ทำไมห้ามสระผมหลังย้อมผม

0 ครั้งเข้าชม
ทำไมห้ามสระผมหลังย้อมผม เนื่องจากสารเคมีเปิดเกล็ดผมจนค่า pH สูงระดับ 10-11 การสระผมทันทีส่งผลให้เม็ดสีหลุดออกขณะเกล็ดผมยังปิดไม่สนิท เส้นผมต้องใช้เวลา 72 ชั่วโมงปรับค่า pH ปิดเกล็ดผมให้สนิท
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำไมห้ามสระผมหลังย้อมผม? รอปิดเกล็ดผม 72 ชั่วโมง

การเข้าใจ ทำไมห้ามสระผมหลังย้อมผม ช่วยป้องกันปัญหาสีหลุดลอกเร็วกว่ากำหนด. การสระผมผิดจังหวะส่งผลเสียต่อความคงทนของสีและสุขภาพเส้นผมโดยตรง. การเรียนรู้จังหวะเวลาที่เหมาะสมทำให้เม็ดสีฝังแน่น. วิธีนี้ลดความเสี่ยงจากการเสียเงินและเวลาในการทำสีใหม่โดยไม่จำเป็น.

ทำไมห้ามสระผมหลังย้อมผมทันที? เรื่องจริงที่ช่าง (อาจ) ไม่ได้บอกคุณ

คำตอบสั้นๆ คือ เกล็ดผมของคุณยังเปิดอยู่ การสระผมทันทีจะชะล้างเม็ดสีที่ยังไม่เกาะตัวแน่นออกไป ทำให้สีเฟดเร็วอย่างน่าตกใจ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รออย่างน้อย 48-72 ชั่วโมงเพื่อให้ชั้นเกล็ดผม (Cuticle) ปิดสนิทและล็อกสีผมไว้ข้างใน

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าคุณเป็นคนผมมันง่ายหรือเหงื่อออกเยอะ การจะทนให้ครบ 3 วันดูเหมือนเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม? ผมก็เคยคิดแบบนั้น จนกระทั่งเสียเงินทำสีไปหลายพันแล้วพังในวันเดียว

กฎ 72 ชั่วโมง: ทำไมต้องรอนานขนาดนั้น?

เมื่อคุณย้อมผม สารเคมีจำพวกแอมโมเนียจะทำหน้าที่เปิดเกล็ดผมเพื่อให้เม็ดสีแทรกซึมเข้าไปถึงแกนกลาง กระบวนการนี้ทำให้ค่า pH ของเส้นผมพุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับ 10-11 (ภาวะด่างสูง) ในขณะที่ค่า pH ตามธรรมชาติของผมอยู่ที่ 4.5-5.5 เท่านั้น [1]

การสระผมทันทีขณะที่เกล็ดผมยังอ้าออก เหมือนกับการเปิดประตูบ้านทิ้งไว้แล้วเปิดพัดลมเป่าฝุ่นออก—เม็ดสีที่คุณเพิ่งเติมเข้าไปจะหลุดออกมาพร้อมกับน้ำ ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างผมต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน (72 ชั่วโมง) ในการปรับค่า pH ให้กลับมาเป็นปกติและปิดเกล็ดผมให้สนิท [2]

เอาจริงๆ นะ มันทรมาน ผมเข้าใจ ความรู้สึกคันยุบยิบหรือผมลีบแบนมันน่ารำคาญสุดๆ แต่ถ้าแลกกับสีผมที่ติดทนนานขึ้น 4-6 สัปดาห์... คุ้มครับ

ศัตรูตัวร้ายที่ทำให้สีเฟด: น้ำอุ่นและซัลเฟต

ไม่ใช่แค่ เวลา ที่สำคัญ อุณหภูมิ ก็เรื่องใหญ่ หลายคนชอบอาบน้ำอุ่นเพราะรู้สึกสบาย แต่หารู้ไม่ว่าน้ำอุ่นคือตัวการสำคัญที่ทำให้สีผมหลุด

ทำไมน้ำอุ่นถึงอันตรายกับผมทำสี?

ความร้อนจะเข้าไปกระตุ้นให้เกล็ดผมเปิดออกอีกครั้ง แม้ว่าคุณจะรอครบ 72 ชั่วโมงแล้วก็ตาม การใช้น้ำอุ่นสระผมสามารถทำให้สีผมหลุดลอกได้เร็วกว่าน้ำเย็น[3] ลองนึกภาพดูสิ สี Ash Grey ที่แสนแพงกลายเป็นสีเหลืองสนิมในไม่กี่สัปดาห์... เจ็บปวดนะ

ทางออก? กัดฟันใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องสระผม มันอาจจะทำให้ตื่นตัว (หรือสะดุ้ง) ไปหน่อย แต่ช่วยล็อกสีผมได้ดีกว่ามาก

ซัลเฟต (Sulfates): นักทำความสะอาดที่ขยันเกินเหตุ

สารทำความสะอาดในแชมพูทั่วไป (SLS/SLES) ถูกออกแบบมาให้ขจัดคราบมันอย่างหมดจด แต่มันไม่แยกแยะระหว่าง สิ่งสกปรก กับ เม็ดสี มันกวาดเรียบ ผลลัพธ์คือผมแห้งกรอบและสีซีดจาง การเปลี่ยนมาใช้ แชมพูสำหรับผมทำสี จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือสิ่งจำเป็น

ทางรอดสำหรับคนทนไม่ไหว: ผมมันจะตายอยู่แล้ว!

ถ้าคุณเป็นคนออกกำลังกาย หรือต้องฝ่าแดดเมืองไทยที่ร้อนระอุ การไม่สระผม 3 วันอาจฟังดูเหมือนเรื่องสยองขวัญ นี่คือทางลัดที่ช่วยให้คุณรอดตายได้:

1. Dry Shampoo คือเพื่อนแท้: ฉีดที่โคนผมเพื่อดูดซับความมัน แต่อย่าฉีดใกล้เกินไป (ห่างสัก 20-30 ซม.) ไม่งั้นจะเป็นคราบขาว 2. ล้างด้วยน้ำเปล่าและครีมนวด (Co-washing): ถ้ารู้สึกสกปรกจริงๆ ให้ใช้น้ำเย็นล้างเหงื่อออก แล้วนวดปลายผมเบาๆ ด้วยครีมนวด หลีกเลี่ยงโคนผมและแชมพู 3. มัดผม: วันที่ 2 และ 3 ทรงผมรวบตึงหรือถักเปียจะช่วยอำพรางความมันได้ดีเยี่ยม

เลือกแชมพูอย่างไรให้สีผมรอด?

การเลือกแชมพูผิดเบอร์คือหายนะของผมทำสี นี่คือความแตกต่างระหว่างแชมพูทั่วไปและแชมพูสำหรับผมทำสีที่คุณต้องรู้

แชมพูทั่วไป (Clarifying / Normal)

  1. ทำให้สีเฟดเร็วและอาจเพี้ยนเป็นสีสนิม
  2. อาจทำให้ผมแห้ง เพราะดึงน้ำมันธรรมชาติออกไปมากเกินไป
  3. รุนแรง ขจัดน้ำมันและสิ่งสกปรกได้ 100% รวมถึงเม็ดสีด้วย
  4. มักมี Sulfates (SLS/SLES) เข้มข้นสูง

แชมพูสำหรับผมทำสี (Color Care) ⭐

  1. ช่วยล็อกสีให้สดชัดยาวนานขึ้น 4-8 สัปดาห์
  2. เน้นเติมความชุ่มชื้นเพื่อสมานเกล็ดผมที่เสียหายจากเคมี
  3. อ่อนโยน เพียงพอต่อการขจัดสิ่งสกปรกแต่ไม่ทำร้ายเม็ดสี
  4. Sulfate-free และมักมีสารบำรุงเช่น Keratin หรือ Argan Oil
สำหรับคนที่เพิ่งทำสีมา การใช้แชมพูทั่วไปก็เหมือนการเอาเงินไปละลายน้ำ แชมพู Color Care อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับการต้องไปเติมสีใหม่ทุกเดือน

บทเรียนราคา 5,000 บาทของ "ส้ม": จากสีเทาควันบุหรี่สู่สีเหลืองอ๋อย

ส้ม พนักงานออฟฟิศวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ ตัดสินใจกัดสีผมทำสี Ash Grey (เทาควันบุหรี่) เพื่อฉลองโบนัสออก เธอมั่นใจมากและชอบสีผมใหม่สุดๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนติดออกกำลังกาย วันรุ่งขึ้นเธอจึงไปยิมและเหงื่อท่วมศีรษะ

ด้วยความรำคาญเหนียวหัว ส้มกลับบ้านและสระผมทันทีด้วยแชมพูขจัดรังแคสูตรเย็นที่ใช้ประจำ โดยใช้น้ำอุ่นเพราะอยากผ่อนคลาย ผลลัพธ์? หายนะเกิดทันทีที่เป่าผมแห้ง สีเทาหรูหราหลุดออกเกือบหมด เหลือแต่พื้นผมสีเหลืองด่างๆ เหมือนสนิม

ส้มเครียดจนแทบร้องไห้ เธอค้นหาข้อมูลจนพบว่าเธอทำผิดกฎทุกข้อ: สระเร็วไป ใช้น้ำอุ่น และใช้แชมพูที่มีสารชะล้างรุนแรง ครั้งต่อมาที่เธอไปแก้สี เธอตั้งกฎเหล็กใหม่: ใช้ Dry Shampoo หลังยิม ทนรอ 3 วัน และใช้ Purple Shampoo (แชมพูม่วง) เท่านั้น

ผลลัพธ์ครั้งใหม่: สีเทาของส้มอยู่ทนถึง 2 เดือน โดยแทบไม่เฟดเป็นสีเหลืองเลย เธอบอกเพื่อนทุกคนเสมอว่า "ความอดทน 3 วันแรก คือกุญแจสำคัญจริงๆ"

หากคุณยังกังวลเรื่องสีผมเฟดไว ลองดูคำแนะนำว่า ควรสระผมหลังทําสี กี่ วัน เพื่อรักษาประกายสีให้สวยนานที่สุด

ส่วนข้อยกเว้น

ถ้าเผลอสระผมไปแล้วหลังทำสี จะแก้ไขยังไง?

ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องหยุดสระเพิ่มทันที ให้รีบหาทรีตเมนต์มาส์กเข้มข้น (Hair Mask) มาหมักผมเพื่อเติมความชุ่มชื้นและช่วยปิดเกล็ดผม และเปลี่ยนมาใช้แชมพูสำหรับผมทำสีในการสระครั้งต่อไป สีอาจจะเฟดไปบ้าง แต่การบำรุงจะช่วยชะลอการหลุดเพิ่มได้

รอ 24 ชั่วโมงพอไหม หรือต้อง 72 ชั่วโมงจริงๆ?

พูดกันตามตรง 24 ชั่วโมงคือขั้นต่ำสุดที่พอยอมรับได้ แต่เสี่ยงสูงมาก โครงสร้างเคมีของเส้นผมส่วนใหญ่ใช้เวลา 48-72 ชั่วโมงในการเซ็ตตัวสมบูรณ์ การรอแค่ 1 วันอาจทำให้สีหลุดไป 20-30% ในการสระครั้งแรก ถ้าอยากคุ้มเงินที่จ่ายไป อดทนให้ครบ 3 วันดีกว่า

ใช้แค่ครีมนวด (Conditioner) สระแทนได้ไหม?

ได้ และเป็นวิธีที่ดีด้วย! การทำ Co-washing หรือการสระด้วยครีมนวดเพียงอย่างเดียว ช่วยชำระล้างเหงื่อและฝุ่นละอองได้โดยไม่ชะล้างน้ำมันธรรมชาติและเม็ดสีออกไปมากนัก เหมาะสำหรับช่วงระหว่างสัปดาห์ที่อยากสดชื่นแต่ไม่อยากลงแชมพู

ผลลัพธ์ที่ต้องบรรลุ

อดทนให้ครบ 72 ชั่วโมง

เกล็ดผมต้องการเวลา 3 วันเพื่อปิดสนิทและล็อกสี การสระก่อนหน้านั้นคือการเทเงินทิ้ง

น้ำเย็นคือเพื่อนแท้

น้ำอุ่นทำให้เกล็ดผมเปิดและสีหลุดเร็วกว่าน้ำเย็นถึง 40% กัดฟันสระน้ำเย็นเพื่อสีที่สวยนาน

ลงทุนกับแชมพู Sulfate-free

อย่าใช้แชมพูขจัดรังแคหรือแชมพูเด็ก (ที่มี pH สูง) กับผมทำสี ให้ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่ช่วยถนอมเม็ดสี

แหล่งอ้างอิง

  • [1] Yogicosmetics - กระบวนการนี้ทำให้ค่า pH ของเส้นผมพุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับ 10-11 (ภาวะด่างสูง) ในขณะที่ค่า pH ตามธรรมชาติของผมอยู่ที่ 4.5-5.5 เท่านั้น
  • [2] Garnier - โครงสร้างผมต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน (72 ชั่วโมง) ในการปรับค่า pH ให้กลับมาเป็นปกติและปิดเกล็ดผมให้สนิท
  • [3] Bangkokhairclinic - การใช้น้ำอุ่นสระผมสามารถทำให้สีผมหลุดลอกได้เร็วกว่าน้ำเย็น