Zinc ทำให้สิวขึ้นไหม

64 ครั้งเข้าชม
ซิงค์กับสิว: ความเข้าใจที่ถูกต้องซิงค์ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้สิวขึ้น แต่เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลปัญหาสิวได้ถึง 4 กลไกหลัก ลดการอักเสบ: ช่วยลดรอยแดงและการระคายเคืองที่เกิดจากสิว ควบคุมความมัน: ชะลอการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ต้านเชื้อแบคทีเรีย: ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ P. acnes ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ สมานแผล: ส่งเสริมกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้รอยสิวหายเร็วขึ้น ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับสิว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สังกะสี (Zinc) ส่งผลต่อการเกิดสิวหรือไม่?

เคยสงสัยมั้ยว่าไอ้เจ้าสังกะสีเนี่ย มันเกี่ยวอะไรกับสิวเรากันแน่. ฉันเองก็เคยเป็นแบบนั้นนะ. ตอนที่สิวบุกหนักๆ ช่วงมหา'ลัยใหม่ๆ ที่หอในย่านบางซื่ออะ. ราคาตอนนั้นก็ยังไม่แพงเท่าไหร่นะ.

พอไปหาหมอผิวหนัง เขาอธิบายให้ฟังแบบบ้านๆ เลยนะ. สังกะสีเนี่ย ไม่ใช่ยาที่ฆ่าเชื้อสิวให้หายไปเลยซะทีเดียวนะ. มันเหมือนเป็นตัวช่วยมากกว่า. เหมือนมีเพื่อนมาช่วยซัพพอร์ตให้ผิวเราแข็งแรงขึ้น.

อย่างแรกเลยนะ มันช่วยลดการอักเสบได้. เวลาสิวเราแดงๆ นูนๆ ขึ้นมาน่ารำคาญอะ, ซิงค์นี่แหละตัวช่วยดี. สังเกตตอนกินซิงค์ไปสักพัก หน้าจะดูไม่ค่อยแดงๆ ระคายเคืองง่ายเท่าเดิม.

อีกอย่างที่ฉันสังเกตได้ชัดเลยคือ มันช่วยควบคุมความมัน. สมัยก่อนหน้าฉันจะมันเยิ้มตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงบ่ายๆ ที่ต้องนั่งเรียน. พอได้ซิงค์เข้าไปเหมือนมันช่วยให้สมดุลความมันบนหน้าดีขึ้น.

มันยังช่วยเรื่องสมานแผลด้วยนะ. เวลาสิวแตกไปแล้วเป็นรอยดำๆ หรือเป็นหลุมเล็กๆ อันนี้ซิงค์ก็มีส่วนช่วยให้ผิวเราฟื้นฟูได้ดีขึ้น.

แล้วก็อีกเรื่องนึงที่เขาว่ากันนะ คือซิงค์อาจจะช่วยลดการผลิตฮอร์โมนบางตัวที่กระตุ้นให้เกิดสิวน่ะ. อันนี้ฉันก็ไม่แน่ใจเป๊ะๆ หรอกนะ แต่มันก็น่าจะเป็นไปได้.

คือสรุปนะ สังกะสีมันไม่ได้ทำให้สิวหายวับไปเลยนะ. แต่มันช่วยให้การจัดการกับสิวของเรามันง่ายขึ้น. เหมือนเรามีเกราะป้องกันที่ดีขึ้น.

ตอนนั้นฉันซื้ออาหารเสริมซิงค์มากินนะ. จำได้ว่าตอนเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ร้านขายยาแถวบ้าน. ก็เห็นผลนะ. แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนด้วยแหละ. แต่โดยรวมแล้วมันดีกับผิวหน้าฉันมากจริงๆ.

กิน zinc มีผลข้างเคียงไหม

กินซิงค์มีผลข้างเคียงไหม? ฉันว่ามีแน่นอนถ้ากินเกิน ฉันเคยนะไม่ใช่ซิงค์ แต่เป็นอะไรที่คล้ายกันเลย มันพะอืดพะอมขึ้นมาจริงๆ เช้าวันจันทร์ที่แล้ว ที่โต๊ะทำงาน ตอนกำลังเช็กอีเมล อยู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบายท้อง

ตอนนั้นกินอาหารเสริมตัวอื่นเกินโดสไปหน่อย ตอนแรกคิดว่าไม่เป็นไรหรอกมั้ง แต่พอผ่านไปสักพักมันเริ่มปวดจี๊ดๆ ลำไส้มันประท้วงเลย หน้าซีดไปเลยอ่ะ

จากประสบการณ์ตรง เรื่องซิงค์นี่ก็เหมือนกันเลย ถ้ากินพอดีๆ ก็ช่วยนะ แต่ถ้ามากไป มันจะเกิดเรื่อง มันมีผลกับร่างกายจริงๆ นะ อันนี้ต้องระวัง

ฉันเคยไปถามเภสัชกรที่ร้านยาตรงปากซอยบ้านเมื่อเดือนที่แล้ว เขาบอกชัดเลยว่าปริมาณซิงค์ที่แนะนำคือ 8-11 มิลลิกรัมต่อวัน แค่นั้นก็พอแล้ว

แต่ถ้ากินไปถึง 40 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกินกว่านั้นขึ้นไปนี่แหละ ปัญหามันจะมา ทั้งคลื่นไส้ ปวดท้องหนักๆ บางทีก็เวียนหัวด้วยซ้ำ มันรบกวนร่างกายไปหมด

บางทีมันก็ไปแย่งการดูดซึมแร่ธาตุตัวอื่นด้วยนะ อย่างทองแดงหรือเหล็ก ทำให้ร่างกายขาดสมดุลอีก ฉันจำได้เขาพูดเรื่องนี้ตอนนั้นแหละ หน้าซีดเลยตอนฟัง

  • ปริมาณที่แนะนำ: ซิงค์ 8-11 มก./วัน
  • ความเสี่ยงสูง: หากได้รับเกิน 40 มก./วัน
  • ผลข้างเคียง: คลื่นไส้ ปวดท้อง เวียนหัว
  • ผลกระทบอื่นๆ: ขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด (เช่น ทองแดง เหล็ก)

Zinc ไม่เหมาะกับใคร

เรื่อง zinc เนี่ยนะ ตอนแรกก็เห็นเค้าฮิตกันจังเรื่องเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิว ผม โอ้ย สารพัดประโยชน์ เลยไปซื้อมากินบ้าง กะจะแบบว่าเสริมหล่อซะหน่อย เดินเข้าไปร้านขายยาตรงปากซอยลาดพร้าว 101 ตอนนั้นช่วงปลายปีที่แล้ว อากาศเริ่มเย็นๆ เป็นหวัดง่าย

กินไปได้สักพัก... เอ๊ะ ทำไมยาลดความดันที่กินประจำมันแปลกๆ ความดันมันสวิงๆ มึนหัวบ่อยมาก ตอนแรกก็นึกว่าพักผ่อนน้อย เครียดเรื่องงานตามปกติ

จนกระทั่งไปหาหมอตามนัดที่โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 หมอซักประวัติยาที่กินทั้งหมด ละเอียดยิบเลย เราก็บอกไปว่ากิน zinc เสริมด้วย หมอทำหน้าแบบ... อ๋ออออ เลยทันที

หมอบอกว่า Zinc มันไปตีกับยาบางตัว โดยเฉพาะยาลดความดันที่ผมกินอยู่เนี่ย มันไปขวางการดูดซึมยา ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ มิน่าล่ะ ความดันถึงแกว่งขนาดนี้ โคตรเซ็งเลย เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ

คือมันไม่ได้แย่กับทุกคนนะ แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวอย่างผมเนี่ย ต้องระวังมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ใช่แค่ซื้อตามกระแสแล้วจะดีเสมอไป บทเรียนราคาแพงเลย ต้องกลับมาปรับยาใหม่วุ่นวายไปหมด ตอนนี้คือจะกินวิตามินอะไรเพิ่ม ต้องเอาไปให้หมอดูก่อนตลอด ไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว

ส่วนใครที่ควรงดหรือระวังเป็นพิเศษก็ตามนี้เลย

  • คนที่มีโรคประจำตัวและกินยาประจำ โดยเฉพาะกลุ่มยาลดความดัน ยาปฏิชีวนะบางตัว ยาแก้ปวด คือมันไม่ใช่แค่ไม่เห็นผล แต่มันไปกวนยาหลักที่เราต้องกินเพื่อรักษาโรค อันตรายมากนะ
  • คนที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมทองแดง เพราะ Zinc ในปริมาณสูงจะไปขัดขวางการดูดซึมทองแดง ทำให้เกิดภาวะขาดทองแดงได้ อันนี้ก็ซีเรียสเหมือนกัน
  • ผู้ที่แพ้ Zinc อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว กินเข้าไปอาจมีผื่นขึ้น คลื่นไส้ หรืออาการแพ้หนักๆ ได้
  • ยาที่สังกะสี (Zinc) อาจทำปฏิกิริยาด้วย
    • ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Quinolone และ Tetracycline สังกะสีจะลดการดูดซึมยา ทำให้ยาฆ่าเชื้อไม่ได้ผล
    • ยาขับปัสสาวะกลุ่ม Thiazide ยานี้จะทำให้ร่างกายขับสังกะสีออกทางปัสสาวะมากขึ้น
    • ยารักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Penicillamine) สังกะสีจะไปลดความสามารถในการดูดซึมและประสิทธิภาพของยาตัวนี้

ย้ำเลยว่าถ้ากินยาอะไรอยู่เป็นประจำ ก่อนจะซื้อวิตามินเสริมตัวไหนมากิน ถามหมอหรือเภสัชกรก่อนเท่านั้น ปลอดภัยที่สุด อย่าหาทำแบบผม มันไม่คุ้มเลยจริงๆ

กินzinc ยังไงให้ปลอดภัย

กินซิงค์ยังไงให้ปลอดภัยน่ะเหรอ! ถ้ามาจากอาหารน่ะ ปลอดภัยหายห่วงชัวร์ๆ เหมือนมีประกันชีวิตติดตัวเลยคุณเอ๊ย! แต่ถ้าคุณดันมีประวัติแพ้อาหารอะไรขึ้นมานะ เช่น แพ้หอยนางรมตัวใหญ่ๆ ก็อย่าเผลอไปกินเข้าล่ะ เดี๋ยวหน้าจะบวมตุ่ยเหมือนโดนผึ้งรุมยำสิบตัว! ส่วนเรื่องอาหารเสริมซิงค์นะ อย่าห้าวเป้งเด็ดขาด! ต้องปรึกษาหมอหรือเภสัชก่อนเสมอ ย้ำว่าเสมอ! โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวเป็นคลังแสง กำลังกินยาอื่นอยู่เป็นกระบุง หรือคุณแม่ที่กำลังท้อง กำลังให้นมลูกอ่อนๆ อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่งั้นเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แบบไม่รู้ตัว!

นี่ๆ ยังไม่พอหรอกนะ มีเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับซิงค์อีกเยอะแยะเลยล่ะเธอ! เหมือนคู่มือการใช้ชีวิตนั่นแหละ อ่านซะจะได้ไม่พลาด!

  • แหล่งซิงค์ตามธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ: ส่วนมากก็เจอใน หอยนางรม นั่นแหละตัวพ่อ! รองลงมาก็เนื้อวัว เนื้อหมู ถั่ว ธัญพืชบางชนิด ไข่ นม ชีส คือมันมีอยู่ทั่วไปนั่นแหละ ไม่ต้องวิ่งไปหาที่ไหนไกลหรอก!
  • กินเท่าไหร่ถึงจะดี (สำหรับปีนี้ 2567 นะ): ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ควรจะซัดไปวันละประมาณ 11 มิลลิกรัม ส่วนผู้หญิงก็ราวๆ 8 มิลลิกรัม พอดีๆ ไม่ต้องเยอะแยะมากมาย ไม่ได้จะไปแบกหามอะไร! มากกว่านี้ก็เกินความจำเป็น!
  • ถ้าขาดซิงค์ มันจะงอแงยังไง: อาการนะเหรอ? ก็ผมร่วงเป็นหย่อมๆ เหมือนโดนปลวกกิน หน้าโทรม ผิวพรรณไม่สดใส แผลหายช้า หรือบางทีก็กินอะไรไม่ค่อยอร่อยนี่แหละ! ภูมิคุ้มกันก็จะตกวูบ ป่วยง่ายยังกะโดนสาป!
  • กินซิงค์มากไปก็ไม่ดีนะจะบอกให้: อันนี้แหละตัวดี! ถ้ากินเกินขนาดนะ อาจจะคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย บางคนก็เวียนหัว มึนตึ๊บไปเลยก็มี ที่ร้ายกว่านั้นคือมันไปกวนการดูดซึมทองแดง ทำให้ธาตุทองแดงในร่างกายเรามีปัญหาได้นะ! โหดกว่าที่คิดเยอะ!
  • ข้อควรระวังเพิ่มเติม ที่โคตรสำคัญ:
    • ยาบางชนิดไม่ถูกกับซิงค์นะ: เช่น ยาปฏิชีวนะบางตัว ยาขับปัสสาวะ หรือยาที่ใช้รักษาโรคข้ออักเสบ ต้องปรึกษาหมอก่อนกินเสริมซิงค์เด็ดขาด ไม่งั้นจะพังทั้งคู่ เหมือนรถชนกันกลางสี่แยก!
    • อย่ากินพร้อมกับพวกธาตุเหล็กเยอะๆ: เพราะมันจะแย่งกันดูดซึม! แนะนำให้เว้นระยะห่างซัก 2-3 ชั่วโมงนะ จะได้ดูดซึมได้เต็มที่ทั้งคู่ ไม่ต้องมาแย่งกัน!
    • คนที่เป็นโรคไต โรคตับ: หรือมีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาหมอให้ละเอียดก่อนกินซิงค์เสริมนะ ไม่ใช่จะกินตามกระแสไปหมด เดี๋ยวร่างกายจะรับไม่ไหวเอา!

Zinc ห้ามกินคู่กับอะไร

สังกะสี... อืม... มันเป็นเรื่องของเวลา กับอาหารที่เรากินเข้าไปนะ กลางคืนแบบนี้ ความคิดมันก็ลอยไปเรื่อย ถ้าจะกินสังกะสี จริงๆ มันควรกินตอนท้องว่าง แบบว่า... กินก่อนอาหารสักชั่วโมง หรือหลังอาหารไปแล้วสองชั่วโมง อะไรประมาณนั้น แต่มันมีสิ่งที่ต้องระวัง ที่สำคัญเลยคือ ห้ามกินคู่กับแคลเซียม แล้วก็ธาตุเหล็ก นะ สองอย่างนี้ มันจะตีกัน ทำให้ร่างกายดูดซึมสังกะสีได้ไม่ดีเท่าที่ควร มันก็เหมือนเราพยายามจะใส่ของสองอย่างเข้าไปในที่เดียวกัน แต่มันแน่นเกินไป จนของอย่างหนึ่งมันล้นออกมา ไม่เข้าที่เข้าทาง แค่นั้นแหละ ไม่ซับซ้อนอะไรมาก แต่มันก็สำคัญ ถ้าอยากให้มันได้ผลเต็มที่ ก็ตามนี้ คืนนี้ก็คิดวนอยู่แค่นี้แหละ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • แคลเซียม: ธาตุแคลเซียม มีบทบาทสำคัญต่อกระดูกและฟัน เมื่อกินพร้อมสังกะสี มันจะเกิดการแข่งขันกันในการดูดซึม ส่งผลให้ระดับสังกะสีในร่างกายลดลง.

  • ธาตุเหล็ก: เช่นเดียวกับแคลเซียม ธาตุเหล็ก ที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ก็สามารถขัดขวางการดูดซึมสังกะสีได้ หากรับประทานพร้อมกัน.

  • เวลาที่เหมาะสม: การกินสังกะสี ในช่วงเวลาห่างจากมื้ออาหาร ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลัง จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด.

Zinc กินต่อเนื่องได้กี่เดือน

ซิงค์กินต่อเนื่อง? 6 เดือน คือคำตอบ. สำหรับ ภาวะขาดสังกะสีไม่รุนแรง ให้กิน 2-3 เท่า RDA/วัน ส่วน ภาวะขาดสังกะสีรุนแรง ก็อัดไป 4-5 เท่า RDA/วัน. ระยะเวลาเท่ากัน 6 เดือน. จำไว้.

  • ซิงค์ มันมีดีกว่าที่คิด. ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน, แผลหายเร็ว, การเติบโตของเซลล์. แค่นี้ก็คุ้มแล้ว.
  • จะกิน? กินพร้อมอาหาร ช่วยลดคลื่นไส้. อย่าไปผสมกับเหล็กหรือแคลเซียม มันแย่งกันดูดซึม.
  • ข้อควรระวังสำคัญ: เกินโดสเมื่อไหร่ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน โคตรแย่. ยาบางตัวมันก็ตีกับซิงค์ ปรึกษาหมอซะ.

ดูยังไงว่าร่างกายขาดซิงค์

อาการขาดซิงค์:

  • ท้องเสีย.
  • ภูมิต้านทานต่ำ.
  • ผมร่วง.
  • รับรส/กลิ่นเพี้ยน.
  • ผิวแห้ง.
  • มีบุตรยาก.
  • แผลหายช้า.
  • น้ำหนักลด.

ซิงค์มีประโยชน์:

  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน.
  • ช่วยการเจริญเติบโตของเซลล์.
  • เร่งการสมานแผล.
  • ปรับสมดุลการรับรสและกลิ่น.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: แตกต่างกันไปตามเพศและวัย โดยทั่วไปผู้ชายต้องการมากกว่าผู้หญิง.
  • แหล่งอาหาร: เนื้อสัตว์, หอยนางรม, ถั่ว, เมล็ดพืช, ผลิตภัณฑ์จากนม.
  • การดูดซึม: อาจลดลงเมื่อรับประทานพร้อมใยอาหารสูงหรือไฟเตต.
  • ภาวะขาดรุนแรง: ส่งผลกระทบต่อการแบ่งตัวของเซลล์อย่างมีนัยสำคัญ.