อยู่แต่ในห้องไม่ทากันแดดได้ไหม
อยู่แต่ในห้อง ไม่ทากันแดด อันตรายต่อผิวจริงหรือ?
เรื่องนี้ตอนแรกก็เถียงใจขาดเลย อยู่บ้านจะทากันแดดไปเพื่ออะไรเปลือง. คือเข้าใจว่าถ้าห้องไม่มีหน้าต่างเลยมันก็คงใช่แหละ แต่ชีวิตจริงใครจะไปอยู่ในห้องแบบนั้น.
จนช่วงพีคๆ ที่ต้อง work from home ยาวๆ ตอนนั้นน่าจะกลางปี 2021. โต๊ะทำงานเราตั้งติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่เลย ฝั่งตะวันตกด้วยนะ. ตอนบ่ายๆ คือแสงส่องเต็มๆ แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรไง แค่รู้สึกอุ่นๆ ผิว.
ผ่านไปหลายเดือน สังเกตเห็นเลยว่าฝ้า กระ จุดเล็กๆ มันขึ้นชัดมากตรงโหนกแก้มฝั่งซ้าย ฝั่งที่โดนแดดส่องผ่านกระจกเป๊ะๆ. ตอนแรกก็งงว่าเป็นอะไร จนไปหาข้อมูลแล้วก็...อ๋อเลย รังสี UVA มันทะลุกระจกเข้ามาได้เต็มๆ เลยนี่นา. มันไม่ใช่เล่นๆ นะ.
แล้วนี่ยังไม่นับแสงสีฟ้าจากจอคอม จอมือถือที่เราจ้องทั้งวันอีกนะ. เอาจริงๆ ตอนนี้คือทาทุกวันแบบอัตโนมัติไปแล้ว ตื่นมาล้างหน้าเสร็จก็ทาเลย ไม่ได้สนใจว่าจะออกจากบ้านรึเปล่า.
มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของ routine ไปแล้วอ่ะ เหมือนแปรงฟัน. ไม่ทาแล้วรู้สึกหน้าโล่งๆ แปลกๆ ไปเลย.
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ทากันแดด
ถ้าไม่ทากันแดดแล้วต้องอยู่กลางแดดนานๆ นี่ผิวจะ อ่อนแอลงมาก นะ โดนแดดเผาปุ๊บก็ อักเสบ แดง แสบร้อน ทันทีเลย นี่แหละคือซันเบิร์น ที่เขาเรียกกัน คิดแล้วขนลุกนะ
บางทีไม่รักษาให้ดี ปล่อยให้มันลอกๆ ไปเอง มันก็จะทิ้ง รอยแผลเป็น ไว้เลย เคยเห็นคนเป็นแล้วแบบ โอโห้ นานมากกว่าจะหาย ผิวคล้ำเสีย ไม่สม่ำเสมอ เป็นปื้นๆ เลย น่ากลัวจริงๆ
ไม่น่าเชื่อว่าแค่ไม่ทากันแดดจะแย่ได้ขนาดนี้จริงๆ อะ รังสี UV นี่ตัวร้ายเลย ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวไหม้ แต่ทำร้ายลึกกว่านั้นเยอะมาก
มันเร่งให้ผิวแก่เร็วขึ้นด้วยนะ ไหนจะ จุดด่างดำฝ้ากระ เต็มหน้าไปหมด หน้าเหี่ยวเร็วอีก โหดร้ายจริงๆ
แล้วเรื่อง มะเร็งผิวหนัง นี่แหละ สำคัญสุดๆ มันไม่ได้เกิดขึ้นในวันสองวันไง แต่มันสะสมไปเรื่อยๆ จากแดดที่เจอทุกวัน ถ้าไม่ป้องกันนี่คือเพิ่มความเสี่ยงชัดๆ เลย
นี่คือสิ่งที่ฉันพยายามจำไว้ตลอดเลยนะ เวลาจะออกแดดอะ:
- รังสี UV มีสองแบบหลักๆ คือ UVA กับ UVB. UVA ทำให้แก่ ส่วน UVB ทำให้ไหม้และเป็นมะเร็งผิวหนังนะ จำไว้เลย
- ค่า SPF บอกถึงการป้องกัน UVB ส่วน PA+++ หรือ PA++++ บอกถึงการป้องกัน UVA เลือกอันที่ครอบคลุมจะดีที่สุด
- ทากันแดดปริมาณที่เหมาะสม คือประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้า ไม่ใช่แตะๆ ทาๆ แป๊บเดียวจบนะ
- ทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง ถ้าออกแดดจัด เหงื่อออก หรือว่ายน้ำ นี่สำคัญมาก ไม่งั้นที่ทาไปก็ไร้ประโยชน์เลย
กี่โมงถึงไม่ต้องทากันแดด
ไม่ต้องทากันแดด คือตอนที่คุณอยู่ใต้เตียงตลอดทั้งวัน หรือไม่ก็ตอนที่ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ไงล่ะ! แต่ถ้าถามถึง "ช่วงที่รังสียูวีอ่อนแรงลงจนเราอาจจะผ่อนปรนการทาได้บ้าง" ก็คือ ก่อน 7 โมงเช้า และหลัง 5 โมงเย็น นี่แหละนะ แต่จำไว้นะ! ถ้าฟ้ายังมีแสงสว่างก็ยังมีโอกาสเจอผีรังสียูวีได้เสมอ แค่อ่อนแรงลงเท่านั้นเอง หึหึ
จะทากันแดดอย่างเดียวแล้วคิดว่ารอด? คิดใหม่ได้เลยเพื่อน! มันเหมือนคุณใส่ชุดเกราะแต่ลืมปิดช่องตรงคอแหละนะ แดดมันฉลาดกว่าที่เราคิดเยอะ
ช่วงพีคไทม์แห่งความโหดร้ายของแดด 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น นี่มันเหมือนสนามรบเลยนะ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็อย่าเพิ่งโผล่หน้าไปเจอ! ให้คิดซะว่าช่วงนั้นแดดเขาเข้าประชุมลับเรื่องจะเผาผิวเรายังไงดี
แล้วไอ้หมวกปีกกว้างๆ ที่คุณบอกว่ามันไม่แฟชั่นนั่นแหละ มันคือเกราะป้องกันชั้นดี! ใส่หมวกปีกกว้าง เหมือนมีร่มส่วนตัวติดหัวไปทุกที่ ช่วยบังได้ทั้งหน้า คอ หู ปีกกว้างหน่อยนะ ไม่ใช่แค่หมวกแก๊ปแฟชั่นที่บังได้แค่หัวกะโหลก
พกร่ม นี่แหละคลาสสิกสุด! ไม่ว่าจะร่มแบบกันแดดกันฝน หรือร่มกันยูวีพิเศษ มันเหมือนคุณมีหลังคาเคลื่อนที่ให้ผิวคุณได้หลบภัยจากเพลิงนรกย่อมๆ ของแดดเลยนะ
แว่นกันแดด ก็สำคัญมาก! ไม่ใช่แค่หล่อ/สวยขึ้น แต่มันช่วยปกป้องดวงตาที่บอบบางของเราจากรังสียูวีโดยตรง ไม่ให้ตาเราแก่ก่อนวัยอันควรจนริ้วรอยถามหาไวเกินไปไงล่ะ!
และนี่คือเคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับมนุษย์ผู้รักผิวแต่เกลียดแดดนะจ๊ะ ฟังดีๆ!
- เสื้อผ้าแขนยาวขายาว: คิดซะว่ามันคือเกราะส่วนตัวอีกชั้นนึง! เลือกผ้าที่ทอแน่นๆ สีเข้มๆ หน่อยจะกันยูวีได้ดีกว่าสีอ่อนๆ บางๆ เหมือนเราแต่งตัวเป็นซุปเปอร์ฮีโร่พร้อมสู้แดดไงล่ะ
- ทากันแดดซ้ำ: นี่แหละหัวใจสำคัญ! ไม่ใช่แค่ทาตอนเช้าแล้วจบนะจ๊ะ ทุก 2-3 ชั่วโมงต้องเติม โดยเฉพาะถ้าเหงื่อออก หรือว่ายน้ำ มันเหมือนเราเติมพลังให้เกราะป้องกันเราตลอดเวลาอะ เข้าใจยัง?
- มองหาค่า SPF/PA สูงๆ: เวลาเลือกกันแดด ให้เน้น SPF 50+ และ PA++++ ไปเลย ไม่ต้องออมมือ! มันเหมือนเราเลือกยามที่แข็งแกร่งที่สุดมาปกป้องปราสาทผิวเรายังไงยังงั้น
- อย่าชะล่าใจในที่ร่ม/ในรถ: รังสียูวีมันไม่ได้มีมารยาทนะ! มันสะท้อนได้ และทะลุกระจกได้บางส่วน ติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ก็ช่วยได้เยอะ แต่ในที่ร่มก็ยังมีรังสีกระจายเข้ามาได้อยู่ดีนะเออ!
- อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ: อันนี้เป็นตัวช่วยเสริมนะ เหมือนเรากินยาบำรุงก่อนป่วยน่ะแหละ พวกวิตามินซี อี หรือสารสกัดจากมะเขือเทศ ก็พอจะช่วยเสริมการปกป้องผิวจากภายในได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทาแทนกันแดดนะ! ห้ามสลับกัน!
- วันฟ้าครึ้มก็อย่าประมาท: อย่าให้เมฆมาหลอกคุณได้! เมฆบังสักครึ่งก็ยังปล่อยรังสียูวีลงมาได้อยู่ดีถึง 80% เลยนะ! รังสียูวีทะลุเมฆได้ เหมือนมีผ้าบางๆ คลุมไว้ แดดอ่อนๆ นี่แหละตัวร้ายเลย เพราะเราจะรู้สึกสบายตัวจนลืมป้องกัน
- ระวังบริเวณที่มักถูกมองข้าม:หลังมือ คอ ใบหู และริมฝีปาก นี่แหละคือจุดที่โดนแดดประจำแต่คนชอบลืมทากันแดด พกลิปมันกันแดดติดตัวไว้ด้วยนะจ๊ะ! อย่าให้รอยเหี่ยวย่นมาทักทายก่อนเวลาอันควร
ควรทาครีมกันแดดวันละกี่ครั้ง
โอ้ยยยย พูดถึงเรื่องทากันแดดแล้วนึกถึงทริปหัวหินครั้งนั้นเลย แดดเปรี้ยงๆ ตอนบ่ายสองโมง ฟ้าใสแบบไม่มีเมฆซักก้อน ตอนนั้นคือมั่นใจมากไงว่าทามาแล้วรอบนึงตอนเช้าก่อนออกจากที่พักแถวเขาตะเกียบ...พอแล้วแหละ
ที่ไหนได้ ลงเล่นน้ำทะเลไปชั่วโมงเดียว กลับขึ้นมาอีกทีคือจบเลยจ้า แสบหลังไปหมด ไหล่นี่แดงเป็นลูกตำลึงสุกเลยอะ คืนนั้นนอนไม่ได้เลย พลิกตัวทีก็โอดโอยที ผิวลอกเป็นแผ่นๆ น่าเกลียดสุดๆ เข็ดจนตาย
หลังจากทริपนรกครั้งนั้นก็เลยเปลี่ยนพฤติกรรมหมดเลย ตอนนี้กลายเป็นคนเป๊ะเรื่องกันแดดไปแล้ว
เดี๋ยวนี้เหรอ ก่อนจะก้าวขาออกจากคอนโดแถวอโศกประมาณครึ่งชั่วโมงคือต้องโบกแล้ว ไม่ใช่แค่ทา ต้องใช้คำว่าโบกเลย ปริมาณคือ 2 ข้อนิ้วมือ เต็มๆ วอร์มครีมบนมือก่อนแล้วค่อยๆ ตบเบาๆ ทั่วหน้า ไม่ใช่ปาดๆ ถูๆ เหมือนเมื่อก่อนนะ
แล้วที่เมื่อก่อนพลาดตลอดคือซอกจมูก หลังหู ท้ายทอย คือลืมตลอด ตอนนี้เก็บหมด ละเอียดทุกซอกทุกมุม ส่วนตัวถ้าเป็นโลชั่นกันแดดก็จะกะเอาประมาณเหรียญสิบสองเหรียญอะ กำลังดีเลย
สำคัญสุดคือการทาซ้ำนี่แหละ ตัวเปลี่ยนเกมเลย ถ้าวันไหนออกไปข้างนอกทั้งวัน เดินสยามเจอแดดแรงๆ หรือไปวิ่งที่สวนเบญจกิติเหงื่อออกเยอะๆ คือต้องเติม ทุก 2 ชั่วโมง พกแบบสเปรย์ไว้ฉีดทับเครื่องสำอางเลย สะดวกมาก ไม่ต้องมานั่งเกลี่ยใหม่ให้วุ่นวาย
- เลือก SPF และ PA ให้ถูก อยู่เมืองไทยแดดแรงขนาดนี้ SPF 50+ PA++++ คือค่าพื้นฐานที่ต้องมีติดตัวไว้เลย ต่ำกว่านี้เอาไม่อยู่จริงๆ
- วันฟ้าครึ้มก็ต้องทา อันนี้โดนหลอกบ่อยมาก นึกว่าไม่มีแดดแล้วจะไม่เป็นไร แต่รังสี UV มันทะลุเมฆมาได้เต็มๆ จ้า ฝ้ากระถามหาไม่รู้ตัวเลย
- กันแดดมีวันหมดอายุ เช็คดูดีๆ นะ บางทีซื้อมาตุนไว้จนลืม พอเอามาใช้อีกทีคือเสื่อมสภาพไปแล้ว นอกจากจะไม่กันแดดแล้วยังอาจจะทำให้ผิวระคายเคืองอีก
- ทำความสะอาดให้เกลี้ยง ตอนเย็นต้องใช้คลีนซิ่งเช็ดกันแดดออกให้หมดจด โดยเฉพาะพวกกันแดดกันน้ำ ไม่งั้นสิวอุดตันมาเยือนแน่นอน เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดมาก
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต