บัตรทองรักษาที่รพ.ไหนได้บ้าง

315 ครั้งเข้าชม
สิทธิบัตรทอง 30 บาท รักษาที่ไหนได้บ้างผู้ถือสิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้หลายแห่งใกล้บ้าน ไม่จำกัดเฉพาะโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับบริการได้ทันที ณ หน่วยบริการต่อไปนี้ หน่วยบริการปฐมภูมิ: เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), ศูนย์บริการสาธารณสุข, และคลินิกชุมชนอบอุ่น ร้านยา: ร้านยาคุณภาพในเครือข่าย สปสช. สำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 กลุ่มอาการ คลินิกเอกชน: คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม และคลินิกเฉพาะทางอื่น ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บัตรทองรักษาที่โรงพยาบาลรัฐไหนได้บ้าง?

เราใช้บัตรทองรักษาได้ทุกโรงพยาบาลรัฐเลยนะ แค่เป็นหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการน่ะ

ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐหลักๆ เลย ก็เบิกได้หมดแหละ ไม่ต้องกังวล

แต่จริงๆ นอกจากโรงพยาบาลรัฐ ยังมีพวก รพ.สต. หรือสถานีอนามัยใกล้บ้านเราด้วย อันนี้ก็ใช้ได้

บางทีนะ ถ้าไม่หนักมาก อาจจะไปคลินิกชุมชนอบอุ่น หรือร้านยาที่ร่วมโครงการก็ได้ สะดวกดี

ตอนที่แม่ป่วยต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ที่อำเภอ เราก็ใช้บัตรทองนี่แหละ ไม่เคยมีปัญหาเลย

หลักๆ คือไปที่หน่วยบริการที่เราลงทะเบียนไว้ก่อน หรือถ้าฉุกเฉินจริงๆ ก็ไปโรงพยาบาลรัฐใกล้สุดได้

แค่พกบัตรประชาชนใบเดียวก็โอเคแล้ว ไม่ต้องพกอะไรเยอะแยะเลย

จำได้ว่าเคยมีช่วงนึงที่เค้าโปรโมทว่า "30 บาทรักษาทุกที่" เนี่ย มันทำให้เราไปรักษาที่ไหนก็ได้ที่สะดวกจริงๆ

อันนี้มันดีมากเลยนะสำหรับคนที่อาจจะอยู่ไกลโรงพยาบาล หรือต้องเดินทางบ่อยๆ

ไม่ต้องกลัวว่าจะไปผิดที่เลย เพราะหลักๆ ก็คือโรงพยาบาลรัฐทั่วไปนั่นแหละ

อย่างพวกศูนย์บริการสาธารณสุขใน กทม. เราก็เคยเข้าไปใช้บริการนะ

จริงๆ คลินิกเอกชนบางแห่งก็ร่วมโครงการด้วยนะ ลองหาดูได้

ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ก็โทรสอบถามที่เบอร์ 1330 ก่อนก็ได้ เขาให้คำแนะนำดี

จำได้ว่าเคยมีคนไข้ที่ต้องไปโรงพยาบาลต่างจังหวัด ก็ยังใช้บัตรทองได้อยู่

มันเหมือนกับว่าเรามีสิทธิ์เข้าถึงบริการสุขภาพได้ทั่วประเทศเลยนะ

แล้วแต่ว่าเค้าจะมีเครือข่ายกับที่ไหนบ้างน่ะ

อันนี้มันช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเราได้เยอะจริงๆ เลยนะ

มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า ไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ก็ยังได้

แค่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตอนไปใช้บริการน่ะ

สำคัญคือต้องมีชื่ออยู่ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของเราแล้ว

แล้วก็เป็นหน่วยบริการที่อยู่ในระบบของ สปสช. นั่นแหละ

โดยส่วนตัวเราว่ามันสะดวกและเข้าถึงง่ายมากจริงๆ

ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลตอนเจ็บป่วยเลย

เราจำได้ว่าเคยพาพ่อไปหาหมอที่คลินิกใกล้บ้านตอนเป็นหวัดนิดหน่อย ก็ใช้บัตรทองได้

เค้าก็คิดเงินตามระบบปกติของเราเลย

อันนี้เป็นสิทธิ์พื้นฐานที่เราควรจะรู้และใช้ให้เป็นประโยชน์นะ

มันทำให้เราอุ่นใจเวลาเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจริงๆ

แล้วเวลาไปโรงพยาบาลรัฐใหญ่ๆ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

เราแค่ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ดู

เค้าก็จะจัดการส่วนที่เหลือให้ทั้งหมดเลย

ไม่ต้องวุ่นวายกับการทำเอกสารอะไรมากนัก

บางทีนะ เราเห็นบางโรงพยาบาลมีป้ายเขียนไว้ชัดเจนเลยว่า "รองรับสิทธิบัตรทอง"

ก็ยิ่งมั่นใจได้เลยว่าไปถึงแล้วใช้สิทธิ์ได้แน่นอน

อันนี้คือสิ่งที่ทำให้เราประทับใจกับการบริการด้านสาธารณสุขของประเทศเรามากๆ เลย

ยิ่งถ้าเป็นเด็กๆ ที่ต้องพาไปฉีดวัคซีน หรือไปหาหมอตามนัด

ยิ่งสะดวกเลยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

เราว่านี่เป็นสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เรามีนะ

แล้วก็อยากให้ทุกคนรู้และใช้สิทธิ์ตรงนี้ให้เต็มที่กันนะ

อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยได้เยอะเลย.

โรงพยาบาลเอกชนค่ารักษาแพงไหม

พลบค่ำ... แสงสีส้มอ่อนระเรื่อ สาดต้องผ้าม่านบางเบาในห้องเล็กๆ ใจมันลอยไปไกล... วันวานที่วุ่นวายยังคงอยู่ เงามืดจากช่วงเวลาแห่งความเปราะบาง ยังตามหลอกหลอนเสมอ.

บนเตียงขาวสะอาดนั้น ไม่ใช่แค่กายที่อ่อนล้า แต่เป็นหัวใจที่แบกรับความกังวลมากมาย... เสียงลมหายใจแผ่วๆ ความเงียบงัน มันวนเวียนอยู่ตรงนี้.

ใช่เลย... โรงพยาบาลเอกชนน่ะ ค่ารักษามันแพงมากจริงๆ แพงจนใจหาย. มันแพงอย่างที่... ไม่เคยคิดว่าจะต้องเจอ. ตัวเลขมันลอยวน ตัวเลขที่มากมายเกินกว่าจะรับไหว.

ช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างพลิกผันไปหมด จากเมื่อครั้งนั้น... ที่เราต่างก้มหน้าสู้กับสิ่งมองไม่เห็น ปัจจุบันนี้... ค่าใช้จ่ายยังคงเป็นเงาตามติด.

เป็นภาระหนักอึ้ง ที่หลายคนต้องเผชิญ. มันคือความจริงที่เย็นชา ความจริงที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ยังคงเป็นแบบนั้น.

ใช่ โรงพยาบาลเอกชน ค่ารักษาแพงมาก อัตราค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน สูงลิ่ว ตลอดมา. หลักแสนถึงหลักล้านบาท เป็นเรื่องที่ พบเห็นได้จริง ในปัจจุบัน.

  • การมีประกันสุขภาพ จำเป็นมาก มันคือลมหายใจให้ใจได้ผ่อนคลาย.
  • ลองเปรียบเทียบ ค่าใช้จ่ายก่อนเสมอ ให้เราได้เตรียมใจ และเตรียมเงินไว้.
  • คุยกับคุณหมอถึง ทางเลือก ที่มี ทางเลือกที่เหมาะสมกับเราที่สุด.
  • ค่าใช้จ่าย ไม่ได้มีแค่ค่าห้อง ค่ายา มันรวมถึงค่าบริการที่ซ่อนอยู่มากมาย.

นอนรพ.เอกชนคืนละเท่าไร

เมื่อต้นปี เพื่อนสนิทฉันต้องผ่าคลอดที่โรงพยาบาลเพชรเวชวันนั้นฉันนั่งรอตั้งแต่เช้าตรู่ ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ลุ้นไปกับเพื่อนในห้องผ่าตัด พอได้เจอลูกน้อยของเพื่อนครั้งแรก น้ำตาคลอเลย ดีใจสุดๆ กับชีวิตใหม่

เพื่อนพักอยู่ห้องพิเศษ สบายมาก มีโซฟาให้ฉันนั่งเฝ้าทั้งวัน มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นวิวถนนรถติดแต่ในห้องสงบเงียบแอร์เย็นฉ่ำ นางบ่นว่าดีที่ได้ห้องเงียบๆ หลังผ่ามาต้องพักเต็มที่ ฉันก็พยักหน้าเข้าใจเลย

ตอนบิลมา คือแบบ อื้อหือออ! เห็นตัวเลขแล้วก็คิดในใจว่าค่าดูแลมันก็สมราคานะ บริการดี พยาบาลมาดูบ่อยแทบจะทุกชั่วโมง อาหารก็หน้าตาน่ากิน เพื่อนบอกว่าอร่อยด้วยนะ แต่นางกินไม่ค่อยได้หรอกช่วงแรก

แล้วฉันก็เลยไปแอบเช็กราคาที่อื่นบ้าง แบบว่าเผื่ออนาคตตัวเองต้องเข้ามั่งอะไรมั่ง คือเตรียมตัวไว้ก่อนไง ปีที่แล้วฉันไปเยี่ยมคุณอาที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ห้องดีลักซ์ที่นั่นดูดี กว้างขวาง มีมุมส่วนตัวสุดๆ

ส่วนเมดพาร์ค เคยอ่านเจอว่าหรูหรามาก แบบโรงแรมห้าดาวเลย แค่ชื่อห้องพักเอกเซกคูทีฟก็บอกเลยว่าราคาต้องแรงแน่นอน ซึ่งมันก็แรงจริงนะ เคยเห็นรูปในเว็บแล้วแบบว้าวเลยอะ

ส่วนโรงพยาบาลรามคำแหงก็มีเพื่อนเคยนอนตอนเข้าผ่าตัดไส้ติ่ง ห้องเดี่ยวธรรมดาเค้าบอกว่าก็โอเคเลยนะ สะอาด ไม่พลุกพล่าน ราคาก็พอจับต้องได้กว่าที่อื่นสำหรับเรา นี่แหละชีวิตคนป่วยต้องเลือกดีๆเลย

นี่คือข้อมูลราคาห้องพักโรงพยาบาลเอกชนปีนี้

  • โรงพยาบาลเพชรเวช: ห้องพิเศษ ราคา 5,300 บาทต่อคืน
  • โรงพยาบาลแพทย์รังสิต: ห้องดีลักซ์ ราคา 4,300 บาทต่อคืน
  • โรงพยาบาลเมดพาร์ค: ห้องพักเอกเซกคูทีฟ ราคา 11,000 บาทต่อคืน
  • โรงพยาบาลรามคำแหง: ห้องเดี่ยวธรรมดา ราคา 3,700-4,000 บาทต่อคืน (ไม่รวมค่าอาหาร)

การนอนโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

นอนโรงบาล = เสียเงิน

  • ค่าห้อง: แล้วแต่ว่าอยากสบายแค่ไหน เตียงธรรมดา หรือห้องพิเศษ แพงกว่าแน่นอน
  • ค่าหมอ: ค่าปรึกษา ค่าตรวจ ค่าผ่าตัด หมอเก่งๆ ก็แพงหน่อย
  • ค่าพยาบาล: ดูแลเรา 24 ชั่วโมง ไม่ฟรีหรอก
  • ค่าบริการ รพ.: จิปาถะ ค่าเปิดเคส ค่าดูแลทั่วไป
  • ค่าอาหาร: กินอะไรก็ได้ไป จ่ายตังค์หมด
  • อุปกรณ์: เข็ม สายยาง ถุงมือ ทุกอย่างมีราคา
  • หัตถการ: การรักษาพิเศษ นอกเหนือจากยา
  • ค่ายา: อันนี้ตัวดีเลย ยิ่งพักนาน ยิ่งจ่ายเยอะ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ประกัน: ถ้ามีช่วยได้เยอะ ลดภาระไปได้มาก
  • สิทธิการรักษา: รู้ไว้ก็ดี ช่วยประหยัดได้
  • โปรโมชั่น: บางที รพ. ก็มีแพ็คเกจลดราคา ลองถามดู
  • ของใช้ส่วนตัว: แปรงสีฟัน สบู่ เสื้อผ้า ไม่รวมในใบเสร็จ รพ.

ค่าห้องพักพิเศษที่โรงพยาบาลราคาเท่าไหร่

กลางดึกแบบนี้... ก็คิดถึงเรื่องค่าห้องโรงพยาบาลเนอะ

ค่าห้องพิเศษเดี่ยวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว อยู่ที่ 4,200 บาท ต่อคืนนะ

ถ้าเป็น ห้องพิเศษวีวีไอพี ที่นั่น ราคาจะอยู่ที่ 10,500 บาท ต่อคืน

ส่วน โรงพยาบาลเอกชัย

  • ห้องซูพีเรียร์ ก็จะประมาณ 5,500 บาท ต่อคืน
  • แต่ถ้าเป็น ห้องวีวีไอพี จะสูงขึ้นไปอีก 14,000 บาท ต่อคืน

มันก็แล้วแต่ว่าเราเลือกแบบไหน ของโรงพยาบาลไหนด้วย

เรื่องการเตรียมตัวนอนโรงพยาบาลเอกชน:

  • เอกสารสำคัญ: พวกบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารที่เกี่ยวกับประกันสุขภาพ ต้องเตรียมไว้ให้พร้อมเลย

  • ยาประจำตัว: ถ้าเรามีโรคประจำตัว หรือทานยาอะไรอยู่เป็นประจำ ควรแจ้งคุณหมอ และเตรียมยาไปให้พอด้วย

  • ของใช้ส่วนตัว: เสื้อผ้าสบายๆ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว ที่ชาร์จโทรศัพท์ อะไรพวกนี้ก็สำคัญ

  • เงินสำรอง: เผื่อไว้หน่อยก็ดีนะ บางทีก็มีค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้อยู่ในประกัน

  • ค่าห้องพักพิเศษรายวัน (รวมค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการทางการพยาบาล)

    • โรงพยาบาลหัวเฉียว: ห้องพิเศษเดี่ยว 4,200 บาท
    • โรงพยาบาลเอกชัย: ห้องซูพีเรียร์ 5,500 บาท
  • ค่าห้องพักที่มีราคาสูงสุด (รวมค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการทางการพยาบาล)

    • โรงพยาบาลหัวเฉียว: ห้องพิเศษวีวีไอพี 10,500 บาท
    • โรงพยาบาลเอกชัย: ห้องพิเศษวีวีไอพี 14,000 บาท

ข้อควรรู้เพิ่มเติม:

  • ราคาที่แจ้งเป็นราคา ต่อคืน นะ
  • ค่าใช้จ่ายพวกนี้ ยังไม่รวม ค่าแพทย์ ค่ายา หรือค่าหัตถการพิเศษอื่นๆ
  • โรงพยาบาลแต่ละแห่ง ราคาจะแตกต่างกันไป ควรสอบถามโดยตรง กับทางโรงพยาบาลที่เราจะไปใช้บริการ
  • ประกันสุขภาพ หรือ ประกันสังคม จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้เยอะ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้ดีก่อน
  • การนอนโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายจะ สูงกว่า โรงพยาบาลรัฐมาก ต้องวางแผนให้ดี

มันก็เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอแหละเนอะ...