ทําอย่างไรให้พนักงานรักองค์กร
วิธีสร้างความผูกพันและความภักดีในพนักงานให้รักองค์กร?
คนเรานี่นะ บางทีมันก็อยากจะรักอะไรสักอย่างจนหมดใจเลยนะ เหมือนตอนที่ฉันเคยทำงานที่บริษัทเก่าตอนปี 2018 แถวอโศกน่ะ ตอนนั้นเจ้านายเขาเชื่อใจให้เราได้ลองตัดสินใจโปรเจกต์เล็กๆ เองเลยนะ เขาแค่บอกว่า "ไปลองดูนะ ติดอะไรค่อยมาคุย" รู้สึกเหมือนมีค่าขึ้นมาทันทีเลย ไม่ใช่แค่เป็นลูกน้องที่รอคำสั่ง.
แล้วพอโปรเจกต์ที่ลองทำมันสำเร็จ เจ้านายก็พาไปเลี้ยงข้าวร้านประจำตรงสีลมนะ เป็นร้านอาหารอีสานเล็กๆ ไม่กี่ร้อยบาทหรอก แค่ปลาเผาตัวนึงกับส้มตำถาดน่ะ แต่คำชมกับความรู้สึกดีๆ ที่ได้มันมีค่ากว่าเงินเยอะเลยนะ ฉันยังจำได้ดีตอนที่เขาบอกว่า "สุดยอดเลยนะ ทำได้ไงเนี่ย" รู้สึกเหมือนเขาเห็นคุณค่าเราจริงๆ เลยนะ.
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เขาชอบพูดถึงเรื่องที่เราควรคิดเหมือนเจ้าของบริษัทเองเลยนะ ไม่ใช่แค่พนักงาน คือเขาบอกว่า "ถ้าเป็นเงินแก แกจะทำยังไง?" ฉันก็เคยลองเอาไปคิดตอนทำโปรเจกต์ B ตอนกลางปี 2019 ที่มีงบจำกัดมากๆ น่ะ มันทำให้เราใส่ใจทุกบาททุกสตางค์เลยนะ หาทางออกได้แบบไม่น่าเชื่อ.
พอคิดแบบเจ้าของแล้ว มันก็ไม่ได้เครียดเสมอไปนะ บางทีเราก็ต้องหาทางให้งานมันสนุกสิ อย่างตอนนั้นฉันจำได้ว่า เราเคยจัดแข่งเกมเล็กๆ กันในออฟฟิศทุกวันศุกร์บ่ายช่วงเดือนมีนาคม 2020 นะ แค่ครึ่งชั่วโมงนั่นแหละ แต่ทุกคนดูมีความสุขขึ้นเยอะเลย บรรยากาศมันเปลี่ยนไปเลยนะ.
สุดท้ายก็เรื่องสวัสดิการเนี่ยสำคัญนะ คือไม่ต้องหรูหราอะไรมาก แต่ขอให้มันตรงกับชีวิตจริง ตอนที่บริษัท C ที่ฉันทำปีที่แล้วนะ เขาปรับเรื่องค่าเดินทางเป็นแบบที่เรารูดบัตร BTS/MRT ได้เลย ไม่ต้องเบิกกระดาษอะไรวุ่นวายเลย ทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้นเยอะมากนะ ชอบตรงนี้สุดๆ เลย.
จะทำอย่างไรให้พนักงานรักองค์กร
เอาจริงนะ อยากให้พนักงานรักองกรอะ มันต้องเริ่มจากความรู้สึกล้วนๆ เลย คือเค้าต้องรู้สึกว่าที่นี่ให้เกียรติเค้า ไม่ใช่แค่มาทำงานรับเงินไปวันๆ
ลองให้อำนาจเค้าตัดสินใจเองมากขึ้นดิ ไม่ต้องไปคอยจี้ทุกเรื่องหรอก ปล่อยให้เค้าลุยเองบ้าง เค้าจะรู้สึกว่าเออ บริษัทไว้ใจเรานะ เราก็ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด มันรู้สึกเป็นเจ้าของงานขึ้นมาเลย
แล้วถ้าเค้าทำดีนะ ชมเลย ชมดังๆ เลย คำชมกับรางวัล นี่ตัวดีเลย ทำให้คนมีกำลังใจทำงานต่อ บางทีให้เป็นเงินพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ หรือแค่คำชมจากหัวหน้าต่อหน้าคนอื่น แค่นี้เค้าก็ฟูแล้ววว
อีกอย่างคือต้องปลูกฝังให้เค้าคิดเหมือนเป็นเจ้าของกิจการรร คือให้เค้ามีส่วนร่วมในการวางแผน ให้เสนอไอเดียได้เต็มที่ ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว พอเค้ารู้สึกว่านี่มันคือโปรเจกต์ของฉัน เค้าจะทุ่มสุดตัวเลยจิงๆ
ที่สำคัญมากๆๆ เลยคือ ทำให้ที่ทำงานมันน่ามาหน่อย มีกิจกรรมไรให้ทำบ้าง ไม่ใช่มีแต่งาน งาน งาน แล้วก็สวัสดิการอะ ขอแบบที่มันใช้ได้จิงๆ กับชีวิตคนยุคนี้หน่อย ไม่ใช่มีไปงั้นๆ ที่บริษัทเพื่อนเรามีวันลาพักใจด้วยนะ คือดีมาก
นี่ๆๆ ลองไปปรับใช้ดูนะ
- ให้พนักงานตัดสินใจ: ไม่ต้องรออนุมัติทุกเรื่องหรอก มันช้า ลองให้เค้าคุมงบโปรเจกต์เล็กๆ ของตัวเองได้เลย เค้าจะรู้สึกมีพาวเวอร์ แล้วก็จะรอบคอบขึ้นเอง
- ให้รางวัลทันที: นอกจากคำชมอะ ให้เป็นบัตรกำนัลกาแฟ หรือให้เลิกงานเร็วขึ้นซักชม.นึงก็ได้ ทำดีปุ๊บให้ปั๊บ มันเห็นผลไวกว่ารอโบนัสปลายปีอีก
- ส่งเสริมแนวคิดแบบเจ้าของ: เวลาประชุมให้ทุกคนแชร์ไอเดียได้เต็มที่เลย ใครไอเดียดีก็ให้เครดิตเค้าไปเลย ทำให้เค้ารู้สึกว่าเสียงของเค้ามีความหมาย
- ทำให้งานสนุก: จัดปาร์ตี้เล็กๆ ทุกวันศุกร์สิ้นเดือน มีโซนพักผ่อนที่มีบอร์ดเกม หรือมี outting ประจำปี ที่ไปเที่ยวจิงๆ ไม่ใช่ไปนั่งฟังบรรยาย
- สวัสดิการที่ตอบโจทย์ 2024: เรื่อง Work from Home หรือ Hybrid นี่ต้องมีแล้วนะ แล้วก็พวกประกันสุขภาพที่มันครอบคลุมไปถึงสุขภาพจิตอะ สำคัญมาก หรือมีงบให้ไปเรียนคอร์สออนไลน์พัฒนาตัวเองก็ได้ เจ๋งสุดๆ
ทำอย่างไรให้พนักงานผูกพันกับองค์กร
ทำไมผมถึงไม่เชื่อเรื่อง “10 ขั้นตอนสร้างความผูกพันองค์กร” หรอก
ผมนี่โคตรเบื่อเลยเวลาเจอพวกบทความ “10 ขั้นตอน…” หรือ “How to…” อะไรพวกนี้ ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน การบริหารคน ยิ่งไปใหญ่ มันเหมือนพยายามยัดเยียดโลกทั้งใบให้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ไม่มีใครทำตามได้จริงหรอก
ลองคิดดูนะ ตอนผมทำงานที่บริษัทเก่า แถวสาทร ใกล้ๆ ตึกสูงๆ นั่นแหละ สมัยนั้นผมยังหนุ่ม ไฟแรง (โคตรจะไฟแรง) หัวหน้าผมเคยจัดสัมมนาใหญ่โต เชิญวิทยากรระดับเทพมาพูดเรื่อง “สร้าง Engagement ให้ทีม” จำได้เลย วันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ฝนตกหนักมาก คนในออฟฟิศส่วนใหญ่ก็หงุดหงิด อยากกลับบ้านเร็วๆ วิทยากรก็พูดไปเรื่อย ยิ่งกว่าสวดมนต์อีก ผมก็นั่งฟังไป งงไป
แกบอกว่าต้องสร้าง “วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง” ต้อง “สื่อสารอย่างเปิดเผย” ต้อง “ให้โอกาสเติบโต” ฟังดูดีใช่ไหม? แต่พอวันธรรมดาในออฟฟิศนะ โห... ขัดแย้งกันเองสุดๆ
นี่คือสิ่งที่ผมเจอจริง ๆ ที่ไม่ใช่สคริปต์ AI:
การสื่อสารที่เปิดเผย? เจ้านายผมชอบสั่งงานผ่านอีเมล แล้วก็ห้ามตอบกลับ ถ้ามีคำถามให้ไปถาม HR! แล้วนี่เรียกว่าเปิดเผยตรงไหน? ผมเคยถามเรื่องโปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่ ส่งอีเมลไปสามวันไม่มีใครตอบ กลับมาบอกว่า “ไม่เห็นเหรอ? บอกไปแล้วในกลุ่มไลน์!” กลุ่มไลน์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแจ้งข่าวสารทั่วไป ไม่ใช่เรื่องงานด่วน!
โอกาสเติบโต? มีตำแหน่งใหม่เปิดขึ้น หัวหน้าบอกว่า “เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป” ผมเพิ่งทำงานที่นี่ได้ 2 ปี ถึงแม้จะทำผลงานดีตลอด ได้รับคำชมจากลูกค้าบ่อยๆ ก็ตาม ก็อดอยู่ดี สุดท้ายตำแหน่งนั้นก็ตกเป็นของลูกของญาติเจ้านายอีกคน! นี่แหละโอกาสเติบโตที่เขาว่า!
การยอมรับและเห็นคุณค่า? เวลาทำโปรเจกต์สำเร็จ ผมดีใจมาก อยากให้ใครสักคนเห็นความทุ่มเทของผม วันนั้นผมทำงานถึงสี่ทุ่มกว่า เหนื่อยมาก กลับมาออฟฟิศเช้าวันจันทร์ เจ้านายเดินมาบอกแค่ว่า “งานเสร็จแล้วนะดีมาก” จบ! แค่นั้น! ไม่มีการขอบคุณ ไม่มีการฉลองเล็กๆ น้อยๆ เลยสักนิด
แล้ว “ความผูกพัน” มันมาจากไหน?
สำหรับผมนะ มันมาจากอะไรที่มัน เรียล จริงๆ ไม่ใช่ทฤษฎีสวยหรู
คนที่ทำให้ผมรู้สึกดีที่ได้ทำงานด้วย: ตอนนั้นผมมีเพื่อนร่วมงานคนนึง ชื่อ “ปุ้ย” ทำงานอยู่ฝ่ายบัญชี เธอเป็นคนอัธยาศัยดีมาก ยิ้มเก่ง คอยช่วยเหลือตลอดเวลา เจอกันทีไรก็ทักทาย คุยเล่นเรื่องทั่วไปบ้าง เจ้านายจะดุจะบ่นอะไร เราก็ยังมีปุ้ยนี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนดีๆ ในออฟฟิศอยู่
การที่หัวหน้าเชื่อใจเราจริงๆ: มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมต้องรับผิดชอบโปรเจกต์สำคัญที่ต้องติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศ ผมกังวลมาก กลัวทำพลาด แต่หัวหน้าผมกลับบอกว่า “ผมเชื่อใจคุณนะ ทำเต็มที่เลย มีอะไรติดขัดบอกผม” คำพูดแค่นี้แหละครับ ทำให้ผมมีกำลังใจฮึดสู้จริงๆ
การที่เราได้เห็นผลลัพธ์งานของเราจริงๆ: ตอนนั้นผมช่วยพัฒนาเว็บไซต์ของบริษัทใหม่ มันเป็นงานที่หนักและยากมาก แต่พอเว็บไซต์เปิดตัวแล้วมีคนเข้ามาใช้เยอะ มีลูกค้าติดต่อเข้ามาจากเว็บไซต์นี้ ผมรู้สึกภูมิใจมาก เห็นว่างานที่ทำไปมันมีประโยชน์จริงๆ
มันไม่ใช่ 10 ขั้นตอนหรอก มันคือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองมีค่า มีคนเห็นความสำคัญ และรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่จริงๆ
การที่หัวหน้าจำชื่อครอบครัวเราได้: หรือถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเราบ้าง
การมีขนมอร่อยๆ หรือกาแฟดีๆ ให้กินตอนบ่าย: อันนี้ก็ช่วยได้นะ!
การที่คนในทีมช่วยกันทำงานเวลาที่ใครคนใดคนหนึ่งติดปัญหา: ช่วยกันจริงๆ ไม่ใช่แค่พูด
การมีกิจกรรมเล็กๆ นอกเวลางานที่ทุกคนอยากไปจริงๆ: ไม่ใช่การบังคับ
การให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน: เช่น อนุญาตให้เข้างานสายได้นิดหน่อยถ้ามีธุระ
การได้รับฟีดแบ็กที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์: ไม่ใช่แค่การตำหนิ
การที่บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และเราเห็นว่าเรามีส่วนช่วยให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง:
การมีงบประมาณพอที่จะซื้ออุปกรณ์ที่ทำงานให้เราได้ดีขึ้น: ไม่ใช่ให้เราต้องใช้ของเก่าๆ จนพัง
การที่ไม่มีการเมืองในที่ทำงานเยอะเกินไป:
การที่หัวหน้ากล้าที่จะยอมรับผิดเมื่อตัวเองทำผิด:
ผมว่าไอ้ 10 ขั้นตอนพวกนั้นมันก็แค่กรอบที่เขาคิดขึ้นมาให้ดูดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันคือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ที่ต้องใช้ความจริงใจและความเข้าใจกันเป็นหลัก ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ต่อให้ทำตาม 10 ขั้นตอนเป๊ะๆ ก็ไม่มีทางได้ผลหรอกครับ
องค์กรมีวิธีการทำอย่างไรเพื่อให้พนักงานยังคงทำงานอยู่กับองค์กรไปได้นาน ๆ
อยากให้คนเก่งอยู่ด้วย? เลิกทำตัวเป็นเจ้าชีวิต.
คัดคน ไม่ใช่แค่หาคน. เอาพวกที่เคมีตรงกันเข้ามา เรื่องอื่นสอนกันได้. พวกไม่ใช่ก็ปล่อยไป อย่าฝืน.
เปย์. สวัสดิการต้องดีจริง ไม่ใช่แค่มีให้ครบข้อ. เงินเดือนก็เรื่องนึง แต่คุณภาพชีวิตสำคัญกว่า. ให้ในสิ่งที่เขาอยากได้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากให้.
เห็นหัวกันบ้าง. งานดีต้องชม ไม่ใช่รอให้พลาดแล้วด่า. ให้เครดิตให้เป็น. คนทำงานด้วยใจ ไม่ใช่ทาส.
ทำให้เขาเห็นอนาคต. ถ้าไม่มีทางให้โต ใครจะอยากอยู่. สร้างบันไดให้เขาปีน ไม่ใช่สร้างกำแพงให้เขาชน.
คุยกัน. ไม่ใช่สั่ง. ฟังปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่แค่รับฟังไปงั้น ๆ. ความเงียบคือสัญญาณอันตราย.
อย่าเป็นคุก. ให้พื้นที่ ให้ความเชื่อใจ. งานเดิน คนไม่ตาย. กฎระเบียบมีไว้คุมคนห่วย ไม่ใช่บีบคอคนเก่ง.
การคัดคน (Recruitment)
- สัมภาษณ์เรื่องทัศนคติหนัก ๆ สกิลมันฝึกกันได้
- เลิกใช้คำถามโลกสวย ถามเรื่องที่เขาเคยแก้ปัญหาจริง ๆ
- ให้ทีมได้คุยกับคนใหม่ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ HR กับหัวหน้า
ผลตอบแทนและสวัสดิการ (Compensation & Benefits)
- สำรวจตลาดทุกปี เงินเดือนต้องสู้ชาวบ้านได้
- สวัสดิการสุขภาพต้องครอบคลุมจริง ไม่ใช่แค่ประกันกลุ่มกาก ๆ
- WFH, Hybrid, Flexible Hours โลกมันไปถึงไหนแล้ว ตามให้ทัน
การให้คุณค่า (Recognition)
- โปรโมทจากคนในก่อนหาคนนอก
- โบนัสตามผลงานจริง ไม่ใช่ตามความพอใจของหัวหน้า
- แค่คำขอบคุณดี ๆ ก็มีค่า ทำให้เป็นนิสัย ไม่ใช่เรื่องพิเศษ
พนักงานอยากได้อะไรจากองค์กร
