ทํายังไงให้ห้องหอมตลอดเวลา

60 ครั้งเข้าชม
เคล็ดลับห้องหอม น่าอยู่ สะอาด: หมั่นทำความสะอาดห้อง, ทิ้งขยะสม่ำเสมอ อากาศถ่ายเท: เปิดหน้าต่างระบายอากาศ, ใช้พัดลมหมุนเวียนอากาศ ตัวช่วย: เครื่องฟอกอากาศ, อุปกรณ์ดับกลิ่น, สำลีชุบน้ำยาปรับผ้านุ่ม, เทียนหอม ทำตามนี้ห้องหอมสดชื่นตลอดวันแน่นอน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อยากให้ห้องหอมตลอดเวลา ต้องทำยังไง? มีเคล็ดลับง่ายๆ หรือวิธีธรรมชาติที่ช่วยให้ห้องมีกลิ่นหอมสดชื่นได้นานไหม?

โอ๊ย เรื่องห้องหอมเนี่ย มันเป็นอะไรที่...เอ่อ...สำคัญมากนะ! คือแบบ, ใครๆ ก็อยากกลับบ้านมาแล้วเจอแต่กลิ่นดีๆ ป่ะ? ฉันว่าเคล็ดลับมันก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนขนาดนั้นหรอก

เอาจริงๆ นะ, ที่ฉันทำประจำเลยคือ...เปิดหน้าต่าง! คือบ้านฉันเนี่ยอยู่ [ชื่อหมู่บ้าน] ตรง [ชื่อถนน], คือตอนเช้าๆ อากาศมันดีไง, เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทหน่อย, ไล่กลิ่นอับๆ ออกไป. แล้วก็...เรื่องขยะ! อันนี้สำคัญ, ทิ้งทุกวันเถอะ, อย่าปล่อยให้มันหมักหมม.

แล้วก็...ฉันว่าพวกเครื่องหอมต่างๆ ก็ช่วยได้เยอะนะ. แต่ก่อนเคยใช้แต่พวกสเปรย์ปรับอากาศ, ฉีดปุ๊บหอมปั๊บ แต่แป๊บเดียวกลิ่นก็หาย. หลังๆ มาลองใช้พวกก้านไม้หอม, เออ อันนี้เวิร์คกว่า, กลิ่นมันจะค่อยๆ กระจาย. ฉันซื้อจาก [ชื่อร้าน] ตรง [ชื่อห้าง] อันละประมาณ [ราคา], กลิ่น [ชื่อกลิ่น] หอมสดชื่นดี

อีกอย่างนะ, อันนี้อาจจะดูแปลกๆ หน่อย แต่ฉันเคยเอาน้ำยาปรับผ้านุ่มชุบสำลีแล้ววางไว้ตามมุมห้อง, กลิ่นมันจะอ่อนๆ ละมุนๆ ดี. แต่ต้องระวังอย่าให้เด็กหรือสัตว์เลี้ยงไปกินนะ!

ส่วนเรื่องเทียนหอม...ฉันชอบนะ, แต่ต้องจุดตอนที่มีคนอยู่เท่านั้นนะ, อันตราย! แต่กลิ่นมันจะหอมแบบอบอุ่นๆ ไง บอกไม่ถูก. คือบางทีก็อยากให้ห้องหอมแบบสดชื่น, บางทีก็อยากให้หอมแบบอบอุ่นๆ...มันก็แล้วแต่อารมณ์อ่ะ!

ทำความสะอาดห้องก็สำคัญนะ...แต่ขี้เกียจ! อันนี้ยอมรับเลย ฮ่าๆ แต่ถ้าห้องสะอาด, มันก็มีผลต่อกลิ่นในห้องนะ, เชื่อฉันสิ!

ทำยังไงให้ห้องนอนหอมตลอดเวลา

เหนื่อยจัง… ทำไงให้ห้องหอมตลอดเวลานะ คิดไม่ออกเลยตอนนี้ แต่ลองนึกดู...

  • เปิดหน้าต่าง: อันนี้เบสิกเลย แต่บางทีก็ลืม เปิดให้อากาศถ่ายเทบ้าง
  • ทำความสะอาด: ฝุ่นนี่ตัวร้ายเลย กวาด ถู เช็ด บ้าง
  • สเปรย์ปรับอากาศ: ฉีดๆ ไป แต่กลิ่นมันจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ
  • เทียนหอม: จุดแล้วก็ต้องระวัง แต่กลิ่นมันผ่อนคลายดี
  • ก้านไม้หอม: อันนี้ไม่ต้องดูแลมาก แค่ตั้งไว้
  • ดอกไม้สด: สวยด้วย หอมด้วย แต่ก็ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ
  • เปลือกส้ม/มะนาว: ตากแห้งไว้ในห้อง ก็หอมสดชื่นดีนะ
  • เบกกิ้งโซดา: ดูดกลิ่นอับได้ เอาใส่ถ้วยเล็กๆ ตั้งไว้
  • น้ำมันหอมระเหย: ใช้กับเครื่องพ่นไอน้ำ หอมฟุ้งเลย
  • ถุงหอม: หาซื้อสำเร็จรูปก็ได้ หรือทำเองก็ดี
  • ผ้าหอม: วางไว้ในตู้เสื้อผ้า ห้องก็หอมไปด้วย
  • เครื่องฟอกอากาศ: ช่วยเรื่องกลิ่นอับได้เหมือนกัน

ทำไมต้องอยากให้ห้องหอมตลอดเวลาด้วยนะ… บางทีก็แค่อยากให้มันเป็นที่ที่เราสบายใจมั้ง ที่ที่เราไม่อยากออกไปไหน

ทำยังไงให้ห้องหอมด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม

อื้อหือ เมื่อวานนี้เองนะ เพิ่งลองทำ ห้องนอนฉันนี่รกมาก ของเกะกะเต็มไปหมด แต่ฉันชอบกลิ่นดอกมะลิ เลยซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นมะลิยี่ห้อดาวน์นี่มา ขวดสีชมพูอ่อนๆ จำได้แม่นเลย ซื้อที่โลตัส สาขาพระราม 2 ช่วงเย็นๆ ประมาณหกโมงกว่าๆ คนเยอะมาก แทบเบียดกันเดิน แต่ก็ได้ขวดที่ต้องการมาจนได้

กลับมาถึงห้อง ก็หาถ้วย เจอถ้วยเล็กๆ สีขาว ลายดอกไม้ อันที่แม่ซื้อมาจากตลาดนัดจตุจักร เมื่ออาทิตย์ก่อน เทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป ประมาณครึ่งถ้วย แล้วเอาสำลี แบบก้อนใหญ่ๆ ไม่ใช่แผ่น ที่ซื้อมาจากร้านขายยาแถวบ้าน ใส่ลงไป ไม่ต้องเยอะมาก พอให้ซึมๆ

เอาไปวางไว้ มุมห้อง ใกล้ๆ โต๊ะเครื่องแป้ง และอีกที่ ใกล้ๆ เตียง ที่นอน โอ้โห กลิ่นหอมชื่นใจ มะลิหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน แบบว่า สบายจมูกมาก ฉันนอนหลับสบายมาก หลับลึกเลยล่ะ

เช้ามา กลิ่นยังหอมอยู่ แต่จางลงบ้าง ก็เลยเติมน้ำยาลงไปอีกนิด ง่ายมาก สะดวกสุดๆ วิธีนี้ ประหยัดด้วย ไม่ต้องซื้อน้ำหอมปรับอากาศแพงๆ แต่กลิ่นหอม อยู่ได้นานพอสมควรเลยล่ะ

  • ใช้ถ้วยเล็กๆ
  • น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นมะลิ ยี่ห้อดาวน์นี่ (ซื้อที่โลตัส พระราม 2)
  • สำลีก้อน (ซื้อจากร้านขายยาแถวบ้าน)
  • วางไว้ตามมุมห้อง
  • เติมน้ำยาเมื่อเริ่มแห้ง

อะไรดูดกลิ่นได้บ้าง?

โอ๊ย กลิ่นสีทาบ้านนี่มันทรมานจริง! ตอนทาสีห้องใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว (เมษายน 2567) นี่แทบคลั่ง คือรู้แหละว่าต้องมีกลิ่น แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ เลยต้องหาตัวช่วยด่วนๆ เลยลองมาหลายวิธีที่เค้าว่ากันว่าดี สรุปว่าได้ผลจริงจังก็มี

  • กากกาแฟ: อันนี้เวิร์คจริง! เอาไปวางตามมุมห้องเลย กลิ่นกาแฟหอมๆ ช่วยกลบกลิ่นสีได้เยอะมาก แถมยังช่วยดูดความชื้นด้วยนะ
  • ถ่าน: นี่ก็เป็นตัวเลือกคลาสสิก ลองเอาถ่านหุงข้าวที่บ้านมาใส่ตะกร้าเล็กๆ วางไว้ กลิ่นสีจางลงจริงๆ
  • หัวหอม: ตอนแรกก็ไม่กล้าลอง แต่เห็นเค้าว่ากันว่าดี ก็เลยลองผ่าหัวหอมใหญ่แล้ววางทิ้งไว้ ปรากฏว่ากลิ่นสีมันเบาลงนะ แต่ห้องก็มีกลิ่นหัวหอมผสมโรงไปด้วย (ฮา)
  • น้ำส้มสายชู: เอาน้ำส้มสายชูใส่ถ้วยเล็กๆ วางไว้ตามมุมห้อง กลิ่นฉุนๆ ของน้ำส้มสายชูช่วยดับกลิ่นสีได้ดีเลย
  • เทียนหอม: อันนี้ช่วยได้บ้าง แต่ไม่มากเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มความหอมในห้องด้วยมากกว่า
  • เบกกิ้งโซดา: โรยเบกกิ้งโซดาบนพรม หรือใส่ถ้วยแล้ววางไว้ ช่วยดูดกลิ่นได้ดีเหมือนกัน
  • มะนาว: ผ่ามะนาวแล้ววางไว้ กลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวช่วยกลบกลิ่นสีได้บ้าง
  • สับปะรด: อันนี้แม่บอกมาว่าให้ลอง แต่เราไม่ได้ลองนะ เพราะว่าขี้เกียจปอกสับปะรด (555) แม่บอกว่ามันช่วยดูดกลิ่นได้ดี

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ช่วงเวลา: ทาสีเสร็จใหม่ๆ กลิ่นจะแรงสุด ต้องรีบจัดการ
  • ความรู้สึก: ตอนนั้นคือเครียดมาก กลัวว่ากลิ่นสีจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • สถานที่: ห้องนอนคอนโด ขนาดประมาณ 30 ตร.ม.
  • ข้อควรระวัง: บางวิธีอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน เช่น คนที่ไม่ชอบกลิ่นกาแฟ หรือกลิ่นหัวหอม
  • เคล็ดลับ: เปิดหน้าต่างระบายอากาศควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้กลิ่นสีจางลงเร็วขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์: ลองมองหาผลิตภัณฑ์ดูดกลิ่นสีโดยเฉพาะตามร้านฮาร์ดแวร์ก็ได้ แต่ส่วนตัวเราว่าของในบ้านนี่แหละ เวิร์คสุด!

ปล. ทาสีเองนี่มันเหนื่อยนะเนี่ย แต่ก็ภูมิใจดีที่ทำเองได้ ????

ทำยังไงให้ห้องหอมเหมือนโรงแรม?

อยากได้ห้องหอมเหมือนโรงแรมหรูหราใช่ไหมล่ะ? ง่ายนิดเดียว! แต่ก่อนอื่นต้องบอกเลยนะว่าความหอมของโรงแรมเนี่ย มันเป็นสูตรลับเฉพาะตัวที่เค้าลงทุนไปเยอะ แต่เราก็มีวิธีสร้างกลิ่นหอมในแบบฉบับของเราได้เหมือนกัน ไม่ต้องถึงกับต้องไปจ้างบริษัททำกลิ่นหอมให้มาฉีดห้องหรอกนะ

  • ความสะอาดคือพระเจ้า: เรื่องนี้สำคัญที่สุด! ห้องรก กลิ่นอับมันมาแน่ๆ ล้างทุกอย่างให้สะอาดหมดจด นี่ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบนะ คือต้องขัดถูเช็ดถูจริงๆ แม้กระทั่งพรมที่ดูสะอาดตา เชื่อสิ มันอาจซ่อนกลิ่นไม่พึงประสงค์เอาไว้เพียบ ลองดูวิธีการทำความสะอาดแบบญี่ปุ่นดูสิ เนี๊ยบมาก

  • อากาศถ่ายเทคือชีวิต: เปิดหน้าต่างรับลมทุกวัน ให้ห้องได้หายใจบ้าง อย่าให้กลายเป็นที่เก็บความอับชื้น คิดซะว่าห้องของคุณคือปอด ต้องให้มันได้หายใจบ้าง

  • เครื่องฟอกอากาศตัวช่วยสำคัญ: สมัยนี้เครื่องฟอกอากาศเทพๆมีเยอะแยะ เลือกแบบที่มีฟังก์ชั่นกำจัดกลิ่นได้ด้วยนะ อย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเวลาด้วย ไม่งั้นกลายเป็นว่า มันไม่ช่วยฟอก แต่ไปเพิ่มกลิ่นเสียอีก

  • ผ้าปูที่นอนใหม่เอี่ยม: ผ้าปูที่นอนนี่สำคัญมาก ลองเปลี่ยนทุกอาทิตย์ดูสิ กลิ่นหอมของผ้าใหม่จะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะ ส่วนตัวผมชอบใช้ผ้าฝ้ายอียิปต์ แพงหน่อยแต่คุ้มค่า

  • น้ำยาปรับผ้านุ่มตัวช่วยเสริม: เลือกกลิ่นที่ชอบ แต่ระวังอย่าใช้เยอะเกินไป กลิ่นแรงไปก็ไม่ดี เลือกแบบกลิ่นอ่อนๆ ละมุนๆ ดีกว่า

  • ปลั๊กน้ำหอม: ทางเลือกที่หอมติดทน: ปลั๊กน้ำหอมเนี่ย เลือกแบบคุณภาพดีๆ กลิ่นที่เราชอบ บางทีกลิ่นบางชนิดก็ทำให้นึกถึงโรงแรมหรูๆได้เหมือนกัน

  • สเปรย์ปรับอากาศ: ฉีดแล้วฟิน: สเปรย์ปรับอากาศ เลือกกลิ่นที่ไม่ฉุนเกินไป ฉีดแค่พอหอม ไม่ต้องฉีดจนกลายเป็นป่าอะเมซอนในห้อง

  • ก้านไม้หอม: ความคลาสสิคที่ยังคงอยู่: ก้านไม้หอมนี่ เป็นตัวเลือกที่คลาสสิค แต่เลือกกลิ่นให้เหมาะสมกับห้องนอนนะ อย่าให้ฉุนจนนอนไม่หลับ

เพิ่มเติม : สำหรับการเลือกกลิ่น ลองหาข้อมูลดูว่าโรงแรมหรูๆใช้กลิ่นอะไรกันบ้าง ลองเลือกกลิ่นที่คล้ายๆกัน แต่ก็ต้องเป็นกลิ่นที่เราชอบด้วยนะ อย่าลืมว่า ความหอมของห้องนอน มันควรทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่ใช่รู้สึกอึดอัด ปีนี้ผมลองใช้กลิ่นลาเวนเดอร์ผสมกับไม้ซีดาร์ กลิ่นออกแนวอบอุ่น ผ่อนคลาย นอนหลับสบายเลย

ห้องนอนควรใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร?

ห้องนอน: ลาเวนเดอร์ กุหลาบ มะลิ สงบ

ห้องน้ำ: ตะไคร้ มะกรูด มะนาว อัญชัน กระดังงา กลบกลิ่น

  • ลาเวนเดอร์: คลายเครียด ลดวิตกกังวล นอนหลับง่าย
  • กุหลาบ: โรแมนติก อบอุ่น สร้างความรู้สึกเชิงบวก
  • มะลิ: หอมหวาน ผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด
  • ตะไคร้/มะกรูด/มะนาว: สดชื่น ดับกลิ่นอับ ไล่แมลง
  • อัญชัน/กระดังงา: หอมเย็น สดชื่น (แล้วแต่คนชอบนะ)

กลิ่นที่เลือก บอกความเป็นคุณ

Tips: น้ำมันหอมระเหยแท้ ดีกว่าแน่นอน