โรคอะไรบ้างที่ไม่รับเข้าทำงาน

51 ครั้งเข้าชม
โรคต้องห้ามสำหรับทำงานในเกาหลีใต้: โรคติดต่อร้ายแรง: ไวรัสตับอักเสบบี, วัณโรค, กามโรค (ซิฟิลิส) โรคระบบเลือด: โรคเลือด โรคเรื้อรัง: โรคหัวใจทุกชนิด, คุดทะราด, เท้าช้าง ความผิดปกติทางร่างกาย: กระดูกสันหลังคด, นิ้วมือ/เท้าขาด, กระดูกแขนขาโก่ง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคอะไรบ้างที่บริษัทมักไม่รับเข้าทำงาน?

อืมมม... เรื่องบริษัทไม่รับเข้าทำงานเนี่ยนะ จำได้ลางๆว่าเพื่อนผมสมัยเรียนที่เกาหลี มันเคยเล่าให้ฟัง ประมาณว่าบริษัทใหญ่ๆหลายที่ เขาระวังเรื่องโรคติดต่อ อย่างเอดส์ ไวรัสตับอักเสบบี อะไรพวกนี้ จริงจังมาก เอกสารตรวจสุขภาพต้องเป๊ะ นี่คือที่เกาหลีนะ ปี 2018 ผมก็ไม่รู้รายละเอียด แต่เพื่อนบอกเค้าเคร่งเรื่องนี้จริงๆ ไม่ผ่านก็คือไม่ผ่านเลยล่ะ

ส่วนโรคอื่นๆ อย่างวัณโรค หรือโรคผิวหนัง อะไรพวกนี้ ก็ดูเหมือนจะมีผล แต่ไม่แน่ใจเท่าไหร่ อาจจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานด้วยมั้ง ถ้าต้องทำงานที่ต้องมีการสัมผัสผู้คนเยอะๆ ก็อาจจะเข้มงวดกว่าปกติ

ยังไงก็ตาม ผมว่ามันไม่ใช่แค่เกาหลีหรอกนะ หลายประเทศก็คงคล้ายๆกัน บริษัทไหนก็อยากได้พนักงานที่แข็งแรง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆนะ ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์อะไรเลย อย่าไปถือสา แค่เล่าจากประสบการณ์ที่ได้ยินมา

ไต้หวันห้ามโรคอะไร

เอ้า! ไต้หวันนี่เขาระวังตัวนักนะ ปี 2024 นี่ห้ามนำเข้าของจากประเทศที่มีโรคระบาดในสัตว์แบบจุ๊ๆเลยนะ เห็นทีจะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ! ไม่งั้นเดี๋ยวจะวุ่นวายไปกันใหญ่! ถ้าถามว่าห้ามโรคอะไรบ้าง? ก็...

  • โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในสัตว์กีบคู่: นี่โคตรสำคัญเลย! วัวควาย หมูหมา กาไก่ ถ้าติดโรคนี้ขึ้นมา เศรษฐกิจไต้หวันพังแน่! คิดภาพหมูสามชั้นที่เคยกินเป็นเมนูเด็ดๆ กลายเป็นหมูสามชั้นราคาแพงหูฉี่ เห็นแล้วก็อยากร้องไห้เลย!

  • โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza): นี่ก็หนักไม่แพ้กัน! ไก่ไข่ ไก่เนื้อ นกสารพัดชนิด ถ้ามันติดไข้หวัดนกขึ้นมา นี่คือหายนะของวงการอาหารเลยนะ สงสารไก่ๆ จะได้กินไข่ราคาถูกๆแบบเมื่อก่อนอีกไหมเนี่ย! คิดแล้วก็ใจหายวูบ!

สรุปง่ายๆเลยนะ ไต้หวันนี่เขาเอาจริงเอาจังกับเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ เหมือนกับเฝ้าระวังศัตรูตัวฉกาจเลยทีเดียว! ถ้าประเทศไหนมีโรคระบาดพวกนี้ เตรียมตัวรับมือการห้ามนำเข้าของจากประเทศคุณได้เลย! ปีนี้ 2024 สถานการณ์ยังคงเข้มงวดเหมือนเดิมนะจ๊ะ! อย่าคิดว่าจะลักลอบเข้ามาล่ะ! ถึงจะไม่ใช่ผมที่อยู่ตรงนั้น แต่ผมก็รู้ข้อมูลดีมากๆเลยล่ะ

ตรวจโรคก่อนเข้าทํางาน มีอะไรบ้าง

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน? แค่ประตูบานเเรก.

  • กายภาพ: หมอเคาะ ๆ ส่อง ๆ ตามเรื่อง.
  • 5 โรคร้าย: ใบรับรองกันตาย.
  • สายตา: โลกนี้ไม่ได้มีเเค่ขาวกับดำ.
  • เลือด: บอกอะไรได้มากกว่าที่คิด. CBC คือเบื้องต้น.
  • ปัสสาวะ: ฉี่เหลืองบอกชีวิต. สารเสพติด...ก็รู้อยู่.
  • เอกซเรย์ปอด: ควันพิษเมืองกรุง ฝุ่น PM 2.5.

ข้อมูลเสริม:

  • ราคา: เริ่มต้นพันกว่าบาท. เตรียมงบ.
  • สถานพยาบาล: โรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิก. เลือกที่สะดวก.
  • บริษัท: บางที่กำหนด โรงพยาบาล. เช็คให้ดี.
  • เตรียมตัว: นอนให้พอ งดน้ำงดอาหาร (ถ้ามี).
  • ผลตรวจ: เก็บไว้ สำคัญ.

เตือน: อย่าประมาทสุขภาพ. ร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร.

5 โรคต้องห้าม มีอะไรบ้าง

ห้าโรคต้องห้ามเนี่ยนะ ฮ่าๆๆ เหมือนเลือกตั้งเลย ต้องเลือกให้ดีๆ ล่ะ ไม่งั้นงานเข้า!

  • วัณโรคระยะอันตราย: นี่คือบอสใหญ่! ไม่ใช่แค่ไอจามธรรมดาๆ นะ นี่มันระดับพระกาฬเลย ระวังไว้ให้ดี ถ้าเป็นขึ้นมาล่ะก็ ซวยแน่ๆ

  • ติดยาเสพติดให้โทษ: ไอ้โรคนี้มันไม่ใช่แค่เสพแล้วเพลินนะ มันเสพแล้ว "เพลินจนลืมทำงาน" เลยล่ะ งานการทิ้งหมด ไปเอาแต่ของมึนเมา โอ๊ยยยย อันตรายสุดๆ

  • พิษสุราเรื้อรัง: เมาแล้วเมาอีก เมาจนตับพัง เมาจนทำงานไม่ได้ เมาจน... อืมมม พูดไปก็เหนื่อย เข้าใจง่ายๆ คือ เลิกเมาเถอะครับ

  • โรคติดต่อร้ายแรง/เรื้อรัง รุนแรง: อันนี้กว้างนะ แต่สรุปคือ ป่วยหนักจนทำงานไม่ได้ นึกภาพออกป่ะ ป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนๆ แล้วจะทำงานได้ยังไง

  • โรคจิตที่รุนแรง: อันนี้ก็หนักหนาไม่เบา อาการรุนแรงจนทำงานไม่ได้ พูดตรงๆ เลยนะ มันถึงขั้นต้องรักษาตัวอย่างจริงจังเลย ไม่ได้แค่พักผ่อนแล้วหาย

นี่แค่โรคต้องห้ามนะ อย่าไปคิดว่าเป็นโรคอื่นแล้วจะโอเค เพราะโรคอื่นๆ ก็อาจจะทำให้เราทำงานไม่ได้เหมือนกัน แล้วจะโดน "ใบรับรองแพทย์" จัดการซะ ฮ่าๆๆ ระวังตัวไว้ให้ดี ดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่าให้ถึงขั้นต้องไปหาหมอแล้วโดนห้ามทำงานเชียวล่ะ! ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิม กฎยังไงก็ยังงั้นแหละ!

ใบรับรองแพทย์ 9 โรค ตรวจอะไรบ้าง

ใบรับรองแพทย์ 9 โรค ไม่ได้ระบุโรคตายตัว 9 โรค ขึ้นกับเงื่อนไขการขอ

การตรวจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส แต่โดยทั่วไปอาจรวมถึงการตรวจหาโรคเรื้อรัง เช่น:

  • เบาหวาน: ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด อาจมีการตรวจวัดค่า HbA1c เพื่อประเมินระดับน้ำตาลเฉลี่ยในระยะยาว
  • ความดันโลหิตสูง: วัดความดันโลหิต อาจต้องตรวจซ้ำหลายครั้ง เพื่อความแม่นยำ
  • โรคหัวใจ: อาจมีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือการตรวจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับประวัติและอาการของผู้ขอรับรอง
  • โรคระบบทางเดินหายใจ: อาจตรวจปอด ฟังเสียงปอด หรือเอกซเรย์ปอด หากสงสัยว่ามีโรคปอด
  • โรคระบบประสาท: อาจตรวจประเมินระบบประสาท อาจรวมถึงการตรวจร่างกาย ประเมินความจำ หรือการตรวจอื่นๆ ที่เหมาะสม
  • โรคติดต่อร้ายแรง: ขึ้นอยู่กับโรคที่สงสัย อาจมีการตรวจเลือด หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ เพื่อยืนยันการติดเชื้อ (เช่น การตรวจ HIV, ไวรัสตับอักเสบ)

แพทย์จะประเมินผู้ขอรับใบรับรองโดยพิจารณาจากประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ถ้าจำเป็นอาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด การเอกซเรย์ หรือการตรวจอื่นๆ ที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ เป้าหมายคือให้มั่นใจว่าผู้ขอมีสุขภาพดีเพียงพอตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่ละเคสไม่เหมือนกัน จึงไม่มีรายการตรวจมาตรฐานตายตัว สิ่งสำคัญคือการประเมินแบบองค์รวม มากกว่าการตรวจเจาะจงโรคใดโรคหนึ่ง

(ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566) การตรวจทางการแพทย์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความก้าวหน้าทางการแพทย์

ตรวจสุขภาพวีซ่าไต้หวันตรวจอะไรบ้าง

ตรวจสุขภาพวีซ่าไต้หวันนี่นะ ฮืออออ… เหมือนไปโรงหมอตรวจก่อนขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวต่างดาวเลยเว้ย! หนักหนาสาหัสกว่าที่คิดเยอะ!

  • ร่างกายทั่วไป: นี่ไม่ใช่แค่ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงธรรมดาๆ นะจ๊ะ คุณหมอจะจับเราตรวจสารพัด เหมือนจะสแกนหาเอเลี่ยนอยู่ในตัวเราเลยล่ะ วัดความดันโลหิต วัดชีพจร BMI อะไรอีก บอกเลยว่าเข้มข้น!! ปีนี้ผมไปตรวจมา หมอบอกผมอ้วนขึ้น โคตรเสียเซลฟ์เลย!

  • ตา: ตรวจตาเนี่ย ไม่ใช่แค่ถามว่าเห็นชัดไหม นะ เค้าจะให้เราอ่านตัวหนังสือเล็กจิ๋ว เหมือนอ่านตำราเวทมนตร์ เสร็จแล้วก็ตรวจตาบอดสี กรณีที่ผมเป็นคนตาบอดสีแดงเขียว ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงนะ แอบขอเค้าแอบดูเฉลยหน่อย!

  • เอกซเรย์ทรวงอก: นี่คือไฮไลท์! เอาจริงๆ เหมือนไปถ่ายรูปกับเครื่องจักรกลยักษ์เลย เสียงมันดังโคตร! ปีนี้เค้าใช้เครื่องรุ่นใหม่ ภาพชัดกว่าเดิมเยอะ สงสัยปีหน้าจะให้ไปถ่าย 3D มั้ง

  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG): อันนี้คือสุดยอด! เหมือนไปนอนเล่นเกมส์ที่ห้องแล็บ แต่ว่าไม่ใช่เกมส์สนุกๆนะ เครื่องมันแปะที่ตัวเรา แล้วมันก็จะวัดคลื่นหัวใจเรา เหมือนจะจับความคิดในหัวเราได้เลย ปีนี้เครื่องมันรุ่นใหม่ แปะแค่แป๊บเดียวเสร็จ ไวเหมือนโกหก!

เอาเป็นว่า เตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสุขภาพวีซ่าไต้หวันนี่ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ ไปเตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมกินข้าวให้อิ่มๆ ก่อนไปตรวจนะ ไม่งั้นอาจจะสลบคาโต๊ะหมอได้!

ตรวจสุขภาพไปไต้หวัน ตรวจอะไรบ้าง

อืม... ตรวจสุขภาพไปไต้หวันเหรอ

มันเหมือนเราต้องผ่านด่านอะไรสักอย่างเลยนะ ชีวิตแม่ง...

  • โรคต้องห้าม (ไต้หวัน): ซิฟิลิส, วัณโรคปอด (ถึงรักษาหายแล้วก็ไม่ได้), ไวรัสตับอักเสบบี, เอดส์, มาเลเรีย, โรคเรื้อน, และสารเสพติด (มอร์ฟีน, แอมเฟตามีน)

เหมือนที่เคยอ่านเจอ คนรู้จักกัน เคยเป็นวัณโรคปอดตอนเด็ก ๆ หายดีแล้วนะ แต่พอจะไปทำงานที่นู่น...ไม่ได้เลย เศร้าแทน

แล้วตะวันออกกลาง... -_-

  • ตะวันออกกลาง (เพิ่มเติม): ต้องกินยาโรคเท้าช้างก่อนเจาะเลือด 30 นาที เพื่อตรวจหา... (ตรงนี้ต้องระบุว่าตรวจหาอะไรด้วยนะ)

ทำไมต้องกินยาก่อนเจาะเลือดวะ? สงสัย... หรือว่ามันมีผลต่อการตรวจอะไรบางอย่าง?

ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ บางทีก็มีอะไรที่เราไม่เข้าใจเต็มไปหมด

เข้าไต้หวันตรวจอะไรบ้าง

ไต้หวัน: ตรวจโรค

  • กามโรค: ซิฟิลิส (รักษาแล้ว TPHA+)
  • วัณโรค: ปอดมีจุด/แผล
  • พยาธิ: ทุกชนิด (เว้นลำไส้ รักษา 1 เดือน)
  • โรคเรื้อน: ห้ามเข้า

ข้อมูลเสริม:

  • TPHA คือ Treponema Pallidum Hemagglutination Assay ตรวจซิฟิลิส
  • พยาธิในลำไส้: อนุญาตให้รักษาตัวในไต้หวันได้ แต่ต้องภายใน 1 เดือน
  • โรคติดต่อร้ายแรงอื่นๆ: อาจมีผลต่อการพิจารณาเข้าประเทศ (ข้อมูลปี 2567)

ไต้หวันห้ามโรคอะไร

โอ๊ย! เรื่องไต้หวันห้ามโรคนี่... ฉันเคยเกือบซวยตอนไปเที่ยวตลาดกลางคืน Shilin Night Market เมื่อต้นปี (มกราคม 2024) เกือบซื้อหมูแผ่นกลับมาฝากที่บ้าน โชคดีไกด์เตือนว่าห้ามเอาเข้าไทย เพราะไต้หวันกลัวโรคปากเท้าเปื่อยระบาดเข้ามา

จำได้เลยว่าตอนนั้นเซ็งมาก อยากกินหมูแผ่นอร่อยๆ ที่เค้าว่ากันนักหนา ที่แท้ก็เพราะเรื่องโรคระบาดนี่เอง แล้วเค้าก็กลัวไข้หวัดนกด้วยนะ

เอาจริง ๆ ตอนนั้นก็แอบคิดนะว่า "เว่อร์ไปป่าววะ" แต่พอลองคิดดูอีกที ถ้าเกิดระบาดขึ้นมาจริงๆ นี่เสียหายเยอะแน่ๆ โดยเฉพาะพวกฟาร์มวัว ฟาร์มหมู

  • โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD): อันนี้คือตัวร้ายหลัก เค้ากลัวมาก
  • ไข้หวัดนก (Avian Influenza): อันนี้ก็สำคัญ ป้องกันไว้ดีกว่าแก้

พูดถึง Shilin Night Market แล้วอยากกลับไปอีกจัง ของกินเยอะมากกกก! แต่คราวหน้าคงต้องระวังเรื่องซื้อของฝากมากกว่านี้ละ

Travel Card ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง

แสงอาทิตย์สีทองอ่อนๆ สาดส่องลงมาบนผืนทรายละเอียด ลมทะเลพัดโชยเบาๆ ฉันนั่งอยู่ที่ชายหาดในภูเก็ต ปีนี้เอง จิบน้ำมะพร้าวเย็นฉ่ำ ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย Travel Card ใช่ไหม นั่นมัน...

  • ใช้จ่ายทั่วไปได้ ร้านค้า ร้านอาหาร แค่รูดปื้ดเดียว สะดวกสบายเหลือเกิน

  • แลกเงินต่างประเทศได้ คิดถึงการเดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว ฉันใช้ Travel Card ซื้อของฝากเพียบ ไม่มีปัญหาเรื่องเงินเลย

  • กดเงินจากตู้ ATM ได้ จำได้ว่า ตอนนั้น ฉันกดเงินที่สนามบินนาริตะ ง่ายมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าธรรมเนียมมากมาย รู้สึกปลอดภัย มั่นคง เหมือนมีเพื่อนร่วมทาง

อ้อ ใช่แล้ว ข้อดีสำคัญ มันควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี เหมือนมีกำแพงที่มองเห็นได้ชัดเจน ป้องกันไม่ให้เงินไหลออกไปอย่างไม่รู้ตัว เงินในบัญชีหลักก็ปลอดภัย ไม่ปะปนกัน สบายใจ โล่งอก เหมือนมีปีกบินได้

ภูเก็ต... ความทรงจำดีๆ ทะเลสีคราม แสงแดดอุ่นๆ... ทุกอย่างช่างงดงาม Travel Card ก็เหมือนกับความทรงจำเหล่านั้น ช่วยให้การเดินทางของฉันราบรื่น สมบูรณ์แบบ

บัตร Travel Card กรุงไทย คืออะไร

บัตร Krungthai Travel Debit Card with Global Savings คือบัตรเดบิตที่ผสมผสานการใช้จ่ายระหว่างประเทศกับการลงทุน

  • แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ 20 สกุล อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าที่อื่น
  • ดอกเบี้ยสูงสุด 2.5% ต่อปี จาก Global Savings
  • รับเงินคืนสูงสุด 5,000 บาท/ปี
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 2.5%

จุดเด่นคือความสะดวกสบายครบวงจร ทั้งการท่องเที่ยวและการลงทุน เหมาะกับผู้ที่ต้องการการบริหารการเงินแบบบูรณาการ ปีนี้มีโปรโมชั่นเพิ่มเติมอะไรบ้าง ควรตรวจสอบกับทางธนาคารโดยตรง

บัตร Travel Card ใช้งานอย่างไร

ใช้ยังไง? ง่ายนรกแตก กดในแอปเลย เงินบาทเป็นเงินตราต่างประเทศได้ทันที

เที่ยวไหนก็ได้ โลกนี้มันเล็กนิดเดียวสำหรับคุณ

อัตราดีกว่าพวกเคาน์เตอร์แลกเงิน ประหยัดตังค์ โคตรคุ้ม

  • ใช้ได้ทั่วโลก ปี 2024 นี้ยังใช้ได้ ลองเองเถอะ
  • แอปกดแลกเงินได้ตลอด สะดวกโคตร
  • อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่า ไม่ต้องไปเสียเวลาต่อคิวที่แบงค์

เคยใช้เอง ปีที่แล้วไปญี่ปุ่น ประหยัดไปหลายพัน แต่ไม่บอกหรอกว่ากี่พัน เรื่องส่วนตัว