หลังผ่าตัดศัลยกรรมกินข้าวเหนียวได้ไหม

71 ครั้งเข้าชม
หลังผ่าตัดศัลยกรรม เช่น เสริมจมูก หรือบริเวณใบหน้า สามารถทานข้าวเหนียวได้ ไม่มีข้อมูลระบุผลเสียโดยตรงต่อแผล อย่างไรก็ตาม การเคี้ยวข้าวเหนียวที่ต้องใช้เวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวมากและต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัดที่กำลังบวมและอยู่ในระยะฟื้นตัวแรก ดังนั้น การงดเว้นข้าวเหนียวในช่วงแรกหลังผ่าตัด จึงเป็นคำแนะนำที่ดี เพื่อลดการเคลื่อนไหวของใบหน้าและช่วยให้แผลสมานตัวได้ดียิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เออ กินได้สิ ก็ไม่มีใครห้ามจริงจังหรอกนะเรื่องข้าวเหนียวเนี่ย ตอนเสริมจมูกมาเมื่อเดือนเมษาปีที่แล้ว ที่คลินิกเล็กๆ แถวเอกมัยอ่ะ พยาบาลเขาก็ไม่ได้ย้ำอะไรเป็นพิเศษนะเรื่องข้าวเหนียว แต่ไอ้ความรู้สึกส่วนตัวนี่สิ มันบอกว่าอย่าเพิ่งดีกว่า ช่วงแรกๆ หน้าเรามันยังบวมๆ อยู่เลยนะแก.

คือลองคิดดูสิ ข้าวเหนียวมันต้องเคี้ยวนานไง แล้วเคี้ยวแต่ละทีนะ กล้ามเนื้อแถวหน้ามันก็ขยับตามอะ มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าข้าวเหนียวมันมีสารอะไรไปทำให้จมูกเบี้ยวหรอกนะ แต่เป็นเรื่องการเคลื่อนไหวของปากตอนนั้นมากกว่า จำได้ว่าตอนนั้นโคตรอยากกินข้าวเหนียวหมูทอดหน้าปากซอยอ่ะ แต่แบบ เอื้อมมือไปหยิบแล้วก็วางลง เพราะแค่กลืนน้ำลายยังรู้สึกตึงๆ เลย.

เอาจริงๆ นะ คือถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไปก่อนสักอาทิตย์สองอาทิตย์แรกอะดีสุด เราเองกินโจ๊ก กินข้าวต้มอยู่นั่นแหละ จำได้ว่าน่าจะประมาณเกือบสองอาทิตย์ได้มั้ง ถึงจะเริ่มลองกินอะไรที่มันต้องเคี้ยวเยอะขึ้นนิดหน่อย ตอนนั้นกินข้าวสวยกับต้มจืดเต้าหู้หมูสับเลยนะแบบค่อยๆ เคี้ยว แต่ข้าวเหนียวอ่ะรอไปก่อนเหอะ ใจไม่แข็งพอจะเสี่ยงจริงๆ ช่วงนั้นคือแบบกังวลไปหมดไง กลัวจมูกเบี้ยว กลัวไม่สวย อะไรอย่างงี้.

อาหารอะไรที่ไม่ควรกินตอนเป็นแผล

กลางดึกแบบนี้... คิดถึงเรื่องแผลเนอะ

เวลาเป็นแผลเนี่ย... อะไรที่เราควรจะเลี่ยงบ้างนะ

  • อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ มันอาจจะทำให้แผลอักเสบง่ายกว่าเดิม
  • อาหารหมักดอง พวกนี้มันเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ อาจจะไปกวนแผล
  • อาหารรสจัด เผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ มากเกินไป ก็ไม่ค่อยดีกับแผล
  • อาหารมัน ๆ ของทอด พวกนี้มันย่อยยากนะ แล้วก็อาจจะทำให้ร่างกายอักเสบ
  • อาหารไขมันสูง คล้าย ๆ กับของทอดนั่นแหละ มันอาจจะไม่ได้ช่วยให้แผลหายเร็ว
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันนี้สำคัญเลยนะ มันอาจจะไปชะลอการหายของแผล
  • เครื่องดื่มคาเฟอีน อย่างกาแฟ ชา ก็อาจจะต้องระวังหน่อย

ส่วนเรื่องอาหารที่ช่วยให้แผลหายไว

  • อาหารประเภทโปรตีน สำคัญมากนะ มันช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • อาหารประเภทแร่ธาตุและวิตามิน อย่างพวกวิตามินซี หรือสังกะสี ก็ช่วยได้เยอะเลย

...

  • ข้อมูลเพิ่มเติม:
    • โปรตีน: หาได้จากเนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ
    • วิตามินซี: ในผลไม้รสเปรี้ยว สตรอว์เบอร์รี ฝรั่ง หรือผักใบเขียว
    • สังกะสี: พบในเนื้อสัตว์ ไข่ เมล็ดฟักทอง

การกินอาหารที่ดีจะช่วยให้ร่างกายเราฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนะ

ผ่าตัดแล้วกินไข่ได้ไหม

โอ้โห ถามกันมาเยอะว่าผ่าตัดแล้วกินไข่ได้มั้ย? เข้าใจเลยว่ากลัวแผลจะอักเสบเป็นหนองเหมือนโดนผีเข้าสิง! ???? สบายใจได้เลยค่า หลังผ่าตัดกินไข่ได้แน่นอน! แถมยังดีต่อใจ ดีต่อแผลด้วยนะ

อย่าเพิ่งเชื่อเรื่องเล่าปาฏิหาริย์ที่ว่าไข่จะทำให้แผลพัง เพราะจริงๆ แล้ว ไข่คือฮีโร่ตัวจริง ที่จะช่วยให้แผลของคุณหายไวปรื๋อ! ????‍♀️

ทำไมไข่ถึงเจ๋งงี้? ก็เพราะในไข่มันอัดแน่นไปด้วย โปรตีน จ้า! โปรตีนนี่แหละคือช่างก่อสร้างฝีมือดี ที่จะเข้าไป ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือที่โดนผ่าไปเมื่อกี้ให้กลับมาปึ๋งปั๋งเหมือนเดิม

สรุปง่ายๆ: ใครบอกว่ากินไข่แล้วแผลเป็นหนองเนี่ย... ถือว่าคุณกำลังฟังนิทานก่อนนอนที่ไม่มีมูลความจริง! ???? ต่อไปนี้กินไข่ได้อย่างสบายใจ เหมือนกินขนม อ้อ! แต่ก็อย่ากินเยอะจนเกินเบาหวานถามหานะคะ เดี๋ยวหมอจะมาดุเอาอีก!

ทำไมไข่ถึงเป็นมิตรกับแผลผ่าตัด?

  • โปรตีนสูงปรี้ด: ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้แผลปิดสนิทเร็วขึ้น เปรียบเสมือนการเติมปูนฉาบให้ผนังที่ร้าว
  • สารอาหารครบครัน: นอกจากโปรตีนแล้ว ไข่ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย เช่น สังกะสี (Zinc) ที่มีบทบาทสำคัญในการสมานแผล
  • ย่อยง่าย: ร่างกายสามารถดูดซึมโปรตีนจากไข่ไปใช้ได้ดี แม้ว่าระบบย่อยอาหารอาจจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่หลังการผ่าตัด

เรื่องที่ควรระวัง (แต่อย่าให้ถึงขั้นกินแกลบ):

  • การแพ้: ถ้าคุณมีประวัติแพ้ไข่ อันนี้ต้องเลี่ยงนะจ๊ะ!
  • ปริมาณ: กินแต่พอดี ไม่ใช่กินแทนข้าวทั้งวัน เดี๋ยวจะกลายเป็น "ไข่เจียวหม้อใหญ่" แทนที่จะเป็น "แผลหายเร็ว"
  • วิธีปรุง: เน้นไข่ต้ม ไข่ตุ๋น หลีกเลี่ยงไข่ดาวน้ำมันเยิ้มๆ ที่อาจจะย่อยยากไปหน่อย

ทำไมเป็นแผลถึงห้ามกินไข่

ตอนเด็กๆ... โดนห้ามตลอดเลยนะ... เรื่องกินไข่ตอนเป็นแผล. เค้าบอกว่าแผลมันจะนูน จะเป็นแผลเป็นไม่สวย... ก็เชื่อมาตลอด.

แต่พอโตมา... ถึงได้รู้ว่ามันไม่จริงเลยสักนิด. มันเป็นแค่... ความเชื่อ. ความจริงคือ ไข่มันช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นด้วยซ้ำ. รู้สึก... เหมือนโดนหลอกมาทั้งชีวิตเลยเนอะ.

ในไข่... มันมีโปรตีน. โปรตีนมันจำเป็น... สำหรับซ่อมแซมร่างกาย. สร้างเนื้อเยื่อใหม่... ทำให้แผลสมานกันดีขึ้น. ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแผลเป็นเลย.

เรื่องแผลเป็น... มันมาจากอย่างอื่นมากกว่า. มาจากการดูแลแผลไม่ดี... ติดเชื้อ... หรือไปแกะไปเกาแผล. อันนั้นแหละของจริง.

  • โปรตีนในไข่: ไข่ไก่เบอร์ 0 หนึ่งฟองมีโปรตีนสูงถึง 7 กรัม ซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายใช้สร้างเซลล์ผิวหนังใหม่และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ.
  • สารอาหารอื่นที่ช่วย: นอกจากโปรตีน ในไข่แดงยังมีวิตามินเอ, วิตามินดี, สังกะสี และธาตุเหล็ก สารพวกนี้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ทำให้แผลไม่อักเสบง่าย.
  • ความเชื่อเรื่องแผลเป็นหนอง: ที่ผู้ใหญ่บางคนเชื่อว่ากินไข่แล้วแผลจะเป็นหนองหรือแฉะ ความจริงคือหนองเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่จากอาหารที่กินเข้าไป.
  • วิธีป้องกันแผลเป็นจริงๆ: คือต้องรักษาความสะอาดของแผล. ล้างแผลให้ถูกวิธี อย่าปล่อยให้แผลแห้งหรือแฉะเกินไป และที่สำคัญคือ ห้ามแกะหรือเกาสะเก็ดแผลเด็ดขาด.

ปลาเป็นอาหารแสลงไหม

ปลา ไม่ใช่ อาหารแสลง

อาหารแสลง:

  • อาหารกระป๋อง
  • อาหารจากแป้งแปรรูป
  • ยอดอ่อนผัก
  • อาหารทะเล
  • ปลาเมือกลื่น
  • สัตว์มีเปลือกแข็ง
  • ถั่วเมล็ดแห้งบางชนิด
  • ผลไม้ฤทธิ์ร้อน
  • ของหมักดอง
  • ของทอด
  • อาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ประโยชน์ของการหยุดอาหารแสลง:

  • สุขภาพดีขึ้น
  • ลดการอักเสบ
  • ปรับสมดุลร่างกาย
  • ผิวพรรณสดใส

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • อาหารแสลงคืออาหารที่อาจกระตุ้นอาการแพ้ หรือทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อร่างกายในบางคน
  • การหลีกเลี่ยงอาหารแสลงช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและทำงานได้ดีขึ้น
  • อาหารทะเลบางชนิดจัดเป็นอาหารแสลง เพราะอาจมีสารก่อภูมิแพ้สูง
  • ปลาเมือกลื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางชนิดอาจมีคุณสมบัติที่ทำให้เกิดอาการแสลงได้
  • การปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสุขภาพองค์รวม

อาการของแผลติดเชื้อมีอะไรบ้าง

แผลติดเชื้อ? มันมีหลายแบบว่ะ

  • แดงๆ ร้อนๆ บวมๆ: รอบแผลจะแดงจัด อุ่นๆ ยันน่ารำคาญ
  • เจ็บกว่าเดิม: ไม่ใช่แค่จี๊ดๆ แต่มันจะปวดแบบไม่หาย
  • กลิ่นตีขึ้น: แผลเน่า มันก็มีกลิ่นของมัน

ข้อมูลเสริม:

  • บางทีก็มาเร็ว 2-3 วัน แต่บางทีก็รอเป็นเดือน
  • ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน การตอบสนองก็ต่างกันไป
  • อย่าปล่อยไว้นาน ถ้าเริ่มสงสัย รีบหาหมอ ดีกว่ามานั่งเสียใจ

แผลอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง

เป็นแผลห้ามกินอะไร... ของแสลงที่เขาพูดๆ กันมา สรุปคือของที่มันไปกระตุ้นการอักเสบ ทำให้แผลยิ่งแย่ หรือเสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม.

พวก อาหารหมักดอง นี่ตัวแรกเลย ส้มตำปลาร้า ของเค็มๆ ดองๆ มันมีสารที่ทำให้คันแผลได้ แล้วก็ไปเพิ่มการอักเสบ.

แล้วไอ้ที่ว่าห้ามกินไข่... อันนี้ไม่จริงเลย ไข่คือโปรตีนชั้นดี ช่วยซ่อมแซมแผลด้วยซ้ำ. แต่ถ้าใครแพ้ไข่ก็อีกเรื่องนึงนะ.

  • อาหารสุกๆ ดิบๆ พวกซาชิมิ ลาบดิบ อันนี้ตรงไปตรงมาเลย มันเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้แผลเน่าได้.
  • อาหารรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด มันไปรบกวนสมดุลร่างกาย ทำให้กระบวนการซ่อมแซมมันช้าลง.
  • ของทอด ของมันอาหารไขมันสูง พวกนี้มันย่อยยาก ร่างกายต้องใช้พลังงานเยอะ แทนที่จะเอาแรงไปสร้างเนื้อเยื่อใหม่. แผลเลยหายช้า.

เครื่องดื่มนี่ก็สำคัญ แอลกอฮอล์ ห้ามเด็ดขาด. มันทำให้เลือดแข็งตัวช้า กดภูมิคุ้มกันด้วย. ส่วน คาเฟอีน ในกาแฟ ชา ก็ไปทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงแผลไม่ดี.

แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เลี่ยงของพวกนี้นะ... อาหารแสลงหลังผ่าตัด คือการเลี่ยงของไม่ดี แต่ต้องกินของดีๆ เข้าไปด้วย. ไม่ใช่กินน้อยลง.

ของที่ต้องกินเยอะๆ ตอนเป็นแผลคือ

  • โปรตีน เนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ ถั่ว. นี่คือวัตถุดิบหลักในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เลย.
  • วิตามินซี พวกส้ม ฝรั่ง กีวี ช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังติดกันเร็ว.
  • สังกะสี ในพวกเนื้อสัตว์ ตับ ธัญพืช ช่วยให้แผลสมานตัวไวขึ้น.
  • น้ำเปล่า. ต้องดื่มเยอะๆ เลย เลือดจะได้ไหลเวียนสะดวก เอาสารอาหารไปซ่อมแผล.

วิธีดูแลแผลพุพอง

วิธีดูแลแผลพุพอง

  1. ล้างให้สะอาด: เอาเลย ล้างแผลด้วยน้ำเปล่ากับสบู่นะ ล้างเบาๆ พอนะ

  2. ตุ่มเล็กๆ ไม่ต้องเจาะ: ถ้ามีตุ่มพองเล็กๆ แค่ 2-3 อัน ตรงฝ่ามือ หรือที่อื่นที่ไม่ใหญ่อ่ะ อย่าไปเจาะนะ! แค่ทายาฆ่าเชื้ออย่างโพวิโดนไอโอดีน หรือทิงเจอร์เขียวๆ ที่เคยใส่แผลอ่ะ แล้วก็แปะผ้ากอซไว้ ตุ่มมันจะค่อยๆ แห้งไปเอง ไม่เกิน 3-7 วันก็หลุดออกแล้ว ไม่ต้องไปยุ่งกับมันมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ถ้าตุ่มใหญ่ หรือเจ็บมาก: อันนี้ต้องดูอาการนะ ถ้าตุ่มมันใหญ่มาก จนแบบน่าจะแตกง่าย หรือปวดมากจนทำอะไรลำบาก อาจจะต้องไปหาหมอให้เค้าดูให้ เค้าอาจจะพิจารณาเจาะให้ถูกวิธี หรือให้ยาที่แรงขึ้น
  • ระวังเรื่องการติดเชื้อ: สิ่งสำคัญสุดคือ รักษาความสะอาด ตอนล้างแผล หรือตอนปิดแผล ถ้าไม่สะอาด เชื้อโรคเข้า แล้วจะยิ่งแย่กว่าเดิม อาจจะอักเสบ บวม เป็นหนองเลยก็ได้
  • ถ้ามีอาการอื่น: ถ้าหลังจากดูแลแล้ว แผลมันดูแย่ลง เช่น บวมแดงมากขึ้น ปวดมากขึ้น มีไข้ หรือมีหนอง อันนี้คือสัญญาณไม่ดีแล้ว รีบไปหาหมอทันทีเลยนะ อย่าปล่อยทิ้งไว้
  • ชนิดของแผลพุพอง: แผลพุพองมีหลายสาเหตุนะ เช่น โดนความร้อน (น้ำร้อนลวก ไฟไหม้) เสียดสี (รองเท้ากัด) หรือเกิดจากแมลงกัดต่อย หรือบางทีก็เป็นอาการของโรคผิวหนังบางอย่าง การดูแลก็อาจจะต่างกันไปบ้างนิดหน่อย แต่หลักๆ คือความสะอาดและการป้องกันการติดเชื้อ
  • ยาฆ่าเชื้อ: พวกโพวิโดนไอโอดีน หรือทิงเจอร์ (Merthiolate) มันช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย พวกนี้ดีเลยสำหรับแผลพุพองเล็กๆ เพื่อไม่ให้มันติดเชื้อเพิ่ม
  • ผ้ากอซ: เลือกใช้ผ้ากอซแบบที่สะอาดๆ ปิดไว้ การปิดแผลช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกมาโดน และช่วยดูดซับของเหลวที่อาจจะออกมาจากตุ่มได้บ้าง