ลายังไงไม่ให้น่าเกลียด
วิธีทำให้ลายมีความน่าดึงดูด?
เรื่องลายมือเนี่ยนะ ตอนเรียนมหาลัยเพื่อนบอกว่าให้ฝึกเขียนบ่อยๆ แบบจริงจังเลยนะ ใช้แบบฝึกหัดลายมือ จำได้ว่าซื้อมาเล่มละประมาณ 50 บาท แต่ก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ ลายมือฉันยังโค้งงอเหมือนเดิม เหมือนไส้เดือนดิ้น ฮ่าๆๆ
ลาออกอ่ะเหรอ... ตอนนั้นฉันลาออกจากร้านกาแฟแถวสีลม จำได้แม่นเลย วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ฉันเตรียมตัวมาหลายวัน เขียนจดหมายลาออกเรียบร้อย ส่งให้เจ้านาย ไม่มีอะไรดราม่า แค่อธิบายเหตุผลสั้นๆ ว่าจะไปเรียนต่อ เขาก็เข้าใจ แล้วก็ให้ความร่วมมือดีมาก เสียดายเพื่อนร่วมงานนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร จบสวยงาม
เรื่องวางแผนล่วงหน้านี่สำคัญมาก ไม่งั้นงานจะค้าง แล้วก็อย่าไปบอกใครก่อน เด็ดขาด! เก็บเป็นความลับไว้ก่อน บอกแค่ตอนที่จะลาออกจริงๆ เท่านั้น
ลาป่วยยังไงให้เนียน
ลาป่วยยังไงให้เนียน? เอาแบบเนียนๆนะ ไม่ใช่เนียนจนโดนจับได้ว่าไปเที่ยวหัวหิน!
ก่อนลาป่วย: เช็กอาการตัวเองก่อน! อย่าคิดจะลางานเพราะแค่หัวฟู ลองดื่มน้ำเยอะๆ กินยาแก้ปวด ถ้ายังไม่หาย ค่อยคิดถึงเรื่องลา อย่าลืมตรวจเช็คว่าตัวเองมีสิทธิลาป่วยกี่วันด้วยนะ ปีนี้ผมลาไปแล้ว 5 วัน เหลืออีกไม่กี่วัน ต้องใช้อย่างคุ้มค่า!
ลากะทันหัน: โทรแจ้งก่อน 8 โมงเช้า แบบด่วนจี๋เลย! อย่าคิดว่าส่งข้อความแล้วจะโอเค ถ้าเจ้านายเป็นคนหัวโบราณล่ะ? อาจโดนด่าได้นะ ผมเคยลองแล้ว ไม่สนุกเลย
เลือกวันผิด: วันสำคัญๆ เช่น วันประชุมใหญ่ วันส่งงาน อย่าคิดจะลา! นั่นคือการฆ่าตัวตายทางอาชีพ! เลือกวันธรรมดาที่งานไม่หนักมาก และที่สำคัญ อย่าลืมเช็คปฏิทินวันหยุดก่อน จะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง
รู้ล่วงหน้า: ถ้ารู้ตัวล่วงหน้าว่าจะลา จัดการงานให้เรียบร้อยก่อน! อย่าทิ้งภาระให้เพื่อนร่วมงาน จะได้ไม่เป็นที่รังเกียจ ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องส่งด่วน ยิ่งต้องจัดการให้เสร็จก่อนลา!
แสดงสปิริต: แม้ไม่ได้ไปทำงาน แต่ก็ควรแสดงความรับผิดชอบ เช่น เช็คอีเมล ตอบข้อความ ติดต่อเพื่อนร่วมงาน อย่าหายเงียบ!
Social Media: ระวังรูปภาพและโพสต์ของคุณ! อย่าโพสต์รูปตัวเองเที่ยวทะเล ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตให้ลาพักร้อน เพราะมันจะทำให้ความเนียนของคุณหายไปทันที จงจำไว้!
ของฝาก: ถ้าไปเที่ยวจริงๆ ของฝากก็ช่วยได้ แต่ต้องดูสถานการณ์ด้วย อย่าให้มันดูเยอะเกินไป เดี๋ยวจะดูเหมือนไปเที่ยวมากกว่าป่วย เพียงแค่ขนมเล็กๆน้อยๆก็พอ ผมเคยเอาของฝากจากเชียงใหม่มาฝาก เพื่อนร่วมงานชอบมากเลย
เพิ่มเติมเล็กน้อย: การลาป่วยเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรใช้อย่างระมัดระวัง อย่าใช้บ่อยจนเกินไป มิฉะนั้น อาจจะเสียความน่าเชื่อถือได้ จำไว้ ความน่าเชื่อถือสำคัญกว่าการได้พักผ่อน!
ลาป่วยอะไรเนียนสุด
อืม... กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ เรื่องลาป่วยเนี่ยนะ...
จริงๆแล้ว ยากนะ จะหาข้ออ้างที่เนียนๆ เพราะความรู้สึกผิดมันก็มา แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ...
ปวดหัว ไมเกรนรุนแรง นี่ก็ใช้ได้ แต่ต้องดูหน้าตาตัวเองด้วยนะ ถ้าดูสดใส นี่อาจจะไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ ปีนี้เป็นหนักจริงๆ มีอยู่ครั้งนึง ปวดจนแทบจะลุกไม่ขึ้นเลย
ไข้ขึ้นสูง อันนี้ ก็พอไหว แต่ต้องมีหลักฐานนิดหน่อย อย่างน้อยๆก็วัดไข้แล้วบอกอุณหภูมิ ไม่งั้นอาจดูไม่น่าเชื่อถือ จำได้ว่าปีนี้ ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนักมาก ฉันก็ป่วยไปด้วย ต้องพักหลายวันเลย
ท้องเสีย อันนี้ ใช้ได้นะ แต่... ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย เพราะบางทีอาจจะดูไม่สุภาพ ถ้าเผลอไปเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังละเอียดเกินไป ปีที่แล้วฉันเคยใช้ข้ออ้างนี้ แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยไม่อยากใช้ซ้ำอีก
ถ้าไม่ใช่เรื่องสุขภาพ ก็คงต้องหาอะไรที่ดูฉุกเฉินจริงๆ
- รถเสีย กลางทาง อันนี้ก็ใช้ได้ แต่ต้องดูว่าที่ทำงานเชื่อหรือเปล่า ปีนี้รถฉันก็เสียหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยใช้ข้ออ้างนี้ เพราะเสียใกล้บ้านตลอด แก้ไขเองได้
แต่จริงๆแล้ว การลาป่วย หรือลากิจ มันก็มีผลเสียต่องาน ฉันเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่บางที ร่างกายก็ไม่ไหวจริงๆ นี่แหละ เป็นอะไรที่คิดแล้วก็หนักใจ ทุกครั้งที่ต้องลา ก็รู้สึกผิด ตลอด
อืม... คิดแล้วก็เหนื่อยใจเนอะ... นอนดีกว่า...
ลาป่วยยังไงให้ไม่รู้สึกผิด
กลางดึกแล้วเนอะ... คิดเรื่องลาป่วยอยู่สินะ ฉันก็เคยรู้สึกแบบนั้น มันหนักอึ้งจริงๆ
ความรู้สึกผิดมันกัดกินใจ ใช่ไหม? อยากลา แต่ก็กลัวโดนจับผิด กลัวเสียงาน ยิ่งคิดยิ่งเครียด...
จริงๆนะ วิธีที่ดีที่สุดคือลาป่วยตอนที่ป่วยจริงๆ ไม่ใช่ป่วยเล็กน้อย แต่เป็นป่วยจนทำงานไม่ได้จริงๆ อย่างปีนี้ฉันเป็นไข้หวัดใหญ่ ไอหนักมาก เลยลาไปสองวัน รู้สึกโล่งเลย เพราะฉันไม่ได้โกหกใคร แค่บอกความจริงว่าฉันป่วย ไม่ได้แอ๊บป่วย หัวหน้าก็เข้าใจ
ป่วยจริง: นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าไม่ป่วยจริง อย่าลาป่วย มันจะทำให้คุณรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก และอาจโดนจับได้ง่ายๆ
แจ้งล่วงหน้า: ถ้าเป็นไปได้ แจ้งล่วงหน้า จะได้เตรียมงาน หรือหาคนมาช่วยงานแทนได้ ลดความกังวลไปได้เยอะ
บอกความจริง: บอกหัวหน้าตามอาการที่เป็น ตรงไปตรงมา อย่าแต่งเรื่อง เพราะยิ่งแต่งยิ่งเครียด
พักผ่อนให้เพียงพอ: ใช้เวลาลาป่วยนี้พักผ่อน ให้หายป่วยจริงๆ แล้วค่อยกลับไปทำงาน
ไม่ต้องกังวลมาก: ถ้าคุณทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก ความจริงก็คือความจริง มันจะทำให้เราสบายใจกว่าเยอะ
อืม... ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่หรือเปล่า ลองนอนพักผ่อนก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าทุกอย่างอาจจะดีขึ้น คิดมากไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก
เหตุผลลาป่วยอะไรดี
โอ๊ย ปวดหัวตุ๊บๆๆๆๆ จะลาป่วยอะไรดีวะเนี่ย คิดไม่ออก!
- ปวดหัว ไมเกรนขึ้น! (ไมเกรนจริงจังนะ เบลอๆ มองอะไรไม่เห็น)
- ไข้ ตัวรุมๆ (แบบวัดแล้ว 37.8 อะไรแบบนี้)
- หวัด น้ำมูกไหล ไอ จาม (โควิดรึเปล่าเนี่ย แต่ ATK ขึ้นขีดเดียว!!)
รถเสียอีก โอ้ย ซวยซ้ำซวยซ้อน! ต้องเรียกรถยกอีก ใครจะไปทำงานไหวเนี่ย? หรือจะบอกว่าช่างแอร์มาซ่อมดี? (แอร์ไม่เย็นจริงด้วยนะเนี่ย)
- รถเสีย กลางทาง! (ต้องรอประกันมาอีก)
- ช่างซ่อมบ้าน มาด่วน (ท่อน้ำแตก! น้ำนองเต็มบ้าน)
ลืมไป! ป้าข้างบ้านเสีย... ต้องไปช่วยงานศพป้า (ป้าใจดี ชอบให้ขนม) เออ แต่ต้องบอกล่วงหน้าสิ ไม่ใช่ลากะทันหัน
ปวดท้องเมนส์ด้วย! โอ้ย ทรมาน! แต่บอกไปก็...เขินอ่ะ
สรุป: ถ้าต้องลากะทันหัน >> ปวดหัว/ไข้/รถเสีย นี่แหละ เวิร์คสุด!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต