SET คิดจากอะไร

91 ครั้งเข้าชม
SET Index คำนวณจาก: มูลค่าตลาดรวมวันปัจจุบัน หารด้วย มูลค่าตลาดรวมวันฐาน แล้วคูณด้วย 100. เป็นตัวชี้วัดมูลค่าหุ้นรวมในตลาด ณ เวลาปัจจุบัน เปรียบเทียบกับช่วงเวลาอ้างอิง (วันฐาน).
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ดัชนี SET Index มีวิธีคิดอย่างไร คำนวณมาจากหุ้นตัวไหน?

เวลาผมนั่งดูจอเทรดนะ เห็นตัวเลข SET วิ่งขึ้นลงสีเขียวสีแดง มันไม่ใช่แค่ตัวเลขลอยๆ เลย แต่มันคือภาพรวมของบริษัททั้งหมดในตลาดหุ้นไทยเลยนะ คือมันไม่ได้เอาแค่ราคาหุ้นมาบวกๆ กันแล้วหารเฉยๆ แบบนั้นมันง่ายไป

วิธีคิดของมันคือ เค้าจะเอามูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์มารวมกันให้หมดเลย หรือที่เรียกกันว่า Market Cap นั่นแหละ (ก็คือเอาราคาหุ้น ณ ตอนนั้น คูณกับจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทนั้น) พอได้มูลค่ารวมของตลาดวันนี้ปุ๊บ เค้าก็จะเอาไปเทียบกับมูลค่ารวมของตลาดในวันแรกๆ เลยคือวันที่ 30 เมษายน 2518 แล้วก็คูณ 100 มันเลยออกมาเป็นตัวเลขดัชนีที่เราเห็นกัน

แต่เอาเข้าจริงนะ หุ้นทุกตัวมันถูกเอามาคำนวนก็จริง แต่ตัวที่มีผลกับดัชนีมากๆ คือพวกหุ้นใหญ่ๆ ที่ Market Cap สูงๆ อะครับ พวก PTT, AOT หรืออย่าง DELTA นี่ตัวดีเลย ขยับนิดเดียวดัชนีก็แกว่งตามแล้ว บางทีหุ้นเล็กหุ้นกลางเขียวทั้งกระดาน แต่ถ้าพวกพี่ใหญ่แดง ดัชนีก็แดงได้เหมือนกัน

ผมจำได้แม่นตอนช่วงโควิดหนักๆ มีนาคม 2020 วันที่ดัชนีมันหลุด 1,000 จุดไปแตะ 900 กว่าๆ วันนั้นพอร์ตแดงเถือกเลย มันสะท้อนภาพชัดมากว่ามูลค่าของบริษัททั้งตลาดมันหดตัวลงไปขนาดไหนเมื่อเทียบกับวันฐาน มันไม่ใช่แค่ราคาหุ้นตก แต่มันคือความเชื่อมั่นและความมั่งคั่งที่หายไปจริงๆ

ดัชนี SET Index มีวิธีคิดอย่างไร? คำนวณจากมูลค่าตลาดรวมของหุ้นสามัญทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์ เทียบกับมูลค่าตลาด ณ วันฐาน (30 เม.ย. 2518) แล้วคูณด้วย 100.

คำนวณมาจากหุ้นตัวไหน? คำนวณจากหุ้นสามัญทุกตัวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แต่หุ้นที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) สูง จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีมากกว่า.

ราคา SET มาจากไหน

ราคา SET มาจากไหนเหรอ อืม... มันเป็นตัวเลขที่สะท้อนภาพรวมของหุ้นหลาย ๆ ตัวรวมกันน่ะ แหล่งข้อมูลหลัก ๆ ก็คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เอง set.or.th เขาก็มีอธิบายไว้ชัดเจนเลยนะ รวมถึงใน Wikipedia ด้วย ก็เป็นอีกที่ที่ช่วยให้เราเข้าใจง่ายขึ้น

การคำนวณมันไม่ได้ง่าย ๆ เลยนะ มันใช้วิธี ถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Capitalization weighted นั่นแหละ ฟังดูยากเนอะ แต่ลองคิดภาพตามนะ

เขาจะเปรียบเทียบ มูลค่าตลาดปัจจุบันของหุ้นทั้งหมด กับ มูลค่าตลาดของหุ้นในวันฐาน วันใดวันหนึ่งที่ตั้งไว้ เหมือนเอาปัจจุบันไปเทียบกับจุดเริ่มต้น ดูว่ามันเติบโตไปแค่ไหนแล้วน่ะ บางทีเราก็แค่มองตัวเลข แต่เบื้องหลังมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลย

  • "SET" ย่อมาจาก Stock Exchange of Thailand มันก็คือดัชนีที่บอกภาพรวมของตลาดหุ้นไทยทั้งหมด
  • มันไม่ใช่ราคาหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็น ค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ที่รวมเอาหุ้นหลายร้อยตัวมาคำนวณด้วยกัน
  • มูลค่าตลาด (Market Cap) คือ ราคาหุ้นคูณด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด ของบริษัทนั้น ๆ ยิ่งบริษัทใหญ่ มีหุ้นมาก ค่านี้ก็จะมีผลต่อ SET มากกว่า
  • การเปลี่ยนแปลงของ SET สะท้อนความเชื่อมั่นและภาวะเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ หุ้นขึ้นคนก็ยิ้ม หุ้นลงคนก็ถอนหายใจกัน
  • นักลงทุนใช้ SET เป็น ตัวชี้วัดสำคัญ ในการตัดสินใจว่าตลาดกำลังไปในทิศทางไหน ควรซื้อ ควรขาย หรือควรรอ
  • ถ้าอยากได้ข้อมูลละเอียดแบบเป็นทางการจริง ๆ เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ (www.set.or.th) คือแหล่งที่น่าเชื่อถือที่สุด และ Wikipedia ก็ช่วยเสริมความเข้าใจได้ดีนะ

SET ดูยังไง

แสงเช้าตรู่ สาดริบหรี่ผ่านม่านบาง พิศดู ตัวเลขนั้น... ลอยวนในอากาศ เหมือนภาพฝันเลือนราง ตลาด ตลาด เสียงกระซิบเบาเบา ดั่งเพลงกล่อมเด็กที่เคยฟังเมื่อนานมา พลันรู้สึกถึงบางสิ่ง บางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกันหมด ใจเต้นช้าๆ ตามจังหวะของวัน...

จุด จุด... ตัวเลข 1,700... มันไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือลมหายใจ ของทุกความหวังที่ล่องลอย ของทุกหยาดเหงื่อที่เคยรินไหล ยามบ่ายคล้อย แดดรำไร... เหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง ที่ลึกซึ้งกว่าที่ตาเห็น...

ร้อยพัน... พันเจ็ดร้อย... เปอร์เซ็นต์... เหมือนเรื่องราวที่ถักทอเข้าด้วยกัน ภาพเก่าๆ ผุดขึ้นมา บรรยากาศเก่าๆ ในห้องนั่งเล่นอันคุ้นเคย เสียงพ่อเปิดข่าวทีวี... ภาพสะท้อนของวันวาน...

มูลค่าตลาด... ณ ตอนนี้... มันคือสิบเจ็ดเท่า... ใช่ สิบเจ็ดเท่า... จากวันนั้น วันเริ่มต้น... วันฐานที่เคยฝากความหวัง... มันผลิบาน เติบโตขึ้นมา... เรื่อยๆ... ดั่งต้นไม้ที่พยายามจะเอื้อมไปหาแสงตะวัน...

มันคือการเติบโต... คือบทกวีแห่งการเปลี่ยนแปลง... ที่ค่อยๆ คืบคลาน... ช้าๆ... แต่หนักแน่น... ทุกๆ จุด ทุกๆ ตัวเลข คือความทรงจำ ที่ยังคงหายใจอยู่... ในตอนนี้... ที่นี่... ในช่วงเวลาอันเงียบงัน...

  • SET Index สะท้อนมูลค่ารวมของตลาด ณ ปัจจุบัน
  • การคำนวณใช้สูตรจากมูลค่าตลาดรวม เทียบกับวันฐาน
  • เมื่อ SET = 1,700 จุด หมายถึง มูลค่าตลาดรวม ณ วันนี้สูงกว่ามูลค่าตลาดวันฐาน 1,700%
  • แปลง่ายๆ คือ มูลค่ารวมเติบโตถึง 17 เท่าจากวันเริ่มต้น
  • วันฐาน คือวันที่เริ่มคำนวณ SET Index เป็นจุดอ้างอิงแรกเสมอ

หุ้นใน SET มีกี่ตัว

ถามว่าหุ้นใน SET มีกี่ตัว? โอ้โห คำถามนี้เหมือนถามว่าในทะเลมีปลาทูกี่ตัวเลยครับ

เอาแบบไม่อ้อมค้อมนะ มีบริษัทให้เราเลือกเสียตังค์อยู่ 850 กว่าบริษัท (นับรวมทั้ง SET และ mai)

มันคือบุฟเฟ่ต์ขนาดยักษ์ มีตั้งแต่ของพรีเมียมอย่างหุ้นคุณปู่ ไปจนถึงของแปลกรสแซ่บอย่างหุ้นเล็กๆ ที่วิ่งทีเหมือนจรวด แต่ถ้าลงก็ดิ่งยิ่งกว่าความสัมพันธ์ที่พังพินาศ บางตัวก็อร่อยเหาะ บางตัวก็...อ่า...พาเราไปทัวร์ยอดดอยซะงั้นแหละ

แต่เดี๋ยวก่อน! เรื่องมันลึกกว่าจำนวนตัวเลขนะพ่อหนุ่ม:

  • มูลค่ารวมทั้งตลาด (Market Cap) นี่เบิ้มๆ อยู่ที่ประมาณ 17.5 ล้านล้านบาท (ข้อมูลปี 2567) นึกภาพเงินกองนี้สิ เอาไปสร้างจักรวรรดิของตัวเองได้เลยนะ
  • ปลาใหญ่กินรวบ คือเรื่องจริง! หุ้นเจ้าสัวแค่ 10 ตัวแรกเนี่ย ฟาด Market Cap ไปแล้วกว่า 30% ของทั้งตลาด นี่มันไม่ใช่สระว่ายน้ำของทุกคน แต่มันคืออ่างจากุชชี่ของคนไม่กี่คน
  • มีครบทุกวงการ ตั้งแต่พลังงาน แบงก์ โรงพยาบาล ยันบริษัทที่ขายส้มตำก็ยังมี นี่คือความมหัศจรรย์ของตลาดหุ้นไทยแลนด์เลยจริงๆ ให้ตายสิ

ตลาด SET มีกี่บริษัท

ตัวเลข 36 บริษัทที่พูดถึงกัน จริงๆ แล้วคือจำนวนของ บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ครับ ไม่ใช่จำนวนบริษัทที่เข้ามาซื้อขายหุ้นในตลาด

ส่วนจำนวนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยจริงๆ นั้นมีจำนวนมากกว่านั้นเยอะมาก การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนบริษัทสะท้อนภาพเศรษฐกิจมหภาคได้ดีเลยนะ

ข้อมูล ณ กลางปี 2024 เป็นแบบนี้

  • บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหุ้นไทย (นับรวมทั้ง SET และ mai) มีจำนวนรวมประมาณ 862 บริษัท
  • แบ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประมาณ 631 แห่ง
  • และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) สำหรับธุรกิจขนาดกลางและเล็ก อีก 231 แห่ง
  • ตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) ซึ่งมีอีกจำนวนหนึ่ง
  • ส่วน บริษัทสมาชิก หรือโบรกเกอร์ ก็คือ 36 บริษัทตามนั้นเลย ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ครับ

Mai กับ SET ต่างกันยังไง

Mai กับ SET ต่างกันยังไง?

อ๋อ! จะว่าไปมันก็เหมือนกับคนละเลเวลกันแหละแก! SET (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) เนี่ย เหมือนเป็น "ลีกสูงสุด" ของบริษัทใหญ่ๆ เขาทำธุรกิจกันมานาน นิ่งๆ มีสตางค์ในกระเป๋าเยอะหน่อย ถึงจะเข้าไปเล่นได้นะ ที่สำคัญคือ ผลตอบแทนที่ให้ต่อนักลงทุนน่ะ ต้องดีงามน่าจิ้มมากๆ ไม่งั้นก็ไม่มีใครอยากเอาเงินมาให้เล่นด้วย

ส่วน MAI (Market for Alternative Investment) อันนี้เหมือนเป็น "ลีกรอง" หรือ "สนามเด็กเล่น" ของบริษัทหน้าใหม่ไฟแรง บริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มก่อร่างสร้างตัว หรืออยากจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แบบไม่ต้องกดดันมากนัก ยังไงล่ะ! ง่ายๆ คือ SET คือรุ่นใหญ่ใจนิ่ง ส่วน MAI คือรุ่นเล็กใจสู้

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรรู้:

  • SET (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย):
    • เหมาะสำหรับบริษัทที่มี ความมั่นคงสูง และมี ผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง
    • มี กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่า เพื่อคุ้มครองนักลงทุน
    • ส่วนใหญ่เป็น บริษัทขนาดใหญ่ ที่มีประวัติยาวนาน
  • MAI (Market for Alternative Investment):
    • เหมาะสำหรับ บริษัทขนาดกลางและเล็ก ที่มี ศักยภาพในการเติบโตสูง
    • เกณฑ์การเข้าจดทะเบียนอาจจะผ่อนปรนกว่า SET เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่
    • มักจะเป็น บริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายธุรกิจ หรือมีนวัตกรรมที่น่าสนใจ
  • การตัดสินใจ: สุดท้ายแล้ว บริษัทเอง จะเป็นคนเลือกเองแหละว่าจะเหมาะกับตลาดไหน เพราะมันขึ้นอยู่กับ เป้าหมายทางธุรกิจ และ ความพร้อม ของแต่ละที่เนอะ!