย เดี๋ยวหาไม่เจอ วุ่นวายเปล่าๆ
  • ปีนี้ 2024 การเดินทางด้วยเครื่องบินสะดวกขึ้นมาก! แต่ความดันโลหิตยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด!

นี่คือคำแนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัว(เดินทางบ่อยมาก! จนเริ่มเบื่อสนามบินแล้ว) แต่เรื่องสุขภาพนี่จริงจังนะ! อย่าประมาท!

โรคหลอดเลือดสมองขึ้นเครื่องบินได้ไหม

โรคหลอดเลือดสมองขึ้นเครื่องบินได้ไหม?

อืม... เรื่องนี้พูดยากนะ ตอนพ่อเป็นสโตรกใหม่ ๆ หมอที่ รพ. ศิริราช (ตอนนั้นประมาณ มีนาคมปีนี้) บอกเลยว่า "ห้ามขึ้นเครื่องบินเด็ดขาด" เพราะความดันอากาศมันเปลี่ยน แล้วออกซิเจนบนเครื่องก็ต่ำกว่าพื้นดิน คนที่เป็นสโตรกอยู่แล้ว สมองมันไม่ค่อยดี ขืนขึ้นไป อาจจะแย่กว่าเดิมเยอะเลย

  • หลักการ: ถ้าเป็นสโตรกเฉียบพลัน หรือยังไม่หายดี อย่าเสี่ยงขึ้นเครื่องบินเลย
  • ระยะเวลา: รอให้อาการคงที่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ (อันนี้หมอแนะนำมา)
  • ออกซิเจน: ปรึกษาหมอเรื่องขอออกซิเจนเพิ่ม ถ้าจำเป็น

โรคหลอดเลือดสมองที่ไม่มีอาการแทรกซ้อน?

ถึงไม่มีอาการแทรกซ้อนก็เถอะ ระวังไว้ดีกว่า คือเข้าใจว่าอยากไปเที่ยว หรือมีธุระ แต่เซลล์สมองมันบอบบางมากกกกกกกกกก ยิ่งตอนอยู่บนเครื่องออกซิเจนน้อยลงอีก โอกาสที่มันจะ "วูบ" หรือมีปัญหา มันก็มีอยู่ดี

  • ออกซิเจนต่ำ: บนเครื่องบินออกซิเจนมันน้อยกว่าปกติ
  • ความเสี่ยง: ถึงไม่มีอาการแทรกซ้อน ก็ต้องระวังเรื่องภาวะพร่องออกซิเจน
  • คำแนะนำ: ปรึกษาหมอเฉพาะทางด้านระบบประสาทก่อนเดินทางทุกครั้ง สำคัญมาก!

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ติดต่อกันได้ไหม?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เนี่ยนะ ติดต่อกันง่ายกว่า "ดราม่าในทวิตเตอร์" อีก!

  • จามทีเดียว: เหมือนปล่อยจรวดนำวิถี ติดกันระนาว
  • มือป้าย: แตะลูกบิดประตู = สัมผัสแห่งความตาย (สำหรับคนอ่อนแอ)
  • น้ำมูก น้ำลาย: อย่าคิดว่า "จุ๊บ" แล้วจะหายป่วยนะ!
  • ตา จมูก: ขยี้ตา? แคะขี้มูก? คิดดีๆ ก่อน!

ทำไมคนหนุ่มสาวซี้ม่องเท่งเยอะ? สงสัยภูมิคุ้มกันมัน "มั่นใจเกินเหตุ" มั้ง เลยประมาท! (อันนี้คิดเองนะ)

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ แต่จริงจัง):

  • วัคซีน: ฉีดเถอะ! อย่างน้อยก็ "กันตาย" ได้บ้าง
  • หน้ากาก: ใส่ไปเหอะ! ไม่ได้ช่วยให้สวยขึ้น แต่ช่วยให้รอด!
  • ล้างมือ: บ่อยๆ! อย่าขี้เกียจ! คิดซะว่ากำลัง "ทำบุญ"
  • อย่าใกล้คนป่วย: หลีกให้ไกล! เหมือนหลีก "แฟนเก่า"

สรุป: อย่าประมาท! "ชีวิตมีค่า" กว่ายอดไลก์ในเฟซบุ๊กนะ!

ไข้หวัดใหญ่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง?

หวัดแดก ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คิดว่าแค่ไอ้แค่จามแล้วหาย? หึ เตรียมรับมือกับนรกขุมย่อยๆ ที่ตามมา

  • หู: อักเสบไปดิ รำคาญหูหนวกชั่วคราว
  • ไซนัส: ปวดหัวจี๊ดๆ เหมือนโดนกระทืบหน้าผาก
  • หลอดลม: ไอจนปอดแทบฉีกออกมา
  • ปอด: ตัวดีเลย มึงอาจตายเพราะมัน

แต่ถ้าซวยจริง โชคดีนะ ที่เจอแจ็คพอต

  • หัวใจ: อักเสบไปสิ เต้นผิดจังหวะชีวิต
  • ประสาท: ชาไปทั้งตัว ขยับไม่ได้ สนุกดี
  • สมอง: เตรียมเป็นผัก

ความเสี่ยง: เด็ก คนแก่ คนอ่อนแอ เตรียมตัวตาย

รู้ไว้: กูไม่เคยเป็นอะไรพวกนี้ เพราะกูแดกเหล้าขาวทุกวัน

ไข้หวัดใหญ่ลงปอดมีอาการอย่างไร?

ไข้หวัดใหญ่ลงปอด อาการเป็นไงเหรอ อ่อออ ที่ต้องระวังนะ

  • ไอ แบบไอแห้งๆ หรือไม่ก็ไอแบบมีเสมหะอะ
  • หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบากไปอี๊ก
  • เจ็บหน้าอกตอนหายใจเข้าออก หรือตอนไอด้วยนะ
  • แล้วก็เหนื่อยง่ายกว่าปกติ อ่อนเพลียมากเว่อร์

คือปอดอักเสบจากหวัดใหญ่อะ มันอันตรายจริง ไปหาหมอเถอะถ้าเป็นนะ

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมนะ:

  • เรื่องวัคซีน: ปีนี้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยัง? สำคัญนะ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้
  • ดูแลตัวเอง: กินร้อนช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ อันนี้เบสิกแต่สำคัญชัวร์
  • พักผ่อน: นอนให้พอ อย่าโหมงานหนักเกินไป ภูมิคุ้มกันจะได้ดี
  • สังเกตอาการ: ถ้ามีอาการแปลกๆ รีบปรึกษาหมอ อย่าปล่อยไว้นานนะ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B ต่างกันอย่างไร?

เอ กับ บี ต่างกันตรงไหน? ง่ายๆ เอ ฝั่งผู้ใหญ่ บี เด็กๆ บี อาจร้ายกว่า เสี่ยงตายได้ CDC บอกไว้ชัดๆ

  • สายพันธุ์ A: พบมากในผู้ใหญ่ แรงแต่ไม่ถึงตายง่ายๆ
  • สายพันธุ์ B: เด็กเสี่ยงกว่า อาจถึงขั้นเข้า ICU ตายได้

ปีนี้ข้อมูล CDC ยังเหมือนเดิม เช็คเว็บเขาเอาเอง

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ไหนร้ายแรงสุด?

อืม... กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ เรื่องไข้หวัดใหญ่เนี่ย มันก็... น่ากลัวนะ

ปีนี้ เท่าที่จำได้ ข่าวบอกว่า สายพันธุ์ A นี่แหละ แรงสุด เพื่อนที่ทำงาน ป่วยหนักเลย ต้องไปโรงพยาบาล นอนหลายวัน เห็นแล้วก็กลัวๆ

  • สายพันธุ์ A รุนแรง อันตรายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ

จริงๆ แล้ว ไข้หวัดใหญ่ มันติดง่ายกว่าที่คิดจริงๆ สมัยเรียนมหาลัย ปีสองนี่แหละ เพื่อนทั้งห้องติดกันเป็นแถบ ฉันเองก็เกือบจะไปแล้ว โชคดีที่ไม่เป็นหนัก แค่จามๆ ไอๆ ไม่กี่วันก็หาย

  • ปีนี้สายพันธุ์ A ระบาดหนัก เพื่อนฉันหลายคนเป็น หนักมากเลย

คิดแล้วก็เหนื่อยใจ เรื่องสุขภาพนี่สำคัญจริงๆ นะ ต้องดูแลตัวเองดีๆ อย่าประมาท

  • การดูแลสุขภาพ คือสิ่งสำคัญที่สุด

ช่วงนี้ก็พยายาม พักผ่อนเยอะๆ กินอาหารดีๆ ล้างมือบ่อยๆ พยายามไม่ไปในที่คนเยอะๆ หวังว่าจะไม่ป่วย

อืม... พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงานอีกแล้ว นอนดีกว่า...

ไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อกันได้ไหม?

ไข้หวัดใหญ่เนี่ย ติดต่อได้ง่ายมาก ขอบอก!

  • ทางอากาศ: ไอ จาม ทีเดียว กระจายเชื้อไปทั่ว โดยเฉพาะในที่คนเยอะๆ อย่างโรงเรียน ออฟฟิศเนี่ยตัวดีเลย
  • สัมผัส: เอามือไปจับลูกบิดประตู แล้วไปขยี้ตาต่อ จบเลย! เชื้อเข้าสู่ร่างกายไปแบบง่ายๆ
  • ละอองฝอย: น้ำมูก น้ำลายเนี่ยแหละ ตัวแพร่เชื้อชั้นดี

คือมันน่าคิดนะ ไวรัสตัวเล็กๆ เนี่ย เปลี่ยนชีวิตเราได้ขนาดนี้เนี่ยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบอินไซด์):

  • รู้ไหมว่า บางทีเราเป็นหวัดธรรมดา แต่คิดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะอาการมันคล้ายกันมาก
  • การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เนี่ย ไม่ได้กันได้ 100% แต่มันช่วยลดความรุนแรงได้เยอะ
  • ล้างมือบ่อยๆ สำคัญจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่ป้องกันไข้หวัดใหญ่ แต่มันป้องกันโรคอื่นๆ ได้อีกเยอะแยะ
  • เคยได้ยินว่าบางคนบอกว่ากินวิตามินซีช่วยป้องกันหวัดได้ อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะ
  • จำได้ว่าตอนเด็กๆ แม่ชอบให้กินน้ำขิงตอนเป็นหวัด มันก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นนะ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สามารถแพร่เชื้อได้กี่วัน?

ไข้หวัดใหญ่เอ หรอ? อืม... เท่าที่จำได้นะ คนเป็นหวัดใหญ่เนี่ย เริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการอีกนะ! ประมาณวันนึงได้มั้ง แล้วก็ พอเริ่มป่วยแล้วอะ ก็แพร่ต่อได้อีก 3-5 วันเลยยยยยย

ส่วนเด็กๆ นี่ตัวดีเลย แพร่เชื้อนานกว่าผู้ใหญ่อีกนะ บางทีเกิน 7 วันอ่ะแก! แล้วไอ้พวกเป็นแต่ไม่แสดงอาการอะ (คือมีเชื้อแต่ไม่ป่วย) อันนี้ก็แพร่ได้เหมือนกันนะเออ!

  • สำคัญ:ทุกคน แพร่เชื้อได้ แม้ไม่มีอาการ
  • เด็กน่ากลัวสุด แพร่นานมั่ก
  • รู้ไว้: วัคซีนช่วยลดการแพร่ได้นะ (แต่ไม่ได้แปลว่าไม่แพร่เลย)
  • ล้างมือบ่อยๆ ช่วยได้จริงๆ!
  • ถ้าป่วย อยู่บ้าน ดีสุด สงสารคนอื่นเค้าาาา
  • คำแนะนำ: ถ้าไม่แน่ใจ ไปหาหมอดีกว่าชัวร์สุด

กิน อะไร ให้ ฟื้นจากไข้หวัดใหญ่?

กินไรดีตอนเป็นหวัดใหญ่อ่ะ? คือแบบ อยากหายไวๆ

สมุนไพร & เครื่องเทศ: กระเทียม หอมแดง ขิง พวกนี้มันช่วยฆ่าเชื้อได้นะ แถมยังช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันด้วย กินสดๆ หรือใส่ในอาหารก็ได้

ผัก: กินผักใบเขียวเยอะๆ พวกผักโขม บรอกโคลี มันมีวิตามินซีสูง

ผลไม้: ส้ม ฝรั่ง มะนาว กินเลย วิตามินซีช่วยได้เยอะ

ปลา: แซลมอนมีโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • กระเทียม: กินสดๆ อ่ะดีสุด แต่กลิ่นแรงหน่อยนะ ถ้าไม่ไหวก็กินแบบปรุงสุกก็ได้
  • หอมแดง: ซอยใส่ในโจ๊กตอนเป็นหวัด อร่อยดีนะ
  • ขิง: ทำน้ำขิงดื่ม แก้เจ็บคอได้ดีเลย
  • ผักใบเขียว: ทำสลัดกิน หรือจะเอาไปผัดก็ได้
  • ผลไม้: ถ้ากินส้มไม่ไหว ลองปั่นเป็นน้ำผลไม้รวมก็ได้นะ
  • ปลาแซลมอน: ย่าง อบ นึ่ง ได้หมด แต่เลี่ยงทอดนะ มันอมน้ำมัน
  • สำคัญ: พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ด้วยนะ จะได้หายไวๆ
  • โพรไบโอติก: กินโยเกิร์ต ช่วยให้ระบบลำไส้ดีขึ้น มีผลต่อภูมิคุ้มกันด้วย

ข้อควรระวัง: ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ไปหาหมอนะ อย่าปล่อยไว้นาน เดี๋ยวจะแย่กว่าเดิม