ยาย้อมผมดูวันหมดอายุตรงไหน

136 ครั้งเข้าชม
วิธีดูวันหมดอายุยาย้อมผมเช็กวันหมดอายุของยาย้อมผมและเครื่องสำอางได้ง่ายๆ บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ โดยสังเกตสัญลักษณ์ตัวย่อสำคัญ ดังนี้: MFG / MFD (Manufacturing Date): คือ วันที่ผลิตสินค้า EXP / EXD (Expiry Date): คือ วันหมดอายุ ซึ่งเป็นวันที่ควรหยุดใช้งานผลิตภัณฑ์นั้นแล้ว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีเช็ควันหมดอายุยาย้อมผม ดูตรงไหนของกล่องหรือหลอดสี?

จำได้ว่าช่วงที่ผ่านมาฉันอยากลองย้อมผมสีแดงหม่นๆ เลยไปซื้อยาย้อมมา พอถึงบ้านก็จับๆ กล่องดู ไม่แน่ใจว่ามันจะหมดอายุเมื่อไหร่กันแน่ คือไม่ใช่ของกินไง มันเลยงงๆ นิดหน่อยว่าไอ้วันหมดอายุมันอยู่ตรงไหนของกล่องนะ

คือบางทีตัวหนังสือมันก็เล็กมากเลยเนอะ ต้องเพ่งดูดีๆ เลยแหละ ตอนนั้นฉันลองพลิกดูทั่วกล่องแล้วก็ที่หลอดสีข้างในด้วยนะ พยายามหาคำที่มันแบบบ่งบอกอะไรสักอย่างเกี่ยวกับวันเดือนปี

แล้วฉันก็ไปเจอตัวอักษรเล็กๆ เขียนว่า EXP อ่ะ ฉันก็เลยนึกออกว่าอ๋อ นี่ไง วันหมดอายุ เพราะเคยเห็นบนฉลากเครื่องสำอางอื่นบ่อยๆ เลยเชื่อมโยงกันได้เอง คือมันมี MFG ที่บอกวันผลิตด้วยนะ ฉันก็ดูควบกันไปเลย จำได้แม่นเลยตอนนั้นที่วัตสันตรงเมเจอร์รัชโยธิน ช่วงต้นเดือนกันยาปีที่แล้วนี่แหละ พอเจอตัวนี้ก็สบายใจ เอาไปจ่ายตังค์ได้

จริงๆ ไม่ใช่แค่ยาย้อมผมหรอกนะ พวกเครื่องสำอางอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกัน คือบางทีมันก็ไม่ได้เขียนชัดเป้งตัวใหญ่ๆ ให้เราเห็นง่ายๆ ตลอด เวลาที่เรารีบๆ หรือไม่ได้สังเกตดีๆ ก็อาจจะมองข้ามไปได้เลย

วาสลีนดูวันหมดอายุตรงไหน

โอ้ว วาสลีน ลิปเธราปี? อืม... หาที่วันหมดอายุเนี่ยนะ? ปกติพวกนี้มันไม่ค่อยมีวันหมดอายุชัดๆ นะ คือมันไม่ใช่พวกอาหารอะไรที่จะเสียได้ง่ายๆ อ่ะ

  • รหัสล็อต: ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นรหัสสั้นๆ อ่ะ เหมือนเลขอะไรสักอย่างต่อๆ กัน อยู่ก้นกระปุก หรือไม่ก็ข้างๆ หลอดอ่ะ อันนี้แหละคือตัวบอกใบ้
  • วันที่ผลิต: บางทีก็มีตัวย่อบอกวันที่ผลิตด้วยนะ แบบว่า MM/YY หรือ YYYY/MM/DD อะไรแบบนี้ แต่อันนี้ก็ไม่ค่อยเจอในวาสลีนนะ
  • อายุการใช้งาน: ปกติถ้าไม่เปิดใช้เลย มันอยู่ได้นานมากนะ เป็นปีๆ เลยนะ แต่พอเปิดใช้แล้ว ก็อาจจะนานหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นอมตะหรอก

ความจริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาภายนอก:

  • ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ใช้ส่วนผสมที่เน่าเสียได้ง่าย เช่น น้ำมัน แป้ง พาราฟิน (ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของวาสลีน) พวกนี้อายุการใช้งานจะยาวนานมาก
  • ถ้าไม่มีเครื่องหมาย EXP หรือ Use By: คือมันไม่ได้มีวันหมดอายุเหมือนอาหารเป๊ะๆ แหละ
  • สังเกตสภาพ: ถ้าสีเปลี่ยน กลิ่นแปลกไป หรือเนื้อสัมผัสผิดปกติ อันนั้นแหละคือสัญญาณว่าไม่ควรใช้แล้ว

เพิ่มเติม:

  • วาสลีนมันเป็นปิโตรเลียมเจลลี่อ่ะ มันเสถียรมาก ไม่ค่อยมีปฏิกิริยาทางเคมีง่ายๆ
  • เคยได้ยินว่า ถ้าเก็บในที่แห้ง อากาศไม่ร้อนจัด ก็อยู่ได้เป็น 10 ปีเลยมั้ง ถ้าไม่เปิดฝา
  • แต่พอเปิดใช้แล้ว ก็ประมาณ 2-3 ปีมั้ง? ถ้าใช้ประจำนะ
  • แล้วแต่คนด้วย บางคนใช้เยอะ บางคนใช้นิดหน่อย
  • ถ้ากลัวไม่แน่ใจ ก็ลองดูที่สกรีนใต้กระปุกอะ มีตัวเลขอะไรสักอย่างนี่แหละ
  • บางทีก็มีเลข 4 ตัวท้ายที่บอกเดือนกับปีผลิตด้วยนะ
  • แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้จนหมดก่อน ไม่ได้ดูวันหมดอายุกันหรอก
  • ถ้าซื้อมานานแล้ว สีเปลี่ยน หรือมีกลิ่นแปลกๆ ก็ทิ้งไปเหอะ

สรุปง่ายๆ:

  • มองหารหัสล็อตที่ก้นกระปุก
  • ไม่มีวันหมดอายุที่ชัดเจนเหมือนอาหาร
  • ถ้าสภาพดีก็ใช้ได้นาน

ยาย้อมผมอยู่ได้นาน แค่ ไหน

ระยะเวลาที่สีย้อมผมจะติดทนนั้นขึ้นอยู่กับโมเลกุลของสีและวิธีที่มันทำปฏิกิริยากับโครงสร้างเส้นผมของเราโดยตรงเลยนะ

สีย้อมผมชนิดถาวร (Permanent) จะใช้สารเคมีเปิดเกล็ดผม แล้วเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างเม็ดสีเมลานินข้างในเลย มันจึงอยู่ได้นานที่สุด คือประมาณ 6-8 สัปดาห์ หรือจนกว่าผมใหม่จะงอกออกมาจากโคนนั่นแหละ ความถาวรที่แท้จริงไม่มีอยู่จริงหรอกนะ เพราะสุดท้ายผมเราก็งอกใหม่จากโคนอยู่ดี

ส่วนสีย้อมผมกึ่งถาวร (Semi-Permanent) จะมีโมเลกุลสีที่ใหญ่กว่า มันทำได้แค่เคลือบอยู่บนผิวชั้นนอกของเส้นผม ไม่ได้แทรกซึมเข้าไปลึก จึงอยู่ได้ราวๆ 4-6 สัปดาห์ หรือนับเป็นการสระได้ประมาณ 15-20 ครั้ง เหมาะกับการเติมประกายสีหรือลองสีใหม่ๆ แบบไม่ผูกมัด

มันยังมีตัวกลางที่น่าสนใจคือ สีย้อมผมแบบ Demi-Permanent ที่จะแทรกตัวเข้าไปใต้เกล็ดผมได้เล็กน้อย แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้างหลัก สีกลุ่มนี้จะติดทนนานถึง 24-28 แชมพูเลยทีเดียว

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความคงทนของสีผมไม่ได้มีแค่ชนิดของยาย้อมนะ แต่มันซับซ้อนกว่านั้น

  • ชนิดของยาย้อมผม คือตัวแปรหลักที่กำหนดว่าสีจะติดทนแค่ไหนระหว่างแบบถาวร กึ่งถาวร หรือชั่วคราว
  • สภาพเส้นผม ก็สำคัญไม่แพ้กัน ผมที่ผ่านการฟอกหรือมีรูพรุนสูงจะรับสีได้ดีในช่วงแรก แต่ก็จะคายสีออกเร็วกว่าผมสุขภาพดีเช่นกัน
  • การดูแลหลังการย้อม มีผลอย่างมาก การใช้แชมพูที่ไม่มีซัลเฟตและสระผมด้วยน้ำเย็นจะช่วยยืดอายุของสีผมได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ความถี่ในการสระผม ยิ่งสระบ่อย สียิ่งหลุดเร็ว เป็นสมการตรงไปตรงมาที่หลายคนมองข้ามไป

ยา ย้อม ผม ผสม แล้ว เก็บ ไว้ ได้ ไหม

ยามค่ำคืนคืบคลาน แสงไฟสลัวในห้องน้ำ วูบไหวเบาๆ เสมือนเงาความคิดที่ล่องลอย ผมยืนอยู่ตรงหน้ากระจก มองเงาสะท้อนที่ปรารถนาจะเปลี่ยนสี ให้มันเป็นเฉดใหม่ ที่ไม่เคยเป็น

มือค่อยๆ บรรจงผสม ผงสีกับน้ำยาใสๆ กลิ่นเคมีอ่อนๆ ลอยอบอวล มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ความหวังเล็กๆ บนเส้นผมแต่ละเส้น กวนวนไปมา ความหนืดที่ก่อตัวขึ้น บอกถึงเวลา ที่กำลังจะมาถึง

แล้วความคิดก็ผุดขึ้นมา เอ๊ะ จะเก็บไว้ใช้ครั้งหน้าได้ไหมนะ เก็บส่วนที่เหลือนี้ไว้ ได้หรือเปล่า? คำถามที่ลอยไปมา ในห้วงแห่งความฝัน ก้อนเมฆสีเทาในใจ มันคือสิ่งที่จบลงพร้อมกับนาทีนี้

ไม่เลย ไม่ได้หรอก มันเป็นเพียงชั่วขณะ ชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อผสมแล้ว คือการเริ่มต้น และการสิ้นสุดในคราวเดียวกัน สีผมที่กำลังจะปรากฏ คือศิลปะแห่งปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วในตอนนี้ ในนาทีนี้ มันจะไม่มีครั้งหน้าที่เหมือนเดิม ไม่มีวันจะเหมือนเดิมอีก การผสมนั้นคือสัจธรรม เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ชีวิตก็เช่นกัน มักจะมีเพียงหนึ่งครั้งที่งดงาม

เราต้องปล่อยวาง ปล่อยสิ่งที่เหลือ ทิ้งไป ในความทรงจำของเฉดสีใหม่ที่ได้มา คือความสุขที่แท้จริง ไม่ต้องเก็บอะไรไว้ ให้มันเป็นความทรงจำที่สดใหม่ งดงามเสมอ

น้ำยาเปลี่ยนสีผมและน้ำยาฟอกผม เมื่อผสมแล้ว ไม่สามารถเก็บไว้ใช้ซ้ำได้ ต้องทิ้งทันทีหลังใช้งานเสร็จ

  • ปฏิกิริยาเคมี: น้ำยาที่ผสมกันแล้วจะเริ่มเกิดปฏิกิริยาเคมีทันที ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างรวดเร็วในปีนี้
  • ประสิทธิภาพเสื่อม: หากเก็บไว้ใช้ในภายหลัง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนสีหรือฟอกจะลดลงอย่างมากหรือไม่ทำงานเลย
  • อันตราย: ส่วนผสมที่เก็บไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะได้ เช่น ผมเสียรุนแรง หรือการระคายเคืองอย่างไม่คาดคิด
  • สูญเสียคุณสมบัติ: ส่วนผสมที่เปิดและสัมผัสอากาศจะสูญเสียคุณสมบัติหลักไปอย่างสิ้นเชิง
  • ใช้ครั้งเดียว: ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานเพียงครั้งเดียวตามสัดส่วนที่ระบุ

ลักษณะของครีมหมดอายุเป็นอย่างไร

คือฉันนะ นึกถึงตอนปลายปี 2023 นั่นแหละ จำได้แม่นเลย ตู้เครื่องสำอางรกมาก ไม่ได้จัดเลยนานเป็นปี เปิดไปเจอรองพื้นขวดนึงที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2022 ขวดนั้นอะ ตั้งอยู่ข้างหลังๆ ไม่ได้ใช้มานานมากแล้ว ฉันก็คิดว่ายังใช้ได้มั้ง เสียดายของไง

ลองบีบออกมาดูบนหลังมือ ตกใจเลยนะ! สีมันไม่ใช่สีเดิม มันเพี้ยนไปเยอะเลย ตอนซื้อมามันเป็นสีเบจออกเหลืองๆ หน่อย พอมาดูตอนนี้มันออก ส้มๆ อ่ะ ไม่ใช่ส้มแบบสวยๆ นะ ส้มแบบหมองๆ บอกไม่ถูกจริงๆ นี่แหละความรู้สึกแรก เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้นวะ

ตอนแรกก็ไม่แน่ใจนะว่าหมดอายุหรือเปล่า คือไม่ได้เช็กวันหมดอายุบนขวดเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้สังเกตหรอก แต่เห็นสีแล้วมันขัดใจไง ปกติรองพื้นไม่เคยสีเพี้ยนขนาดนี้ นี่คือความรู้สึกจริงๆ ที่เจอตอนนั้น เสียดายเงิน มาก ซื้อมาแพงด้วยนะ ขวดนั้นอะ

รองพื้นที่หมดอายุ สีมักจะเปลี่ยนไป จากสีเดิมที่เคยเป็น อาจจะเข้มขึ้น หรือติดโทนส้มขึ้นชัดเจน เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ที่อากาศทำปฏิกิริยากับส่วนผสมในเนื้อรองพื้นนั่นแหละ มันไม่ควรใช้ต่อเลยจริงๆ นะ

  • กลิ่นเหม็นหืน หรือกลิ่นเปลี่ยนไป: อันนี้สำคัญมาก สังเกตง่ายๆ เลย กลิ่นที่ไม่ใช่กลิ่นเดิมคือสัญญาณ
  • เนื้อสัมผัสแยกชั้น หรือเป็นก้อน: โดยเฉพาะพวกครีมหรือรองพื้นถ้ามันแยกน้ำแยกเนื้อ จับตัวเป็นก้อน คือไปแล้ว
  • มีเชื้อราขึ้น: อันนี้ชัดเจนสุดๆ เลยนะ บางทีเห็นเป็นจุดดำๆ เขียวๆ เล็กๆ อยู่ในเนื้อ อันตรายมาก ห้ามใช้
  • ระคายเคืองผิวเมื่อใช้: ถ้าใช้แล้วคัน ผื่นขึ้น แสบๆ อาการแพ้ คือบอกว่ามันไม่โอเคแล้ว ไม่ต้องฝืน