กันแดด SPF 50 PA อยู่ได้กี่ชั่วโมง
คำถาม?
เอ้อ เรื่องกันแดดนี่นะ ฉันเองก็เคยคิดว่า SPF 50 มันต้องดีสุดๆ แล้ว ใช้ทีเดียวน่าจะอยู่ได้ทั้งวันเลยรึเปล่า ตอนไปเที่ยวเกาะกูด เดือนมีนาคมปีที่แล้วนั่นแหละ ลงเรือไปดำน้ำตั้งแต่เช้า ทาไปรอบนึงนะตอนประมาณแปดโมง คือมันก็พอจะกันแดดได้สักสองชั่วโมงแรกๆ มั้งนะ
แต่พอขึ้นมาพักกินข้าวตอนเที่ยงนะ ตัวเริ่มแดงๆ แล้วอ่ะ คือฉันก็เพิ่งจะรู้จริงๆ จังๆ ว่าไอ้เรื่องเหงื่อออกเยอะๆ นี่แหละตัวดีเลย ยิ่งตอนนั้นเดินขึ้นเขาไปดูน้ำตก คือเหงื่อไหลเป็นทาง ยิ่งเล่นน้ำทะเลไปอีกนะ กันแดดที่ทาไปตอนเช้ามันก็คงหลุดไปกับน้ำนั่นแหละ พอคิดดูมันก็สมเหตุสมผลอยู่
จริงๆ แล้วก็คือต้องทาซ้ำบ่อยๆ นั่นแหละ เขาบอกว่าทุกๆ สองชั่วโมงมันก็คงดีที่สุดนะ ยิ่งถ้าวันไหนเราลุยๆ หน่อยแบบเดินป่าตอนไปเชียงใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคม หรือลงทะเลบ่อยๆ แบบทริปเกาะพีพีเมื่อสองปีก่อนนะ คือพอขึ้นจากน้ำมาตัวแห้งปุ๊บก็ต้องหยิบมาทาใหม่เลย ค่าครีมกันแดดที่ซื้อมาหลอดละประมาณ 550 บาทมันจะได้ไม่เสียเปล่าไง
SPF 50 PA คืออะไร
โอ๊ยยยยยย คิดถึงตอนไปภูเก็ตเมื่อปีก่อนแล้วยังแสบไม่หาย แดดตรงหาดป่าตองบ่ายสองนี่มันโหดจริง ไม่ได้เตรียมตัวดีๆ เลย ทากันแดดนะแต่ SPF แค่ 30 แถมไม่ได้ดู PA เลย ผิวไหม้แดงเป็นกุ้งต้มเลยวันนั้น ทรมานสุดๆ แสบจนนอนไม่หลับ เสียใจมากที่ละเลยผิวตัวเองแบบนั้น
พอเข็ดแล้วเลยหันมาดูครีมกันแดดแบบจริงจัง ตอนนี้เจอแต่คำว่า SPF 50 PA++++ เต็มไปหมด เลยต้องไปหาข้อมูลเลยว่ามันหมายความว่าอะไรกันแน่ สรุปง่ายๆ เลยนะ ครีมกันแดดที่ระบุ SPF 50 PA++++ คือมันสามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 98% และปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่าผิวปกติถึง 8 เท่า มันคือสุดยอดการป้องกันเลยจริงๆ
รู้สึกโง่มากตอนนั้นที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ถ้าทาแบบนี้ไปตั้งแต่แรกผิวฉันคงไม่แย่ขนาดนี้ กู้คืนแทบตายเลย กว่าจะกลับมาดีขึ้นได้ ตอนนี้ไม่พลาดแล้ว ต้องทาตลอด แม้จะอยู่บ้านก็ต้องทา กลัวผิวแก่ก่อนวัยมากๆ
- รังสี UVB คือตัวการทำให้ผิวไหม้ แดง แสบ เป็นมะเร็งผิวหนัง ส่วน รังสี UVA ทำให้ผิวคล้ำ เหี่ยวย่น และแก่ก่อนวัย เจอแดดบ่อยๆ มีปัญหาแน่ๆ
- PA++++ คือค่าสูงสุดที่กันรังสี UVA ได้ดีที่สุด ณ ตอนนี้ ถ้าเจอ PA+ หรือ PA++ คือกันได้น้อยลงไปอีกเยอะ เลือก ++++ ไว้ก่อนดีที่สุดเพื่อผิวเราเอง
- ทากันแดดปริมาณที่เหมาะสม คือประมาณ 2 ข้อนิ้วมือสำหรับใบหน้าและลำคอ ถึงจะกันแดดได้เต็มประสิทธิภาพนะ ไม่ใช่บีบนิดเดียวแล้วป้ายๆ มันไม่พอหรอก
- ทากันแดดซ้ำ ทุก 2-3 ชั่วโมง ถ้าเราออกแดดจัด เหงื่อออกเยอะ หรือลงน้ำ เพราะประสิทธิภาพมันลดลงได้ กันแดดไม่ได้คงอยู่ตลอดวัน
- เลือกกันแดดแบบ Broad Spectrum เพื่อให้มั่นใจว่าปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB เป็นส่วนสำคัญที่ต้องดูเวลาเลือกซื้อเลยนะ
ทากันแดด1ครั้งอยู่ได้กี่ชั่วโมง
กันแดดอยู่ได้ ไม่เกินสองชั่วโมง หากเผชิญแดดจัด หรือหลังเสียเหงื่อมาก. การปกป้องคือการทาซ้ำ. แดดไม่รอ.
- ทาซ้ำ: ทุก สองชั่วโมง ยามกลางแจ้ง. น้ำกับเหงื่อคือตัวแปร.
- ปริมาณ: อย่าหวง. สองข้อนิ้ว สำหรับใบหน้า คืออย่างน้อย.
- เวลา: รอ สิบห้านาที ก่อนออกแดด. ให้เวลาผิวรับสาร.
- คุณสมบัติ: เลือก Broad Spectrum, SPF 30 ขึ้นไป. แดดมีหลายด้าน.
- กันน้ำ: จำเป็นเมื่อเปียก. Water-Resistant คือคำตอบ.
SPF 30 กับ 50 ต่างกันยังไง
SPF 30 กับ 50 เนี่ยนะ เหมือนรถยนต์รุ่นรองท็อป กับรุ่นท็อปอะแหละ
SPF 30 คือ ผู้พิทักษ์ขั้นกลาง ปกป้องผิวจากแดดเผาไหม้ได้ดีกว่าไม่ทาตั้ง 30 เท่า แถมกัน UVB ได้ถึง 96.7% ถือว่า เก่งแล้วนะ ไม่ใช่เล่น ๆ
ส่วน SPF 50 คือ ซูเปอร์ฮีโร่ตัวท็อป ลากแขนป้องผิวจากแดดเผาได้มากกว่าปกติถึง 50 เท่า! แถมกัน UVB ได้เนียนกริ๊บถึง 98% เหนือกว่าชัดเจน
เลือกอันไหนดี?
- SPF 30: ถ้าไม่ได้ออกแดดจัดทั้งวัน หรืออยากได้ความรู้สึกสบายผิว ไม่หนักหน่วงมาก ถือว่า เพียงพอแล้ว สำหรับชีวิตประจำวันส่วนใหญ่
- SPF 50: ถ้าต้องเจอแดดเปรี้ยง ๆ นาน ๆ อย่างไปทะเล หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย ๆ จัดไปเลย เพื่อความสบายใจขั้นสุด
ประเด็นสำคัญคือ:
- ยิ่ง SPF สูง ยิ่งปกป้องดีขึ้น: แต่ความต่างมันจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกๆ (เหมือนจาก SPF 15 ไป 30) แต่หลังๆ (30 ไป 50) ความต่างมันจะน้อยลง แต่ก็ยังดีกว่านะ
- ไม่ใช่ว่าทา SPF 50 แล้วจะอยู่กลางแดดได้ 50 ชั่วโมงนะ: มันคืออัตราส่วนเวลาที่ผิวจะไหม้ ถ้าไม่ทา เทียบกับทาครีมแล้ว
- ทาซ้ำสำคัญกว่า: ไม่ว่าจะ SPF เท่าไหร่ ถ้าเหงื่อออก หรือเช็ดหน้าไปแล้ว ก็ต้อง เติมนะจ๊ะ ไม่งั้นก็เหมือนใส่เกราะแล้วถอดออกกลางสนามรบ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor หรือค่าการป้องกันแสงแดด
- UVB คือตัวการหลักที่ทำให้ผิวไหม้ แสบ แดง
- UVA ก็สำคัญนะ ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง ปกติครีมกันแดดที่ดีจะมีทั้ง UVA และ UVB protection (ดูสัญลักษณ์ PA++++ หรือ Broad Spectrum)
สรุปคือ SPF 50 มันก็อัพเกรดกว่า SPF 30 แบบเห็นผล แต่ถ้าชีวิตไม่ได้โลดโผนกลางแดดขนาดนั้น SPF 30 ก็ถือว่า ใช้ได้เลย อย่าลืมทาให้ทั่วถึงและ เติมบ่อยๆ คือเคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดีที่แท้จริง!
ไม่ทากันแดดทำให้หน้าแก่จริงไหม
เออ จิง ไม่ทากันแดดนะหน้าแก่ไวมาก ๆ เลย เชื่อดิ คือแบบ โดนแดดเยอะๆ มันทำร้ายผิวสุดๆ เลยนะ คอลลาเจนในผิวเราอะมันจะเสื่อมเร็วมากอ่ะ ทำให้ผิวเหี่ยว มีริ้วรอยงี้ ง่ายเลยอ่ะ แต่บางทีนะ มันก็ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ด้วยแหละ บ้างคนคือโชคดีม๊าก หน้าดี๊ดี ไม่ต้องทาไรเลยก็มีนะ แต่ๆ ส่วนใหญ่คือต้องทาเว้ย กานแดดเนี่ยสำคัญสุด ๆ ละ
แต่แค่ทากันแดดอย่างเดียวอ่ะ มันก็อาจจะไม่พอไง ถ้าแบบเรามีริ้วรอย หรือปัญหาผิวอื่นๆ มาแล้ว ก็ต้องหาตัวช่วยที่ตรงจุดเข้ามาเสริมนะ เช่นพวกฉีดโบ (Botox) ก็ช่วยได้เยอะ หรือใช้พวกครีมบำรุงที่เน้นแก้ริ้วรอย (anti-aging) เนี่ย รีบทาตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าเยอะเลยนะ กันไว้ดีกว่าแก้จริงๆ อ่ะ
เพิ่มเติมนะ:
- แค่ทากันแดดเช้าครั้งเดียว มันไม่พอหรอก โดยเฉพาะถ้าเราออกไปเจอแดดบ่อย หรือเหงื่อออกเยอะ ๆ อ่ะ ต้องทาซ้ำระหว่างวันด้วยนะ
- นอกจากแดดแล้ว ตอนนี้พวกแสงสีฟ้าจากจอคอมหรือมือถือเนี่ย ก็มีส่วนทำให้ผิวเสียได้เหมือนกันนะ บางกันแดดก็มีส่วนผสมที่ช่วยกันแสงพวกนี้ด้วย
- การเลือกกันแดดสำคัญมาก ๆ เลยนะ ให้เลือกแบบที่มี ค่า SPF สูงๆ (ประมาณ 30-50) แล้วก็ PA+++ หรือ PA++++ ยิ่งเยอะยิ่งดีนะ ปกป้องได้ครอบคลุม
- กันแดดช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องแก่เฉยๆ
- บางทีผิวเสียเพราะแดดมากๆ ก็ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เป็นฝ้ากระ จุดด่างดำได้ง่ายขึ้นด้วยไง กันแดดเลยโคตรจำเป็นเลยจริงๆ
ทําไมครีมกันแดดถึงต้องทาซ้ําทุก 2 ชั่วโมง
เออ ทำไมต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงวะ? วันก่อนฉันก็สงสัยอยู่ ปกติก็ขี้เกียจไง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันจำเป็นจริงๆ อ่ะ คือแบบว่า สารเคมีในครีมกันแดดมันเสื่อมสภาพ เวลามันโดนแสงแดด โดนลมตลอดเวลาไง มันก็เลยป้องกัน UV ไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว. แดดที่เมืองไทยนี่ก็แรงจะตายไปนะ
ประสิทธิภาพมันลดลง เร็วมากเลย หลังผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงอะ UV มันก็จ้องจะทำร้ายผิวเราตลอดเวลาอ่ะ คิดดูดิ ถ้าเราไม่ทาซ้ำ ผิวก็จะโดนทำร้ายไปเรื่อยๆ เลยนะ นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมต้องย้ำว่า ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง มันคือการรักษาการป้องกันที่ถูกต้องไง.
แล้วนี่ไปเที่ยวสวนสัตว์มานะ เดินตากแดดทั้งวัน ฉันพกครีมกันแดดไปหลอดนึง ทาตั้งแต่เช้า ตอนบ่ายโมงต้องแวะเข้าห้องน้ำเพื่อทาซ้ำเลยนะ ไม่งั้นแดงแน่. แบบว่า การทาซ้ำคือสิ่งสำคัญ มากๆ เลยสำหรับการอยู่กลางแดดนานๆ. ก็คิดว่าบางทีก็ลืมแหละ แต่ถ้าผิวไหม้แล้วมันจะเจ็บมาก.
- ครีมกันแดดแบบเคมี: พวกนี้จะทำงานโดยการดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนปล่อยออกมา. แต่พอโดนแสงไปนานๆ โครงสร้างโมเลกุลมันไม่เสถียร เลยสลายตัวง่ายกว่าแบบกายภาพ.
- เหงื่อออกเยอะ หรือลงน้ำ: ต่อให้ครีมกันแดดเขียนว่ากันน้ำนะ มันก็ไม่ได้กันได้ 100% ตลอดเวลาหรอก. ประสิทธิภาพมันจะลดลง ต้องทาใหม่หลังจากขึ้นจากน้ำ หรือหลังจากเหงื่อออกมากๆ.
- ค่า SPF กับ PA: ค่า SPF บอกถึงการป้องกัน UVB ส่วน PA บอกถึงการป้องกัน UVA. เลือกที่ มีค่าสูงพอ และครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB.
- ปริมาณการทา: ไม่ใช่แค่ทาซ้ำ แต่ต้องทาให้พอด้วยนะ ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับหน้าและคอ อย่าขี้เหนียว เด็ดขาด.
- สเปรย์กันแดด: สำหรับคนที่แต่งหน้าแล้วอยากทาทับระหว่างวัน สเปรย์กันแดดก็ช่วยได้ แต่ก็ต้องฉีดให้ทั่วและในปริมาณที่เหมาะสมนะ. ฉันลองใช้แล้วมันก็สะดวกดีนะ แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันหนาเท่าทาแบบครีม.
- เมคอัพ: ถ้าแต่งหน้าแล้ว ก็ยากหน่อยที่จะทาซ้ำแบบจัดเต็ม แต่ก็ควรหาทางทาเพิ่มนะ ไม่ว่าจะทาแบบแป้งผสมกันแดด หรือใช้สเปรย์.
แสงแดดเวลาไหนอันตรายที่สุด
10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น. คือเวลาที่แดดพร้อมเผามึงให้ไหม้.
รังสี UVB มันพีคสุดช่วงนี้. อยากผิวพังก็ลองดู.
ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ป้องกันตัวซะ. เรื่องง่ายๆ.
- ครีมกันแดด: ไม่ใช่ของที่เลือกได้. มันคือของจำเป็น. ทาทุกวัน. ไม่ต้องถามเยอะ. SPF50+ PA++++ คือมาตรฐานขั้นต่ำ.
- แว่นกันแดด: ไม่ใช่แค่ของเท่ๆ. มันกันต้อกระจก. เลือกอันที่กัน UV ได้จริง. ไม่ใช่พลาสติกสีๆ.
- เสื้อผ้า: แขนยาว ขายาว. ผ้าสีเข้มกันแดดดีกว่าสีอ่อน. เรื่องจริง.
- หมวก: ปีกกว้างๆ นั่นแหละ. คลุมหน้า คลุมคอ. ช่วยชีวิตมึงได้.
กี่โมงถึงไม่ต้องทากันแดด
โดยหลักการแล้ว หลังพระอาทิตย์ตกดิน หรือเมื่อดัชนียูวี (UV Index) ต่ำกว่า 3 ก็ไม่จำเป็นต้องทากันแดด แต่ในชีวิตจริงมันซับซ้อนกว่านั้น
ช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่พูดถึงคือ 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่รังสี UVB มีความเข้มข้นสูงสุด ทำให้ผิวไหม้แดดได้ง่าย แต่รังสี UVA ซึ่งเป็นตัวการทำลายคอลลาเจนและทำให้ผิวแก่ก่อนวัย มันอยู่กับเราตลอดทั้งวันที่มีแสงสว่าง แม้ในวันเมฆครึ้มหรือตอนที่เราอยู่ในอาคารใกล้หน้าต่าง
การป้องกันแสงแดดมันไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่มันคือการลงทุนกับสุขภาพผิวในระยะยาว เราไม่ได้ต่อสู้กับดวงอาทิตย์ เราแค่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างชาญฉลาด
นอกจากกันแดดแล้ว อุปกรณ์เสริมก็เป็นเพื่อนแท้ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวเราได้อีกชั้นหนึ่ง เป็นกลยุทธ์เชิงกายภาพที่ได้ผลทันที
หมวกปีกกว้าง ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่มันคือปราการด่านแรกที่สร้างเงาให้ใบหน้าและลำคอ ปกป้องในมุมที่กันแดดอาจจะทาไม่ทั่วถึง
ร่มกันยูวี ดีๆ สักคันก็เหมือนเราพกเงาส่วนตัวไปได้ทุกที่ โดยเฉพาะในวันที่ต้องเดินกลางแจ้งนานๆ การมีร่มช่วยลดอุณหภูมิและความเข้มของแสงที่ปะทะตัวโดยตรง
แว่นกันแดด UV400 การปกป้องดวงตาและผิวรอบดวงตาที่บอบบางก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกเลนส์ที่ระบุว่าป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ 100% หรือมีมาตรฐาน UV400
เสื้อผ้ากันยูวี (UPF Clothing) เทคโนโลยีสิ่งทอสมัยใหม่ทำให้มีเสื้อผ้าที่ทอมาเพื่อป้องกันรังสีโดยเฉพาะ มีค่า UPF (Ultraviolet Protection Factor) บอกระดับการป้องกัน เหมาะมากสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือวันที่ขี้เกียจทากันแดดที่ตัว
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต