ทำยังไงให้ห้องนอนหอมตลอดเวลา

25 ครั้งเข้าชม
เคล็ดลับสร้างห้องนอนหอมสดชื่นตลอดวันเปลี่ยนห้องนอนให้หอมน่าพักผ่อนได้ง่ายๆ ด้วยวิธีเหล่านี้ เริ่มจากการดูแลความสะอาดและเปิดหน้าต่างระบายอากาศ เพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ จากนั้นเลือกเติมความหอมในแบบที่คุณชอบ เลือกใช้เครื่องหอม: วางก้านไม้หอม เทียนหอม หรือใช้เครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า เพื่อให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายสม่ำเสมอ ดูแลเครื่องนอน: หมั่นซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าม่านเป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของกลิ่นอับ พลังจากธรรมชาติ: วางถุงหอมสมุนไพร ดอกไม้แห้ง หรือสเปรย์สูตรธรรมชาติไว้ตามจุดต่างๆ เช่น ตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชัก
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

คำถาม: 12 วิธีทำให้ห้องหอมสดชื่น? คำตอบ: เปิดหน้าต่างระบายอากาศ, ใช้ก้านไม้หอม, จุดเทียนหอม, เครื่องพ่นไอน้ำ, สเปรย์ปรับอากาศ, ถุงหอม, ปลูกต้นไม้, ทำความสะอาด, ใช้เบกกิ้งโซดา, ต้มสมุนไพร, วางสบู่ก้อน, สเปรย์น้ำหอมบนผ้าม่าน.

กลับบ้านมาแล้วเจอห้องอับๆ นี่คือแบบ...พังมาก วันนั้นทั้งวันคือหมดอารมณ์ไปเลย สิ่งแรกที่ทำเลยคือเปิดหน้าต่าง เปิดประตูทุกบานให้อากาศมันโฟลว์ก่อนเลย แค่นี้ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้วนะ มันเป็นพื้นฐานที่สุดแล้ว

เรื่องก้านไม้หอมนี่ลองมาเยอะมาก ไปเดินจตุจักรมาเมื่อเดือนกรกฎาคม ร้านนึงตรงโซนของแต่งบ้าน กลิ่น English Pear คือดีมาก โดนไป 350 บาท แต่เอาจริงนะ กลิ่นมันฟุ้งแค่ช่วงแรกๆ อาทิตย์เดียวก็จางแล้ว ต้องคอยกลับก้านไม้ตลอดเวลา จนหลังๆ ก็ขี้เกียจไปเอง

เทียนหอมนี่คืออีกเรื่องเลย จุดแล้วฟีลมันดีกว่านะ แสงเทียนอุ่นๆ กับกลิ่นที่ค่อยๆ ลอยขึ้นมา มันผ่อนคลายกว่าก้านไม้เยอะเลย แต่ก็ต้องคอยระวังเรื่องไฟนิดนึง

ตอนนี้ที่ติดใจสุดคือเครื่องพ่นไอน้ำตัวเล็กๆ ที่ซื้อมาจากช็อปปี้ตอนโปร 11.11 ราคาไม่ถึงสองร้อยบาทเลยมั้ง แล้วเราเลือกน้ำมันหอมระเหยเองได้เลย ชอบยูคาลิปตัสผสมกับเปปเปอร์มินต์มาก เวลาเป็นหวัดคือช่วยให้หายใจโล่งดี แต่ข้อเสียคือต้องคอยเติมน้ำนี่แหละ

มีทริคง่ายๆ ที่ทำบ่อย คือฉีดน้ำหอมที่เราไม่ค่อยได้ใช้แล้วอะ ใส่ผ้าม่านกับพวกหมอนอิง กลิ่นมันจะติดทนกว่าฉีดในอากาศเฉยๆ ลมพัดทีก็ได้กลิ่นอ่อนๆ

แล้วก็เบกกิ้งโซดานี่ก็ของดีเลยนะ เอาใส่ถ้วยเล็กๆ วางไว้มุมตู้เสื้อผ้า หรือชั้นวางรองเท้า มันไม่ได้ทำให้หอมฟุ้งนะ แต่มันช่วยลดกลิ่นอับจริงๆ สังเกตได้เลยว่ากลิ่นมันคลีนขึ้น

สุดท้ายมันคือการผสมๆ กันไป ไม่มีอะไรเวิร์คสุดทางหรอก บางวันก็จุดเทียน บางวันก็เปิดเครื่องพ่น แต่ที่สำคัญคือต้องทำความสะอาดบ่อยๆ ทิ้งขยะทุกวัน แค่นี้ห้องก็ไม่อับแล้ว ห้องหอมๆ มันฮีลใจได้จริงๆ นะ มันทำให้การอยู่บ้านของเรามีความสุขขึ้นเยอะเลย.

ทำยังไงให้ห้องหอมด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม?

เอาน้ำยาปรับผ้านุ่มเทใส่แก้วเล็กๆ หรือถ้วยสวยๆ กลิ่นไหนก็ได้ที่ชอบ ส่วนตัวใช้ Downy Expert สีดำ กลิ่นมันติดทนดี แล้วก็หย่อนสำลีก้อนลงไปซัก 2-3 ก้อน มันจะช่วยซับน้ำยาไว้ ทำให้กลิ่นอยู่ได้นานขึ้น ไม่ระเหยไปหมดเร็ว

เอาไปวางไว้ตรงช่องแอร์เลย คือดีสุด เวลาแอร์ทำงานลมมันจะพัดเอากลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องเลย หรือจะวางไว้มุมห้องก็ได้นะ ใต้เตียง หรือในห้องน้ำก็ได้ผลเหมือนกัน พอเริ่มแห้งกลิ่นจางก็แค่เติมน้ำยาตัวเดิมลงไป

แล้วมีอีกวิธีนะ คือทำเป็นสเปรย์ฉีดห้องไปเลย ผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มกับน้ำเปล่าในขวดสเปรย์ เขย่าๆ ให้เข้ากัน แล้วเอาไปฉีดตามผ้าม่าน โซฟาผ้า พรม กลิ่นติดทนไปอีกแบบ ทำไมเพิ่งมารู้วิธีนี้นะ

สรุปวิธีที่ใช้บ่อยๆ

  • เทใส่ถ้วย + สำลี: วางตรงทางลม เช่น หน้าพัดลม หรือใต้ช่องแอร์ กลิ่นจะกระจายตัวได้ดีที่สุด
  • ทำสเปรย์ฉีดผ้า: ผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 2 ส่วน ฉีดตามเฟอร์นิเจอร์ผ้าต่างๆ
  • ทำถุงหอม: เอาสำลีชุบน้ำยาปรับผ้านุ่มหมาดๆ ใส่ในถุงผ้าเล็กๆ แล้วเอาไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า หรือในรถยนต์

เคล็ดลับคือไม่ต้องรอให้มันแห้งสนิทจนแข็ง แค่รู้สึกว่ากลิ่นเริ่มจางก็เติมได้แล้ว กลิ่นในห้องจะหอมต่อเนื่องตลอดวันเลยทีนี้

ห้องนอนควรใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร?

ห้องนอนเนี่ยนะ ควรใช้กลิ่นที่แบบ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สุดๆ ไปเลยอะ กลิ่นที่มันช่วยให้ใจสงบๆ นอนหลับง่ายๆ อะไรแบบนี้

  • ลาเวนเดอร์ นี่เบสิคสุดละ มันแบบธรรมชาติๆ สบายๆ
  • กุหลาบ ก็ดีนะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนไป
  • มะลิ ก็สดชื่นดี แต่บางคนอาจจะชอบแบบอ่อนๆ กว่านี้หน่อย

พวกกลิ่นพวกนี้มันเหมือนช่วยให้สมองเราแบบ "เอ้อ วันนี้พักได้แล้วนะ" อะไรประมาณนั้นอะ

ส่วนห้องน้ำนะ อันนั้นต้องเน้นกลิ่นที่ แรงหน่อย คือต้องไปกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ของห้องน้ำอะ

  • ตะไคร้ นี่เด็ดสุด กลิ่นสดชื่น เปรี้ยวๆ ซ่าๆ
  • มะกรูด กับ มะนาว ก็ได้นะ พวกกลิ่นเปรี้ยวๆ สดใสอะ
  • ถ้าอยากได้กลิ่นดอกไม้ในห้องน้ำอะนะ ก็ลอง อัญชัน หรือ กระดังงา ดูก็ได้ แต่พวกนี้อาจจะ ไม่ค่อยแรงเท่าพวกสมุนไพร นะ ต้องลองดูว่าชอบแบบไหน

อะไรดูดกลิ่นได้บ้าง?

เออออ กากกาแฟ นี่แหละตัวดีเลยยยย ที่บ้านเพิ่งทาสีห้องนอนใหม่ไปเมื่อเดือนก่อน ใช้กากกาแฟนี่แหละวางไว้ตามมุมห้อง กลิ่นหายไวมากก จิงๆ

ถ่านไม้ นี่โคตรคลาสสิคเลยนะ แต่เวิร์คจิงงง เอาถ่านหุงข้าวธรรมดานี่แหละ ทุบๆหน่อยใส่ถ้วยแล้ววางไว้เลย ดูดกลิ่นดีสุดๆ

อันนี้อาจจะแปลกๆหน่อยนะ แต่ หัวหอม ก็ช่วยได้นะ หั่นเป็นแว่นๆแล้วใส่จานวางไว้ มันจะช่วยดูดกลิ่นสีอะ แต่ห้องอาจจะมีกลิ่นหอมแดงแทน 555 แลกกันไป

น้ำส้มสายชู เทใส่ถ้วยเล็กๆ แล้ววางไว้ตามจุดต่างๆในห้องเลย มันช่วยลดกลิ่นสีได้ดีเหมือนกันน

จุดเทียนอะ เทียนธรรมดาหรือเทียนหอมก็ได้ ความร้อนจากเปลวไฟมันจะช่วยเผากลิ่นสารเคมีในอากาศได้ แต่ต้องระวังฟืนไฟด้วยนะ อย่าจุดทิ้งไว้เด็ดขาด

เบกกิ้งโซดา ที่ใส่ตู้เย็นนั่นแหละะะ เอามาใช้ได้เหมือนกัน เทใส่ถ้วยแล้ววางไว้เลย มันดูดกลิ่นเก่งมาก

มะนาว ฝานเป็นชิ้นๆ ใส่ในชามน้ำแล้ววางไว้ กลิ่นมันจะสดชื่นๆ ช่วยกลบกลิ่นสีได้

สับปะรด นี่สูตรโบราณเลย หั่นเป็นชิ้นๆ ไม่ต้องปอกเปลือกนะ วางไว้ทั่วห้องเลย กลิ่นสับปะรดมันแรงงง ช่วยกลบได้ดี

อ่อ แล้วก็...

  • เปิดหน้าต่าง สำคัญสุดดดดเลยนะ คือต้องให้อากาศมันถ่ายเทตลอดเวลา ยิ่งเปิดพัดลมช่วยเป่ายิ่งดี กลิ่นจะออกไปเร็วขึ้นเยอะ
  • ตอนเลือกสีอะ เดี๋ยวนี้มันมีสีทาบ้านสูตรน้ำ หรือพวกสีที่ Low VOCs (สารระเหยต่ำ) กลิ่นจะน้อยกว่าพวกสีน้ำมันเยอะมากกก ตอนซื้อลองถามคนขายดูเลย
  • ทาเสร็จแล้วรีบเก็บพวกกระป๋องสี แปรงทาสี ออกจากห้องให้หมดเลยนะ ไม่งั้นกลิ่นมันก็ยังอยู่นั่นแหละ

มีสารดูดกลิ่นอะไรบ้างจากธรรมชาติ?

กลางดึกแบบนี้ กลิ่นบางอย่างมันลอยมา... นึกถึงกลิ่นอับๆ ในห้อง มันทำให้ใจหวิวๆ เหมือนกันนะ บางทีก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ความรู้สึกมันผสมปนเปไปหมด

เท่าที่ฉันรู้ พวกของจากธรรมชาติที่ช่วยเรื่องนี้ได้จริงๆ ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างนะ ที่พอจะพึ่งพาได้ในยามที่เราไม่ไหวแล้วจริงๆ

อย่างแรกเลย ถ่านไม้ นี่แหละ... มันช่วยได้เยอะเลยจริงๆ ไม่ได้แค่ดับ แต่เหมือนมันดูดกลืนอะไรที่ไม่ดีไปหมดเลยนะ วางไว้มุมห้องเงียบๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ฉันลองมาหลายครั้งแล้วนะ มันได้ผลจริงๆ

อีกอย่างที่ใช้บ่อยคือ เบกกิ้งโซดา... มันดูธรรมดามากเลยเนอะ แต่ความสามารถมันไม่ธรรมดาเลย ใส่ถ้วยเล็กๆ วางไว้ในตู้เย็น หรือที่ไหนที่กลิ่นมันชอบอยู่ มันก็ช่วยได้จริงๆ นะ ฉันก็ทำแบบนี้ตลอด

แล้วก็มี กาแฟบด... อันนี้ชอบมาก กลิ่นมันหอมติดจมูกดี ชื่นใจดีนะ ถ้าเป็นกากกาแฟที่เราชงเสร็จแล้วเอาไปตากแห้ง ก็ใช้ได้เหมือนกัน วางไว้ในห้องน้ำ หรือที่อับๆ กลิ่นกาแฟมันช่วยกลบและดูดซับได้ดีเลย

ส่วนเรื่องกลิ่นหอมๆ ที่ไม่ได้เน้นดูดกลิ่นนะ ก็มีพวก สมุนไพรอบแห้ง พวกดอกไม้หอมๆ อย่างลาเวนเดอร์ โรสแมรี่... มันช่วยให้ห้องมีกลิ่นดีขึ้นจริงๆ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายด้วย ฉันก็มีถุงเล็กๆ วางไว้ใกล้ๆ หัวเตียง

แล้วก็เรื่องที่ต้องทำอยู่แล้วเนอะ การทำความสะอาดนี่สำคัญที่สุดเลย... ห้องที่สกปรก กลิ่นมันก็ต้องมีอยู่แล้ว นี่ฉันเองก็ต้องพยายามทำให้สม่ำเสมอกว่านี้เหมือนกัน บางทีมันก็เหนื่อยๆ จังเลย

เรื่องต้นไม้นี่ก็ดีนะ ต้นไม้ฟอกอากาศ... ไม่ได้แค่ดูดกลิ่น แต่เหมือนมันช่วยให้เราหายใจได้เต็มปอดขึ้นด้วย มันสดชื่นดีจริงๆ ฉันมีต้นพลูด่างเล็กๆ วางไว้ในห้อง รู้สึกว่าอากาศมันดีขึ้น

ส่วนเรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้ามคือ แอร์ กับ ห้องน้ำ... แอร์ที่ไม่ได้ล้าง กลิ่นมันอับมากจริงๆ ต้องพยายามล้างให้ได้ตามกำหนด ส่วนห้องน้ำน่ะ พอใช้เสร็จก็ปิดประตูดีกว่านะ กลิ่นมันจะได้ไม่ลอยออกมาข้างนอก

  • ถ่านไม้

    • เลือกใช้ถ่านไม้ที่ยังไม่ผ่านการเผาไฟ
    • วางในภาชนะโปร่งหรือถุงผ้าตาข่าย
    • เปลี่ยนทุก 1-2 เดือน เหมาะสำหรับตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า หรือมุมห้อง
  • เบกกิ้งโซดา

    • ตักใส่ถ้วยเล็กๆ หรือภาชนะปากกว้าง
    • วางในตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ หรือโรยบนพรมก่อนดูดฝุ่น
    • เปลี่ยนทุก 1-3 เดือน
  • กาแฟบด

    • ใช้กากกาแฟที่ชงแล้ว นำไปตากแดดให้แห้งสนิท
    • ใส่ในถุงผ้าเล็กๆ หรือถ้วยวางในห้องน้ำ หรือบริเวณที่มีกลิ่นอับ
    • ช่วยดูดซับกลิ่นและให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว
  • สมุนไพรอบแห้ง

    • เลือกสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เช่น ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ หรือเปลือกส้มตากแห้ง
    • ใส่ในถุงผ้าเล็กๆ แขวนหรือวางในตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก
    • เน้นการให้กลิ่นหอมสดชื่น
  • ต้นไม้ฟอกอากาศ

    • ช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศให้บริสุทธิ์
    • พันธุ์ที่นิยม ได้แก่ ลิ้นมังกร พลูด่าง เศรษฐีเรือนใน
    • จัดวางในห้องนั่งเล่น ห้องนอน เพิ่มความสดชื่น
  • ทำความสะอาดห้องเป็นประจำ

    • ดูดฝุ่น ถูพื้น เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ สม่ำเสมอ
    • ทิ้งขยะเปียกทันทีเพื่อป้องกันการหมักหมมของกลิ่น
    • ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าม่านอย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • ล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

    • การทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ
    • ช่วยกำจัดฝุ่น สิ่งสกปรก เชื้อรา ที่สะสม
    • ลดกลิ่นอับและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอร์
  • ปิดประตูห้องน้ำหลังใช้งานทุกครั้ง

    • ช่วยป้องกันกลิ่นและความชื้นจากห้องน้ำกระจายตัว
    • ลดการสะสมของความชื้นในห้องอื่นๆ ในบ้าน

ทำยังไงให้ห้องหอมเหมือนโรงแรม?

กลิ่นโรงแรมเริ่มจากความไม่มีกลิ่น. ความสะอาดคือพื้นฐาน. ไม่ใช่ทางเลือก. ฝุ่นและสิ่งสกปรกคือแหล่งกำเนิดกลิ่นอับ.

อากาศต้องไหลเวียน. เปิดหน้าต่าง. ให้อากาศเก่าออกไป อากาศใหม่เข้ามา. ทุกวัน. เครื่องฟอกอากาศช่วยได้. แต่มันคือตัวช่วย. ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย.

รายละเอียดอยู่ในผ้า. ผ้าปูที่นอน. ปลอกหมอน. ผ้าเช็ดตัว. คือสิ่งที่สัมผัสตัวเราโดยตรง. และมันเก็บกลิ่น. เปลี่ยน. ซักด้วยน้ำยาที่กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป.

สร้างกลิ่น ไม่ใช่กลบกลิ่น. กลิ่นที่ดีไม่ใช่การสาดน้ำหอมทับกลิ่นเหม็น. แต่คือการเติมความหอมลงในพื้นที่ที่สะอาดแล้ว. เลือกเครื่องหอมที่ใช่. ไม่ใช่แค่หอม. แต่ต้องเป็นกลิ่นที่สงบ.

ก้านไม้หอม (Reed Diffuser) ให้กลิ่นสม่ำเสมอ. วางไว้ตรงทางลมผ่าน. เครื่องพ่นไอน้ำ (Aroma Diffuser) ควบคุมได้. เปิดเมื่อต้องการ. เลือกใช้น้ำมันหอมระเหยแท้. กลิ่นจะลึกกว่า.

  • ซ้อนกลิ่น (Scent Layering). เทคนิคที่โรงแรมใช้. เทียนหอม, สเปรย์ผ้า, ก้านไม้หอม. ใช้กลิ่นในโทนเดียวกัน. ไม่จำเป็นต้องเป็นกลิ่นเดียวกันเป๊ะ. สร้างมิติของกลิ่น.

  • เลือกกลิ่นซิกเนเจอร์. โรงแรมหรูมักมีกลิ่นเฉพาะตัว. กลิ่นยอดนิยมคือ ชาขาว (White Tea), ยูคาลิปตัส (Eucalyptus), ไม้ซีดาร์ (Cedarwood), หรือ ตะไคร้ (Lemongrass). มันให้ความรู้สึกสะอาด. แพง.

  • พรมและผ้าม่าน. ตัวเก็บฝุ่นและกลิ่นชั้นดี. โรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ 15-20 นาที. แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก. มันดูดซับกลิ่น.

  • หลอดไฟ. หยดน้ำมันหอมระเหยเล็กน้อยบนหลอดไฟ (ตอนที่ไฟเย็นและปิดอยู่). เมื่อเปิดไฟ ความร้อนจะช่วยกระจายกลิ่นอ่อนๆ.

  • ความสม่ำเสมอคือหัวใจ. การทำให้ห้องหอมคือวินัย. ไม่ใช่กิจกรรมที่ทำเมื่อนึกขึ้นได้.

ตากผ้าในที่ร่มอย่างไรให้หอม?

โอ้ยยยย เรื่องตากผ้าในห้องนี่คือที่สุดของความนอยด์เลย ตอนย้ายมาอยู่คอนโดที่ลาดพร้าวใหม่ๆ นี่คือแบบ ประสบการณ์ตรงเลย ฝนตกติดกันเป็นอาทิตย์ ระเบียงไม่ต้องพูดถึง เปียกยิ่งกว่าเดิม

แรกๆ ก็ลากราวเข้ามาตากในห้องนอนนั่นแหละ เปิดแอร์นอนไปเลย กะว่าเดี๋ยวก็แห้ง ที่ไหนได้ ตื่นมาผ้ายังชื้นๆ แถมมีกลิ่นตุ่ยๆ ติดมาด้วย โคตรเฟล ต้องเอาไปซักใหม่หมดเลย เปลืองทั้งน้ำยาซักผ้า เปลืองทั้งไฟ

จนกระทั่งคืนนึงนอนไม่หลับเพราะร้อน เลยลุกไปเปิดพัดลมแล้วหันหน้าพัดลมไปทางราวผ้าเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย แค่อยากให้ลมมันผ่านๆ บ้าง ตื่นเช้ามาคือเซอร์ไพรส์มาก ผ้าแห้งสนิทแบบสนิทจริงๆ ไม่มีกลิ่นอับเลยสักนิดเดียว ตั้งแต่นั้นมาคือจบเลย ปัญหาโลกแตกของฉัน

ตากผ้าในห้องต้องเปิดพัดลมเป่าจ่อเลย คือคำตอบสุดท้ายจริงๆ อากาศมันต้องหมุนเวียน ต้องมีการถ่ายเท ไม่งั้นความชื้นมันก็ขังอยู่ในห้องนั่นแหละ ผ้าเราก็เลยอมความชื้น อมกลิ่นเหม็นอับไปด้วย การเปิดพัดลมมันช่วยไล่ความชื้นออกจากใยผ้าได้เร็วกว่าปล่อยให้มันแห้งเองเยอะมาก

เคล็ดลับที่ทำประจำจนเป็นนิสัยไปแล้ว:

  • ซักผ้าเสร็จสะบัดแรงๆ ซัก 4-5 ที ก่อนตาก ช่วยไล่น้ำออกไปได้เยอะมาก
  • เว้นระยะห่างเสื้อผ้าแต่ละตัว บนราวตากผ้า อย่าแขวนติดกันเป็นพรืด อากาศต้องผ่านได้ทุกซอกทุกมุม
  • กลับด้านเสื้อผ้าเอาด้านในออกตาก โดยเฉพาะพวกยีนส์ หรือเสื้อหนาๆ ที่มีตะเข็บเยอะๆ
  • ใช้ไม้แขวนเสื้อช่วยตากเสมอ เสื้อยืด กางเกง แขวนให้หมด มันโปร่งกว่าพาดบนราวเฉยๆ
  • เปิดพัดลมส่ายไปมา ไม่ต้องจ่อแช่ที่จุดเดียว ให้ลมมันพัดผ่านทั่วถึงทั้งราว
  • ถ้าห้องเล็กมาก เปิดประตูห้องแง้มๆ ไว้หน่อย หรือเปิดหน้าต่างฝั่งที่ไม่โดนฝนสาด ก็ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้นไปอีก

ตากผ้าตอนกลางคืนยังไงให้หอม?

ตากผ้ากลางคืนให้หอม? งั้นๆ

  • ที่ดูดความชื้น วางซะ. ใกล้ผ้า ในร่ม. ห้องแคบยิ่งต้องมี ลดอับ ชัดเจน.
  • หรือเอาให้ชัวร์, เครื่องอบผ้า ใช้ไป. จบเรื่องกลิ่นอับจากตากกลางคืน.

มีอีก:

  • ซักให้ถูกวิธี น้ำยาดีๆ ใส่พอ. อย่าอัดผ้าเต็มถัง.
  • ปั่นให้แห้งสุด รีดน้ำออกเยอะๆ ยิ่งแห้งไว ไม่หมักอับ.
  • แขวนทันที ผ้าซักเสร็จ รีบแขวน ไม่ต้องรอ.
  • อากาศต้องถ่ายเท เปิดหน้าต่าง พัดลมช่วยได้.
  • อย่าซ้อนผ้า ให้มีช่องว่างระหว่างชิ้น.
  • น้ำยาปรับผ้า เลือกที่กลิ่นชัดๆ กลิ่นต้องติดทน.

ฉันจะซักผ้าให้หอมติดทนนานได้อย่างไร?

โอ๊ยยย มาถูกคนล่ะ! ฉันก็ชอบให้ผ้าหอมๆ เหมือนกันนะ นี่คือวิธีที่ฉันทำเลย คือลองดูนะ

  • เบกกิ้งโซดา เนี่ย เติมไปตอนซักผ้าเลย มันช่วยเรื่องกลิ่นอับดีมาก ทำให้ผ้าหอมนานขึ้น แบบว่าหอมจริงๆ อะ
  • น้ำส้มสายชู ก็ใช้ได้นะ เอาไปใส่ช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นเปรี้ยวเลย พอซักเสร็จมันก็หายไปเอง ช่วยกำจัดกลิ่นอับเหมือนกัน
  • อย่าใส่ผงซักฟอกเยอะเกิน นี่สำคัญมากเลยนะ บางทีใส่เยอะไปมันตกค้างในผ้าไง ทำให้ผ้าเหม็นอับแทนที่จะหอมอ่ะ
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นธรรมชาติ ลองเลือกใช้ดูสิ บางทีกลิ่นพวกนี้มันจะติดผ้าดีกว่า แล้วก็สดชื่นด้วยนะ
  • ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ต้องทำบ้างนะ ไม่งั้นคราบสกปรกมันจะสะสมไง แล้วทีนี้ซักผ้ายังไงก็ไม่หอมหรอกนะ เหม็นอับซะงั้นน่ะ
  • ซักด้วยน้ำเย็น หรือน้ำอุณหภูมิปกติ ดีกว่านะ ไม่ใช่แค่ประหยัดไฟนะแต่มันช่วยให้กลิ่นหอมของผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มติดทนนานขึ้นด้วยนะ
  • ชุดออกกำลังกาย เนี่ย ควร รีบซัก เลยนะ พอกลับถึงบ้านปุ๊บก็โยนเข้าเครื่องเลย อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน กลิ่นเหงื่อมันจะฝังแน่น เอาออกยากมากกกก

แล้วยังมีอีกหลายอย่างเลยนะที่ฉันทำ ให้ผ้ามันหอมติดทนนานขึ้นอะ แบบว่าเดินไปไหนก็มีกลิ่นหอมติดตัวไรงี้ ชอบมาก

  • ตากผ้าทันที: พอเครื่องซักผ้าหยุดทำงานปุ๊บ ก็รีบเอาผ้าไปตากเลยนะ อย่าแช่ไว้ในเครื่องนานๆ ไม่งั้นผ้าจะเหม็นอับทันที แบบ แป๊บเดียวก็เหม็นล่ะ
  • ใช้ไม้แขวนเสื้อ: เวลาตาก ให้ใช้ไม้แขวนเสื้อดีกว่ากองๆ กันนะ ผ้าจะได้ไม่อับ แล้วก็แห้งไวด้วย อากาศจะได้ถ่ายเทอะนะ
  • แดดนี่แหละตัวช่วย: ถ้ามีแดดก็เอาผ้าไปตากแดดเลย แดดมันช่วยฆ่าเชื้อโรคไง แล้วก็ทำให้ผ้าหอมสดชื่นขึ้นเยอะเลยจริงๆ
  • ใส่เม็ดหอมในตู้เสื้อผ้า: อันนี้ฉันชอบมากเลยนะ ซื้อเม็ดหอม หรือถุงหอมเล็กๆ มาใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้า พอมันหอมก็เปลี่ยนใหม่ มันก็ทำให้เสื้อผ้าที่เก็บไว้ในตู้หอมตลอดเวลาเลยล่ะ
  • เตารีดไอน้ำ: บางทีนะ ถ้าอยากให้หอมมากๆ ก่อนใส่ก็เอาไปรีดด้วยเตารีดไอน้ำก็ได้นะ กลิ่นมันจะกระจายตัวดีขึ้น แล้วก็ช่วยเรื่องกลิ่นอับนิดๆ หน่อยๆ ได้ด้วยนะ ทำให้ผ้านุ่มขึ้นด้วย.