ทํากิฟต์กับหลอดแก้วต่างกันยังไง
การทำ IUI และ IVF ต่างกันอย่างไร? การผสมเทียมแบบไหนเหมาะสม?
อืม... IUI กับ IVF นี่มันคนละเรื่องกันเลยนะ
IUI เนี่ย เหมือนเราแค่ช่วย "เข็น" สเปิร์มดีๆ เข้าไปใกล้ไข่มากขึ้นนิดหน่อย ประมาณว่า "คุณไปต่อเองนะ" เหมาะกับคนที่มีปัญหาไม่เยอะมาก ปากมดลูกไม่ตีบ หรือมีปัญหาสเปิร์มไม่ค่อยแข็งแรงบ้างอะไรบ้าง
ส่วน IVF หรือเด็กหลอดแก้วเนี่ย อันนี้ยิ่งใหญ่กว่า เราเอาไข่กับสเปิร์มมา "เจอกัน" ข้างนอกร่างกายเลย ทำเหมือนในหนังอะ แล้วค่อยเอาตัวอ่อนกลับไปใส่ในท้อง มันก็ซับซ้อนกว่าเยอะ เหมาะกับเคสที่ปัญหาเยอะกว่า เช่น ท่อนำไข่อุดตัน หรือฝ่ายชายสเปิร์มน้อยมากๆ
เคยไปคุยกับหมอที่ศูนย์มีบุตรยากแถวพระราม 9 ตอนปี 2563 ช่วงนั้นราคา IUI ก็ประมาณหมื่นกว่าๆ ส่วน IVF นี่กระโดดไปหลายแสนเลยนะ ฟังแล้วก็แอบหวิว
เลือกอันไหนดี? อันนี้ขึ้นอยู่กับคุณหมอประเมินเลยนะ เขาจะดูจากหลายอย่าง ทั้งอายุ ปัญหามีบุตรยาก แล้วก็งบประมาณด้วย มันไม่มีคำตอบตายตัวหรอก
ตอนนั้นเพื่อนเราคนนึงก็มีปัญหา ลอง IUI แล้วไม่ติด เลยขยับไป IVF สุดท้ายก็ได้น้องสมใจ
มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากจริงๆ การปรึกษาคุณหมออย่างใกล้ชิดสำคัญที่สุดนะ อย่าเพิ่งตัดสินใจเองเด็ดขาด
เด็กหลอดแก้ว กับ ทำกิ๊ฟ ต่างกันอย่างไร
เงียบดีจัง... ดึกแล้วนะ... คิดถึงเรื่องเด็กหลอดแก้ว กับ ทำกิ๊ฟ ขึ้นมา... มันต่างกันมากจริงๆ นะ...
ทำกิ๊ฟ... เขาเอาไข่... กับตัวอสุจิ... ใส่เข้าไปที่ปลายท่อนำไข่... ให้ไปปฏิสนธิกันเอง... ข้างในร่างกายเราเลย... อันนั้นแหละ... วิธีเก่าหน่อย
ส่วนเด็กหลอดแก้ว... อันนี้ชัดเจนกว่า... เขานำไข่กับอสุจิมาผสมกันข้างนอก... ในจาน... พอเป็นตัวอ่อน... ก็เลี้ยงไปก่อนสามสี่ห้าวัน... แล้วค่อยย้ายใส่กลับ... มันก็เป็นขั้นตอนแบบนั้น
เราได้เห็น... ความคืบหน้ามัน... ตั้งแต่ข้างนอก... ก่อนจะย้ายกลับเข้าไป... ความรู้สึกมันแตกต่างกันนะ... ระหว่างการรอคอย... กับการเฝ้าดู
การทำกิ๊ฟ (GIFT - Gamete Intrafallopian Transfer)
- เป็นการนำ อสุจิและไข่ ใส่ไว้ในท่อนำไข่ของฝ่ายหญิง.
- การปฏิสนธิ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติภายในร่างกาย.
- เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์แบบดั้งเดิม.
- ผู้รับการรักษาต้องมีท่อนำไข่ที่ปกติและทำงานได้ดี.
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF - In Vitro Fertilization)
- เป็นการนำไข่และอสุจิมาผสมกัน นอกร่างกาย ในห้องปฏิบัติการ.
- เพาะเลี้ยงตัวอ่อน 3-5 วัน ก่อนจะย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก.
- เป็นวิธีที่แพร่หลายและมีประสิทธิภาพสูงในปัจจุบัน.
- สามารถแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยากได้หลากหลายกว่า.
- มีโอกาสตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนได้ก่อนย้าย.
ทํากิ๊ฟ เหมาะกับใคร
โอ้ยยย ถามถึงการทำกิฟต์เหรอ มาๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังแบบถึงเครื่อง!
การทำกิฟต์เนี่ยนะ มันเหมาะกับคู่ที่พยายามกันจนท้อแล้วท้ออีก พยายามจนข้างบ้านนึกว่าทะเลาะกันทุกคืนอะ! คือแบบว่า...อยากมีลูกจนตัวสั่น แต่สวรรค์ไม่เป็นใจซักที
ฝ่ายชายที่กองทัพน้องจิขี้เกียจสันหลังยาว ว่ายน้ำไม่เป็น วิ่งไม่ถึงเส้นชัยซักตัว คือมีปริมาณนะ แต่คุณภาพนี่อย่างกับทหารแก่ใกล้ปลดประจำการ วิ่งไปสองเมตรก็หอบแฮ่กๆ แล้ว จะเอาแรงที่ไหนไปเจาะไข่เขาได้ล่ะพ่อคุณเอ๊ย
ฝ่ายหญิงที่ระบบภายในมันรวน เหมือนเครื่องยนต์เก่าๆ ไข่ดื้อ ไม่ยอมตกตามนัด หรือบางทีไข่ก็ตกนะ แต่น้องจิหากันไม่เจอ เหมือนเล่นซ่อนแอบกันในทุ่งลาเวนเดอร์ หาให้ตายก็ไม่เจอ
ที่สำคัญสุดๆ เลยนะ คือ ฝ่ายหญิงต้องมีท่อนำไข่ที่ยังใช้การได้ดีอย่างน้อยหนึ่งข้าง!! ย้ำว่าต้องมี!! ไม่มีท่อก็เหมือนจะส่งพัสดุแต่ไม่มีถนนอะ มันไปไม่ได้ เข้าใจตรงกันนะ!
เอ้า มาดูเป็นข้อๆ เลยดีกว่าจะได้ไม่งง
- คู่รักนักสู้ ที่ตรวจแล้วหาสาเหตุไม่เจอว่าทำไมไม่มีลูกซักที หมอบอกทุกอย่างก็ปกติดีนะ แต่ทำไม๊ทำไม น้องไม่มาเกิดซักที แบบนี้แหละ เข้าข่ายเลย เขาเรียกว่า ภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ
- คุณผู้ชายที่เชื้ออ่อนแอ หรือจำนวนน้อยนิดหยั่งกับเงินในกระเป๋าสิ้นเดือน คุณภาพอสุจิต่ำ ว่ายก็ช้า ตัวก็ไม่สมประกอบ จับมาเข้าคอร์สเร่งรัดแบบนี้แหละเหมาะ
- คุณผู้หญิงที่ไข่ตกไม่ปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับปากมดลูกที่ทำให้น้องจิผ่านเข้าไปไม่ได้ ด่านโหดเกินเบอร์ น้องจิยอมแพ้ตั้งแต่หน้าประตู
- ต้องมีท่อดีๆ เหลือซักข้างนะโว้ย! อันนี้คือเงื่อนไขสำคัญที่สุดของการทำกิฟต์เลยนะ เพราะหมอจะจับไข่กับอสุจิไปผสมกันข้างนอกแป๊บนึงแล้วฉีดกลับเข้าไปที่ "ท่อนำไข่" ไม่ใช่ที่มดลูกเหมือนเด็กหลอดแก้ว ดังนั้น ท่อนำไข่ต้องไม่ตัน เพื่อให้ตัวอ่อนเดินทางไปฝังตัวที่มดลูกเองได้ตามธรรมชาติ...เออ ธรรมชาติแบบบังคับนิดๆ น่ะ
การทํากิฟต์ หมายถึงอะไร
การทํากิฟต์ คือพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ มันไม่ใช่แค่การส่งมอบวัตถุจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง แต่เป็นการสื่อสารที่ไร้ตัวอักษร เป็นการยืนยันสถานะความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน
ในมิติทางสังคมวิทยา การให้ของขวัญคือการสร้าง พันธะทางสังคม (social bond) ของขวัญทุกชิ้นมีนัยของการตอบแทนแฝงอยู่เสมอ มันเป็นกลไกที่ผูกคนไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน การเลือกของขวัญจึงเป็นการวิเคราะห์ผู้รับไปในตัว
การให้คือการลงทุนทางอารมณ์อย่างหนึ่ง มันสะท้อนว่าเรามองเห็นตัวตนของอีกฝ่ายมากแค่ไหน ของบางชิ้นไม่ได้มีค่าที่ตัวเงิน แต่มีค่าที่ความเข้าใจ
- จิตวิทยาของผู้ให้: การให้ของขวัญกระตุ้นสิ่งที่เรียกว่า "Warm-Glow Giving" คือความรู้สึกดีที่ได้เป็นผู้ให้ ซึ่งบางครั้งความสุขนี้มีมากกว่าความสุขของผู้รับเสียอีก
- มูลค่าที่สูญเสียไป: ในทางเศรษฐศาสตร์ มีแนวคิด "Deadweight loss of Christmas" ที่ชี้ว่ามูลค่าของขวัญในใจผู้รับมักต่ำกว่าราคาที่ผู้ให้จ่ายไป เกิดเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจเล็กๆ น้อยๆ แต่น่าสนใจ
- กิฟต์ในยุคดิจิทัล: ปัจจุบันการทำกิฟต์ขยายไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น การส่งเกมใน Steam, การมอบ NFT, หรือแม้แต่การส่ง e-Voucher ผ่านแอปพลิเคชัน สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนรูปแบบแต่ยังคงแก่นเดิมของการให้
- ความแตกต่างทางวัฒนธรรม:การให้ของขวัญเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากในบางวัฒนธรรม เช่น ในญี่ปุ่น การห่อของขวัญมีความสำคัญเทียบเท่าตัวของขวัญ หรือในบางประเทศ การให้ของมีคมถือเป็นลางร้าย
ทำ IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร
แสงสีทองรำไร สาดผ่านม่านพลิ้วบางเบา ยามเช้าตรู่ คล้ายจะพาใจลอยล่อง... ห้วงเวลาที่ทุกความหวังเริ่มก่อตัวในความเงียบงัน... บนโต๊ะไม้เก่า เสียงพัดลมหมุนเอื่อยๆ... แค่คิดถึงวันนั้น หัวใจก็เหมือนจะเต้นรัวอีกครา
บางทีมันก็แค่เรื่องเล็กน้อย... การต่างกัน... เพียงแค่เสี้ยววินาที... แต่กลับเป็นโลกทั้งใบที่เปลี่ยนไป... IVF... ICSI... ชื่อนั้นยังก้องในหู... เฝ้าถามตัวเองเรื่อยมา... ต่างกันแค่ไหนกันนะ
IVF นั้นเรียบง่ายกว่า... เหมือนธรรมชาติตั้งใจ... ไข่กับอสุจิหลายตัว... รอคอยการรวมกันในจานแก้วใส... ให้พวกเขาลอยคว้าง... แสวงหากันเอง... นั่นคือ IVF... การปฏิสนธิด้วยตัวเอง... พรหมลิขิต...
แต่ ICSI... มันคือความแม่นยำ... ความตั้งใจอันแรงกล้า... เข็มบางๆ... แทงลงไปตรงๆ... อสุจิหนึ่งตัว... เข้าสู่ไข่หนึ่งใบ... ตรงนั้น... ใจกลางแห่งการเริ่มต้น... นั่นคือ ICSI... ไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา
สองหนทาง... สองความหวัง... บางครั้งก็สับสน... เหมือนฝันเลือนราง... แต่ทุกย่างก้าว... คือความจริงที่ต้องเผชิญ... เพื่อชีวิตเล็กๆ... ที่เราเฝ้ารอ... เฝ้าหวัง
เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้ง... บางแง่มุมที่เราอาจมองข้าม...
- ICSI มีโอกาสสำเร็จสูงกว่า IVF แบบปกติในบางกรณี เพราะช่วยลดอุปสรรคการเข้าถึงไข่ของอสุจิ
- เหมาะกับฝ่ายชายที่มีปัญหาอสุจิรุนแรง เช่น จำนวนน้อย เคลื่อนไหวไม่ดี รูปร่างผิดปกติ
- เหมาะกับฝ่ายหญิงที่เก็บไข่ได้น้อย เพื่อให้แน่ใจว่าไข่ทุกใบที่เก็บมามีโอกาสปฏิสนธิ
- ใช้ในกรณีที่ IVF เคยล้มเหลว จากปัญหาการปฏิสนธิ
- ช่วยลดความเสี่ยงการปฏิสนธิที่ไม่สมบูรณ์ แม้อสุจิจะดูปกติภายนอก
ทำกิฟกี่บาท
ทำกิฟ (IVF) น่ะหรือ? ค่าใช้จ่ายมันเหมือนการซื้อแพ็กเกจทัวร์ต่างประเทศที่หรูหราหน่อย ไม่ใช่แค่ตั๋วเครื่องบินนะคุณ! ราคาเริ่มต้นสำหรับทำกิฟ 1 รอบจะอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท ถึง 250,000 บาท เลยนะ เตรียมตัวเตรียมใจ แล้วก็เตรียมกระเป๋าเงินไว้ให้พร้อมเชียวแหละ ส่วนไอ้ตัวเลข 15,000-30,000 บาทที่ได้ยินมานั่น มันคือ "น้ำจิ้ม" หรือแค่ค่าทำ IUI ต่างหากล่ะ ไม่ใช่กิฟแบบเต็มสูบหรอก
ไอ้ราคาที่ว่านี่มันไม่ได้ Fixed เหมือนราคาก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยนะ มันขึ้นอยู่กับ "ความต้องการเฉพาะบุคคล" และ "ความพรีเมียมของสถานบริการ" เหมือนเลือกออปชั่นรถยนต์ไง ยิ่งต้องการฟังก์ชันเยอะ ยิ่งไฮเทคราคาก็ยิ่งพุ่ง ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วขนาดนี้บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าเรากำลังซื้อ "ความหวังใส่ขวด" ที่ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์ขั้นสุดมาช่วย
ปัจจัยกำหนดราคา กิฟ (IVF) ตัวฉกาจที่ทำให้เงินในบัญชีโบยบิน:
- ชื่อชั้นคลินิกและเทคโนโลยี: คลินิกดังๆ หมอเก่งๆ อุปกรณ์ล้ำสมัย ราคาก็ย่อมสูงตามชื่อเสียง เปรียบเหมือนร้านอาหารมิชลินที่วัตถุดิบก็ต้องพรีเมียมตามน่ะแหละ
- ยาและฮอร์โมน: ส่วนนี้เป็นต้นทุนที่หนักหน่วงพอตัว เพราะยาแต่ละตัวมีหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นไข่ หรือเตรียมผนังมดลูก ราวกับน้ำมันเชื้อเพลิงของยานอวกาศ แต่ละคนใช้ปริมาณไม่เท่ากันด้วยนะ
- ขั้นตอนเสริมเพิ่มมูลค่า: เช่น การทำ ICSI (ช่วยให้สเปิร์มเจาะไข่ได้ง่ายขึ้น) การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซิสต์ (ตัวอ่อนแข็งแรง) และที่แพงหูฉี่คือ การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) ซึ่งสามารถเพิ่มค่าใช้จ่ายได้อีกเป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว ยิ่งเลือกเยอะก็ยิ่งแพง!
- จำนวนรอบที่ทำ: บางคนอาจจะ "โชคดี" รอบเดียวติด บางคนต้องวนไปหลายรอบ ค่าใช้จ่ายก็ทบไปเรื่อยๆ นี่แหละคือความท้าทายที่แท้จริง
- การแช่แข็งตัวอ่อนหรือไข่: สำหรับเก็บไว้ใช้ในอนาคต มีค่าใช้จ่ายทั้งค่าแช่แข็งและค่าบำรุงรักษาต่อปี เหมือนค่าฝากกระเป๋าในโรงแรมหรูแต่เก็บได้นานกว่ากันหลายปี
สิ่งที่มักจะรวมอยู่ในแพ็กเกจเริ่มต้นของกิฟ (IVF) ทั่วไป:
- การกระตุ้นไข่และการติดตามผลด้วยอัลตราซาวด์
- การเก็บไข่และการเก็บอสุจิจากคู่สมรส
- การปฏิสนธินอกร่างกายในห้องแล็บ
- การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ
- การย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่มดลูกของแม่
ค่าใช้จ่ายที่ "เกินงบ" บ่อยๆ และต้องเตรียมใจไว้:
- ยาบำรุงพิเศษสำหรับเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มกระบวนการ
- การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมของตัวอ่อน (PGT-A/PGS) ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รวมในแพ็กเกจพื้นฐาน
- การตรวจวินิจฉัยพิเศษอื่นๆ สำหรับคู่สมรสที่มีปัญหาสุขภาพซับซ้อน
- ค่าปรึกษาเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทางด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง
- ค่าเดินทางและค่าที่พัก (หากต้องเดินทางไปทำกิฟที่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ)
- ที่สำคัญคือ หากต้องทำหลายรอบ ก็ต้องจ่ายซ้ำใหม่หมดตั้งแต่ต้นนะจ๊ะ ไม่มีโปรโมชั่นรอบสองถูกลงเท่าไหร่หรอก
Gift ทำอะไร
โอ้ยยย พูดถึงเรื่องทำกิ๊ฟแล้วมันจี๊ดที่ใจเลย ประสบการณ์ตรงล้วนๆ ตอนนั้นคือพยายามกันมา 2 ปีเต็มๆ จนท้อแล้ว เลยตัดสินใจกับสามีไปหาหมอที่ BNH แถวคอนแวนต์ ช่วงปลายปีที่แล้วนี่เอง
ทุกเช้า 9 โมงตรงเป๊ะ ต้องฉีดยากระตุ้นไข่ที่พุงตัวเอง พุงนี่ช้ำเป็นจ้ำๆ สีม่วงๆ เขียวๆ เลยนะ แต่ก็ต้องทนอะเนอะ ความอยากมีลูกมันมากกว่าความเจ็บเยอะ
แล้วไอ้การทำกิ๊ฟเนี่ย มันไม่ใช่การทำเด็กหลอดแก้วซะทีเดียวนะ หมอที่ BNH อธิบายให้ฟังละเอียดเลย คือวันนึงที่ไข่เราโตได้ที่แล้ว เค้าจะนัดเราไปโรงพยาบาลเพื่อเก็บไข่
วันนั้นจำได้เลย เข้าห้องผ่าตัดตอนบ่ายสอง ตื่นเต้นมาก กลัวด้วย หลับไปแป๊บเดียว ตื่นมาอีกทีหมอบอกเรียบร้อยแล้ว หมอเค้าจะเอาไข่ที่ได้ กับน้ำเชื้อของสามีที่คัดมาแต่ตัวท็อปๆ ใส่กลับเข้าไปในท่อนำไข่ของเราเลยทันที ให้ไปเจอกันเอง ปฏิสนธิกันเองข้างในเหมือนธรรมชาติที่สุด
ความทรมานมันอยู่ตรงรอลุ้นผลนี่แหละ สองอาทิตย์ที่เหมือนสองปี ลุ้นทุกวันว่าน้องจะมามั้ย สรุปคือวิธีนี้มันคือการเอาไข่กับอสุจิไปส่งให้เจอกันในที่ที่ควรจะเจอกันเฉยๆ ที่เหลือปล่อยเป็นเรื่องของธรรมชาติ
- GIFT ย่อมาจาก Gamete Intrafallopian Transfer แปลตรงตัวก็คือการย้ายเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่กับอสุจิ) เข้าไปในท่อนำไข่
- ขั้นตอนคือหมอจะ เก็บไข่ที่สุกแล้วของเราออกมา พร้อมกับเก็บ น้ำเชื้ออสุจิของฝ่ายชาย ในวันเดียวกัน
- จากนั้นจะนำทั้งไข่และอสุจิที่คัดแล้ว ฉีดกลับเข้าไปที่ปลายท่อนำไข่ ไม่ได้เอามาผสมกันในจานเพาะเลี้ยงเหมือนเด็กหลอดแก้ว (IVF)
- ให้ไข่กับอสุจิไปเจอกันและปฏิสนธิกันเองตามธรรมชาติ ภายในร่างกายของเราเลย
- วิธีนี้จำเป็นมากที่ ผู้หญิงต้องมีท่อนำไข่ที่ปกติอย่างน้อยหนึ่งข้าง เพราะมันคือสถานที่ที่การปฏิสนธิจะเกิดขึ้น
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต