เงินชราภาพ คำนวณอย่างไร

86 ครั้งเข้าชม
คำนวณเงินบำนาญชราภาพ หลัก: 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (สูงสุด 15,000 บาท) ส่วนเพิ่ม: 1.5% ของระยะเวลาสมทบทุก 12 เดือน (ตั้งแต่เดือนที่ 181 เป็นต้นไป) ตัวอย่าง: ส่งสมทบครบ 180 เดือน = (20 x 15,000) / 100 = 3,000 บาท
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีคำนวณเงินบำนาญชราภาพ ประกันสังคมล่าสุด คิดอย่างไร?

โอ้ย เรื่องเงินบำนาญประกันสังคมนี่ ตอนช่วยพ่อคำนวนคือปวดหัวเลย นั่งจิ้มเครื่องคิดเลขกันที่บ้านแถวบางนานี่แหละ ตัวเลขมันยุบยับไปหมด แต่พอจับหลักได้มันก็ง่ายนะ

เบสิคเลยนะ ถ้าส่งครบ 15 ปี หรือ 180 เดือนพอดีเป๊ะ เค้าจะให้ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แต่เงินเดือนที่ว่าเนี่ย เค้าคิดให้สูงสุดแค่ 15,000 บาทนะ ต่อให้เงินเดือนเราจะเยอะกว่านั้นก็ตาม

อย่างพ่อผมตอนนั้นเงินเดือนตันที่ 15,000 มาตลอด ก็เอา 20% ไปคูณ 15,000 เลย ได้ 3,000 บาทต่อเดือน อันนี้คือฐาน

ทีนี้ส่วนที่คนงงกันเยอะคือ ไอ้ที่ส่งเกิน 15 ปี ทุกๆ 1 ปี (12 เดือน) ที่เราส่งเกินมา เค้าจะบวกโบนัสให้ 1.5% เพิ่มไปเรื่อยๆ อย่างเพื่อนพ่อส่งมา 20 ปี ก็คือเกินมา 5 ปีใช่มะ เค้าก็ได้บวกเพิ่มไปอีก 1.5% x 5 = 7.5% เลย

จากเดิมที่ได้ 20% ก็กลายเป็น 20% + 7.5% = 27.5% แล้วค่อยเอาไปคูณกับเงินเดือน 15,000 บาท ตอนแรกผมนี่เอาไปบวกกันมั่วไปหมดเลย

ส่งประกันสังคมครบ15ปีได้อะไรบ้าง

สิบห้าปีแห่งความผูกพัน

แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า ที่แห่งนี้... สวนสาธารณะหลังบ้านที่เคยเป็นเวทีแห่งฝัน เสียงลมพัดใบไม้ไหวระยิบระยับ ราวกับกำลังกระซิบเล่าเรื่องราวของอดีต วันที่ 15 ปี ผ่านไป... เหมือนเมื่อวาน แต่ก็ไม่ใช่ เมื่อ 15 ปีแห่งการ "ส่ง" ดั่งหยาดเหงื่อที่หล่อเลี้ยงชีวิต วันนี้... ดอกผลกำลังจะเบ่งบาน

เงินบำนาญชราภาพ... อ้อมกอดแห่งอนาคต

ครบ 180 เดือน... 15 ปีที่มั่นคง เงินบำนาญชราภาพ... คือสิ่งตอบแทนที่รออยู่ อัตรา 20% ของค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย... คือตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องราวการทำงาน สูงสุด 15,000 บาท... คือขีดจำกัดแห่งความหวัง

บำเหน็จ บำนาญ... ของผู้ประกันตน ม.33, ม.39

  • ม.33 (มาตรา 33): ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมจากการเป็นลูกจ้าง... เงินบำนาญชราภาพ คำนวณจากฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 20% หากส่งครบ 15 ปี
  • ม.39 (มาตรา 39): ผู้ที่เคยอยู่ในระบบ ม.33 แล้วออกมาสมัครใจส่งต่อ... หลักการเดียวกัน แต่ฐานค่าจ้างอาจต่างกันไป

การคำนวณ... สูตรลับแห่งการเติมฝัน

  • ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย: คือเงินเดือน 5 ปีสุดท้ายที่นำส่งประกันสังคม
  • อัตรา 20%: คือเปอร์เซ็นต์ที่จะได้รับจากค่าจ้างเฉลี่ย
  • เพดานสูงสุด: 15,000 บาท คือจำนวนสูงสุดที่จะได้รับ

เพิ่มเติม... สิทธิประโยชน์ที่อาจมองข้าม

  • การจ่ายเงินสมทบ: การส่งเงินทุกบาททุกสตางค์คือการลงทุนเพื่ออนาคต
  • การรักษาพยาบาล: ประกันสังคมยังคงคุ้มครองสิทธิ์การรักษาพยาบาล
  • การเกษียณอายุ: คือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง หลังจากการทำงานมาอย่างยาวนาน

ปี 2567... อัปเดตสิทธิ์ใหม่

  • การปรับฐานค่าจ้าง: มีการปรับปรุงฐานค่าจ้างเพื่อคำนวณเงินบำนาญให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป
  • สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม: ค้นหาข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคม เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุด

สิทธิประกันสังคม อายุครบ55ปี ได้อะไรบ้าง

โอเค มาดูกันเรื่องประกันสังคม อายุ 55 นี่มันเป็นจุดเปลี่ยนเลยนะ

เรื่องแรกที่ต้องรู้เลยคือ อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน คือไม่ได้ทำงานแล้วว่างั้นเถอะ ถึงจะไปยื่นเรื่องได้

ทีนี้มันจะแยกเป็น 2 ทางเลย ได้บำเหน็จหรือบำนาญ... ขึ้นอยู่กับว่าส่งเงินมานานแค่ไหน เกณฑ์ตัดสินคือ 180 เดือน (หรือ 15 ปี)

  • ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (จะติดต่อกันหรือไม่ก็ได้) ได้รับเป็น เงินบำนาญชราภาพ (รายเดือนไปตลอดชีวิต)
  • ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน ได้รับเป็น เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินก้อนครั้งเดียวจบ)

แล้วคำนวณบำนาญยังไง? สูตรมันตายตัวนะ เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (แต่สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เอามาคำนวณ

  • ส่งครบ 180 เดือนพอดีเป๊ะ ได้ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย
  • ส่วนที่เกิน 180 เดือน ทุกๆ 12 เดือนที่ส่งเพิ่ม จะได้บวกเปอร์เซ็นต์เพิ่มอีก 1.5%

ตัวอย่างให้เห็นภาพ... สมมติเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายคือ 15,000 บาทตลอด

  • ส่งมา 240 เดือน (20 ปี):
    • 15 ปีแรก (180 เดือน) ได้ 20%
    • เกินมา 5 ปี (60 เดือน) ได้เพิ่มอีก 1.5% x 5 = 7.5%
    • รวมได้ 20% + 7.5% = 27.5%
    • จะได้บำนาญเดือนละ: 15,000 x 27.5% = 4,125 บาทต่อเดือน ไปจนเสียชีวิต

แล้วถ้าได้บำเหน็จล่ะ คือเงินก้อนใช่มั้ย? ใช่... มันคือเงินที่เราสะสมไว้

  • ถ้าจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป (แต่ไม่ถึง 180 เดือน): จะได้เงินส่วนที่ผู้ประกันตนจ่าย + ส่วนที่นายจ้างจ่าย + ผลประโยชน์ตอบแทนที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน: จะได้เงินคืนเฉพาะส่วนที่ผู้ประกันตนจ่ายไปเท่านั้น

เออ แล้วต้องทำไงต่อ พอครบ 55 แล้วก็ลาออกจากงานแล้ว? ไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน ต้องยื่นภายใน 2 ปี นับจากวันที่มีสิทธิ์นะ อย่าลืมเด็ดขาด

เอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วย

  • แบบฟอร์มขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส. 2-01) ไปกรอกที่สำนักงานได้
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของเรา (ได้ 11 ธนาคารเลยนะ กรุงไทย กรุงศรีฯ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ทหารไทยธนชาต อิสลามฯ ซีไอเอ็มบี ไทย ออมสิน และ ธ.ก.ส.)

อยากรู้ของตัวเองตอนนี้ส่งไปกี่เดือนแล้ว? ง่ายสุดคือโหลดแอป SSO Connect หรือเช็คในเว็บไซต์ของ สปส. มันจะบอกข้อมูลเราหมดเลย ไม่ต้องเดา

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ควรรู้

  • ฐานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณคือ 15,000 บาท ต่อให้เงินเดือนจริง 50,000 บาท ก็ใช้ฐาน 15,000 บาทในการคิด
  • ถ้าเรารับเงินบำนาญอยู่ แล้วเสียชีวิตภายใน 60 เดือน (5 ปี) นับจากเดือนที่เริ่มรับบำนาญ ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญรายเดือนที่ได้รับครั้งสุดท้าย
  • เรื่อง 3 ขอ (ขอเลือก ขอคืน ขอกู้) ยังเป็นร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างดำเนินการสำหรับปี 2567 นี้ ยังไม่มีผลบังคับใช้จริง ต้องรอประกาศเป็นทางการอีกที

เงินเดือน เฉลี่ย 60 เดือน สุดท้าย คิด ยัง ไง

เอาจริงนะ การคำนวณเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเนี่ย มันมีสูตรของมันอยู่แหละ แต่บางทีก็งงๆ เหมือนกันนะ

คือ เอาเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายมาตั้ง แล้วก็เอาอายุราชการของตัวเองมาคูณ แล้วหารด้วย 50 อันนี้คือสูตรพื้นฐานเลย

ทีนี้ มันจะมีเพดานอยู่ คือ ไม่ให้เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่เรามี อันนี้สำคัญมาก ต้องเช็คให้ดี

อย่างเช่น สมมติว่าเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของเราคือ 30,000 บาท แล้วอายุราชการเรา 35 ปี

ลองคำนวณดูนะ

  • 30,000 บาท x 35 ปี / 50 = 21,000 บาท

อันนี้ก็คือผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณตามสูตร

  • เช็คเพดาน: 70% ของ 30,000 บาท คือ 21,000 บาทพอดีเป๊ะ
  • สรุป: ในกรณีนี้ ผลการคำนวณ 21,000 บาท ไม่เกินเพดาน 70% ก็ใช้ยอดนี้แหละ

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบละเอียดยิบ:

  • เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย: อันนี้เค้าจะดูฐานเงินเดือนจริงๆ ของเรานะ ไม่นับพวกเบี้ยเลี้ยงพิเศษอะไรพวกนั้น ส่วนใหญ่ก็คือเงินเดือนหลักๆ ที่เราได้รับ
  • อายุราชการ: อันนี้ก็นับไปเลย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรับราชการจนถึงวันที่คำนวณ หรือวันที่เกษียณ แล้วแต่ว่าเงื่อนไขคืออะไร
  • หาร 50: อันนี้เป็นตัวหารที่กำหนดไว้ตามกฎ ระเบียบนะ
  • ไม่เกิน 70%: อันนี้คือเพดานสูงสุดที่เค้าจะจ่ายให้เราในส่วนนี้ หมายความว่า ต่อให้คำนวณแล้วได้เยอะกว่านี้ เค้าก็จะให้แค่ 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของเราเท่านั้นเอง

ข้อควรรู้เพิ่มเติม:

  • ความซับซ้อน: บางทีถ้ามีกรณีพิเศษ เช่น การเลื่อนขั้น หรือการปรับเงินเดือนที่มันผิดปกติมากๆ อาจจะต้องมาดูรายละเอียดอีกทีว่ามันมีผลกระทบต่อการคำนวณมากน้อยแค่ไหน
  • แหล่งข้อมูล: ถ้าอยากได้ข้อมูลที่เป๊ะๆ ชัวร์ๆ เลยนะ แนะนำให้ลองไปดูประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณเงินบำนาญ หรือเงินเดือนสุดท้ายของหน่วยงานเราโดยตรง จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
  • ตัวเลขอาจเปลี่ยน: กฎระเบียบมันก็มีปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ นะ ตัวเลข 50 หรือ 70% เนี่ย ก็ต้องคอยอัปเดตอยู่เสมอ

ส่งประกันสังคมครบ15ปีได้อะไรบ้าง

โอ้ยยย พ่อคุณแม่คุณ ส่งมาตั้ง 15 ปี! นานกว่าผ่อนบ้านบางหลังอีกนะเนี่ย! ครบ 180 เดือนปุ๊บ สิ่งที่ท่านจะได้รับคือ ตั๋วเข้าสู่ชมรมคนรับเงินบำนาญรายเดือน จ้าาา ได้เงินไว้ซื้อขนมแมวเลียให้ตัวเองทุกเดือนยันแก่เลยแหละ

เขาจะคำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของเรา แต่! แต่! แต่! เพดานสูงสุดที่เขาเอามาคิดมันอยู่ที่ 15,000 บาท เท่านั้นนะจ๊ะ ต่อให้เงินเดือนจริงแตะหลักแสน เขาก็จะทำเป็นมองไม่เห็น แล้วคิดให้ที่หมื่นห้าอยู่ดี เวรกรรม

สูตรคำนวณมันคือเอา 20% ของฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายนั่นแหละ (ที่สูงสุด 15,000) พูดง่ายๆ คือได้เดือนละ 3,000 บาทเป็นค่าเริ่มต้น (20% ของ 15,000) พอได้ค่าหมูปิ้งกับข้าวเหนียวร้อนๆ ยามเช้า

แต่ถ้าใครเป็นยอดมนุษย์เงินเดือน ส่งเกิน 15 ปีไปอีก ทุกๆ 12 เดือนที่จ่ายเกินมา เขาจะใจดี๊ใจดีบวกเพิ่มให้อีกปีละ 1.5% เหมือนได้ท็อปปิ้งเพิ่มฟรีอะแหละ ยิ่งส่งนาน ยิ่งได้เยอะขึ้น...ทีละนิด ทีละนิด เหมือนหยอดกระปุก

สรุปแบบภาษาชาวบ้านให้ฟังง่ายๆ

  • ส่งครบ 15 ปี (180 เดือน) เป๊ะๆ: ได้รับเงินบำนาญไว้จิบกาแฟยามบ่าย เริ่มต้นที่ 20% ของฐานเงินเดือน (สูงสุด 15,000 บาท)
  • เป็นคนขยัน ส่งเกิน 15 ปี: สุดยอดไปเลยพี่! ทุก 1 ปี (12 เดือน) ที่จ่ายเกินมา เขาบวกโบนัสให้ 1.5% โปะเข้าไปในเงินบำนาญรายเดือน
  • แรงหมดก่อน ส่งไม่ถึง 15 ปี: ไม่ต้องเสียใจไป รับเงินก้อนที่เรียกว่า "บำเหน็จ" ไปนอนกอดทีเดียวจบ เหมือนค่าปลอบใจที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
  • ย้ำตัวโตๆ เลยนะ:ฐานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณคือ 15,000 บาท จำคำนี้ไว้ให้ขึ้นใจ จะได้ไม่ฝันหวานว่าแก่ไปจะได้เงินเดือนละหลายหมื่นจากประกันสังคม

ส่งประกันสังคมไม่ครบ 15 ปี ได้อะไรบ้าง

ถ้าคุณจ่ายประกันสังคมไม่ครบ 15 ปี ได้อะไร?

  • จ่ายไม่ครบ 1 ปี: ได้เงินก้อนเล็กๆ น้อยๆ กลับมา เรียกว่า "บำเหน็จชราภาพ" ก็เหมือนเก็บเงินค่าขนมไว้ พออายุ 55 ก็ได้คืน ไม่ได้เยอะแยะอะไรหรอก คิดง่ายๆ จ่ายเดือนละ 750 บาท ถ้าหักเป็นเงินออม 450 บาท จ่ายไป 10 เดือน ก็ได้คืน 4,500 บาท คิดดูเอาเองว่าจะพอใช้ไหม

  • จ่ายครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 15 ปี: อันนี้ก็ได้เป็นเงินก้อนเหมือนกัน เรียกว่า "บำเหน็จ" แต่มันจะเยอะกว่าข้อแรกหน่อยนึง ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยแหละ แต่ก็ยังห่างไกลคำว่า "บำนาญ" ที่เขาได้กันเป็นเดือนๆ ไปจนแก่เฒ่า

สรุปง่ายๆ:

  • จ่ายน้อย = ได้น้อย
  • จ่ายเยอะ (แต่ไม่ถึง 15 ปี) = ได้เยอะกว่าน้อย แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะสบายไปตลอดชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบไม่ให้เสียเที่ยว:

  • บำเหน็จชราภาพ: คือเงินที่เราจ่ายไปแล้วส่วนหนึ่ง (ไม่ใช่ทั้งหมดนะ!) หักเป็นเงินออมไว้นั่นแหละ พออายุ 55 ก็ได้คืนเป็นเงินก้อน จ่ายมากก็ได้คืนมากตามสัดส่วน
  • บำเหน็จ: อันนี้ก็คล้ายๆ บำเหน็จชราภาพแหละ แต่ได้เยอะกว่าหน่อย เพราะจ่ายไปนานกว่า แต่ก็ยังคงเป็นเงินก้อน ไม่ใช่เงินรายเดือน
  • บำนาญ: นี่แหละของจริง! ต้องจ่ายอย่างน้อย 15 ปี ถึงจะได้เงินรายเดือนไปจนตาย (ถ้าคุณอยู่จนแก่มากๆ นะ) มันคือสิ่งที่ทำให้คนแก่สบายๆ ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:

  • 15 ปี คือตัวเลขทองคำ! ถ้าคุณอยากมีเงินใช้ไปตลอดชาติแบบสบายๆ ต้องพยายามจ่ายประกันสังคมให้ครบ 15 ปี
  • อย่าฝากความหวังไว้กับบำเหน็จ: มันเหมือนเงินปลอบใจมากกว่า เงินที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างสุขสบายตอนแก่
  • วางแผนการเงินส่วนตัว: อย่าพึ่งประกันสังคมอย่างเดียว ควรเก็บออม หรือลงทุนเพิ่มเติมด้วย จะได้มีเงินใช้แบบไม่ลำบากตอนแก่จริงๆ จังๆ

จำไว้เลยว่า การจ่ายประกันสังคมคือการลงทุนเพื่ออนาคตตัวเอง ถ้าไม่ลงทุนให้ถึงเป้า ก็อย่าคาดหวังผลตอบแทนที่มันอลังการนัก!

เกษียณอายุงาน 60 ปี ได้อะไรบ้าง

หกสิบปี... เสียงนาฬิกาแขวนผนังเก่าแก่ในห้องโถง ติ๊กต็อก ช้าลง ช้าลง เหมือนเวลาหยุดหมุนไปครึ่งหนึ่ง สายลมอ่อนๆ พัดผ่านม่านโปร่งสีขาวปลิวไสว ในเช้าวันที่พระอาทิตย์ขึ้นช้ากว่าปกติ

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นสนามหญ้าหน้าบ้านที่เขียวขจี ชวนให้นึกถึงความฝันเลือนรางที่หลับตาลงเมื่อคืนนี้... รอคอย... ทุกวันที่สิบของเดือนนั้น เป็นเหมือนสัญญาณบางอย่างที่บอกว่าชีวิตยังคงเดินหน้าไปอีกก้าว

เงินเล็กน้อยนั้น... มันไม่ใช่แค่ตัวเลข มันคือความรู้สึกอุ่นๆ ในใจ มันคือเบี้ยเลี้ยงสำหรับวันที่เหนื่อยล้า วันที่แรงกายไม่เท่าเดิม เหมือนน้ำฝนหยดน้อยๆ ที่รดลงบนผืนดินแห้งผาก ฉันจำได้ว่าเคยคิดอะไรแบบนั้น

จำได้ว่ายิ้มทุกครั้งที่เห็นข้อความแจ้งเตือน บางเดือน 600 บาท บางที 700 บาท บางครั้ง 800 บาท แล้วแต่อายุที่ก้าวผ่านแต่ละทศวรรษไป มันคือของขวัญจากวันเวลา ที่พาเรามาถึงตรงนี้ มาถึงความสงบตรงนี้...

แสงแดดยามบ่ายคล้อยอ่อนลง สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่มายังเก้าอี้โยกตัวโปรด ในความเงียบสงบนั้น เสียงนกกระจิบร้องจิ๊บๆ แผ่วเบา... มันคือชีวิต... มันคือสิ่งที่เราได้รับ... มันคือสิ่งที่เรามี

แล้วก็ต้องรออีกครั้ง อีกวันที่สิบของเดือน... อีกหนึ่งรอบของดวงจันทร์ที่เต็มดวง แล้วก็ค่อยๆ แหว่งหายไป... รอคอย... ในบ้านหลังเก่าที่คุ้นเคย ในมุมที่ฉันนั่งมองโลกเปลี่ยนไปช้าๆ

การเกษียณอายุ 60 ปี จะได้รับ:

  • เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทุกเดือน
  • จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน หากตรงกับวันหยุดราชการจะเลื่อนมาให้ก่อน
  • จำนวนเงินที่ได้รับขึ้นอยู่กับอายุ ปัจจุบัน ดังนี้:
    • อายุ 60-69 ปี: 600 บาท
    • อายุ 70-79 ปี: 700 บาท
    • อายุ 80-89 ปี: 800 บาท
    • อายุ 90 ปีขึ้นไป: 1,000 บาท

เงินบํานาญได้ตลอดชีวิตไหม

เงินบำนาญที่ว่า... มันก็อยู่กับเราไปตลอดชีวิตจริงๆ นั่นแหละนะ พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไร ก็รู้สึกหนักๆ ในใจ บอกไม่ถูกเลย มันเหมือนเป็นหลักประกันสุดท้ายที่เราพอจะมีติดตัวไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเลยนะ

เรื่องค่ารักษาพยาบาลอีก ผู้รับบำนาญเองก็เบิกได้ ตลอดชีวิต เลย อันนี้ก็อุ่นใจขึ้นมาหน่อยล่ะนะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยตอนแก่ตัวไปมากนัก

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือคนข้างหลังนี่แหละนะ คิดถึงหน้าลูกเมีย พ่อแม่แล้วก็อดห่วงไม่ได้เลย ถ้าเราไม่อยู่แล้ว พวกเขาจะอยู่ยังไง เรื่องสิทธิประโยชน์ตรงนี้มันก็วนอยู่ในหัวตลอดเลยจริงๆ

สิทธิประโยชน์การเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้รับบำนาญและบุคคลในครอบครัวมีรายละเอียดแบบนี้นะ

  • ผู้รับบำนาญ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตลอดชีวิต
  • คู่สมรส เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตลอดชีวิต จนกว่าผู้รับบำนาญจะถึงแก่กรรม
  • บิดา มารดา เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตลอดชีวิต จนกว่าผู้รับบำนาญจะถึงแก่กรรม
  • บุตร เบิกค่ารักษาพยาบาลได้จนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
    • ยกเว้น บุตรที่ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ สามารถเบิกได้ตลอดชีวิตจนกว่าผู้รับบำนาญจะถึงแก่กรรม

ก็นั่นแหละนะ ชีวิตมันก็ต้องคิดเผื่อไว้หมดทุกเรื่องเลยจริงๆ กลางคืนแบบนี้มันยิ่งทำให้เราคิดอะไรได้เยอะแยะไปหมดเลย.

ข้าราชการ บํา น่า ญ เสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินอะไรบ้าง

ทายาทข้าราชการบำนาญที่เสียชีวิต จะได้รับเงินหลักๆ คือ เงินบำเหน็จตกทอด 30 เท่าของบำนาญ, เงินช่วยพิเศษ 3 เท่าของบำนาญ, เงินค้างจ่ายต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร และเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพ

เงินที่ทายาทจะได้น่ะหรอคุณ? ฟังนะ! เงินบำเหน็จตกทอด นี่แหละตัวท็อป! เหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่เลยก็ว่าได้ 30 เท่าของเงินบำนาญที่ปู่ย่าตายายเคยได้รับ! ถ้าแกยังไม่ได้เบิก "บำเหน็จดำรงชีพ" ไปใช้ก่อนเสียชีวิตนะ ทายาทก็เหมือนได้ยกเค้กก้อนโตไปเลยเต็มๆ อู้ยยยยยย สบายไปสามวันเจ็ดวัน!

ยังไม่หมด! ยังมี เงินช่วยพิเศษ อีก 3 เท่าของบำนาญ! อันนี้ก็เหมือนได้อั่งเปาปีใหม่เพิ่มนะคุณ ไม่ต้องคิดเยอะ ถือเป็นเงินขวัญถุงให้ทายาทเอาไปใช้จุกจิก กรุบกริบพอหายคิดถึง เหมือนของแถมที่ไม่ได้คาดหวัง แต่ก็ดีใจที่ได้มา ว่างั้นเถอะ!

แล้วก็พวก เงินค้างจ่ายต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้เบิก อันนี้สำคัญ! ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลที่ยังไม่ได้เคลียร์ ค่าเทอมลูกหลานที่ยังค้างอยู่ หรือบำนาญที่ยังไม่ทันได้ใช้ พวกนี้ต้องตามเก็บให้หมดนะจ๊ะ เหมือนตามล่าสมบัติที่ยังหลงเหลืออยู่ในบ้านนั่นแหละ อย่าให้ตกหล่นแม้แต่บาทเดียวเชียว!

สุดท้ายก็ เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพ อันนี้คือเงินตั้งต้น จัดงานให้ท่านได้สมเกียรติ สบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เหมือนเปิดบัญชีฉุกเฉินให้เลยนะคุณ ทำให้ทุกอย่างราบรื่น ไม่ต้องวิ่งเต้นหัวหมุนตอนงานวุ่นวายๆ ไงล่ะ

ส่วนนี่เป็นข้อมูลเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ ที่ทายาทควรต้องรู้ไว้:

  • ทายาทผู้มีสิทธิ์: ไม่ใช่ใครก็ได้นะจ๊ะ! ต้องเป็นสามี ภรรยา บุตร หรือบิดามารดาของผู้เสียชีวิต ตามลำดับเป๊ะๆ เลย เหมือนจัดคิวเข้าแถวรับโชค ไม่ได้แซงคิวกันง่ายๆ
  • เอกสารที่ต้องใช้: เยอะแยะตาแป๊ะไก่! สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชนของทายาท สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) มรณบัตรของผู้ตาย โอ๊ย...เตรียมดีๆ นะ เหมือนจะไปสมัครงานเลยคุณ เตรียมให้ครบ ไม่เช่นนั้นเดินเรื่องไม่ผ่านเด้อ!
  • ยื่นเรื่องที่ไหน: ไปที่หน่วยงานต้นสังกัดที่ผู้ตายเคยทำงาน หรือไม่ก็กรมบัญชีกลางก็ได้นะ คุณลองไปสอบถามดู เหมือนไปติดต่อราชการทั่วไปนั่นแหละ แต่ต้องไปนะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ได้นะจ๊ะ
  • ระยะเวลา: ต้องรีบจัดการหน่อยนะคุณ! ภายใน 1 ปีนับจากวันที่เสียชีวิต ถ้าเกินนี้ก็อดนะจ๊ะ เหมือนเลยเวลาปิดบัญชีไปแล้ว ไม่ได้อะไรเลย! เสียดายแย่! เงินหายวับไปกับตาเลยนะนั่น
  • คำนวณเงิน: เขาจะมีสูตรคำนวณของเขาเองนะ ไม่ใช่ใครอยากได้เท่าไหร่ก็ได้ เหมือนทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลยล่ะ ไม่ใช่จะไปบอกเขาว่าฉันอยากได้เท่านี้ๆ ไม่ได้นะจ๊ะ!