ใช้อะไรทำให้ผมเรียบ
วิธีทำให้ผมเรียบลื่นเป็นธรรมชาติ?
คือแบบว่า… ผมฉันนี่แหละ ปัญหาใหญ่เลย! ก่อนหน้านี้ผมฟูมาก เหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอะ (ประมาณ ตุลาคม 65) ลองหลายวิธีมาก แต่ที่เห็นผลจริง ๆ คือใช้น้ำมันมะพร้าวอุ่น ๆ นวดๆๆ ก่อนสระผมทุกครั้ง (ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ) ผมนุ่มขึ้นเยอะเลย แต่ต้องหมั่นทำนะ ไม่ใช่ทำวันเดียวแล้วจะเรียบลื่นทันที ใช้เวลาอยู่เหมือนกัน!
อีกวิธีคือหวีผมตอนเปียก แต่ต้องหวีเบามือมาก ๆ ไม่งั้นผมขาดหมดแน่! ฉันเคยลองหวีแรง ๆ ตอนผมยังเปียกอยู่ 结果ผมพันกันยุ่งเหยิงเลย ต้องใช้เวลานานมากในการแกะ เสียเวลาไปเกือบชั่วโมงเลย ????
ส่วนการเป่าผมด้วยลมเย็น ก็ช่วยได้นะ แต่ฉันขี้เกียจ เลยไม่ได้ทำบ่อยเท่าไหร่ ???? ปล่อยให้ผมแห้งเองบ้าง ก็โอเคนะ ถ้าไม่รีบไปไหน แต่ถ้ารีบก็เป่าแห้งเลย แต่ใช้ลมเย็นนะ อย่าใช้ลมร้อน เดี๋ยวผมเสีย!
เรื่องทรีทเม้นท์ ฉันเคยลองใช้แบบมีส่วนผสมน้ำมันมะพร้าว กับน้ำมันเมล็ดละหุ่ง ผสมกันเอง (ประมาณ มกราคม 66) ก็ดีนะ แต่ต้องค่อยๆ ลองดู ว่าผมเราเข้ากับสูตรไหน เพราะบางทีมันก็อาจจะไม่เหมาะกับทุกคน ลองผิดลองถูกอยู่เหมือนกันนะกว่าจะเจอสูตรที่ใช่!
ผมหยิกแห้งฟูแก้ยังไง
โอ๊ยยย ผมฉันนี่แหละปัญหาหนักใจ หยิกแห้งฟูจนแสบตาล่ะ ปีนี้ลองหลายวิธีมาก เพลีย! ไปตัดผมที่ร้านแถวเซ็นทรัลเวิลด์ เดือนเมษายน ช่างบอกว่าผมฉันเสียจากการทำสีบ่อยๆ เลยแนะนำให้บำรุงหนักๆ
- ใช้ครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระ ตอนนี้ใช้ของ L'Oreal สีชมพูอ่อนๆขวดใหญ่ กลิ่นหอมดี แต่ราคาแอบแรงนะ
- มาส์กผมด้วยน้ำมันมะพร้าวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนะ ซื้อที่ร้านขายของไทยแถวบ้าน ราคาถูกกว่าในห้างเยอะเลย
- เปลี่ยนหวี ใช้หวีซี่ห่างอย่างที่ช่างแนะนำ อันเก่าใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซี่แน่นมาก ยิ่งทำให้ผมพันกัน
- เลิกใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดผม ใช้แค่ปลายนิ้วบีบน้ำเบาๆ แล้วปล่อยให้ผมแห้งเอง เพราะผ้าขนหนูทำให้ผมเสียได้ง่าย
- พยายามอย่าจับผมบ่อย รู้ตัวว่ามือบอนมาก ต้องฝึกฝนตัวเองใหม่ แต่ก็ยากอยู่นะ
เรื่องความร้อนนี่ ฉันก็ระวังนะ แต่ถ้ารีบจริงๆ ก็ต้องใช้ไดร์เป่าผม แต่ใช้ความร้อนอ่อนสุด แล้วก็พยายามอย่าเป่าใกล้เกินไป ส่วนที่หนีบผม ไม่ได้ใช้บ่อย แต่ถ้าใช้ก็แบบมีซี่หวี ไม่ใช่แบบแผ่นเรียบ เพราะกลัวผมเสียเพิ่ม
เรื่องผลิตภัณฑ์ ฉันพยายามเลือกที่ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่บางทีก็ไม่ได้เช็คทุกตัว ขี้เกียจอ่านฉลาก ส่วนเรื่องสระผม พยายามสระแค่ 2 วันต่อครั้ง เพราะสระบ่อยผมจะแห้งมาก
ยังไม่เห็นผลชัดเจนขนาดนั้นนะ แต่รู้สึกว่าผมดีขึ้นบ้างเล็กน้อย คงต้องใช้เวลา เฮ้อ เหนื่อยกับผมตัวเองจริงๆ
ทำยังไงให้ผมเรียบตรง
แสงแดดอ่อนๆ ของเดือนพฤษภาคม ลอดผ่านม่านมู่ลี่ไม้ไผ่... ผมฉันเองก็ต้องการความเรียบตรงแบบนั้น เหมือนเส้นไหมพรมที่ทอด้วยความประณีต
- ลดความร้อน! อย่าให้ความร้อนทำร้ายเส้นผมบ่อย ปีนี้ฉันใช้ไดร์เป่าผมแบบเย็นเป็นหลัก รู้สึกว่าผมไม่เสียมากเลย
ลมพัดเบาๆ เหมือนกระซิบถึงวิธีการดูแลเส้นผม มันวิเศษมากจริงๆ เหมือนความฝันที่เป็นจริง
- บำรุงอย่างอ่อนโยน! ฉันใช้แชมพูและครีมนวดผมสูตรอ่อนโยนสำหรับผมเสีย โดยเฉพาะสูตรที่เน้นการบำรุงลึก รู้สึกถึงความแตกต่างตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ เลือกยี่ห้อที่ปราศจากซิลิโคนและแอลกอฮอล์ด้วยนะ สำคัญมาก!
เสียงนกร้องไกลๆ เหมือนเพลงกล่อมให้ผมเงางาม เงางามจนสะท้อนแสงแดดอุ่นๆ
- ทรีทเม้นท์คือเพื่อน! ใช้ทรีทเม้นท์อย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ฉันใช้แบบล้างออกกับแบบไม่ล้างออกสลับกันไป เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ช่วงนี้ใช้ของแบรนด์... (ชื่อแบรนด์ที่ใช้จริง)
แสงจันทร์ในคืนมืดมิด... เหมือนกับผมของฉัน ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ละเอียดอ่อน
- อย่าใจร้อน! อย่าสระผมบ่อยเกินไป ฉันสระแค่ 2-3 วันต่อครั้ง เพราะถ้าสระบ่อยเกินไป ผมจะแห้งเสียง่าย
ความเงียบสงบ... เหมือนความรู้สึกที่ผมตรงสวยๆ มอบให้ฉัน
- ใจเย็นๆ! อย่าจับผมบ่อย ฉันพยายามลดการสัมผัส เพราะมันทำให้ผมเสียทรงได้ง่าย
สายฝนโปรยปราย... ชโลมผมฉันให้ชุ่มฉ่ำ เหมือนการหมักผมด้วยสูตรธรรมชาติ ที่ฉันเคยลอง (สูตรส่วนตัว ไม่ระบุ)
- เครื่องมือก็ช่วยได้! ฉันใช้หวีไฟฟ้าสำหรับจัดทรงผม ช่วยให้ผมเรียบตรงได้ง่ายขึ้น แต่ก็อย่าใช้ความร้อนสูงเกินไปนะ และที่หนีบผม แต่ใช้เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น!
นี่แหละ... เคล็ดลับของฉัน ความลับเล็กๆ ที่ทำให้ผมของฉันตรงสลวย เป็นความสุขเล็กๆ ที่อยากแบ่งปัน
ทำยังไงให้ผมเส้นหนาขึ้น
ทำยังไงให้ผมเส้นหนาขึ้น วิธีทำให้ผมดกหนา งอกใหม่ และแข็งแรง
กิน! กินให้ครบ! เนี่ย เมื่อก่อนผมนี่ลีบแบนมากกก (ก.ไก่ ล้านตัว) คือตอนนั้นกินแต่มาม่าไงชีวิตมันรีบๆ ตอนหลังเริ่มหันมากินพวกปลาแซลมอน (แพงนะ แต่ยอม!) ไข่ไก่ กินผักโขม (อันนี้บังคับตัวเองสุดๆ) แล้วก็กินวิตามินไบโอตินเสริมด้วยนะ ผมว่ามันช่วยจริง ผมกินของ Blackmores นะ เม็ดมันใหญ่กลืนยากไปหน่อย แต่ก็โอเค
นวดๆๆๆๆ หัวตัวเองบ่อยๆ ตอนแรกก็ขี้เกียจ หลังๆ ติดเลย เหมือนมันผ่อนคลายอะ ผมใช้นิ้วนี่แหละวนๆ ไปทั่วหัว วันละ 2-3 รอบ ตอนดูทีวีก็ทำ ตอนนั่งทำงานก็แอบทำ (หัวหน้าไม่เห็นนะ)
- กินดี: ปลาแซลมอน, ไข่, ผักใบเขียว, ไบโอติน (Blackmores)
- นวดหัว: วันละ 2-3 ครั้ง, 5-10 นาที/ครั้ง
แล้วก็...ขอแชร์เพิ่มนะ คือเมื่อก่อนผมชอบใช้ความร้อนกับผมมากกก ไดร์ทุกวัน หนีบทุกวัน ผมเสียหมด! ตอนหลังคือเลิก! ปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ (อาจจะนานหน่อย แต่ผมดีขึ้นเยอะเลย) แล้วก็เปลี่ยนแชมพูมาใช้พวกที่มันอ่อนโยนต่อหนังศีรษะมากขึ้น ผมใช้ของ Yves Rocher รู้สึกว่าผมมันไม่ค่อยร่วงเท่าเมื่อก่อน
- เลิกใช้ความร้อน: ไดร์, หนีบ
- แชมพูอ่อนโยน: Yves Rocher (แล้วแต่คนนะ อันนี้ผมใช้แล้วดี)
สำคัญ: ทุกอย่างต้องใช้เวลา! ไม่ใช่ทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้ผมจะหนาเลย มันต้องใช้ความสม่ำเสมอ! สู้ๆนะทุกคน! ผมเป็นกำลังใจให้!
ทำยังไงให้ผมมีน้ำหนักไม่ชี้ฟู
วิธีจัดการผมชี้ฟูให้ดูมีน้ำหนัก:
ตัดผมเสีย: เล็มปลายผมแห้งแตกปลายปี 2566 นี้ ผมแตกปลายคือต้นเหตุหลัก
แชมพูอ่อนโยน: เลือกสูตรบำรุงผมโดยเฉพาะ ปีนี้ผมใช้ [ชื่อยี่ห้อแชมพูที่ใช้จริง] ผลลัพธ์ดีกว่าเดิม
ทรีทเมนต์บำรุง: เพิ่มความชุ่มชื้น ปีนี้ใช้ [ชื่อยี่ห้อทรีทเมนต์ที่ใช้จริง] ผมนุ่มขึ้น ประสิทธิภาพสูงกว่าที่เคยใช้
เซรั่ม/ครีมนวดล้างออก: เพิ่มความเงางาม (ใช้ร่วมกับทรีทเมนต์)
หลีกเลี่ยงความร้อน: ไดร์เป่าผมลดความร้อนลง ความร้อนทำลายโครงสร้างผม
หวีซี่กรอบ: หวีอย่างอ่อนโยน หวีแรงทำลายหนังศีรษะและเส้นผม
เลือกผลิตภัณฑ์จัดทรงผม: ใช้เฉพาะที่มีส่วนผสมบำรุง อ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ทำลายผม
ดื่มน้ำมากๆ: สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ผมชุ่มชื้นขึ้น ผิวพรรณดีขึ้น
เพิ่มเติม: การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันอาร์แกนหรือเคราตินช่วยได้ ผมของฉันเปลี่ยนไปมากหลังใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในปี 2566 ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผมแต่ละคน ลองผิดลองถูกจนเจอวิธีที่ใช่
ทำยังไงให้ผมหายฟู?
หายฟู? เลิกทำร้ายผมดิ
- เลิกสระผมทุกวัน: น้ำมันธรรมชาติมันช่วยได้ ปล่อยให้มันทำงานบ้าง
- ใช้ทรีตเมนต์: ไม่ใช่ครีมนวดนะ ทรีตเมนต์จริงจัง อาทิตย์ละครั้ง
- เป่าผมให้ถูก: หัวทิ่มลง เป่าลมเย็น จบนะ
- หวีดีๆ: หวีซี่ห่างๆ ตอนผมเปียก อย่าขยี้
- ปลอกหมอน: เปลี่ยนเป็นผ้าไหมซะ นอนให้มันดีๆ
- เลิกไดร์ หนีบ ม้วน: ความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจ เลี่ยงได้เลี่ยง
- กินน้ำเยอะๆ: ผมมันก็ต้องการความชุ่มชื้นจากข้างใน
- แดดก็ตัวร้าย: หมวกบ้าง อะไรบ้าง กันไว้
- ตัดผม: ปลายที่เสียๆ ตัดทิ้งไปเหอะ
- ผลิตภัณฑ์: เลือกที่มันเหมาะกับผม ไม่ใช่ตามกระแส
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- น้ำมันบำรุง: อาร์แกนออยล์ โจโจ้บาออยล์ ทาตอนผมหมาดๆ ช่วยได้เยอะ
- โปรตีน: ขาดโปรตีน ผมก็แย่ กินให้ถึง
- แชมพู: เลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มีซัลเฟต
- ผมมันก็เหมือนชีวิต: ต้องดูแลเอาใจใส่ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย
ผมหนาฟูเกิดจากอะไร?
โอ๊ย! เรื่องผมฟูเนี่ย บอกเลยว่าเซ็งสุด! ตอนเด็กๆ ไม่เป็นนะ ผมตรงสวยเชียว พอเริ่มย้อมสี ทำไฮไลท์เท่านั้นแหละ ชีวิตเปลี่ยน!
เมื่อก่อนตอนอยู่มหา'ลัย ผมยาวถึงกลางหลัง สระผมเสร็จก็ปล่อยให้แห้งเอง เพราะขี้เกียจ (ยอมรับเลย!) แต่พอทำสีบ่อยๆ ผมเริ่มแห้งกรอบ เหมือนไม้กวาดเลยอ่ะ แถมพอเจออากาศร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ยิ่งไปกันใหญ่ ฟูยังกะสิงโต!
เคยลองมาสารพัดวิธีแล้วนะ ทั้งครีมนวด ทรีตเมนต์ ออยล์ใส่ผม... บางทีก็ดีขึ้นนิดหน่อย แต่พอเจอแดดแรงๆ หรือฝนตก ผมก็กลับมาฟูเหมือนเดิม เฮ้อ!
ตอนนี้พยายามบำรุงผมเยอะขึ้นมาก เน้นพวกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แล้วก็พยายามเลี่ยงการทำสีผมบ่อยๆ (แต่ก็ยากนะ เพราะติดใจไปแล้ว ฮ่าๆ) แล้วก็... เอ่อ... พยายามไม่ปล่อยให้ผมแห้งเองด้วย ซับๆ หน่อยก่อนเป่า
- อากาศ: ร้อนชื้น / แห้ง
- การดูแล: ปล่อยให้แห้งเอง / ขาดการบำรุง
- เคมี: ทำสี / ดัด / ยืด
- สภาพผม: ผมเสีย / แห้งกรอบ
อะไรช่วยให้ผมหนาขึ้น?
ผมหนา? แก้ที่ต้นเหตุ
- อาหาร: โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ สำคัญ
- แซลมอน: โอเมก้า 3 บำรุงลึก
- ไข่: ไบโอติน เสริมสร้าง
- ถั่ว: โปรตีน ซ่อมแซม
- ผักใบเขียว: วิตามินหล่อเลี้ยง
- วิตามินเสริม: ไบโอติน, ซิงก์ (ปรึกษาแพทย์)
- นวด: กระตุ้นเลือดลม
- ปลายนิ้ว: กดเบา ๆ วนเป็นวงกลม
- 5-10 นาที: วันละ 2-3 ครั้ง
เพิ่มเติม: ความเครียด ศัตรูตัวร้ายของผมสวย
ผมบางกรรมพันธุ์ทำยังไง?
ผมบางกรรมพันธุ์นี่เรื่องใหญ่ เข้าใจเลย
ยาแก้ผมร่วง: หลัก ๆ ก็มี finasteride ลด DHT ตัวการผมร่วง กับ minoxidil บำรุงรากผมโดยตรง คือถ้าเทียบกันแล้ว finasteride นี่เหมือนตัดไฟแต่ต้นลม ส่วน minoxidil เหมือนใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้ ใครจะเลือกแบบไหนก็ต้องดูสภาพหนังหัวตัวเอง
ปรับพฤติกรรม: เรื่องนี้มองข้ามไม่ได้เลย stress นี่ตัวดี นอนน้อยกินไม่ดีมีผลหมด บางทีการปรับไลฟ์สไตล์อาจช่วยได้เยอะกว่าที่คิด เหมือนเป็นการลงทุนระยะยาวให้ร่างกายแข็งแรง
เลเซอร์ผม: เทคโนโลยีใหม่ ๆ พวกนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้ดี แต่ต้องปรึกษาหมอก่อนนะ บางทีมันอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน เหมือนเครื่องสำอางค์ที่ใช้แล้วไม่เห็นผล
PRP ผม: คือการเอาเลือดเราไปปั่น แล้วฉีดกลับเข้าไปที่หนังหัว ฟังดูน่ากลัวแต่จริงๆ ก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น มันช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ๆ ได้ดี
ปลูกผม: ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องพึ่งวิธีนี้แหละ แต่ต้องเลือกคลินิกดี ๆ นะ ไม่งั้นอาจจะเสียเงินฟรี แถมเจ็บตัวอีกต่างหาก
ปลูกผมนี่เหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ส่วนการใช้ยาและการปรับพฤติกรรมเหมือนเป็นการดูแลระยะยาว แต่ที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับตัวเองและมีความสุขกับสิ่งที่เป็น เพราะสุดท้ายแล้วผมไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- DHT (Dihydrotestosterone): เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้รูขุมขนเล็กลง และทำให้ผมร่วงในผู้ที่มีกรรมพันธุ์
- Finasteride: ยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ เพราะมีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง
- Minoxidil: มีทั้งแบบทาและแบบกิน แต่แบบกินต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
- PRP (Platelet-Rich Plasma): การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นของตัวเองเข้าไปในหนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นการงอกของเส้นผม
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต