ทำงาน1ชม. ที่อเมริกาได้กี่บาท

307 ครั้งเข้าชม
ทำงานอเมริกา 1 ชั่วโมงได้กี่บาท ขึ้นอยู่กับรัฐบาลกลางที่กำหนดไว้ 7.25 ดอลลาร์. อย่างไรก็ตาม พนักงานที่มีรายได้จากทิปได้รับค่าแรงพื้นฐานเพียง 2.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง. อัตราภาษีเงินได้เริ่มต้นที่ 10% ถึง 37% ตามกฎหมายปัจจุบัน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำงานอเมริกา 1 ชั่วโมงได้กี่บาท: 7.25 ดอลลาร์พื้นฐาน

การทำงานในอเมริกา 1 ชั่วโมงได้ค่าแรงประมาณ 7.25–17.13 ดอลลาร์ หรือ 232–550 บาท ขึ้นอยู่กับรัฐและประเภทงาน อย่างไรก็ตาม หลังจากหักภาษีและค่าครองชีพแล้ว รายได้สุทธิจะลดลงอย่างมากจาก ทำงานอเมริกา 1 ชั่วโมงได้กี่บาท

เข้าใจระบบค่าแรง: ทำงานอเมริกา 1 ชั่วโมง ได้กี่บาท?

การทำงานในอเมริกา 1 ชั่วโมงจะได้ค่าแรงขั้นต่ำประมาณ 7.25 ถึง 17.13 ดอลลาร์ หรือราว 232 ถึง 550 บาท ขึ้นอยู่กับรัฐและประเภทงานที่คุณทำ ตัวเลขนี้อาจดูน่าตื่นเต้นสำหรับหลายคน แต่เดี๋ยวก่อน มีปัจจัยหนึ่งที่คน 90% มักจะมองข้าม - ซึ่งฉันจะเปิดเผยให้ฟังในหัวข้อการคำนวณภาษีด้านล่าง

การทำความเข้าใจรายได้ในสหรัฐอเมริกานั้นซับซ้อนกว่าการคูณอัตราแลกเปลี่ยน กฎหมายรัฐบาลกลางกำหนด ค่าแรงขั้นต่ำอเมริกา ไว้ที่ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง แต่ปัจจุบันกว่า 30 รัฐได้ปรับค่าแรงขั้นต่ำของตนเองให้สูงกว่านั้นมาก [3]

ความแตกต่างระหว่างค่าแรงรัฐบาลกลางและระดับรัฐ

พูดกันตามตรงเลยนะ ตอนที่ฉันไปทำงานอเมริกาปีแรก ฉันทำผิดพลาดอย่างมหันต์ ฉันเลือกเมืองที่ค่าแรงสูงที่สุดเพราะคิดว่าจะเก็บเงินได้เยอะ ผลปรากฏว่าค่าเช่าบ้านและภาษีสูบเงินไปจนหมด มันใช้เวลาเกือบครึ่งปีกว่าฉันจะเรียนรู้ว่ารายได้สุทธิสำคัญกว่าตัวเลขค่าแรงบนกระดาษ

แคลิฟอร์เนียมีค่าแรงขั้นต่ำ 16.90 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง [4] ในขณะที่วอชิงตันสูงถึง 17.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง แต่ถ้ารัฐที่คุณไป ทำงานอเมริกา 1 ชั่วโมงได้กี่บาท ไม่มีกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของตัวเอง นายจ้างก็สามารถจ่ายในอัตรา 7.25 ดอลลาร์ตามกฎหมายรัฐบาลกลางได้

ความลับของงานบริการและกฎ Tipped Credit

หลายคนที่ไปทำงานร้านอาหารมักจะตกใจเมื่อเห็นสัญญาจ้าง ภายใต้กฎหมาย Tipped Credit นายจ้างสามารถจ่ายค่าแรงพื้นฐานเพียง 2.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับพนักงานที่ได้รับทิป [5] ช็อกใช่ไหมล่ะ? ความจริงมันโหดร้ายแบบนี้แหละ

คนส่วนใหญ่คิดว่างานร้านอาหารได้เงินน้อย แต่จากประสบการณ์จริงของฉัน ทิปคือตัวพลิกเกม เมื่อรวมทิปที่ได้จากลูกค้า (ซึ่งธรรมเนียมอเมริกันมักให้ทิป 15-20%) รายได้รวมต่อชั่วโมงมักจะทะลุ 20 ถึง 30 ดอลลาร์อย่างง่ายดาย - แซงหน้าคนทำงานออฟฟิศระดับเริ่มต้นด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ถ้ารายได้รวม (ค่าแรงพื้นฐานบวกทิป) ในสัปดาห์นั้นหารออกมาแล้วไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำของรัฐ นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ครบตามกฎหมาย

รายได้ต่อชั่วโมงในอเมริกา หลังหักภาษีเหลือเท่าไหร่?

นี่คือความผิดพลาดร้ายแรงที่ฉันเกริ่นไว้ตอนต้น: การลืมคำนวณภาษี คุณไม่ได้เก็บเงินทุกดอลลาร์ที่คุณหามาได้ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระดับรัฐบาลกลางเริ่มต้นที่ 10% ถึง 37% ตามระดับรายได้ [6]

สมมติว่าคุณได้ค่าแรง 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รายได้ก่อนหักภาษีคือ 600 ดอลลาร์ แต่หลังจากหักภาษีรัฐบาลกลาง ภาษีรัฐ (ถ้ามี) และภาษีประกันสังคม คุณอาจจะได้รับเช็คเงินเดือนจริงเพียง 480 ถึง 500 ดอลลาร์เท่านั้น หายไปเกือบ 20% เลยทีเดียวสำหรับการพิจารณา ค่าจ้างรายชั่วโมงอเมริกาเงินไทย ที่แท้จริง

เปรียบเทียบค่าแรงและสภาพแวดล้อมใน 3 รัฐยอดนิยม

การเลือกรัฐที่จะไปทำงานมีผลอย่างมากต่อเงินเก็บของคุณ นี่คือการเปรียบเทียบปัจจัยสำคัญในรัฐที่คนไทยนิยมไปทำงาน

แคลิฟอร์เนีย (California)

  • สูงมาก โดยเฉพาะค่าเช่าที่พักในเมืองใหญ่เช่น ลอสแอนเจลิส
  • 16 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (สูงมาก)
  • มีทั้งภาษีรัฐบาลกลางและภาษีรัฐในอัตราที่ค่อนข้างสูง
  • มีชุมชนคนไทยขนาดใหญ่ หางานร้านอาหารได้ง่ายมาก

⭐ เท็กซัส (Texas)

  • ปานกลาง ค่าเช่าบ้านถูกกว่าแคลิฟอร์เนียอย่างเห็นได้ชัด
  • 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (แต่อัตราตลาดมักอยู่ที่ 12-15 ดอลลาร์)
  • ไม่มีการเก็บภาษีเงินได้ระดับรัฐ (ประหยัดเงินได้มาก)
  • เงินเหลือเก็บเยอะกว่าถ้าวางแผนการเงินดีๆ เหมาะกับคนเน้นสร้างเนื้อสร้างตัว

นิวยอร์ก (New York)

  • สูงลิ่ว การเดินทางสะดวกแต่ค่าที่พักแพงระยับ
  • 15 ถึง 16 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับพื้นที่)
  • สูง มีทั้งภาษีรัฐและภาษีท้องถิ่นของเมือง
  • โอกาสในการได้ทิปสูงมากในร้านอาหารหรู ย่านใจกลางเมือง
คนส่วนใหญ่คิดว่าต้องไปแคลิฟอร์เนียถึงจะได้เงินเยอะ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า รัฐอย่างเท็กซัสที่ไม่มีภาษีระดับรัฐ มักจะทำให้พนักงานมีเงินสดเหลือเก็บตอนสิ้นเดือนมากกว่า แม้ค่าแรงตั้งต้นจะดูน้อยกว่าก็ตาม

บทเรียนราคาแพงของมาย: จากค่าแรงสูงสู่การย้ายเมือง

มาย นักศึกษาจบใหม่วัย 24 ปี เดินทางไปทำงานที่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยความหวังกับค่าแรง 18 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เธอตื่นเต้นมากและคิดว่าจะเก็บเงินหลักแสนกลับไทยได้ในเวลาไม่กี่เดือน

เดือนแรกผ่านไป มายพบความจริงที่เจ็บปวด ค่าเช่าห้องเล็กๆ แชร์กับเพื่อนปาเข้าไป 1,200 ดอลลาร์ต่อเดือน ยังไม่รวมค่าอาหารที่แพงหูฉี่ แม้จะได้ค่าแรงสูง แต่พอหักภาษีและค่าครองชีพ เธอแทบไม่มีเงินเหลือเก็บเลยแถมยังเครียดจนนอนไม่หลับ

มายเกือบจะถอดใจกลับไทย แต่เธอสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมงานหลายคนยอมนั่งรถไฟจากเมืองรอบนอกเข้ามาทำงาน เธอจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่เมืองข้างเคียงที่ค่าเช่าถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ยอมตื่นเช้าขึ้นเพื่อเดินทาง

ผลลัพธ์คือ แม้จะต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มและเหนื่อยขึ้นบ้าง แต่มายสามารถลดรายจ่ายประจำลงได้ 40% และเริ่มมีเงินเก็บกลับบ้านเดือนละประมาณ 800 ดอลลาร์ ทำให้เธอเรียนรู้ว่าการบริหารค่าใช้จ่ายสำคัญพอๆ กับการหารายได้

ก้องกับการต่อสู้ในงานร้านอาหารที่ได้ค่าแรง 2.13 ดอลลาร์

ก้อง พนักงานเสิร์ฟหนุ่มในรัฐเท็กซัส เริ่มต้นงานร้านอาหารอเมริกันด้วยค่าแรงพื้นฐานเพียง 2.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เขาไม่เข้าใจระบบนี้และกังวลมากว่าจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเช่าบ้าน

สัปดาห์แรกก้องได้เข้ากะวันจันทร์ถึงพุธช่วงบ่าย ลูกค้าน้อยมาก เขาได้ทิปเพียง 30 ดอลลาร์ตลอดทั้งสัปดาห์ เขาเหนื่อยล้า ท้อแท้ และรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบ เขาเกือบจะลาออกไปทำงานโกดังที่ได้เงินเดือนคงที่

จุดเปลี่ยนคือเขากล้าเข้าไปคุยกับผู้จัดการร้านอย่างตรงไปตรงมา และเรียนรู้ว่าหัวใจสำคัญคือ กะการทำงาน เขาพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อรับออเดอร์ให้เร็วขึ้น และขอแลกกะกับเพื่อนเพื่อไปทำช่วงเย็นวันศุกร์และเสาร์

ภายในหนึ่งเดือน ก้องทำรายได้รวมทิปเฉลี่ยพุ่งขึ้นเป็น 28 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงในกะสุดสัปดาห์ เขาทำเงินได้เกือบ 1,000 ดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ลูกค้าแน่น เปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็นความเข้าใจกลไกงานบริการอย่างลึกซึ้ง

คู่มือการปฏิบัติ

ค่าแรงพื้นฐานเริ่มต้นที่ 7.25 ดอลลาร์

กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดขั้นต่ำที่ 7.25 ดอลลาร์ แต่กว่า 30 รัฐมีกฎหมายปรับค่าแรงสูงกว่านั้น เช่น แคลิฟอร์เนียที่ 16.90 ดอลลาร์ [7]

งานบริการพึ่งพาทิปเป็นหลัก

นายจ้างอาจจ่ายค่าแรงเพียง 2.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง แต่รายได้รวมเมื่อบวกทิป 15-20% มักจะสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำปกติมาก

รายได้สุทธิสำคัญกว่าค่าแรงบนกระดาษ

รัฐที่ค่าแรงสูงมักมาพร้อมกับค่าครองชีพและภาษีที่แพงลิ่ว การเลือกรัฐที่ไม่มีภาษีรายได้ระดับรัฐอาจทำให้มีเงินเหลือเก็บมากกว่า

ภาษีจะหายไปประมาณ 20%

เตรียมใจไว้เลยว่ารายได้ที่คุณคำนวณได้ จะต้องถูกหักออกไปราวๆ 15-25% สำหรับภาษีรัฐบาลกลาง ภาษีรัฐ และประกันสังคม

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

ทำงานที่อเมริกาได้เงินเท่าไหร่ คิดเป็นเงินไทย?

โดยเฉลี่ยจะได้ประมาณ 250 ถึง 550 บาทต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรัฐที่คุณทำงาน หากทำวันละ 8 ชั่วโมง จะมีรายได้ราว 2,000 ถึง 4,400 บาทต่อวัน ก่อนหักภาษี

ค่าแรงงานร้านอาหารในอเมริกา รวมทิปแล้วดีจริงไหม?

ดีจริงครับสำหรับร้านที่มีลูกค้าประจำ งานเสิร์ฟในเมืองใหญ่รวมทิปแล้วมักจะทำให้รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงขยับไปอยู่ที่ 20 ถึง 30 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของพนักงานออฟฟิศบางตำแหน่งเสียอีก

ภาษีที่อเมริกาหักเยอะไหม?

ค่อนข้างเยอะครับ โดยทั่วไปจะถูกหักภาษีรวมประมาณ 15% ถึง 25% จากรายได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่ารัฐที่คุณอยู่มีการเก็บภาษีรายได้ระดับรัฐเพิ่มเติมจากภาษีรัฐบาลกลางหรือไม่

หากคุณสนใจหาโอกาสใหม่ๆ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบว่าตอนนี้ คนไทยไปทำงานอะไรที่อเมริกา มากที่สุดเพื่อวางแผนชีวิตครับ

ทำงานผิดกฎหมาย (ผีน้อย) จะได้ค่าแรงเท่ากันไหม?

มักจะได้น้อยกว่าและถูกเอาเปรียบได้ง่ายครับ นายจ้างมักจะจ่ายเป็นเงินสดในอัตราที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำของรัฐ และคุณจะไม่มีสวัสดิการหรือกฎหมายแรงงานคุ้มครองเลยหากเกิดอุบัติเหตุ

แหล่งข้อมูลข่าวสาร

  • [3] Dol - ปัจจุบันกว่า 30 รัฐได้ปรับค่าแรงขั้นต่ำของตนเองให้สูงกว่านั้นมาก
  • [4] Dir - แคลิฟอร์เนียมีค่าแรงขั้นต่ำ 16 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ในขณะที่วอชิงตันสูงถึง 16.28 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง
  • [5] Dol - นายจ้างสามารถจ่ายค่าแรงพื้นฐานเพียง 2.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับพนักงานที่ได้รับทิป
  • [6] Irs - อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระดับรัฐบาลกลางเริ่มต้นที่ 10% ถึง 37% ตามระดับรายได้
  • [7] Dol - กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดขั้นต่ำที่ 7.25 ดอลลาร์ แต่กว่า 30 รัฐมีกฎหมายปรับค่าแรงสูงกว่านั้น เช่น แคลิฟอร์เนียที่ 16 ดอลลาร์