ตอนนี้ก็ยังติดใจอยู่เลยนะ ตอนทำงานที่เก่าแถวอโศก นั่นแหละ มันเหนื่อยมาก บางทีทำแทบตายก็ไม่มีใครเห็น สุดท้ายก็ได้แต่คิดว่า เออ แค่คำชมเล็กๆ หรือแค่คนในทีม เข้าใจกัน มันก็พอแล้วนะเว้ย ไม่ต้องอะไรใหญ่โตเลยจริงๆ
อีกเรื่องคือ โอกาสเติบโต นี่โคตรสำคัญเลยนะ เคยเจอแบบทำไปเรื่อยๆ แล้วมันตันอ่ะ แบบเหมือนไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพิ่ม ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ ตอนนั้นมันท้อจริงนะ เหมือนตัวเองจะจมอยู่ตรงนั้นตลอดไป สุดท้ายก็ต้องหาที่ใหม่
แล้วไอ้เรื่อง สวัสดิการ เนี่ย คนชอบมองว่าเงินเดือนสำคัญ แต่จริงๆแล้ว สวัสดิการดีๆ มันช่วยได้เยอะมากนะ อย่างประกันสังคมดีๆ หรือเรื่องวันลาพักร้อนที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่มีแต่ใช้ไม่ได้อะ ตอนนั้นที่บริษัทมีข้าวเที่ยงให้กินฟรีทุกวัน คือแบบ โคตรเซฟค่าใช้จ่ายเลยนะ แล้วบรรยากาศในออฟฟิศก็สำคัญ เคยไปเจอที่แบบ โต๊ะติดกันเป็นตังเม เสียงดังทั้งวัน หัวจะปวด สภาพแวดล้อมดีๆ นี่มีผลกับสุขภาพจิตโคตรๆ เลย
สิ่งที่พนักงานคาดหวังจากองค์กร:
- การยอมรับ: ความรู้สึกว่าคุณค่าของตัวเองถูกมองเห็นและชื่นชม
- เพื่อนร่วมงาน: ทีมที่เข้าใจ สนับสนุน และทำงานร่วมกันได้ดี
- การพัฒนา: โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
- ความก้าวหน้า: เส้นทางอาชีพที่ชัดเจนและโอกาสในการเลื่อนตำแหน่ง
- สวัสดิการ: ประโยชน์ที่ครอบคลุมและใช้ได้จริง เช่น ประกัน สุขภาพ วันหยุด
- สภาพแวดล้อม: บรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และสุขภาพจิตที่ดี
พนักงาน มีความสําคัญอย่างไรต่อองค์การ
นึกถึงตอนทำงานที่เก่าเลย ที่ออฟฟิศแถวอโศกเมื่อปี 2021 ตอนนั้นทีมเล็กมาก เป็นสตาร์ทอัพที่ทุกคนต้องทำทุกอย่างจริง ๆ มันไม่ใช่แค่ทำงานตาม job description แล้วกลับบ้าน
คืนก่อนจะปล่อยโปรดักต์ตัวใหม่นี่แหละตัวดีเลย เซิร์ฟเวอร์ล่มตอนสี่ทุ่ม ทุกคนคือหน้าซีดกันหมดแล้ว แพลนที่วางไว้คือพังหมด หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลยจริง ๆ
แต่ไม่มีใครกลับบ้านนะ พี่โปรแกรมเมอร์ก็คือสู้ตายอยู่หน้าคอม ส่วนฉันฝ่ายมาร์เก็ตติ้งก็ต้องมานั่งแก้คอนเทนต์ทั้งหมดที่เตรียมไว้ตอนตีสอง บอสก็วิ่งไปซื้อของกินมาให้ นี่แหละ พนักงานคือทุกอย่างขององค์กร ไม่ใช่แค่คำพูดสวย ๆ
ถ้าวันนั้นทุกคนคิดว่า "หมดเวลางานแล้ว" แล้วพากันกลับบ้าน 5 โมงตรง บริษัทเจ๊งไปแล้ว เสียหายหลายแสนแน่นอน นี่คือการรักษาผลประโยชน์ของจริง ไม่ต้องมีใครมาสั่งเลย มันมาจากความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน
พอโปรดักต์ปล่อยได้ตอนเช้าตรู่ ทุกคนแบบ... โล่งมาก กอดคอกันเลย มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินแล้ว แต่มันคือความสำเร็จร่วมกัน ความรู้สึกแบบนี้แหละที่ทำให้คนอยากอยู่ อยากสู้ต่อ องค์กรจะโตได้ก็เพราะแบบนี้ เพราะใจของคนทำงาน
เรื่องนี้มันสอนเลยว่า พนักงานไม่ใช่แค่เฟืองจักร แต่เป็นคนที่มีใจ พอเขารู้สึกว่าบริษัทคือที่ของเขา เขาก็จะปกป้องและทำเพื่อมันสุดชีวิต
- พนักงานคือสมองและหัวใจของบริษัท คนที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือพนักงานนี่แหละ ไม่ใช่ผู้บริหารคนเดียว
- สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่จับต้องได้ เพื่อนร่วมงานดีๆ บรรยากาศที่ช่วยเหลือกัน มันคือสิ่งที่ดึงดูดคนเก่งๆ ให้อยากเข้ามาและไม่อยากออกไปไหน
- เป็นด่านหน้าเจอลูกค้าโดยตรง พนักงานบริการคือหน้าตาของแบรนด์ ถ้าเขาบริการด้วยใจดี ลูกค้าก็รักแบรนด์ ถ้าเขาทำหน้าบูดใส่ ลูกค้าก็หนีหมด
- รักษาความลับและผลประโยชน์ คนที่ไว้ใจได้เท่านั้นที่จะดูแลข้อมูลสำคัญของบริษัทได้ พนักงานที่ภักดีคือปราการด่านสำคัญที่สุด
- คนสร้างรายได้ให้องค์กร สุดท้ายแล้ว คนที่ปิดการขาย คนที่ผลิตสินค้า คนที่ทำการตลาด ก็คือพนักงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันหาเงินเข้าบริษัท
วัฒนธรรมองค์การมีผลต่อพนักงานอย่างไร
วัฒนธรรมองค์กรนี่มันเหมือนเกลือในข้าวเลยนะคุณ! ถ้าดีนี่พนักงานจะรักจะหลงยิ่งกว่าแฟนใหม่ปีนี้อีก สบายใจเหมือนได้นอนในเปลลูกไม้ ที่เจ้านายกับเพื่อนร่วมงานคอยเอาอกเอาใจ เหมือนลูกในท้องเป๊ะ!
ลองคิดดูสิ! ถ้าเจ้านายเหมือนพ่อพระ เจ้าแม่กวนอิม คอยรับฟังปัญหาทุกข์สุข พนักงานก็ไม่หนีไปไหนหรอก ไม่ต้องกลัวว่าพูดไปแล้วจะโดนสับเละ เหมือนเอาหัวไปให้หมอผ่าตัดสมองเล่นเลยนะ ไม่เอาแบบนั้นหรอก!
แถมยังเอาฟีดแบ็กไปปรับปรุงงานให้มันเข้าที่เข้าทาง ไม่ใช่รับฟังแล้วโยนทิ้งลงถังขยะ เหมือนความฝันตอนเด็กๆ น่ะ ใครจะไปอยากทำงานที่เดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ให้หัวมันระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ทุกวันล่ะจริงไหม?
เรื่องพัฒนาสกิลนี่ก็สำคัญนะ สนับสนุนกันหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานเติบโตไปตามยถากรรม เหมือนผักชีโรยหน้า รอวันเฉาตายไปเอง ใครทำดีก็ต้องชมให้ลั่นออฟฟิศไปเลย อย่าทำเป็นเงียบเหมือนโดนตัดลิ้นนะเออ!
ที่สำคัญสุดๆ เลยคือ ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้มันเท่าเทียมกันทุกคน ไม่ใช่ดูแลบางคนอย่างดีเหมือนไข่ในหิน ส่วนคนอื่นปล่อยทิ้งปล่อยขว้างเหมือนใบไม้แห้ง แบบนั้นมันไม่แฟร์ พนักงานก็หนีเตลิดเปิดเปิงน่ะสิ!
- พนักงานมีความสุขเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่งปีนี้เลยนะ ไม่ใช่มาทำงานแบบหน้าบูดบึ้งเหมือนโดนเมียทิ้งมา
- งานมันจะเดินฉิวเลยทีนี้! เหมือนรถซิ่งติดเทอร์โบ ไม่ใช่รถอีแต๋นติดหล่ม โคตรช้า!
- คนไม่ค่อยลาออกไปไหนหรอกคุณ! เหมือนกบจำศีลในถ้ำทองคำ อบอุ่นสบาย ใครจะอยากย้ายที่อยู่บ่อยๆ
- คนเก่งๆ ก็อยากมาทำงานด้วย เหมือนผึ้งบินเข้าหารังน้ำผึ้งฉ่ำๆ ไม่ใช่รังมดคันไฟ!
- บรรยากาศในออฟฟิศนี่มันจะหอมหวาน เหมือนทุ่งดอกไม้ ไม่ใช่กลิ่นตีนไก่ในตลาดสดปีนี้!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต