ดื่มน้ำเปล่าช่วยลดสิวไหม
ดื่มน้ำเปล่าช่วยลดสิวได้จริงไหม ควรดื่มวันละกี่ลิตร?
ตอนแรกก็งงๆ ว่าน้ำเปล่ามันจะไปช่วยเรื่องสิวได้ยังไงนะ? มันก็แค่น้ำนี่นา แต่พอคิดไปคิดมา ผิวเรามันก็ต้องการความชุ่มชื้น ถ้าเราดื่มน้ำน้อยๆ ผิวแห้ง สิวก็อาจจะเห่อได้ เหมือนเวลาเราขาดน้ำ ร่างกายมันก็ไม่สมดุล อะไรๆ ก็พังไปหมด เรื่องสิวมันก็คงไม่ต่างกัน มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ ไม่ใช่แค่น้ำอย่างเดียว
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ประมาณปีที่แล้ว สิวผดขึ้นเต็มหน้าผาก เครียดมาก เลยลองหักดิบ ดื่มน้ำเปล่าแบบจริงจัง วันละ 2-3 ลิตร พกขวดน้ำติดตัวตลอด แต่ก็ไม่เห็นผลทันทีนะ มันค่อยๆ ดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะน้ำเปล่าล้วนๆ หรือเพราะอย่างอื่นด้วย อาจจะเพราะช่วงนั้น เลิกกินของทอดของมันไปด้วย อะไรๆ มันก็เลยดีขึ้น อันนี้ประสบการณ์ตรง ไม่ใช่ทฤษฎี
จริงๆ แล้ว สิวเนี่ย มันเหมือนตัวแทนของปัญหาภายใน ฮอร์โมน อาหาร ความเครียด ปัจจัยพวกนี้มันเยอะแยะ เคยได้ยินหมอผิวหนังพูด ว่าน้ำมันช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานดี เลือดไหลเวียนดี อะไรดีๆ มันก็ตามมา แต่ให้คาดหวังว่าดื่มน้ำแล้วสิวจะหายไปเลย อันนั้นคงยาก ต้องดูแลองค์รวมมากกว่า เหมือนการดูแลต้นไม้ ต้องมีทั้งดิน น้ำ แสงแดด ปุ๋ย อะไรแบบนั้น
แล้วเรื่องปริมาณ ถามว่ากี่ลิตร อันนี้ก็แล้วแต่คน แล้วแต่กิจกรรม ถ้าวันไหนออกกำลังกายเยอะ เสียเหงื่อมาก ก็ต้องดื่มเพิ่ม แต่ส่วนตัวว่า อย่าไปเครียดกับตัวเลขเป๊ะๆ ให้สังเกตตัวเอง ถ้าปัสสาวะสีใสๆ ก็ถือว่าโอเคแล้ว ถ้าสีเข้ม แสดงว่ายังขาดน้ำ เรื่องสิวมันเป็นเรื่องระยะยาว ต้องอดทน ค่อยๆ ปรับ ไม่ใช่แก้ทีเดียวหายขาด เหมือนปั้นหม้อ ต้องใช้เวลา ใช้ฝีมือ ไม่ใช่เอะอะก็ทุบหม้อทิ้ง
สรุปคือ น้ำเปล่ามันดีต่อสุขภาพ ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น แต่ให้เป็นยาครอบจักรวาลรักษาสิว อันนั้นยังไม่เห็น อย่างน้อยจากประสบการณ์ตัวเอง มันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ต้องหาสาเหตุที่แท้จริง แล้วค่อยๆ แก้ไขไป อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ ลองทำ สังเกต แล้วเราจะรู้เองว่าอะไรได้ผลกับเรา.
กินน้ำผิวสวยจริงไหม
เออ... กินน้ำเยอะๆ ไม่ได้แปลว่าผิวจะสวยเว่อร์ไปเลยนะ ไม่ใช่แบบดื่มปุ๊บ สวยปั๊บอ่ะ จิงหรอ
แต่ๆๆ... ถ้าเราดื่มน้ำ น้อยไป อยู่แล้วอะนะ อันนี้แหละที่พอหันมาดื่มน้ำให้พอดี ผิวจะดีขึ้นแบบเห็นได้เลย คือประม่าน วันละแปดแก้ว หรือสองลิตรไรเงี้ย อันนี้คือปริมาณดีต่อร่างกาบเราอ่ะ โดยรวมๆ ไม่ใช่แค่ผิวเลยนะ
วิจัยก็เจอว่าคนที่แบบดื่มน้ำน้อยๆ จริงๆ นะ พอเริ่มดื่มให้ถึงเกณฑ์น่ะ ผิวเค้าก็จะดูสดใสขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น อันนี้คือจริงเลย
ทีนี้มาดูกันว่าน้ำมันช่วยผิวเรื่องอะไรบ้างนะ แบบที่เป็นข้อมูลชัวร์ๆ อ่ะ
- น้ำช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้น อันนี้คือพื้นฐานเลย ผิวเราก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไง
- เซลล์ผิวทำงานดีขึ้น ถ้าเซลล์ได้รับน้ำพอ มันก็ทำงานผลิตคอลลาเจน ซ่อมแซมตัวเองได้ดีกว่าเดิมเยอะ
- ขับของเสียออกไป การดื่มน้ำช่วยให้ระบบขับถ่ายพวกสารพิษทำงานได้ดีขึ้น ผิวก็อาจจะดูใสขึ้นเพราะงี้แหละ
- ลดผิวแห้งลอก สำหรับคนที่ผิวแห้งอยู่แล้วนะ น้ำช่วยให้ความชุ่มชื้นจากข้างใน ช่วยลดปัญหาผิวแห้งแตกได้นะ
แต่ๆๆ อย่าเข้าใจผิดว่าน้ำเปล่ารักษาทุกปัญหาผิวนะ ไม่ใช่แบบดื่มแล้วสิวหาย หน้าเด็กเลย ไม่ใช่แบบนั้นอะ
ยังไงก็ต้องดูแลผิวโดยรวม ทั้งเรื่องกินอาหารดีๆ ทาครีมกันแดด หรือใช้สกินแคร์ให้เหมาะกับผิวตัวเองด้วยไง
ดื่มอะไรช่วยลดสิว
ร่างกายมีกลไก. น้ำคือเชื้อเพลิง. ดื่มน้ำ. สิวลด. ธรรมชาติทำงาน. แค่นั้น.
- น้ำ. พื้นฐานที่สุด. ไม่ใช่ทางเลือก.
- ปริมาณ. สองลิตรต่อวัน. ขั้นต่ำ. ช่วยกลไกภายใน.
- ขับของเสีย. ร่างกายมีขยะ. น้ำคือตัวขน. ผิวก็เช่นกัน.
- ชุ่มชื้น. ผิวแห้งผลิตน้ำมันมากไป. วงจรอุบาทว์.
- รูขุมขน. การอุดตันลดลง. เมื่อเซลล์ทำงานปกติ.
- ขับถ่าย. ลำไส้ดี. ผิวก็ดี. มันเชื่อมโยงกัน.
- ความอดทน. ไม่ใช่ยาวิเศษ. แต่เป็นรากฐาน. ร่างกายใช้เวลา.
ผิวสวยควรดื่มน้ำวันละกี่ลิตร?
น้ำ 2-3 ลิตรต่อวันนี่เป็นไกด์ไลน์ที่คนส่วนใหญ่ใช้กันนะ คือมันช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้าน ดูมีน้ำมีนวลขึ้น แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่สูตรตายตัวเป๊ะๆ ขนาดนั้น เพราะร่างกายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
ปัจจัยพวกสภาพอากาศนี่มีผลมากเลยนะ ถ้าวันไหนอากาศร้อนจัด หรือออกกำลังกายหนักๆ เหงื่อออกเยอะ ก็ต้องเติมน้ำเข้าไปมากกว่าปกติ ไม่งั้นร่างกายจะขาดน้ำได้ง่ายๆ สุขภาพโดยรวมก็สำคัญ ถ้ามีโรคประจำตัวบางอย่าง หรือกำลังทานยาบางประเภท อาจจะต้องปรึกษาหมอเรื่องปริมาณน้ำที่เหมาะสมด้วย
สุดท้ายแล้ว การฟังเสียงร่างกายตัวเองสำคัญที่สุด ถ้ารู้สึกกระหายน้ำ ก็ดื่มเลย ไม่ต้องรอให้ถึงปริมาณที่กำหนดเป๊ะๆ ถ้ารู้สึกปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือสีเข้มมาก ก็อาจจะกำลังดื่มน้ำเยอะไปนิดหน่อย มันเหมือนเรากำลังปรับสมดุลให้ร่างกายเราเองนั่นแหละ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำกับผิว
- การสูญเสียน้ำ: นอกจากการออกกำลังกายและสภาพอากาศแล้ว การอยู่ในห้องแอร์นานๆ หรือการสูบบุหรี่ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้เช่นกัน
- กลไกการทำงาน: น้ำช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง ลำเลียงสารอาหาร และขับของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ผิวดูสดใส
- สัญญาณของภาวะขาดน้ำ: ผิวแห้ง ริมฝีปากแห้ง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นที่บอกว่าเราอาจกำลังขาดน้ำ
- ทางเลือกอื่น: นอกจากน้ำเปล่าแล้ว ผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง เช่น แตงโม ส้ม ก็ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้ร่างกายได้เช่นกัน แต่ไม่ควรทดแทนน้ำเปล่าทั้งหมด
เป็นสิวควรงดทานอะไร?
เป็นสิว... ก็ต้องงดของพวกนี้แหละ... ของหวานๆ ทั้งหลายเลย เพิ่งขึ้นมาอีกแล้วตรงคางเนี่ย... เซ็งเหมือนกันนะ
ของพวกนี้มันไปทำให้... ร่างกายอักเสบจากข้างในอะ... แล้วมันก็ออกมาเป็นสิวบนหน้าเรานี่แหละ โดยเฉพาะ... ของหวานกับแป้งขัดขาว... ตัวดีเลย
ที่เลี่ยงๆ เลยนะ... ที่ฉันพยายามอยู่
- น้ำตาล... พวกน้ำหวาน ชานมไข่มุกนี่แหละ... ตัวกระตุ้นเลย
- เบเกอรี่ ขนมปังขาว... ของอร่อยที่ทำร้ายกันชัดๆ
- นมวัว... อันนี้บางคนก็เป็น... ส่วนตัวฉันกินแล้วรู้สึกว่าสิวอุดตันมันขึ้นง่ายขึ้น
- ของทอด ของมัน... อันนี้รู้ๆ กันอยู่แล้วมั้ง
มันไม่ใช่แค่เรื่องของกินหรอก... แต่บางทีมันก็เริ่มจากตรงนี้แหละ... ง่ายที่สุดแล้ว
- ดัชนีน้ำตาลสูง (High Glycemic Index): ของพวกนี้พอกินเข้าไป... น้ำตาลในเลือดมันพุ่งเร็วมาก... ร่างกายก็เลยผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมาเยอะ... แล้วมันก็ไปกระตุ้นต่อมไขมัน... ผลิตน้ำมันเยอะขึ้น... สิวก็มาสิ
- การอักเสบ: น้ำตาลกับไขมันทรานส์... มันทำให้ร่างกายอักเสบ... สิวอักเสบเม็ดแดงๆ ใหญ่ๆ ก็เลยเห่อขึ้นมา
- ผลิตภัณฑ์จากนมวัว: ในนมมันมีฮอร์โมนที่... คล้ายๆ กับของคน... มันไปรบกวนระบบฮอร์โมนเราได้... โดยเฉพาะแถวๆ คางกับกราม... ฉันเป็นบ่อย
เป็นสิวขาดวิตามินอะไร?
สิวอักเสบเม็ดเป้งบุกหน้า จนต้องถามว่า "ขาดอะไรไปนะ?" คำตอบที่ทำให้หน้าเหวอคือ ขาดวิตามิน A, D, และ E นี่แหละ!
- วิตามิน A: ตัวนี้แหละจอมบงการความมันบนใบหน้า ควบคุมการผลิตซีบัมไม่ให้มันเยิ้มจนสิวกระโดดเกิด!
- วิตามิน D: นอกจากจะทำให้กระดูกแข็งแรงแล้ว ยังเป็นฮีโร่เรื่องภูมิคุ้มกันผิวหนัง แถมยังช่วยลดแรงปะทะการอักเสบของสิวได้ด้วย!
- วิตามิน E: นี่ก็ไม่น้อยหน้าเป็นเหมือนโล่ห์กันแดดของผิว ปกป้องผิวจากมลภาวะที่มาทำร้าย แถมยังช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นไปอีก!
แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งรีบวิ่งไปซื้อวิตามินมากินเป็นกะละมังนะจ๊ะ ของดีเกินไปก็อาจจะย้อนเข้าตัวเองได้นะจ๊ะ ควรไปปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญผิวหนังก่อน จะได้รู้ว่าผิวหน้าเราต้องการวิตามินตัวไหนจริงๆ จังๆ ไม่ใช่กินมั่วไปเรื่อยเหมือนบุฟเฟต์!
ข้อมูลเสริมกุ๊กกิ๊ก:
- วิตามิน A: นอกจากจะอยู่ในแครอทแล้ว ยังมีในตับ ไข่แดง นม และผักใบเขียวอีกด้วย
- วิตามิน D: แสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้านี่แหละคือแหล่งชั้นดี (แต่ก็ต้องระวังแดดเปรี้ยงด้วยนะ) ปลาทะเลน้ำลึกก็เป็นอีกตัวเลือก!
- วิตามิน E: หาได้จากถั่วต่างๆ น้ำมันพืช น้ำมันมะกอก และอะโวคาโด ผลไม้ก็มีนะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต