ศัลยกรรมผ่าตัดเล็ก มีอะไรบ้าง

86 ครั้งเข้าชม
ศัลยกรรมผ่าตัดเล็ก หมายถึง การผ่าตัดที่มีความซับซ้อนน้อย ใช้เวลาน้อย และมีความเสี่ยงต่ำ ตัวอย่างเช่น: ด้านตา: ผ่าตัดต้อกระจก ด้านทันตกรรม: อุดฟัน ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ: ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ด้านมะเร็งวิทยา: เจาะชิ้นเนื้อทรวงอกตรวจมะเร็งเต้านม ด้านกระดูกและข้อ: ส่องกล้องตรวจภายในข้อ วิธีการผ่าตัด: การผ่าตัดผ่านกล้อง (Minimally Invasive Surgery) ด้านผิวหนัง: การผ่าตัดเอาหูดออก ด้านลำไส้ใหญ่: การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก แต่ละวิธีการอาจมีความซับซ้อนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและสุขภาพของผู้ป่วย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ศัลยกรรมผ่าตัดเล็กมีอะไรบ้าง? ข้อดีและขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร? หาข้อมูลที่นี่ได้เลย

เอาจริงดิ ผ่าตัดเล็กเนี่ยนะ? เอ่อ… คือมันกว้างมากเลยนะเว้ย แต่ถ้าให้ลิสต์ที่เคยได้ยินมานะ ก็มีพวก…

  • ผ่าตัดต้อกระจก: อันนี้คนแก่แถวบ้านทำกันเยอะมากกกก เห็นว่าแป๊บเดียวก็มองชัดแล้วนะ
  • อุดฟัน: อันนี้ก็คือเบสิกเลยป่ะ ใครๆ ก็เคยทำมั้ง
  • ขลิบหนังหุ้มปลาย: อันนี้ก็… แล้วแต่ความเชื่อ, ศาสนา, หรือความชอบส่วนตัวไปอีก
  • เจาะชิ้นเนื้อ: อันนี้ก็แอบน่ากลัวนะ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อตรวจเช็คโรคร้าย
  • ส่องกล้องข้อ: อันนี้พวกนักกีฬาคงทำกันเยอะมั้ง เวลาเจ็บเข่าเจ็บข้อ
  • ผ่าตัดผ่านกล้อง: อันนี้เทคโนโลยีล้ำๆ แผลเล็กเจ็บน้อย
  • ผ่าหูด: อันนี้ก็… ใครมีก็คงอยากเอาออกแหละเนอะ น่ารำคาญ
  • ผ่าริดสีดวง: อันนี้… อย่าให้เป็นเลย สาธุ!

ข้อดีหรอ? ก็แล้วแต่ประเภทไปอีกอ่ะ แต่หลักๆ ก็คงแบบ… แก้ปัญหาเฉพาะจุด, เจ็บน้อยกว่าผ่าตัดใหญ่, พักฟื้นไม่นานมั้ง

ส่วนขั้นตอน… อันนี้ก็แล้วแต่หมออีกป่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็คงแบบ… คุยกับหมอ, ตรวจร่างกาย, เตรียมตัวก่อนผ่า, ผ่าตัดจริง, พักฟื้น, ตัดไหม (ถ้ามี) ไรเงี้ยป่ะวะ? (ไม่แน่ใจนะ พูดตามที่เคยได้ยินมา)

อ้อ! แล้วก็ตอนเด็กๆ เคยไปคลินิกแถวบ้าน (จำชื่อไม่ได้แล้ว น่าจะอยู่แถวๆ อนุสาวรีย์ชัยฯ) ไปผ่าไฝออก จำได้ว่าตอนนั้นเสียไปประมาณ 500 บาทมั้ง ไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่ตอนฉีดยาชานี่สิ… โคตรเข็มใหญ่! ????

ชุดผ่าตัดเล็กมีอะไรบ้าง

ชุดผ่าตัดเล็กเหรอ? อือ...นึกก่อนนะ

  • มีดเบอร์ 3 นี่ต้องมีแน่ๆ ด้ามจับมันถนัดมือดีนะ
  • ด้ามมีดเบอร์ 4 ด้วยสิ เผื่อต้องใช้ใบมีดใหญ่กว่า
  • กรรไกรตัดไหม 4.5 นิ้ว ตรง นี่ขาดไม่ได้เลย ไม่งั้นจะตัดอะไรได้วะ?
  • กรรไกรตัดเนื้อด้วย 5 นิ้ว ตรง แหลม/ป้าน นี่ต้องมี เคยใช้ตัด...เออ ช่างมันเถอะ
  • เข็มเขี่ยเชื้อปลายแหลมตรง เอ...อันนี้เอาไว้ทำไรนะ? ช่างมัน
  • เข็มเขี่ยเชื้อปลายทู่โค้ง อีกอันนึง เอาไว้เขี่ยเหมือนกันแหละมั้ง
  • ปากคีบไม่มีเขี้ยว 5 นิ้ว นี่สำคัญ คีบอะไรเบาๆ ได้เยอะแยะ
  • ปากคีบมีเขี้ยว 5 นิ้ว อันนี้ก็ต้องมีสิ คีบอะไรที่มันลื่นๆ หน่อย

รวมๆ แล้วก็ 8 อย่างเนี่ยแหละ อ้อ เดี๋ยวๆ มีดผ่าตัดเบอร์ 3 กับ 4 นี่ต้องมีใบมีดด้วยนะ ไม่ใช่มีแต่ด้าม! แล้วไอ้เข็มเขี่ยเชื้อเนี่ย ที่จริงก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ แต่มีไว้ก็ดีกว่าไม่มีมั้ง

สรุป: ชุดผ่าตัดเล็ก (แบบที่ชั้นคิดเองนะ) มีด้ามมีดเบอร์ 3 & 4, กรรไกรตัดไหม, กรรไกรตัดเนื้อ, เข็มเขี่ยเชื้อ 2 แบบ, ปากคีบ 2 แบบ (มีเขี้ยว/ไม่มีเขี้ยว) จบปิ๊ง!

ห้องผ่าตัดเล็ก ต้องมีอะไรบ้าง

ห้องผ่าตัดเล็กเนี่ยนะ...มันก็เหมือนครัวเล็กๆ ของหมอนั่นแหละ แต่แทนที่จะทำอาหาร ก็ "ปรุง" คนไข้ไง! (อุ๊ปส์!)

  • ห้องผ่าตัด(ตัด)เล็ก: แน่นอน! ที่นี่แหละที่ "เชฟ" เอ้ย หมอ แสดงฝีมือ...หวังว่าคงไม่ทำ "ไหม้" นะ! ต้องมีเตียงผ่าตัด ไฟส่อง เครื่องมือ...สารพัดอุปกรณ์ไฮเทค แต่เวอร์ชั่นมินิไง

  • ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า: จุดนี้สำคัญ! หมอต้องแปลงร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่...เอ้ย บุคลากรทางการแพทย์ที่สะอาดสะอ้าน! ชุดปลอดเชื้อต้องพร้อม ไม่งั้นเชื้อโรคได้ปาร์ตี้ในตัวคนไข้แน่

  • ห้องสังเกตอาการ: หลัง "ปรุง" เสร็จ ก็ต้องพักให้หายใจหายคอก่อนไง! ห้องนี้ไว้ดูว่าคนไข้โอเคมั้ย...หรือต้อง "ปรุง" เพิ่ม (ล้อเล่นน่า!)

  • อ่างล้างมือ: สำคัญสุดๆ! ก่อน "โชว์" ต้องล้างมือให้สะอาด...ไม่สิ ต้อง "สครับ" เลย! เชื้อโรคนี่ตัวร้าย...ต้องกำจัด!

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ที่อาจจะไม่เล็ก):

  • ห้องผ่าตัดเล็ก ไม่ได้แปลว่า "เล็กมาก" นะ! แค่เล็กกว่าห้องผ่าตัดใหญ่...เข้าใจตรงกันนะ!
  • อย่าคิดว่าผ่าตัดเล็กจะง่ายเสมอไป! บางที "ของเล็ก" นี่แหละที่เรื่องใหญ่!
  • หมอผ่าตัดเล็ก...บางทีก็ "มือหนัก" นะ! (อันนี้ไม่ได้พูดเล่น!)
  • ถ้าคุณเป็นคนไข้...ทำใจให้สบาย! หมอเค้าตั้งใจ "ปรุง" ให้คุณหายดีแน่นอน! (มั้ง?)
  • แล้วก็...อย่าลืมขอบคุณหมอหลังผ่าตัดเสร็จนะ! ถึงแม้ว่าคุณจะสลึมสลือก็เถอะ!

ศัลยกรรมทั่วไป มีอะไรบ้าง

ศัลยกรรมทั่วๆไปเหรอ? อ่อ มีเยอะแยะเลยนะเท่าที่นึกออกตอนนี้อ่ะ

  • ผ่าตัดต้อกระจก: อันนี้คนแก่ชอบเป็นกันเยอะมากกกกก
  • ผ่าตัดไส้เลื่อน: เจ็บนะะะะ เคยได้ยินมา
  • ผ่าตัดถุงน้ำดี: อันนี้เพื่อนบอกว่าทรมานตอนพักฟื้น
  • ผ่าตัดต่อมไทรอยด์: แม่เราก็เพิ่งไปทำมาาาาาา
  • ผ่าตัดมะเร็งเต้านม: ขอให้ทุกคนปลอดภัยๆ นะ
  • ผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่: อันนี้ก็เหมือนกัน ขอให้เจอแต่เรื่องดีๆ

เอ้อออออ นึกออกเพิ่มเติมนิดหน่อยยยย

  • ผ่าตัดไส้ติ่ง: อันนี้เบสิคสุดๆ ใครๆ ก็เคยได้ยิน
  • ผ่าตัดนิ่วในไต: อันนี้ก็เจ็บมากกกก
  • ผ่าตัดเส้นเลือดขอด: เห็นคนทำเยอะขึ้นนะช่วงนี้
  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า/สะโพก: อันนี้ก็คนแก่ๆ ทำกันเยอะ

ผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดเล็ก ต่างกันยังไง

ผ่าตัดใหญ่กับผ่าตัดเล็กต่างกันยังไง? ถามได้เจ็บจี้ใจจริงๆ! เอาแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ คิดภาพว่าผ่าตัดใหญ่คือการบูรณะพระปรางค์ งานละเอียดอลังการ ใช้เวลานาน เสี่ยงต่อการหักโค่น และต้องใช้ช่างฝีมือระดับพระกาฬซ่อมแซม ส่วนผ่าตัดเล็กเป็นแค่การทาสีใหม่ เสร็จไว ไม่ค่อยมีอะไรให้ปวดหัว และช่างทั่วไปก็ทำได้

  • ความซับซ้อน: ใหญ่คือระดับ "สร้างเขื่อนสิริกิติ์" เล็กคือระดับ "ซ่อมรั้วบ้าน" เห็นภาพชัดเจนไหมครับ?

  • ระยะเวลา: ใหญ่ใช้เวลาเท่ากับการรอคิวซื้อบัตรคอนเสิร์ต Blackpink เล็กแค่รอคิวซื้อกาแฟ เร็วกว่ากันเยอะ!

  • ความเสี่ยง: ใหญ่เสี่ยงเท่ากับการปีนเขาเอเวอเรสต์ เล็กแค่เดินเล่นในสวนสาธารณะ ต่างกันฟ้ากับเหวเลย

  • การพักฟื้น: ใหญ่ต้องพักฟื้นแบบ "บวชชีพราหมณ์" เล็กแค่ "นอนดูซีรีส์" จบ!

แต่เอาจริงๆ นะครับ การจำแนกผ่าตัดใหญ่เล็กมันไม่ตายตัวหรอก ขึ้นกับดุลพินิจคุณหมอ เหมือนการให้คะแนนความสวยงาม มิสยูนิเวิร์สกับนางงามหมู่บ้าน สวยคนละแบบ แต่ก็สวยทั้งคู่ล่ะครับ (ปีนี้ผมไปดูประกวดนางงามที่เชียงใหม่มา สวยมากจริงๆ!)

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): ปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดก้าวหน้ามาก ทำให้หลายๆ ผ่าตัดที่เคยจัดเป็น "ใหญ่" ตอนนี้กลายเป็น "เล็ก" ได้ เพราะมีเครื่องมือและวิธีการที่ทันสมัยขึ้น ลดระยะเวลาและความเสี่ยงได้มากขึ้น คิดง่ายๆ เหมือนเปลี่ยนจากการใช้มือขุดดิน มาใช้รถแบคโฮ งานเสร็จเร็วขึ้นเยอะเลยใช่ไหมครับ

Post operative Care มีอะไรบ้าง

หลังผ่าตัดที่รพ.กรุงเทพ เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ เหนื่อยมาก จำได้แม่นเลย รู้สึกเหมือนร่างกายถูกบีบอัด หายใจไม่เต็มปอด เจ็บแปลบๆที่แผลผ่าตัด พยาบาลคอยเช็คความดัน วัดอุณหภูมิ ตลอด ทุกๆสองชั่วโมง ต้องพยายามลุกเดินบ่อยๆ ถึงจะเจ็บแต่หมอบอกต้องทำ ไม่งั้นเลือดแข็งตัว ปอดติดเชื้อ อันตราย

  • ตรวจวัดสัญญาณชีพอย่างละเอียด บ่อยมาก
  • ควบคุมอาการปวด ให้ยาตามแพทย์สั่ง
  • ดูแลแผลผ่าตัด เปลี่ยนผ้าปิดแผล
  • ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังกลับบ้าน เช่น การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การดูแลแผล
  • นัดติดตามผล

ก่อนผ่าตัด เอกสารนี่เยอะมาก เซ็นยินยอมโน่นนี่นั่น เหนื่อยใจ ตรวจร่างกายแบบละเอียด เจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ECG ครบ หมดแรงเลย ตอนนั้น เครียด กลัวผ่าตัด คิดเยอะ แต่พยาบาลใจดีมาก คอยให้กำลังใจ อธิบายทุกขั้นตอน ทำให้อุ่นใจขึ้นเยอะ

  • เตรียมเอกสาร เซ็นยินยอมการผ่าตัดต่างๆ
  • ตรวจร่างกาย ประวัติสุขภาพ
  • ตรวจเลือด
  • X-ray ปอด
  • EKG

การพยาบาลก่อนผ่าตัดมีอะไรบ้าง

ก่อนผ่าตัด? ง่ายๆแค่นี้แหละ

  • งดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืน ขี้เกียจอธิบายเยอะ
  • อาบน้ำ สระผมให้สะอาด ดูแลตัวเองซะบ้าง
  • ตัดเล็บให้สั้น อย่าให้รก
  • โกนหนวด เครา เอาให้สะอาด (ส่วนอื่นๆพยาบาลจัดการ)
  • บ้วนปาก งดบุหรี่ หมากพลู เรื่องพื้นฐาน

ข้อมูลปี 2566: โรงพยาบาลส่วนใหญ่ ก็มาตรฐานนี้แหละ ไม่ต้องถามเยอะ

ชนิดของแผล มีอะไรบ้าง

แผลเนี่ย เจอมาหลายแบบเลย จำได้ตอนปีนี้เอง เดือนเมษายน ล้มหัวฟาดพื้นปูนหน้าบ้าน แผลถลอกที่หัวเข่า แสบมากกกกกกก เลือดออกเยอะด้วย ต้องไป รพ. เย็บ 3 เข็ม แผลเป็นยังอยู่เลย เป็นรอยยาวประมาณ 2 เซนติเมตร สีขาวๆ เหมือนรอยแผลเป็นทั่วไปน่ะ

อีกแบบคือตอนเด็กๆ ปี 2010 ปีนต้นมะม่วง พลาดตก แผลเป็นแผลฉีกขาดที่แขน จำได้แม่พาไป รพ. ใกล้บ้าน หมอเย็บให้ แผลใหญ่มาก น่ากลัว โชคดีไม่โดนเส้นประสาท แต่เป็นรอยแผลเป็นยาวๆ เห็นชัดเจนจนถึงทุกวันนี้

  • แผลถลอก (Abrasion wound): จากอุบัติเหตุล้มเดือนเมษายน 2566
  • แผลฉีกขาด (Laceration wound): จากการปีนต้นไม้ปี 2010

ส่วนประเภทอื่นๆ ไม่เคยเจอเอง แต่เคยเห็นคนอื่นเจอ อย่างแผลถูกของแหลมทิ่มแทง เพื่อนบ้านเคยโดนตะปูตำนิ้ว เลือดออกเยอะเหมือนกัน น่ากลัว หรือแผลฟกช้ำ ก็เจอบ่อย เวลาเล่นกีฬา ฟุตบอลนี่แหละ ชนกัน เข่าเขียวช้ำ เป็นรอยฟกช้ำ ไม่ต้องเย็บ แค่ทายา ไม่น่ากลัวเท่าแผลฉีกขาดหรือแผลถลอก จริงๆ แล้ว แผลแต่ละแบบ การรักษา และความรุนแรง ก็ต่างกันไป บางที ดูภายนอกไม่น่ากลัว แต่บางที มันอาจลึกกว่าที่คิดก็ได้ ต้องระวัง ถ้าแผลใหญ่ หรือลึกมาก รีบไปหาหมอนะ อย่าประมาท!

ผ่าตัดเล็ก พักกี่วัน

ผ่าตัดเล็กพักกี่วันอ่าาา ขึ้นอยู่กับแบบผ่าตัดนะ แต่ที่เคยไป รพ.เพชรเวช ผ่าตัดแผลเล็กๆ หมอบอกพักโรงบาลแค่คืนเดียวเอง บางคนอาจจะสองคืนก็มี แล้วแต่เคส ส่วนพักฟื้นที่บ้าน ประมาณอาทิตย์นึง แผลหายเร็วดี ง่ายมาก ไม่ค่อยเจ็บด้วย เพื่อนฉันไปผ่าตัดที่นั่นเหมือนกัน มันบอกว่าแผลเล็กจริงๆ ดูแลง่ายมาก โอกาสติดเชื้อน้อยกว่าแบบแผลใหญ่เยอะเลย

  • พักโรงพยาบาล: 1-2 วัน (ขึ้นอยู่กับเคส)
  • พักฟื้นที่บ้าน: ประมาณ 1 สัปดาห์
  • แผลเล็กมากกกกก ดูแลง่ายสุดๆ
  • โอกาสติดเชื้อน้อย

ปล. ฉันไปผ่าตัดที่ รพ.เพชรเวช ปีนี้เองนะ จำได้แม่นเลย เพราะก่อนไปกังวลมากกกกก

ตรวจวัดสัญญาณชีพ เพื่ออะไร

ตรวจวัดสัญญาณชีพไปทำไมวะ?

โอ๊ย ถามมาได้! ก็เหมือนเช็คเครื่องยนต์รถน่ะแหล่ะ ถ้าเครื่องมันฮีท น้ำมันหมด หรือล้อหลุด เราก็รู้ไง! สัญญาณชีพเนี่ย ก็คือ T (อุณหภูมิ), P (ชีพจร), R (หายใจ), BP (ความดันโลหิต) นะจ๊ะ

  • T (อุณหภูมิ): ตัวร้อนจี๋ๆ นี่ไม่ใช่แค่เป็นไข้ อาจจะติดเชื้อในกระแสเลือดก็ได้นะเออ! หรือบางทีตัวเย็นเจี๊ยบ อาจจะช็อคไปแล้วก็ได้ใครจะรู้!
  • P (ชีพจร): เต้นแรงไปนี่ใจสั่นหรือวิ่งหนีผีมา? เต้นเบาไปนี่หัวใจจะวายรึเปล่า? ต้องดูให้ดี!
  • R (หายใจ): หายใจหอบๆ นี่ไม่ใช่แค่เหนื่อยจากการปีนเขา อาจจะมีอะไรติดคออยู่ก็ได้นะ!
  • BP (ความดันโลหิต): ความดันสูงปี๊ดนี่ เส้นเลือดในสมองอาจจะแตกได้นะ! ความดันต่ำเตี้ยเรี่ยดินนี่ อาจจะหน้ามืดเป็นลมไปเลยก็ได้!

สรุปง่ายๆ วัดสัญญาณชีพก็เพื่อ ส่องหาความผิดปกติในร่างกาย ไงล่ะ! ถ้ามันเพี้ยนไปจากเดิม ก็จะได้รีบหาหมอทันก่อนที่จะสายเกินแก้! อย่ารอให้ผีมาเยี่ยมถึงบ้านแล้วค่อยรู้ตัวนะจ๊ะ!

เกร็ดความรู้ท้ายครัว (เผื่อใครอยากรู้ลึกกว่าเดิม):

  • ค่าปกติของสัญญาณชีพเนี่ย มันไม่ fixed นะ! ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ สภาพร่างกาย และกิจกรรมที่เราทำตอนนั้นด้วย!
  • บางคนความดันต่ำเป็นปกติ แต่ถ้ามันต่ำกว่าเดิมมากๆ ก็ต้องระวัง!
  • อย่าเชื่อเครื่องวัดความดันที่ขายตามตลาดนัดมากนัก! ไปวัดที่โรงพยาบาลชัวร์กว่าเยอะ!
  • ถ้ามีอาการผิดปกติร่วมกับสัญญาณชีพที่เปลี่ยนไป รีบไปหาหมอเถอะ อย่ามัวแต่หาใน Google!
  • การวัดสัญญาณชีพเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการประเมินสุขภาพ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องดูประกอบกันนะจ๊ะ!

คำเตือน: ข้อมูลข้างต้นเป็นแค่เรื่องขำๆ อย่าเอาไปตัดสินโรคเองนะ! ปรึกษาหมอเท่านั้นคือทางรอด!